เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 6 ฉันคือพ่อบ้านของท่านประธานจอมเผด็จการ (6)

บทที่ 6 ฉันคือพ่อบ้านของท่านประธานจอมเผด็จการ (6)

บทที่ 6 ฉันคือพ่อบ้านของท่านประธานจอมเผด็จการ (6)


บทที่ 6 ฉันคือพ่อบ้านของท่านประธานจอมเผด็จการ (6)

โครงหน้าของเสิ่นซินคล้ายคลึงกับเสิ่นตงจวินมาก เพียงแต่การมัวเมาในสุรานารีและการไม่ดูแลตัวเองทำให้ผิวพรรณดูซีดเซียว และมีพุงพลุ้ยตามประสาชายวัยกลางคน

ถึงกระนั้น เขาก็ไม่ได้ดูน่าเกลียดอะไร หากมองตามบรรทัดฐานความงามของมนุษย์ ก็ยังถือว่าเป็นคุณลุงเจ้าเนื้อที่ดูภูมิฐานคนหนึ่ง แสดงให้เห็นว่ายีนของตระกูลเสิ่นนั้นยอดเยี่ยมเพียงใด

"พ่อบ้านจูอิน?" เสิ่นซินเตรียมใจไว้บ้างแล้วเมื่อได้ยินว่ามีพ่อบ้านสาวสวยคนใหม่เข้ามาดูแลคฤหาสน์ตระกูลเสิ่น แต่พอได้เห็นตัวจริงของจูอิน เขาก็ยังอดตะลึงในความงามที่เฉิดฉายของเธอไม่ได้

หลังจากหายตะลึง ความปิติยินดีก็ถาโถมเข้ามาแทนที่

เขาข่มความตื่นเต้น แนะนำตัวสั้นๆ และเข้าประเด็นทันทีโดยไม่อ้อมค้อม "คุณจูอิน เงินเดือนพ่อบ้านตระกูลเสิ่นเท่าไหร่ครับ?"

"ก็พอใช้ได้ค่ะ" จูอินตอบพร้อมบอกตัวเลขคร่าวๆ ตระกูลเสิ่นร่ำรวย เงินเดือนที่เสนอให้เธอจึงค่อนข้างสูง

ทว่าเสิ่นซินกลับหัวเราะเบาๆ

เขาส่ายหน้า "ปีที่แล้วลูกชายคนเล็กของผมบรรลุนิติภาวะ แม่เขาซื้อรถให้เป็นของขวัญ ราคาก็ประมาณนี้แหละ"

เขาทำมือบอกราคาแล้วยิ้ม "คุณพ่อบ้าน คุณต้องทำงานนานแค่ไหนถึงจะหาเงินได้เท่านี้?"

จูอินยกกาแฟขึ้นจิบ รสชาติเข้มข้นกลมกล่อมทำให้ดวงตาของเธอหยีลงด้วยความพอใจ

ร้านนี้เสิ่นซินเป็นคนเลือก แม้นิสัยส่วนตัวจะน่ารังเกียจ แต่รสนิยมเรื่องกินดื่มเที่ยวของเขานับว่าไม่เลวเลย

สายตาของเสิ่นซินจับจ้องที่มือเรียวสวยซึ่งกำลังประคองถ้วยกาแฟ ใครต่อใครต่างยกย่องว่าฮั่นชิงจื่อลูกสะใภ้ของเขาเป็นสาวงามหาตัวจับยาก แต่เขาไม่เห็นด้วยเลยสักนิด ฮั่นชิงจื่อยังเทียบชั้นกับความงามล้ำเลิศของผู้หญิงตรงหน้าไม่ได้เลย

เห็นจูอินไม่สนใจ เอาแต่ดื่มด่ำกับรสชาติกาแฟ เขาก็ไม่โกรธเคือง กลับยิ้มและพูดต่อ "คุณน่าจะรู้สถานการณ์ในครอบครัวผมดี ทายาทสายตรงของตระกูลเสิ่นมีแค่ตงจวิน และตำแหน่งนายหญิงแห่งตระกูลเสิ่นก็มีเพียงคนเดียว คือแม่ผู้ล่วงลับของตงจวิน"

เมื่อเห็นจูอินหันมามองในที่สุด เขาก็ยิ้มอย่างมั่นใจ "เมียน้อยคนหนึ่งของผมยังควักเงินให้ลูกชายนอกสมรสทีละเป็นล้านๆ ได้ง่ายๆ คุณลองเดาสิว่านายหญิงน้อยตระกูลเสิ่นจะมีอำนาจควบคุมทรัพย์สินมหาศาลขนาดไหน?"

