เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 49 - คู่หูเฉพาะสำหรับฉัน (2) [อ่านฟรีวันที่ 23/09/61]

บทที่ 49 - คู่หูเฉพาะสำหรับฉัน (2) [อ่านฟรีวันที่ 23/09/61]

บทที่ 49 - คู่หูเฉพาะสำหรับฉัน (2) [อ่านฟรีวันที่ 23/09/61]


บทที่ 49 - คู่หูเฉพาะสำหรับฉัน (2)

 

นายูนากับคังฮาจินเมื่อได้มาถึงสนามบินที่เกาหลีทั้งสองคนก็ได้รับความสนใจเป็นอย่างมากจากทั้งความสวยหล่อของพวกเขา โดยเฉพะอย่างยิ่งความสวยของนายูนาที่ทะลุเหนือมนุษยชาตไปแล้วทำให้เป็นเรื่องปกติที่จะถูกสายตาจำนวนมากจับจ้อง

"ทั้งสองคนช่วยมาทางนี้ด้วยครับ"

ชายที่ได้ไปมีประสบการณ์ต่อสู้กับเสือดาวร่วมกับยูอิลฮษนอย่างเฟร็ดได้เข้ามาต้อนรับทั้งสองคนนี้และนำทางทั้งสองคนออกไปจากสนามบิน เมื่อรถลีมูซีนที่รออยู่ได้เปิดขึ้นมาก็ได้มีเสียงหนึ่งดันเจี้ยน

"ได้มันมาไหม?"

จักพรรดินีคังมิเรย์ได้ใส่ชุดคลุมสีดำและใส่แว่นกันแดดแทนหน้ากากของเธอ

"แน่นอนสิ"

"เสียงพี่ฮาจินดูน่าเชื่อถือนะแต่จริงๆแล้วพี่ฮาจินกำลังท้อแท้"

"นายูนา!"

นายูนาได้เปิดเผยความอัปยศของคังฮาจินออกมาอย่างไม่ลังเลให้ทุกคนได้รู้ คังฮาจินได้พยายามจะหยุดเธอเอาไว้แต่มันก็สายเกินไปแล้ว

คังมิเรย์ได้ปล่อยให้ทั้งสองคนขึ้นมาบนรถและได้แสดงความสงสัยออกมาให้เห็น

"นายได้มันมา แต่ว่าสิ่งที่ได้เป็นขยะ?"

"ฟังนะ ฟังมิเรย์"

"ฟู่ววว...."

ในตอนนี้มันมาถึงจุดที่หยุดเธอไม่ได้แล้ว คังฮาจินได้แต่อดทนฟังในสิ่งที่เขาต้องเศร้าใจ

"...ชาวเกาหลีที่ใช้หอก? เขาคนนั้นชื่อยูอิลฮาน?"

"เขายังใช้ของแบบ pile bunkers ด้วยนะ เฟย์ต้าได้บอกว่าเขาเป็นคนที่แข็งแกร่งที่สุดบนโลกในตอนนี้และก็อาจจะเป็นในอนาคตอีกด้วย"

"ถ้าหากว่าทูตสวรรค์พูดแบบนี้มันก็คงจะเป็นแบบนี้จริงๆ ใช่สิ หืมมม"

คังมิเรย์ได้ตอบกลับขึ้นไปหลังจากฟังเรื่องเขาของนายูนาและใส่แว่นกันแดดกลับเข้าไปอีกครั้ง จากนั้นเธอก็ได้หันหน้าออกไปมองนอกหน้าต่าง

"ยังไงก็ตามเถอะขอบคุณพวกเธอมากนะ ในตอนนี้ฉันก็จะได้เลื่อนขั้นไปคลาส 2 ได้แล้ว"

"นี้มันเป็นส่วนที่เหลือทั้งหมดแล้ว! แต่ว่านะมิเรย์ทำไมจู่ๆถึงหันไปข้างนอกหล่ะ?"

"ฉันก็แค่อยากจะเห็นทิวทัศน์ด้านนอกนะ"

"มันมีอะไรน่าสนใจหรอ?"

