เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 56 - ฉันแบกเอง (4) [อ่านฟรีวันที่ 07/10/61]

บทที่ 56 - ฉันแบกเอง (4) [อ่านฟรีวันที่ 07/10/61]

บทที่ 56 - ฉันแบกเอง (4) [อ่านฟรีวันที่ 07/10/61]


บทที่ 56 - ฉันแบกเอง (4)

 

มันมีมอนสเตอร์อยู่สองประเภทใหญ่ๆ ระดับบอสสอย่างเสือดาวที่ปรากฏขึ้นในช่วงการเริ่มแรกของหายนะครั้งใหญ่และสายพันธ์กลายพันธ์ในดันเจี้ยนนี่ที่วิวัฒนากลายมาจากสัตว์บนโลกตามปกติ และในทางกลับกันก็มีจำพวกที่เกิดขึ้นมาจากการรวมกันของมานาอย่างพวกหัวใจโลหะและโทรลล์

ทูตสวรรค์ได้เรียกพวกมันว่าพวก 'ดั้งเดิม' กับ 'อพยพ' ถึงแม้ว่ามันจะต่างกันแต่มีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกันเลยก็คือมันเกิดขึ้นมาหลังเหตการณ์หายนะครั้งใช่ และยังไม่รู้ด้วยว่าทำไมทูตสวรรค์ถึงได้เรียกพวกมันว่าพวก 'อพยพ'

โดยพื้นฐานแล้ววโครงสร้างทางร่างกายของทั้งสองประเภทมันไม่ได้ต่างกันเลย พวกมันก็เหมือนกันในแง่ของมอนสเตอร์ บางตัวมีหินพลังเวทย์ บางตัวมีกระดูกเป็นโลหะ และบางตัวก็ใช้พลังสายฟ้า

แต่ว่าหากพูดถงเรื่องพัฒนาการมันจะต่างไปสิ้นเชิง

มอนสเตอร์ที่เกิดขึ้นมาจากการควบแน่นของมานานั้นจะแข็งแกร่งตั้งแต่เกิดขึ้นมาแต่ว่าพัฒนาการของพวกมันจะไม่มากนักและพวกมันจำเป็นต้องใช้เวลานานในการพัฒนาไปต่อสู้ระดับต่อไป เมื่อพวกมันติดอยู่ในกับดักของดันเจี้ยนพวกมันก็จะกินมานาได้ช้า พัฒนาการได้ช้ามากๆและรอคอยการถูกท้าทาย

แน่นอนว่ามันก็มีข้อยกเว้นอย่างเช่นข่าวลือที่ว่ามอนสเตอร์บางตัวสามารถจะดูดซับบันทึกจากเผ่าพันธ์เพื่อพัฒนาไประดับสูงได้เช่นกัน

ยังไงก็ตามสำหรับมอนสเตอร์ที่พัฒนาการขึ้นมาจากสัตว์ตามปกติบนโลกความจำเป็นของมานามันจะต่างไป ในตอนแรกพวกมันอาจจะอ่อนแอแต่ว่าพวกมันก็จะมีศักยภาพในการพัฒนาการเป็นตัวแปรสำคัญ มันก็อาจจะมีบางตัวที่จบลงในระดับที่อ่อนแอและก็อาจจะมีบางตัวที่พัฒนาไปในระดับที่แข็งแกร่งสุดยอดได้เลยเช่นกัน มอนสเตอร์พวกนี้มันจะอยู่เป็นพันปีพัฒนาขึ้นไปเรื่อยๆทำให้พวกมันน่ากลัวเป็นอย่างยิ่ง เพราะแบบนี้เองทำให้ไม่ควรที่จะดูถูกดันเจี้ยนที่มีพวก 'ดั้งเดิม' อาศัยอยู่

[ติดคริติคอล]

[คุณได้รับค่าประสบการณ์ 2,489,775]

[คุณได้รับบันทึกหมีสายฟ้าเลเวล 98]

[สกิลพลังเหนือมนุษย์ได้กลายเป็นเลเวล 15 ผลสะท้อนกลับหลังการใช้สกิลลดลง]

เมื่อยูอิลฮานได้จัดการตัดคอมอนสเตอร์ไปภายในครั้งเดียวก็ทำให้เอิลต้าตะโกนออกมา

[ฉันบอกให้ระวังกว่านี้หน่อยไง!] (เอิลต้า)