"คุณอยากจะเป็นนายหญิงน้อยตระกูลเสิ่นไหม?"

จูอินกระพริบตาปริบๆ

อ้อ ที่แท้ก็ต้องการแบบนี้นี่เอง

ยิ่งเสิ่นซินมองเธอ เขาก็ยิ่งพอใจ ผู้หญิงที่เขาหามาให้ก่อนหน้านี้ อย่าว่าแต่ลูกชายเขาไม่ชอบเลย แค่ด่านท่านผู้เฒ่าก็คงผ่านยาก

แต่จูอินคนนี้ เขาเช็กประวัติมาแล้ว การศึกษาดี ความสามารถเยี่ยม แถมยังสาวและสวยสะพรั่ง เอาผู้หญิงแบบนี้ไปวางไว้ข้างๆ หลานชายวัยกลัดมัน เจตนาของท่านผู้เฒ่าจะชัดเจนไปกว่านี้ได้อีกหรือ?

ท่านผู้เฒ่าคงทนลูกสะใภ้อย่างฮั่นชิงจื่อไม่ไหวแล้วเหมือนกัน!

"อ๋อ..." จูอินกระดกกาแฟหมดแก้วรวดเดียว แล้วเอ่ยอย่างเนิบนาบ "ฉันจำได้ว่า ตระกูลเสิ่นมีนายหญิงน้อยอยู่แล้วนะคะ"

เสิ่นซินไม่เชื่อว่าจะมีผู้หญิงคนไหนในโลกปฏิเสธข้อเสนอยั่วยวนใจขนาดนี้ได้ เขายิ้มอย่างลำพอง "ในเมื่อคุณทำงานให้ตระกูลเสิ่น คุณยังดูไม่ออกอีกเหรอ? ลูกชายกับลูกสะใภ้ผมเป็นคู่รักที่เกลียดขี้หน้ากันจะตาย อีกไม่นานก็ต้องเลิกกัน"

"ฉันว่าคุณต่างหากที่แก่เลอะเลือนจนตาฝ้าฟาง มองอะไรไม่เห็น" จู่ๆ จูอินก็สวนกลับ ใบหน้าเปลี่ยนเป็นเย็นชาขณะด่ากราดใส่เขา

เสิ่นซินตั้งตัวไม่ทันกับคำด่าทอ เขาอึ้งไปชั่วขณะ จ้องมองเธอตาค้าง

จูอินยืดตัวตรง น้ำเสียงหนักแน่นยิ่งกว่าคำปฏิญาณหน้าเสาธงของเสิ่นซิน "นายน้อยกับนายหญิงเขารักกันปานจะกลืนกิน หวานชื่นจะตายไป มีฉันอยู่ทั้งคน พวกเขาต้องครองคู่กันจนแก่เฒ่าแน่นอน!"

เสิ่นซิน: ?

จูอินมองเขาด้วยสายตาเหยียดหยาม "คุณนี่อายุอานามก็ปาเข้าไปห้าสิบกว่าแล้ว วันๆ เอาแต่หมกมุ่นเรื่องผัวเมียของลูกตัวเอง เป็นโรคจิตหรือเปล่าคะ?"

เสิ่นซินฟังแล้วรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นพวกวิตถารชอบถ้ำมองยังไงชอบกล

ไม่ใช่สิ... พอได้สติ หน้าเขาก็เริ่มดำคล้ำด้วยความโกรธ

"จูอิน ฉันอุตส่าห์เสนอทางรวยทางลัดให้ อย่าเนรคุณ!"

"คำพูดพวกนี้ไปพูดให้ 'ลิลลี่' ฟัง มันยังไม่เชื่อเลย" ลิลลี่คือหมาโกลเด้นตัวใหญ่ที่บ้านตระกูลเสิ่น มันมีดวงตาที่อ่อนโยนและน่ารักสุดๆ

จูอินเย้ยหยัน "คุณมันก็แค่คนไร้ความสามารถ พ่อตัวเองก็ทิ้ง ลูกตัวเองก็ไม่เอาไหน กลัวว่าแก่ตัวไปจะไม่มีใครเลี้ยงดู ก็เลยคิดแผนสกปรกๆ ขึ้นมา"

เธอส่ายหน้า "เลิกฝันเถอะค่ะ เสิ่นตงจวินไม่หลงกลคุณหรอก"

หน้าของเสิ่นซินซีดเผือด ในฐานะลูกชายคนเดียวของนายท่านผู้เฒ่าเสิ่น เขาได้รับการพะเน้าพะนอและเยินยอมาทั้งชีวิต ไม่เคยมีใครกล้าสั่งสอนเขาแบบนี้มาก่อน ยิ่งโดยเด็กรุ่นลูกแบบนี้ยิ่งไม่ต้องพูดถึง

ที่น่าโมโหที่สุดคือ ยัยผู้หญิงคนนี้เป็นใคร? มีสิทธิ์อะไรมาวิพากษ์วิจารณ์เขา?