นายูนาได้พุ่งตัวเข้าไปใกล้คังมิเรย์และมองออกไปนอกหน้าต่าง ยังไงก็ตามสิ่งที่เห็นก็มีแค่ถนนทำให้คังฮษจินได้เอะใจได้และถามออกมา

"เธอรู้จักเขา?"

"ไม่พี่ ฉันได้ยินชื่อเขาเป็นครั้งแรก"

คังมิเรย์ได้ตอบออกมาอย่างสงบๆ

"แต่ว่าการได้ยินว่าเขาคนนั้นแข็งแกร่งกว่าฉันมันทำให้ฉันสงสัยนิดหน่อยนะ เอาล่ะแน่นอนว่าเขาคงจะทิ้งห่างฉันได้ไม่นานหรอก"

"เอ๋ ปากแข็งเหมือนเคยเลยนะ"

"มิเรย์ที่เป็นแบบนี้น่ารักที่สุดเลย!"

"เฮ้ เธอนี่มันน่ารำคาญจริงๆ"

ยังไงก็ตามถึงแม้ว่าเธอจะบอกว่ารำคาญแต่คังมิเรย์ก็ไม่ได้ผลักนายูนาออกไป พวกเธอทั้งสองคนเป็นเพื่อนรักกันตั้งแต่เด็กๆและต้องแยกจากกันไปเป็นเวลาสิบปี เมื่อพวกเขาได้กลับมาอยู่ด้วยกันทำให้ความสัมผัสของพวกเธอแน่นแฟ้นขึ้นไปอีก

"ยังไงก็ตามฉันก็ยังสงสัยในคนๆนั้น ฉันบอกว่าฉันจะให้เบอร์ของฉันกับเขาอะ แต่ว่าเขาไม่ยอมรับเลย!"

"ฟุ เขาไม่รับสินะ"

"นี่... มิเรย์ อย่ามาหัวเราะฉันนะ"

"ไม่เลย"

"ใช่ไหมล่ะ? เอาเถอะเราไปดื่มเบียร์กันดีกว่า เบียร์!"

"หลังจากที่เราได้กลับไปที่บ้านฉันจะต้องเลื่อนไปคลาส 2 ก่อน"

"ใช่เลยยยย!"

เมื่อคังฮาจินได้เห็นสองสาวนี้คุยกันอย่างสนุกสนามเขาก็ถอนหายใจออกมาและทิ้งตัวลงไปนอนบนเก้าอี้ จากนั้นเขาก็คิดย้อนไปถึงยูอิลฮานที่อยู่ๆก็หายไปก่อนที่จะขึ้นเครื่องบิน

'ไม่เป็นไร จุดแข็งของฉันมันไม่ได้มีแค่การต่อสู้ อย่าได้ดูถูกตัวเองสิคังฮาจิน การอิจฉามันจะมีแต่ทำให้ฉันดูอ่อนแอ ฉันจะต้องทำในสิ่งที่ทำได้ให้ดีที่สุด'

สักวันหนึ่งเขาจะต้องนำหน้ายูอิลฮานให้ได้ จากนั้นมันก็ไม่ต่างจากการที่เขาชนะแล้ว คังฮาจินได้หลับตาลงจินตนาการถึงฉากนั้นๆและรถลีมูซีนก็มุ่งไปสู่จุดหมายอย่างราบรื่น

ในขณะเดียวกันยูอิลฮานก็กำลังวิ่งกลับบ้านอย่างขยันขันแข็ง เขาได้วิ่งเร็วกว่ารถลีมูซีนของสามคนนั้นราวๆสามเท่า

"ฉันกลับมาแล้ว"

จากสนามบินจนมาถึงที่ที่เขาอาศัยอยู่เขาได้ใช้เวลาเดินทางกลับมาไม่ถึงสิบนาทีก่อนที่จะเปิดประตูเข้าไปในบ้านอย่างภูมิใจ แต่ดูเหมือนว่าพ่อเขาจะยังไม่ได้กลับมาจากที่ทำงานเลยและแม่ของเขาก็ได้ไปที่ไหนสักที่หลังจากทิ้งข้อความไว้บนโต๊ะอาหาร