"นั่นมันเป็นเหตุผลที่ฉันไม่เอาเกราะออกไปไงล่ะ โอ้ สกิลพลังเหนือมนุษย์เลเวลเพิ่มอีกแล้ว"

[ว้าวนี่มันไปเลเวล 15 แล้ว? นั่นมันคือหนึ่งในรางวัลจากเควสสวรรค์ใช่ไหม?] (ลิต้า)

[ยิ่งเธอพูดแบบนั่นเขาจะใช้มากกว่านี้นะ ห้ามเขาหน่อยลิต้า] (เอิลต้า)

ยูอิลฮานได้ตั้งสมาธิไปกับการชำแหละร่างของหมีสายฟ้าโดยไม่สนใจเสียงคุยของทูตสวรรค์ทั้งสองเลย ไม่ว่ายังไงเขาก็ไม่สามารถจะฆ่ามอนสเตอร์ที่มีเลเวลเกือบ 100 ได้ในทันทีง่ายๆแน่ ที่มันเป็นแบบนี้เพราะมันเกิดคริติคอลบวกกับพลังเหนือมนุษย์ของเขา

และก็ต้องขอบคุณมันทำให้ผลของฉายาเขาทำงานซึ่งทำให้เขาได้รับค่าประสบการณ์เพิ่มขึ้น 20% และยังมีหินพลังเวทย์สายฟ้าที่แข็งแกร่งออกมาด้วย

"เพราะงี้ฉันก็รวบรวมหินพลังเวทย์พอแล้ว"

[การเอาอาวุธหรือเกราะขายมันเป็นเรื่องดีนะ แต่ว่าอย่าได้ปล่อยหินพลังเวทย์ออกไปง่ยๆ ในโลกปัจจุบันนี้หินพลังเวทย์คลาส 2 มันมีมูลค่ามากจนน่ากลัวกว่าที่คุณคิด] (เอิลต้า)

"ฉันรู้แล้ว"

เขาก็ไม่รู้ว่าทำไมเอิลต้าถึงได้จู้จี้ในเรื่องนี้ในเมื่อเขารู้สึกว่าคนบนโลกก็จะต้องพัฒนาขึ้นไปฆ่ามอนสเตอร์คลาส 2 ได้ง่ายๆ แน่นอนว่านี่มันเป็นแค่ความหวังของตัวเขาเอง

ในตอนนี้เขาไม่อยากจะดึงความสนใจเหมือนกับที่ทำมาก่อนแล้ว ในฐานะของคนที่ไม่เคยมีความทรงจำของการดึงดูดความสนใจมาในชีวิตเลยมันเป็นเรื่องที่น่เจ็บปวดสำหรับเขา

เขาได้เก็บเอาส่วนต่างๆของหมีอย่างเนื้อจำนวนมาก กระดูกและหนังลงไปด้วยรอยยิ้มขม เขายังไม่ได้คิดเกี่ยวกับวัสดุที่เขาจะใช้สร้างผ้าคลุมมาขายให้คังมิเรย์ แต่มันดูเหมือนว่าในดันเจี้ยนนี้มันก็น่าจะพอให้เขารวบรวมของทั้งหมดแล้ว

"นี่มันเป็นวันที่สามแล้วใช่ปะ?"

[คิดมากไปแล้ว การคิดว่ามันช้าๆมันไม่เป็นไรหรอก หากไปเทียบกับในดันเจี้ยนหัวใจโลหะแล้ว ที่นี่คุณไปได้เร็วแล้ว] (เอิลต้า)

[มันน่ารำคาญนะที่เธอมัวแต่เตือนถึงความทรงจำที่รู้กันสองคนนะ] (ลิต้า)

[ฉันไม่คิดที่จะคุยกับคนที่มันหลับมาตลอดเวลาหรอกนะ] (เอิลต้า)

ลิต้าได้ประกาศต่อออกมาอย่างหน้าไม่อาย

[นั่นเป็นเพราะความงานคือการหลับบนหัวไง!]