ยัยนี่เป็นบ้าหรือไง?

"ทำไมฉันถึงด่าคุณน่ะเหรอ?"

จูอินขี้เกียจจะเสวนากับเขาต่อ เธอลุกขึ้นยืนแล้วประกาศก้อง "ตอนคุณเช็กประวัติฉัน ไม่รู้หรือไงว่าฉันเป็น 'ชิปเปอร์' ตัวยงของคู่ 'นายน้อย-นายหญิง'!"

เสิ่นซิน: ???

ใครมันจะไปเช็กเรื่องพรรค์นั้นกันวะ?

เดี๋ยวสิ... ลูกชายเขากับเมียเนี่ยนะ จะมีแฟนคลับคู่จิ้นกับเขาด้วย?

จูอินไม่สนใจอารมณ์ของเสิ่นซินในห้องส่วนตัวอีกต่อไป เธอก้มดูนาฬิกา ยังหัววันอยู่เลย วันนี้อุตส่าห์ลางานมาทั้งวัน จะปล่อยให้เสียเปล่าไม่ได้!

...

ณ คฤหาสน์ตระกูลเสิ่น

เสิ่นตงจวินนั่งฟังรายงานจากนักสืบเอกชน

รายละเอียดบทสนทนาระหว่างจูอินกับเสิ่นซินถูกถ่ายทอดมาอย่างครบถ้วนทุกถ้อยคำ

เขาไม่แปลกใจเลยที่เสิ่นซินจะพูดจาแบบนั้นออกมา

เสิ่นตงจวินแค่นเสียงหัวเราะ ตาแก่คนนั้น ผ่านไปกี่ปีก็มีแต่มุกเดิมๆ ไม่พัฒนาเอาเสียเลย

แต่สิ่งที่ทำให้เสิ่นตงจวินอึ้งไปนาน ไม่ใช่คำพูดของเสิ่นซิน แต่เป็นคำพูดของจูอินต่างหาก

ชิปเปอร์ของเขากับฮั่นชิงจื่อ?

อิหยังวะ?

เสิ่นตงจวินไม่สงสัยในความสามารถของจูอิน และไม่เชื่อว่านักสืบกระจอกๆ จะรอดพ้นสายตาของเธอไปได้

การที่ข้อมูลหลุดมาถึงหูเขาได้ แสดงว่าจูอินตั้งใจจะให้เขาได้รับรู้

เขานั่งนิ่งอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนจะอ่านรายงานต่อ

แม่บ้านของเขามีวันที่ 'เติมเต็ม' มากทีเดียว มื้อเที่ยงไปกินร้านอาหารทะเลชื่อดัง จากนั้นไปสวนสนุก เหมาแผงเกมโซนงานวัด กวาดตุ๊กตาตัวใหญ่ตัวน้อยมาเป็นร้อยตัว พร้อมลูกโป่งพวงมหึมา ถึงขนาดต้องจ้างนักศึกษาพาร์ตไทม์สี่คนมาช่วยขนของ เท่านั้นยังไม่พอ เธอยังเช่าเครื่องทำสายไหมมาแจกเด็กๆ ฟรีอีกต่างหาก...

สุดท้าย เธอก็แจกตุ๊กตาทั้งหมดให้คนอื่น มีรายงานว่าเด็กทั้งสวนสนุกเดินตามต้อยๆ อยากจะเรียกเธอว่า "แม่" กันเป็นแถว

เสิ่นตงจวิน: ...

เขาเริ่มสงสัยอีกครั้งว่า คนเพี้ยนๆ แบบนี้เข้ามาในตระกูลเสิ่นเพื่อวางแผนร้ายจริงๆ หรือ?

.