ยูอิลฮานได้อ่านใบข้อความนั้น

[ฉันได้ยินมาว่ามีอาหารทะเลสดๆอยู่ดังนั้นฉันก็เลยไปทำเควสที่ยาอูมิน ฉันจะกลับมาก่อนอาหารเย็นนะ]

"โว้ว"

ยูอิลฮานได้ส่งเสียงออกมาเศร้าๆ ถ้าหากว่าเขาไม่ได้เห็นคำว่า 'เควส' เขาก็คงคิดว่าแม่จะไปจ่ายตลาดซะอีก

'แม่ของฉันน่าจะแข็งแกร่งพอควรสินะ?'

พ่อของเขามักจะบ่นอยู่ทุกๆวันว่ามอนสเตอร์น่ากลัว ฉันไม่มีพรสวรรค์และฉันอ่อนแอและอะไรพวกนี้ แต่ว่าแม่ของเขาไม่ได้เป็นแบบนี้หรอ? อย่างน้อยมันก็ชัดเจนว่าแม่มีพรสวรรค์มากกว่าพ่อ ถ้าไม่ใช่แบบนั้นแม่ก็คงจะไม่กล้าไปต่างโลกอีกครั้งแน่ๆ

เมื่อได้รู้ว่าจะมีอาหารทะเลยูอิลฮานได้ล้างร่างกายที่เหนียวเหนอะของเขาก่อนที่จะต้องไปที่ห้องทำงาน

เขาได้โบกมือให้กับเพลิงนิรันดร์เป็นการทักทายและตรงเข้าไปทำงานที่ยังไม่เสร็จ งานการชำแหละของเขายังไม่เสร็จเลย

"ฉันอาจจะต้องทิ้งเนื้อไปทั้งหมด"

ถึงแม้ว่าเนื้อพวกนี้จะเน่าช้ามากๆเมื่อเทียบกัเนื้่อตามปกติเพราะมานาที่ไหล่อยู่ของมัน แต่ว่าเนื้อมันก็ยังเน่าอยู่ดี ในตอนนี้เนื้อส่วนใหญ่ยังไม่เป็นไร แต่ว่ามันมีจำนวนมากเกินไปที่เขาจะจัดการได้หมด

'ฉันควรจะขอเพิ่มฟังก์ชั่นป้องกันการเน่าเสียในกระเป๋าด้วยดีไหมนะ?'

ยูอิลฮานได้คิดขึ้นก่อนที่จะรู้ตัวถึงเหลือหนึ่ง

'ฉันทำเองไม่ได้หรอ?'

ยังไงก็ตามไม่นานนักเขาก็ได้โยนความคิดนี้ทิ้งไป การเพิ่มออฟชั่นให้กับกระเป๋าสะพายเป็นสิ่งที่ทำขึ้นได้จากการที่ทูตสวรรค์หลายตนได้ร่วมมือช่วยกันทำ ในเมื่อเขายังใช้มานาไม่ได้และไม่มีเลเวลของหัตถกรรมมานาที่สูงพอ เขาจึงไม่สามารถจะท้าทายขีดจำกัดนี้ได้

โดยเฉพาะอย่างยิ่งมันยิ่งยากเมื่อจะฝืนกฏทางกายภาพ มันเป็นเรื่องฉลาดแล้วที่ยอมแพ้เร็วๆ

ยูอิลฮานได้ชำแหละกิ้งก่าเพลิง โทรลล์ และแมงป่อง เขาได้เริ่มแยกเนื้อด้วยการแบ่งสายพันธ์และใช้ห่อสูญญากาศที่เตรียมเอาไว้ใส่เนื้อของลงไปและเก็บห่อสูญญากาศนั้นกลับเข้าไปในกระเป๋าสะพายก่อนที่จะแบ่งออกไปใส่ตู้เย็นด้วย

เขาได้ตัดสินใจที่จะทิ้งเนื้อจำนวนมากออกไปเช่นกัน มันไม่ใช่ว่าเขาจะไม่มีโอกาสล่ามอนสเตอร์อีกนี่ มันไม่จำเป็ฯจะต้องมาเสียดายเลย

'เดี๋ยวนะ การโยนมันทิ้งก็จะเสียเปล่าเกินไปนะ'

ยูอิลฮานได้มองไปที่เพลิงนิรันดร์และถามออกมา

"นายกินเนื้อด้วยปะ?"