ด้วยบทสนทนานี้ทำให้ยูอิลฮานลุกขึ้นยืนอย่างไม่สุดใจ เอิลต้าได้ผงะไปทันทีเมื่อได้เห็นเขาหยิบเอา pile bunker ออกมาจากช่องเก็บของและถามขึ้นมา

[แม้แต่ฉันยังไม่รู้สึกถึงมันเลย... คุณรู้สึกได้ถึงตัวตนของมอนสเตอร์ที่แข็งแกร่งหรอ?] (เอิลต้า)

"ไม่ ฉันเตรียมเอาไว้เพราะฉันรู้สึกได้ว่ามันจะต้องมีอะไรบางอย่างปรากฏออกมาในตอนที่สาวๆคุยกันนะ"

[ขอร้องล่ะอย่างมาทำเป็นเล่นแบบนี้เลย] (เอิลต้า)

"การเตรียมพร้อมสำหรับชีวิตมาเป็นพันปี มันไม่ได้น่าสนุกเลย"

เอิลต้าที่ได้พบว่าการทำนายล่วงหน้าของยูอิลฮานมันเป็นเรื่องไร้สาระ และเมื่อยูอิลฮานได้หัวเราะออกมาโดยไม่พูดอะไรทำให้เอิลต้าซ่อนความหงุดหงิดเอาไว้ไม่ได้

[ดันเจี้ยนนี่เดิมทีมันจำกัดขั้นต่ำที่ 70 ไม่ใช่หรอ? แต่ว่านี่มันจะไปมีมอนสเตอร์คลาส 3 ปรากฏออกมาได้อย่างปกติได้ยังไง?] (เอิลต้า)

[นั่นก็จริงนะ ไม่ว่าพวกมันจะเป็นพวกดั้งเดิมยังไงก็ตาม แต่ความเร็วในการพัฒนานี่มันผิดปกติไปแล้ว] (ลิต้า)

"นี่มันไม่ใช่ว่าพวกมันพัฒนารวดเร็วเพราะมันยังอยู่ในระดับเริ่มต้นงั้นหรอ? เธอก็รู้นี่ว่าโลกไม่ปกติ เธออาจจะได้เขียนข้อมูลของดันเจี้ยนใหม่ๆนับจากนี้ก็ได้"

[ใช่แล้ว ฉันว่าฉันจะต้องทำแบบนั้น] (ลิต้า)

ทำไมถึงเรื่องแบบนี้ถึงไม่ได้รับการแก้ไขล่ะ? นั่นมันก็เพราะมันไม่มีคึนบ้าอย่างยูอิลฮานที่เข้ามาในดันเจี้ยนที่จำกัดเลเวลสูงกว่า 70 นี่สิ

มอนสเตอร์คลาส 2 จะปรากฏขึ้นในดันเจี้ยนที่จำกัดเลเวลที่ 40 และมอนสเตอร์คลาส 3 จะปรากฏขึ้นในดันเจี้ยนที่จำกัดเลเวลที่ 70 นั่นระดับความอันตรายของมันต่างกันไปโดยสิ้นเชิง

พูดให้ชัดเจนก็คือมอนสเตอร์คลาส 3 ที่ยูอิลฮาน นายูนา และคังฮาจินเจอ มันเป็นเรื่องธรรมดาที่ไม่มีในรายงานของทูตสวรรค์

ถึงแม้ว่ามันจะดูเหมือนเป็นไปได้ที่จะเพิกเฉยในข้อจำกัดและเข้ามาในดันเจี้ยนแบบที่ยูอิลฮานทำ แต่ว่ามันไม่ได้มีคนที่อยากจะทำแบบนี้แน่นอนเพราะว่าคนๆหนึ่งมีเพียงแค่ชีวิตเดียวเท่านั้น

ก่อนหน้านี้ที่นายูนากับคังฮาจินได้ก้าวเข้าไปในดันเจี้ยนที่จำกัดเลเวล 50 โดยไม่ลังเลแต่ว่านั่นมันก็เพราะว่ามันมีสิ่งที่พวกเธอต้องการอยู่ในดันเจี้ยนนั่น

ถ้าไม่ใช่เพราะคังฮาจินมีอาชีพที่ 2 และพลังที่ผิดปกติของนายูนาพวกเขาจะไม่มีทางทำอะไรแบนั่นไปแน่

มันมีกฏเหล็กที่ไม่ได้ถูกเขียนเอาไว้ในโลกอื่นๆว่า ให้ตรวจสอบในเลเวลของตัวเองในสูงกว่าข้อจำกัดเลเวลขชองดันเจี้ยนให้มากกว่า 10 ขึ้นไป มีสมาชิกไปอย่างน้อยห้าคน และเตรียมทางหนีเอาไว้ตลอดเวเลา