เสิ่นซินกลับถึงบ้านด้วยใบหน้าบึ้งตึง

เหวินชิวเย่ยกน้ำมาเสิร์ฟ ประคองเขานั่งลงบนโซฟา แล้วเริ่มนวดคลึงขมับให้เขาอย่างรู้งาน

หลังจากได้รับการปรนนิบัติอย่างอ่อนโยน สีหน้าของเขาก็เริ่มดีขึ้น

เหวินชิวเย่คือภรรยาน้อยที่อยู่กินกับเขามานานที่สุด เขาชอบนิสัยอ่อนหวานเอาใจเก่งของเธอ ลูกชายและลูกสาวที่เกิดจากเธอก็เป็นลูกรักที่สุดของเสิ่นซิน

ลูกสาวคนโต 'เหวินเจี้ยน' ไปเรียนต่อต่างประเทศหลายปีแล้ว และทำงานต่อที่นั่นเลย นานๆ ทีถึงจะกลับมาเยี่ยมบ้าน

ส่วนลูกชายคนเล็ก 'เหวินจง' อายุสิบเก้าปี ยังเรียนหนังสืออยู่

เมื่อเห็นอารมณ์ของสามีเริ่มเข้าที่ เหวินชิวเย่ก็เอ่ยเสียงเบา "วันนี้เหวินจงโทรมาค่ะ แกบ่นว่าที่บริษัทให้ทำแต่พวกงานจับกัง เหนื่อยแทบตายแถมไม่ได้เรียนรู้อะไรเลย กลับมาบ้านปวดหลังทุกวัน น่าสงสารจะแย่"

เสิ่นซินปรายตามองเธอ "ผมบอกคุณแล้วไง ลูกอายุแค่นี้ ให้เขาใช้ชีวิตวัยรุ่นให้สนุกในโรงเรียนไปก่อน คุณนั่นแหละที่รบเร้าบอกว่าลูกมีความทะเยอทะยาน อยากให้ผมฝากงานในตระกูลเสิ่นให้"

เหวินชิวเย่ทำหน้าเศร้า "ฉันไม่รู้นี่คะว่าลูกจะต้องไปทำงานใช้แรงงานแบบนั้น ไม่ได้ความรู้อะไรเลย"

เสิ่นซินแค่นเสียง "สำนักงานใหญ่ตระกูลเสิ่นรับคนประเภทไหนคุณก็รู้ ขนาดเด็กฝึกงานยังต้องจบปริญญาโทจากมหาลัยดังๆ เด็กเส้นที่พ่อใช้เงินยัดเข้าไปอย่างเขา จะหวังตำแหน่งสูงส่งอะไรได้?"

เหวินชิวเย่หลุดปากด้วยความน้อยใจ "ทีตอนเสิ่นตงจวินเข้าบริษัท ยังตามท่านผู้เฒ่าเข้าไปทำตำแหน่งใหญ่โตได้เลย..."

พูดจบเธอก็รู้ตัวว่าพลาดไปแล้ว พอหันไปมอง ก็เห็นเสิ่นซินจ้องกลับมาด้วยรอยยิ้มที่ไม่ถึงดวงตา

"ชิวเย่" เขายื่นมือไปลูบแก้มเนียนที่ได้รับการบำรุงอย่างดีของภรรยาน้อย

จากนั้นเขาก็ดึงมือเธอลงมาอย่างเหนื่อยหน่าย และเอ่ยเสียงเข้ม "เหวินจงเป็นลูกของเรา เป็นลูกนอกสมรสที่ไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะใช้นามสกุลเสิ่นในผังตระกูล ดูจากแววแล้ว เขาไม่ได้เก่งกาจอะไรมากนัก แค่ให้เขาใช้ชีวิตสุขสบายไปวันๆ ก็พอแล้ว"

"ต่อให้ผมจะไม่ชอบขี้หน้าเสิ่นตงจวินแค่ไหน แต่ก็ต้องยอมรับว่าเขาคือทายาทสายตรงเพียงคนเดียวที่ท่านผู้เฒ่าคาดหวังไว้สูง เขาเก่งกว่าผม และสามารถนำพาตระกูลเสิ่นไปได้ไกลกว่า"

ถ้าตระกูลเสิ่นรุ่งเรือง ความมั่งคั่งของเขาก็จะยังคงอยู่

เขากวาดตามองใบหน้าซีดเผือดของภรรยาน้อย แล้วเอ่ยเสียงเบาแต่เฉียบขาด "คนเราต้องรู้จักที่ต่ำที่สูง อย่าโลภในสิ่งที่ไม่ใช่ของตัวเอง เข้าใจไหม?"

จบบทที่ บทที่ 6 ฉันคือพ่อบ้านของท่านประธานจอมเผด็จการ (6)

คัดลอกลิงก์แล้ว