เขารู้สึกราวกับว่าเพลิงนิรันดร์ได้หยักหน้าของมัน ไม่สิ จริงๆแล้วมันก็ไม่ได้สำคัญอะไรเลย

ยนูอิลฮานได้หยิบกระทะเหล็กออกมาพร้อมหัวเราะ ฟุฟุ เขาได้คิดที่จะเพิ่มค่าประสบการณ์ของสกิลทำอาหารขึ้นสักเล็กน้อยด้วยการปรุงอาหารที่เหลืออยู่ ในเมื่อเพลิงนิรันดร์กินเนื้อสุดได้เขาก็ไม่จำเป็นต้องลังเลที่จะให้มันกินนี่ นี่มันสมบูรณ์แบบสุดๆ

3 ชม. หลังจากนั้นยูอิลฮานก็ได้ทำอาหารขึ้นด้วยการย่างเนื้อง่ายๆแต่ว่าเลเวลของสกิลทำอาหารของเขาก็เพิ่มขึ้นมา 2 ระดับ

เพลิงนิรันดร์ก็ได้กลืนเนื้อทั้งหมดไปอย่างเงียบๆและทำให้กองเนื้อขนาดใหญ่ได้หายไปทั้งแบบนี้ ถ้าหากว่ามีคนได้มาเห็นแบบนี้เขาคนนั้นคงจะตกตะลึงจนพูดไม่ออกแน่

และในระหว่างที่เขาจัดการเนื้อทั้งหมดนี้ไปแล้วมันก็ยังเหลือกระดูก ผิวหนัง และเส้นเอ็นอีกด้วย ถึงแม้ว่าเขาจะทิ้งเนื้อไปแล้วแต่ตัวเขายังคงแบกน้ำหนักอยู่กว่าสิบตัน เมื่อแบบนี้เขาได้คิดว่าเขาควรจะจัดการเคลียร์ของก่อนที่จะไปเริ่มการล่าครั้งต่อไป ยูอิลฮานได้ตรงไปทำงาน

เขาได้เริ่มจัดการทำหนังยางยักษ์ขึ้นด้วยเส้นเอ็นของโทรลล์และกิ้งก่าเพลิง แต่ว่าผลลัพธ์มันไม่ได้ดีนัก สิ่งที่ทำขึ้นจากกิ้งก่าเพลิงมันไม่ได้ผลดีเลยซักนิด และของท่ทำขึ้นจากโทรลล์ก็ไม่ได้มีความยืดหยุ่นเหมือนกับเส้นเอ็นของเสือดาวเงา

"ถ้างั้น"

ยูอิลฮานได้หันหน้าไปมองกล้ามเนื้อของหัวหน้าโทรลล์ผู้เขา นี้มันมีความเป็นไปได้มากมาย เขาได้เริ่มใช้แหนบจับเส้นเอ็นและดึงมันออกมาวางบนไฟทันที

"นายจำอุณหภูมิในตอนนั้นได้ใช่ไหม?"

พรึบ เพลิงนิรันดร์ได้ลุกแรงขึ้นเหมือนกับการตอบกลับเขา

เขาได้ตั้งสมาธิมองดูเส้นเอ็นที่ถูกเผาอยู่

ถึงแม้ว่าในช่วงหลายร้อยปีที่เขาได้ฝึกมาจะทำให้เขาตระหนักได้ว่าเขาควรจะจริงจังในงานทุกอย่างที่เขาจะต้องใช้ไฟ ทุกๆคนจะต้องจริงจังมากๆเพราะหากเผลอไปแปปเดียวอาจจะเหลือแต่ความว่างเปล่าก็ได้ นี้มันเป็นเหตุผลที่ทำให้ยูอิลฮานนับถือในพ่อครัว