ทุกๆคนบนโลกที่ได้ไปต่างโลกเป็นเวลา 10 ต่างก็ได้เรียนรู้ในกฏการเอาตัวรอดนี้ พวกเขาได้เรียนรู้ในการใช้มานาด้วย แน่นอนว่านี้มันยกเว้นยูอลิฮาน

{แกว๊กกกกกกกก!}

นกยักษ์ได้ปรากฏตจัวขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง ทั่วทั้งร่างของมันได้ปกคลุมไปด้วยสีทองและในทุกๆครั้งที่มันกระพือปีกจะเป็นสายฟ้าล่วงลงมารอบๆมัน

ยูอิลฮานก็ไม่สามารถจะคาดเดาได้ว่าก่อนหน้านี้มันเป็นสัตว์ประเภทใน เขาเดาว่ามันน่าจะต้องปะทะกับมอนสเตอร์ตัวอื่นมาจำนวนมากก่อนที่จะวิวัฒนาการมาเป็นแบบนี้

ยูอิลฮานได้พึมพัมออกมาเมื่อมองไปที่สายฟ้าที่ปรากฏขึ้นมาจากมานาที่เกี่ยวข้องกับสายฟ้าที่รวบรวมมาทางมัน

"มันดูเหมือนว่าหากฉันโดนโจมตีฉันก็น่าจะบาดเจ็บนิดหน่อยนะ มันดูว่าน่าจะแข็งแกร่งยิ่งกว่าหัวหน้าโทรลล์แห่งที่ราบสูงซะอีก"

[ฉันไม่คิดว่ามันจะจบลงแค่นิดหน่อยนะ] (ลิต้า)

ยูอิลฮานได้คิดกับตัวเองพักหนึ่งแต่แล้วเขาก็ตัดสินใจ เขาจะไม่มีทางตายแน่นอน! ถ้ามันเจ็บมากไปนิด งั้นเขาก็ยินดีที่จะรับมัน นี่มันไม่ใช่เพราะเขาเป็นคนวิปลาส แต่ว่านี่มันเป็นเพราะว่าเขาต้องการจะฝึกการฟื้นฟูเหนือมนุษย์

ต้องขอบคุณการที่พลังเหนือมนุษย์ที่เพิ่มมาถึงเลเวล 15 ทำให้ระยะเวลาของมันเหลือ 2 นาที นอกไปจากนี้เขายังสามารถลดผลสะท้อนกลับได้อีกด้วยทำให้เขาไม่ต้องลังเลอีกต่อไป

"ดีล่ะ มาฆ่ามันดีกว่า"

ยูอิลฮานได้ทีบตัวพุ่งออกไปจากพื้น ประกายสายฟ้าของนกมันยังคงกระจายออกมาทุกที่ทำให้เขาต้องเจอกับสายฟ้าพวกนั้นก่อนจะได้โจมตี เมื่อที่จะหลบมันนี้เขาจำเป็นจะต้องโจมตีมันในจุดที่สูงกว่าเท่านั้น

"ฮึบ"

ยูอิลฮานได้กระโดดสูงขึ้นห่างจากนกประมาณ 200 เมตร ในก่อนหน้านี้มันมีสิ่งก่อสร้างที่ทำให้เขากระโดดไปได้สูงกว่านี้ แต่ว่าในตอนนี้มันไม่มีเลย

แต่ยังไงยูอิลฮานก็ไม่ได้คิดอะไรมาก แค่ด้วยพลังขาของเขาและพลังที่เพิ่มขึ้นมาจากสกิลพลังเหนือมนุษย์แล้วเสริมด้วยเทคนิคในการกระโดดที่ดีที่สุดที่เขาสลักเอาไว้ในตัวมาตลอดการฝึกก็ช่วยเขามากพอแล้ว

[คุณได้รับทักษะตามเงื่อนไขแล้ว กระโดด คุณสามารถจะใช้มันได้ในขณะที่ใช้พลังเหนือมนุษย์และคุณจะสามารถใช้มันกระโดดสูงขึ้นไปด้วยการเสริมพลังที่ขา คุณสามารถจะกระโดดได้เร็วและสูงมากขึ้นตามเลเวลของสกิลที่เพิ่มขึ้น]

ร่างกายของยูอิลฮานได้ลอยสูงขึ้นไปหลายร้อยเมตรในทันที แม้แต่เขายังรู้สึกเวียนหัวกับสภาพแวดล้อมที่เปลื่ยนเร็วเกินไป แต่ว่าไม่นานนักเขาก็ตั้งสติได้และเล็งไปที่เป้าหมาย

นกสายฟ้ายักษ์ที่ดูเหมือนจะรู้ว่ามนุษ์ได้เข้ามาในดันเจี้ยน แต่ว่ามันก็ไม่ได้รู้สึกถึงตัวของยูอิลฮานที่อยู่ใต้เท้าของมันเลย!

ร่างกายของเขาได้พุ่งโค้งลงไปอย่างสวยงาม ในตอนนี้เองจู่ๆร่างกายของนกสายฟ้าก็เริ่มขยับ

ยูอิลฮานได้เดาะลิ้นขึ้นและปรับทางพุ่งของเขาด้วยขากางอากาศแต่ว่ามันดูจะยากเกินไปที่จะเล็งหัวของมัน เขาได้เดาะลิ้นและพึมพัมออกมา

"ให้ตายสิ ผิวของมันจะพังเอาเนี้ย"

[นั่นมันเป็นปัญหาด้วยหรอ?] (เอิลต้า)

ในตอนนี้ที่เขากำลังจะล่วงลงไปบนพื้นหากเขาไม่ระวัง ยูอิลฮานได้เปิดใช้ออฟชั่นน้ำหนักของกระเป๋าสะพายทันที เขาได้ย้ายน้ำหนักของกระเป๋าสะพายเข้าไปที่ pile bunker

เนื่องจากว่าเขาได้เก็บของมาตลอดทั้งสามวันนี้ทำให้น้ำหนักในกระเป๋าของเขามันมากกว่าสิบตันไปแล้ว ยูอิลฮานได้เพิ่มความเร็วในการตกลงไปมากยิ่งขึ้น

ภาพของนกยักษ์ได้ชัดขึ้นมาเรื่อยๆ ฉันวิ่งไม่ได้ -- นูอิลฮานได้ยิ้มขึ้นมาและตอก pile bunker ลงไปทั้งแบบนั้น

ตึก

{แกว๊กกกกกกกกกกก!}

เสียงเจาะได้ดังขึ้นในทันทีที่กระสุนเข้าไปในรางของมันและเสียงร้องก็ดังก้องออกมา pile bunker ได้ยิงกระสุนเข้าไปในร่างของนกสายฟ้าได้อย่างสมบูรณ์แบบ แต่เนื่องจากว่าความแข็งแกร่งของตัวนกทำให้กระสุนได้หยุดลงกลางทาง

pile bunker ที่ซึ่งได้จัดการฆ่ามอนสเตอร์ไปจำนวนมากจนกระทั่งตอนนี้ได้ล้มเหลวเป็นครั้งแรก

{แกว๊กกก แกว๊กกกกกกกกก!}

"อึก"

ดูเหมือนกับมันจะเจ็บอย่างมากทำให้สายฟ้าได้กระจายออกมาจากร่างมัน ยังไงก็ตามในทันทีที่ยูอิลฮานรู้ว่าการฆ่านกนี่ในทันทีล้มเหลว เขาก็ได้ปล่อย pile bunker ทิ้งและกระโดดถอยมา

แทบจะเวลาเดียวกันที่ปีกของนกได้ยกขึ้นเป็นวังวนสายฟ้า เพราะการตัดสินใจที่รวดเร็วของยูอิลฮานทำให้เขาหลบออกมาจากระยะของวังวนได้แต่ว่า pile bunker ที่เขาถึงเอาไว้ได้โดนวังวนนั้นเขาและหมุนไปบนท้องฟ้า

แต่มันโชคดีมากที่มันยังไม่ได้พังลงไป

"ฉันจะไม่ปล่อยแกไปแน่ถ้า pile bunker ที่รักของฉันบาดเจ็บ"

[....ไม่ว่ายังไงคุณก็ไปฆ่ามันเถอะ] (เอิลต้า)

ยูอิลฮานได้ตรวจสอบในระยะเวลาของพลังเหนือมนุษย์ในทันทีที่ลงถึงพื้นได้อย่างปลอดภัย มันมีเวลาราวๆ 1 นาที 12 วินาที มันเป็นเรื่องดีถ้าหากว่าเขาสามารถจะฆ่ามันได้ด้วยหอกของเขา แต่ว่าจากภาพที่เห็นมันปล่อยสายฟ้าออกมา เขารู้สึกว่าเขาทำแบบนั้นไม่ได้