เส้นเอ็นได้เริ่มเรืองแสงสีแดงออกมา เขาได้เห็นฉากนี้เมื่อตอนที่เขาเผาเส้นเอ็นของโทรลล์ปกติเช่นกัน แต่ยังไงก็ตามในตอนนั้นมันจะถูกเผาไป

เส้นเอ็นของหัวหน้าโทรลล์แห่งที่ราบสูงจะทนต่อเพลิงนิรันดร์และพัฒนาขึ้นไปสำเร็จไหมนะ? ยูอิลฮานได้เฝ้าคอยด้วยใจที่เต้นระรัว

เส้นเอ็นได้แดงมากยิ่งๆขึ้น ยูอิลฮานสามารถจะมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าเลยว่ามันไม่ได้แค่เพิ่มความร้อนขึ้นเท่านั้น แต่ว่ายังเปลื่ยนโครงสร้างไปอีกด้วย แน่นอนว่ามันไม่ได้เผาอย่างไร้ผลแน่นอน เอาล่ะความทนทานของระหว่างคลาส 2 กับคลาส 3 มันต่างกันมากจริงๆ

สำเร็จ ยูอิลฮานได้มั่นใจแล้ว เขาสามารถจะสร้างหนังยางยักษ์ขึ้นได้อีกอันแล้ว

ยังไงก็ตาม ในตอนที่เขาคิดว่ามันสำเร็จแล้วเส้นเอ็นก็ได้เสียสีแดงไปและเปลื่ยนเป็นสีขาว ความตรึงเครียดของยูอิลฮานได้คลายลงไป

"อย่างที่คิดไว้ มันมีขีดจำกัดในการทำความร้อนสินะ?"

บางทีปัญหาที่เกิดขึ้นมันก็เพราะว่าการที่เขาได้ใช้วิธีเดิมๆในการสร้างวัสดุใหม่

ในท้ายที่สุดแล้วเพลิงนิรันดร์ก็ยังคงเป็นเพลิงอยู่ มันมีความเป็นไปได้ที่จะทำให้เส้นเอ็นของหัวหน้าโทรลล์แห่งที่ราบสูงพัฒนาขึ้นไปได้อแต่ว่าบางที่มันอาจจะจำเป็นต้องมีสิ่งอื่นทำให้เกิดการเปลื่ยนแปลงเพิ่มด้วย

ในตอนนี้เพลิงนิรันดร์ได้ลุกไหม่เป็นสีฟ้าและห่อหุ้มเส้นเอ็นเอาไว้ ในขณะที่ทำแบบนี้เพลิงก็ได้กระเซ็นออกมาด้านนอกเหมือนกับมันกำลังแลบลิ้นออกมา

"ฉันจะเป็นต้องให้อาหารอะไรหรือป่าว?"

ยูอิลฮานได้หยิบเอาหินพลังเวทย์คลาส 2 ออกมาด้วยความคิดแบบนี้ จากนั้นก็โยนมันออกไปโดยไม่ลังเล เพลิงนิรันดร์ที่ได้กินหินพลังเวทย์ลงไปได้ส่องสว่างขึ้นมา

ในเพลิงสีน้ำเงินเส้นเอ็นได้ค่อยๆเปลื่ยนเป็นสีแดงขึ้นไป มันดูเหมือนว่าจะเรืองแสงขึ้นไปเรื่อยๆและหดตัวลง เมื่อเห็นการที่เปลื่ยนแปลงกในครั้งนี้มันชัดเจนยิ่งกว่าในตอนที่เขาทำหนังยางยักษ์ด้วยเส้นเอ็นของเสือดาวซะอีก ยูอิลฮานได้กำหมัดแน่นและตะโกนออกมา

"เพลิงนิรันดร์สุดยอดที่สุดแล้ว ฉันไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว"

จากนั้นเมื่อเผาได้ซักระยะหนึ่งยูอิลฮานก็ได้คีบเอาหนังยางยักษ์ออกมาซึ่งมันได้เปลื่ยนไปจนถึงจุดที่ลักษณ์เดิมๆได้หายไป เอกลักษณ์ที่โดดเด่นเป็นพิเศษได้ปรากฏออกมาแทน

มันยืดหยุ่นยิ่งกว่าที่ทำขึ้นจากเสือดาวดำและมันมีความทนทานสูงกว่าเช่นกัน หนังยางยักษ์ที่สมบูรณ์แบบได้เกิดขึ้นมาแล้ว

'เธอจะกลับมาในตอนที่ฉันสร้างอาวุธหรือป่าวนะ?'