นอกไปจากนี้หลังจากที่นกมันได้รับการโจมตีไปแล้วเจ้านกยักษ์มันก็รู้ในตำแห่งของเขาและกระสุน pile bunker ก็ยังอยู่ในร่างกายของมัน มันได้พุ่งเข้ามาหาเข้าพร้อมๆกับวังวนสายฟ้ารอบตัวมันทันที ต่อให้โดนรถไฟชนน่าก็จะดีกว่าถูกมันชนเข้าแน่นอน

ยูอิลฮานได้วิ่งถอยหลังไปในทันทีพร้อมกับหัวเราะ แหะแหะ เขาไม่ได้มีงานอดิเรกในการไปฆ่าตัวตายแน่นอน

[ทำไมไม่ฝึกการฟื้นฟูเหนือมนุษย์ล่ะ?]

"ไม่ดีแน่ ไว้ลองทีหลังเถอะ"

การตอบกลับแบบล้อเรียนของเอิลต้านี้ทำให้ยูอิลฮานหยิบที่ขว้างหอกแสงจันทร์ออกมา ถึงแม้ว่ามันจะมีออฟชั่นในการเพิ่มระยะ แต่ว่าหากดูสถานการณ์ที่มันกำลังพุ่งเข้ามาหาเขามันก็ไม่ได้ดีเลยสักนิด

ถ้าหากว่ามีดวงจันทร์อยู่บนฟ้าพลังโจมตีและความแม่นยำจะเพิ่มขึ้นมา 40% แต่ว่าโชคร้ายที่มันไม่ได้เป็นแบบนี้

"นี่มันเป็นภาพที่น่ากลัวจริงๆเลย"

ยูอิลฮานได้บ่นออกมาเบาๆทั้งๆที่วิ่งหลบนกสายฟ้าที่พุ่งเข้ามา เอิลต้าได้ถามกลับไป

[ถ้างั้นทำไมมันไม่ระเบิดล่ะ?]

"ฉันออกแบบมาให้มันระเบิดเฉพาะในตอนที่มันเข้าไปในร่างกายศัตรูสมบูรณ์เท่านั้นเพราะกลัวว่ามันจะทำร้ายฉันเอง"

เขาทำแบบนั้นได้ยังไงกัน? เขานี่มีความสามารถจริงๆ

ยังไงก็ตามถึงแม้เอิลต้าจะได้ยินเพียงแค่นี้แต่เธอก็ตระหนักได้ถึงสิ่งที่ยูอิลฮานตั้งใจจะทำแล้ว

[คุณกำลังจะขว้างหอกเข้าใส่กระสุนเพื่อให้มันเข้าไปลึกขึ้นสินะ]

"ใช่แล้ว"

ยูอิลฮานได้จับที่ขว้างหอกแน่น เขาได้ตรวจสอบในระยะห่างและระยะเวลาของพลังเหนือมนุษย์ 29 วินาที ไม่มีปัญหา

"ฟู่"

เขาได้กระโดดขึ้นไปอีกครั้งหนึ่ง เนื่องจากสกิลกระโดดทำให้เขาเคลื่อนไหวร่างกายได้ถูกต้องส่งผลให้เขาลอยสูงขึ้นไป

โอกาสมันได้เพิ่มขึ้นแล้ว โอกาสที่เขาจะขว้างหอกเข้าไปในจุดๆเดียวกับครั้งที่แล้ว และในเวลาเดียวกันนี้มันก็เป็นโอกาสสำหรับนกที่จะโจมตียูอิลฮานที่ไม่สามารถจะขยับได้อย่างอิสระ

{แกว๊กกกกกกก!}

นกยักษ์ได้พ่นก้อนสายฟ้าออกมาจากปากของมัน เนื่องจากว่าเขาคำนวนเอาไว้แล้วยูอิลฮานจึงได้รับมันด้วยร่างกายของเขาและเขาได้หยุดอยู่กลางอาการแปปหนึ่งเพราะแรงกระแทก

"ฟู่"

สายฟ้าสีทองได้ไหลผ่านร่างของยูอิลฮาน มันเจ็บมากจริงๆ การฟื้นฟูเหนือมนุษย์ได้ทำงานในทันทีแต่ถึงแม้แบบนั่นเขาก็ไม่สามารถจะฟื้นตัวมาสมบูรณ์ได้

ยังไงก็ตามถ้าเขาพลาดโอกาสนี้งั้นเขาก็จะต้องเจอสิ่งที่หนักกว่านี้เพราะการพุ่งเข้ามาของมันแน่ ยูอิลฮานที่คิดแบบนี้ได้ททนเอาไว้

เขาได้กัดฟันแน่นและเกร็งแขนไว้ ร่างกายของเขาที่สั่นเพราะสายฟ้าได้หยุดลงเพราะจิตใจที่เหนือกว่ามนุษย์ของเขา

"ฮ่าห์!"