ยูอิลฮานได้คิดถึงเอิลต้าและยังนึกไปถึงลิต้าอีกด้วย แต่ว่าเขาก็ตัดสินใจที่จะละเรื่องนี้เอาไว้ก่อน

'ฉันหวังว่าเธอจะมาเร็วๆและติดออฟชั่นให้กระเป๋าฉันสักเก้าอย่างนะ'

มันก็น่าจะดีถ้าฉันขอเธอซัก 100 ออฟชั่น.... ยูอิลฮานได้จับค้อนขึ้นในขณะที่ฮัมเพลงในใจ

นับจากนี้คือช่วงเวลาที่น่ายินดีในการสร้างอุปกรณ์

ในขณะเดียวกันทูตสวรรค์ที่เขาคิดถึงก็อยู่ในที่เดียวกันโดยบังเอิญ พวกเธอกำลังอยู่ในการประชุม

[จากผลการสืบสนมันได้พบว่าเร้ต้าคาร์อิฮ่าห์เป็นสิ่งมีชีวิตที่มีสติปัญญา เอลฟ์ ในโลกที่ชื่อว่า 'เดเรย์']

[อ่า ฉันจำได้ว่าฉันเคยเจอกับเธอในตอนที่ฉันทำหน้าที่ในต่างโลก เธอเป็นเด็กที่มีพรสวรรค์ ประวัติศาสตร์ของโลกนั้นอาจจะเปลื่ยนไปถ้าเธอเกิดขึ้นกว่านี้ซัก 500 ปี]

[เดเรย์คือโลกที่ถูกทิ้ง แต่ว่าทำไมเธอถึงได้มาปรากฏขึ้นในดันเจี้ยนบนโลกล่ะ? ไม่สิ โลกไปเชื่อมต่อกับโลกที่ถูกถอดทิ้งได้ยังไง?]

[มันจะเกี่ยวข้องกับการซ้อนทับของกับดักแห่งการทำลายล้างหรือป่าว?]

เมื่อทูตสวรรค์ได้พูดคำๆนี้ออกมาทำให้ที่แห่งนี้ได้เต็มไปด้วยเสียงวุ่นวาย ทูตสวรรค์ที่อยู่หัวโต๊ะได้ทุบโต๊ะลงเพื่อที่จะสรุปสถานการณ์

[มีอยู่สองคำถามใหญ่ๆกับเหตุการณ์ในครั้งนี้ หนึ่งก็คือบางส่วนของโลกที่ถูกทอดทิ้งได้มาเชื่อมต่อกับโลก สองคือทำไมมันถึงได้เกิดดันเจี้ยนที่กับดักแห่งการทำลายทับซ้อนกัน]

[ท่านประธาน ท่านสงสัยในทูตสวรรค์คนอื่นๆงั้นหรอ?]

[ใช่แล้ว มันเป็นไปได้ ถ้าหากว่ามนุษย์ยูอิลฮานไม่ได้ฆ่าเรต้าคาร์อิฮ่าห์ก็งั้นเอิลต้ากับเฟย์ต้าก็คงจะจบชีวิตที่นั่นไปแล้ว ในกรณีที่เลวร้ายที่สุดก็อาจจะมีความเป็นไปได้ที่โลกกับโลกที่ถูกทอดทิ้งจะผสมรวมกัน]

[เดี๋ยวนะ]

ในตอนนี้เองได้มีทูตสวรรค์แทรกขึ้นมา

[ท่านบอกว่ามีมนุษย์ฆ่าเรต้าคาร์อิฮ่าห์งั้นหรอฦ]

[ฉันบอกแบบนั้น]

[มนุษย์บนโลก? ด้วยตัวเขาเอง?]