ในตอนนี้เองยูอิลฮานได้เหวี่ยงแขนอย่างรุนแรงใช้ที่ขว้างหอกปาหอกออกไป การโจมตีนี้มันรวดเร็วยิ่งกว่าก้อนสายฟ้าของนกยักษ์ก่อนหน้านี้ซะอีก

หอกสั้นที่ถูกยิงออกไปได้ทะลวงวังวนสายฟ้าที่มอนสเตอร์คงสภาพเอาไว้อยู่ก่อนที่จะโจมตีเข้าไป

หอกสั้นที่เขาขว้างเขาไปได้ไปถึงกระสุนในที่สุดและปะทะเข้ากันอย่างรุนแรง กระสุนที่ได้รับแรงกระแทกจากหอกสั้นได้เจาะเข้าไปในร่างกายของนกยักษ์ และในตอนนี้เองมันได้ระเบิดเศษต่างๆนับพันนับหมื่นออกมาภายในร่างกายของนก

{แกว๊กกกกกกกกกกก!}

เมื่อได้เห็นนกยักษ์ตกลงไปร้องอยู่กับพื้น ยูอิลฮานก็ลงไปถึงพื้นและใส่หอกสั้นลงไปในที่ขว้างหอกเพื่อเตรียมเอาไว้

แต่ยังไงก็ตามนั่นมันก็ไม่จำเป็นแล้ว วังวนสายฟ้ารอบๆร่างกายของนดูเหมือนจะอ่อนแอลงไปก่อนที่จะหายไปในที่สุด และในเวลาต่อมามันก็ร้องออกมาเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะตายลงไปโดยสมบูรณ์

[คุณได้รับค่าประสบการณ์ 6,965,384]

[คุณได้รับบันทึกนกสายฟ้ายักษ์เลเวล 122]

[คุณได้เติมเต็มเงื่อนไขหนึ่งอย่างในการได้รับสกิลใช้งาน สวนกลับ ถ้าหากว่าคุณเติมเต็มได้มากกว่าสามอย่างคุณก็จะได้รับสกิลสวนกลับ]

[ระยะเวลาพลังเหนือมนุษย์ได้จบลง พลังของกล้ามเนื้อของคุณจะลดลง 60% เป็นเวลา 7 นาที 30 วินาที]

[ผู้สะสมความตายได้กลายเป็นเลเวล 4]

[คุณได้กลายเป็นเลเวล 60 พละกำลัง +1 ความว่องไว +2 พลังชีวิต + 1 พลังเวทย์ +1]

พลังความตายนี่ได้เข้าไปในร่างของยูอิลฮานก่อนที่จะหายไปเพราะการเลเวลอัพ

ยังไงก็ตามการแสดงออกของยูอิลฮานไม่ได้ดีเลยถึงแม้ว่าเขาจะผ่านสถานการณ์นี้มาได้

[มีอะไรอิลฮาน] (ลิต้า)

"ฉันรู้สึกสงสัยว่าทำไมฉันถึงได้เลเวลอัพเอาตอนนี้"

[อ่า]

ยูอิลฮานได้จับที่ขว้างหอกแน่น

บังเอิญที่ในเวลาเดียวกันนี้ที่ pile bunker ที่ซึ่งลอยอยู่ได้ตกลงมาบนพื้นด้วย และในตอนนี้วังวนก็โผล่ขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง

นี่มันหมายความว่า

{แกว๊กกกก}

{ก๊าซซซซซซ}

"แน่นอนว่ามันไม่มีทางที่สัญชาตญาณของฉันมันจะผิดแน่นอน!"

[อย่ามาโม้แบบภูมิใจสิ!] (เอิลต้า)

และในตอนนี้เองเขาก็ได้วิ่งไปรอบๆอีกหน่อยเพื่อให้การต่อสู้จบลง

จบบทที่ บทที่ 56 - ฉันแบกเอง (4) [อ่านฟรีวันที่ 07/10/61]

คัดลอกลิงก์แล้ว