[ไม่ใช่แค่เขา มีมนุษย์ที่ชื่อนายูนาอยู่ที่นั่นด้วย] (เฟย์ต้า)

[มันเป็นไปได้หรอ? นี่มันพึ่งผ่านมาแค่สองเดือนนับตั้งแต่ที่หายนะครั้งใหญ่เกิดขึ้นมาเองนะ มนุษย์คนเดียวเอาชนะเบรกเกอร์คลาส 3 ได้ยังไงกัน?]

[ฉันก็บอกแล้วไงว่านายูนาก็อยู่ด้วย] (เฟย์ต้า)

สถานที่ประชุมนี้ได้เสียงดังขึ้นทันที เฟย์ต้าก็ได้จบลงด้วยความเงียบเพราะเธออายที่ถูกเมินถึงสองครั้งติดกัน

[นั่นมันเป็นไปได้ยังไง? ไม่ใช่ว่ามนุษย์คนนั้นน่าสงสัยหรอ?]

[ถ้าหากว่าจะหาเบื้องหลังมันไม่ใช่ว่ามนุษย์คนนั้นน่าสงสัยงั้นหรอ?]

[พวกเธอทั้งหมดเงียบไปเลย อิลฮานของฉันก็แค่แข็งแกร่งเพราะเขาได้ผ่านความทรมานเหมือนกับนรกมา]

ลิต้าได้ตะโกนระเบิดอารมณ์ออกมา

[เขาเป็นเด็กดี] (เอิลต้า)

[มีทูตสวรรค์อยู่กับยูอิลฮานตลอดเวลา มันไม่มีอะไรให้สงสัยเลย เราควรจะให้รางวัลกับเขาไม่ใช่มาสงสัยเขาแบบนี้] (ประธาน)

[ท่านพูดถูก เขาปกป้องฉันกับเฟย์ต้าและในระหว่างนั้นก็ยังได้เอาชนะเบรกเกอร์มาได้ด้วยความสามารถของเขา นอกจากนี้ก็ยังมีราบงานพลังของเขาจากลิต้าที่น่าจะส่งรายงานได้แล้ว]

ลิต้าได้เงียบลงไปแต่ว่าโชคดีที่ประธานและเอิลต้าได้แสดงความเห็นมาแบบนี้ทำให้ยูอิลฮานได้ปลอดภัย ทูตสวรรค์ที่เดิมทีไม่ชอบยูอิลฮานได้เดาะลิ้นออกมาแต่ว่าก็มีคนมากมายที่ชอบเขาเช่นกันทำให้ไม่มีใครเถียงอะไรออกมา

[ในตอนนี้เรายังสรุปไม่ได้ ดังนั้นฉันจะขอแนะนำให้เราส่งทูตสวรรค์ไปที่โลกเพิ่มขึ้นสี่เท่าเพื่อสำรวจโลกโดยละเอียด]

ด้วยคำประกาศนี้ทำให้เสียงเริ่มดังขึ้นอีกครั้ง

[4 เท่า? โลกก็เป็นแค่โลกเล็กๆที่เกิดหายนะครั้งใหญ่ เราจะไม่จริงจังเกินไปหรอ?]

[เราไม่สามารถเข้าใกล้โลกได้ถ้ามันมีปัญหาเกิดขึ้น? ฉันคิดว่าพวกเราก็มีแต่จะส่งทูตสวรรค์ไปเสี่ยง กองทัพสวรรค์ไม่ได้มีไม่จำกัดนะ]

[คุณพูดถูก อย่าได้ไปสนใจโลกเล็กๆแบบนั้นเลย]

มีทูตสวรรค์จำนวนมากได้คัดค้าน แต่ยังไงก็ตามจำนวนคนที่ยอมรับก็มากกว่า

[ไม่ โลกได้มีการเชื่อมต่อกับหลายๆโลกเช่นกัน เราไม่สามารถจะปล่อยทิ้งขว้างได้]

[ฉันเห็นด้วย มันดูน่าสนใจ]

[ฉันก็เห็นด้วย ไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่โลกก็มีสิทธิที่จะอยู่รอด]

[ฉันคิดว่ามันจะเป็นการดีถ้าหากเราดึงคนที่มีประสบการณ์จากโลกที่เสถียรแล้วมาด้วยนะ]

[ฉันเห็นด้วย]

[เห็นด้วย เห็นด้วยมากๆ ช่วยยอมรับการสมัครทำงานนี้ด้วย]

ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเป็นใครกันที่อยากจะทำงานนี้ ประธานที่ได้รับคะแนนเสียงข้างที่มากกว่าได้อนุมัติทันที

การประชุมได้จบลงทั้งแบบนี้ ทูตสวรรค์ได้เริ่มแยกออกมา

ประธานก็ดูเหมือนจะอยากพูดอะไรมากกว่านี้เมื่อเห็นทูตสวรรค์เร่งร้อนออกไปแบบนั้นแต่เพราะว่าประธานก็ยังมีมหลายๆอย่างที่สงสัยอยู่ทำให้เขาพูดออกไปแค่นั้น

[เฝ้าดูโลก ถึงแม้ว่าฉันจะทำตามต้องการไม่ได้ แต่ว่าถ้ามันเชื่อมต่อกับโลกที่ถูกทอดทิ้งอื่นครั้งงั้นสถานการณ์มันก็จะเกินรับมือแล้ว]

[ทำไมมันถึงได้เกิดขึ้นในตอนที่เราได้วางแผนจะเชื่อมต่อโลกกับต่างโลกด้วยนะ...]

[ทำไมการเชื่อมต่อถึงแข็งแกร่งมากล่ะ? ตอนนี้แม้กระทั่งตัดมันเรายังทำไม่ได้เลย]

ทูตสวรรค์ได้กระจายตัวออกไปคุยกันทันที และมีส่วนหนึ่งได้ตัดสินในรางวัลที่จะมอบให้กับยูอิลฮาน

[อะไรกันนะที่จะทำให้อิลฮานของฉันมีความสุข?]

[เราควรจะให้ในสิ่งที่ช่วยเขาได้แทนที่จะมาให้สิ่งที่ทำให้เขามีความสุขนะ]

[ฉะ ฉันยูนาด้วย เธอก็ช่วยเหมือนกัน!]

เมื่อได้ยินบทสนาระหว่างลิต้ากับเอิลต้าที่พูดคุยกันอยู่ ประธานทูตสวรร์มิวต้าก็ได้หัวเราะออกมา

[ด้วยอำนาจของฉันมิวต้า ฉันขอสัญญาว่าจะให้รางวัลที่ดีที่สุดกับเขา ลิต้า ฉันยอมรับในความดื้นรั้นของเธอเลย]

[จริงนะมิวต้า? ขอบคุณมากๆ]

[ท่านมิวต้ทำไม?]

ในขณะที่ลิต้ากำลังดีใจเอิลต้าก็เอียงหัวของเะอมา นี่มันเป็นเพราะว่ามิวต้ารู้มักจะรักษาความยุติธรรมและเข้มงวดเสมอ

มิวต้าดูเหมือนจะรู้ว่าเอิลต้าสงสัยอะไรอยู่ทำให้เธอหยักไหล่ก่อนจะตอบกลับมา

[ฉันก็แค่ทำตามประสงค์ของพระเจ้า ทำให้ความไม่สมดุลมันสมดุลก็แค่นั้น แถมยัง]

[แถมยัง?]

[ฉันคิดว่าผู้ที่ถูกคน 7,400 กว่าล้านคนทิ้งมันน่าสงสารนะ]

คำพูดของทิวต้าทำให้ทูตสวรรค์หมดคำพูดไป ถ้าหากยูอิลฮานอยู่ที่นี่เขาก็คงจะโวยวายไปแล้วแน่นอน แต่่วาโชคร้ายที่ตอนนี้เขากำลังวุ่นอยู่กับการทำงานของเขา

จบบทที่ บทที่ 49 - คู่หูเฉพาะสำหรับฉัน (2) [อ่านฟรีวันที่ 23/09/61]

คัดลอกลิงก์แล้ว