เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 44 - ฉันยังต้องเลื่อนอาชีพไปขั้นสอง (7) [อ่านฟรีวันที่ 13/09/61]

บทที่ 44 - ฉันยังต้องเลื่อนอาชีพไปขั้นสอง (7) [อ่านฟรีวันที่ 13/09/61]

บทที่ 44 - ฉันยังต้องเลื่อนอาชีพไปขั้นสอง (7) [อ่านฟรีวันที่ 13/09/61]


บทที่ 44 - ฉันยังต้องเลื่อนอาชีพไปขั้นสอง (7)

 

[หัวใจมอนสเตอร์คลาส 2 ที่กำลังหลับไหล 500/500]

[เลือดโทรลล์ 500/500 ลิตร]

[หลับสบาย 100/100 ชั่วโมง]

[หินพลังเวทย์ของมอนสเตอร์คลาส 3 1/1]

สายตาของยูอิลฮานได้มองดูแทบข้อความนี้ด้วยสายตาที่เป็นประกาศ มันไม่มีอะไรที่จะสวยงามไปมากกว่าสิ่งนี้แล้ว แกรนด์แคนยอนเทียบกับข้อความแบบนี้ไม่ได้เลยซักนิด

"แล้วตอนนี้ฉันต้องทำอะไรล่ะ?"

[การวิวัฒนาการสกิลมันก็เหมือนกับหัตถกรรมมานานั่นแหละ คุณก็แค่รวมรวมเอาวัตถุดิบมาและหลับตาตั้งสมาธิลง จากนั้นก็แค่ทำเหมือนกับในตอนที่คุณเลือกอาชีพ]

ในตอนนี้เองที่เขาได้ทำตามคำพูดของเอิลต้าอย่างเชื่อฟัง ยูอิลฮานได้หลับตาตั้งสมาธิอย่างช้าๆ

กระบวนการเปลื่ยนวัตถุดิบให้กลายเป็นบันทึกที่ยิ่งใหญ่ซึ่งยูอิลฮานไม่สามารถจะมองเห็นนี้ทำให้เขาต้องมีความอดทนเป็นอย่างมาก เดิมทีการวิวัฒนาการสกิลจะเป็นไปได้ก็ต่อเมื่อสกิลได้เพิ่มเลเวลมาจนสูงสุดเท่านั้น ดังนั้นในตอนนี้เอิลต้าจึงมองฉากนี้ด้วยความตื่นเต้น นอกไปจากนี้มันยังไม่ใช่สกิลธรรมดาแต่เป็นสกิลที่มีความยากในการได้รับถึงระดับ SSS

[รวมวัตถุดิบทั้งหมดเป็นบันทึกหนึ่งเดียว]

[คุณได้ดูดซับบันทึก สกิลพักผ่อนวัวัฒนาการแล้ว]

เขาได้รู้สึกเหมือนกับว่ามีลาวาร้อนๆถูกเทลงมาในร่างของเขา มันเป็นความเจ็บปวดที่รุนแรงและแปลกประหลาดมากซึ่งยูอิลฮานไม่เคยเจอมันมาก่อนในชีวิตของเขาเลย มันเหมือนกำลังอัพเดตตัวตนของเขาเอง

[คุณได้รับสกิลการฟื้นฟูเหนือธรรมชาติ คุณจะฟื้นฟูความเสียหายทางร่างกายและจิตใจได้อย่างรวดเร็วในตอนที่คุณได้รับความตกใจอย่างมาก ในสกิลเลเวล 1 นี้คุณจะสามารถงอกนิ้วมือได้ในทันทีที่มันถูกระเบิดหายไป เมื่อคุณใช้งานสกิลนี้คุณจะไม่สามารถใช้งานมันได้อีกจนกว่าคุณจะฟื้นพลังนี้โดยการพักผ่อนที่เพียงพอ ความสามารถดั้งเดิมของสกิลพักผ่อนก็จะยังคงอยู่]

"นี่ นี่มัน!"

[ยินดีด้วยคุณได้รับสกิลที่มีระดับการฝึกยากถึงระดับ EX]

"ฉันกะไว้แล้วว่ามันจะต้องเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น"

ยูอิลฮานได้ถอนหายใจออกมา

การฟื้นฟูร่างกายส่วนที่หายไปคือสิ่งที่ดีอย่างแน่นอน แต่ว่ามันมีเงื่อนที่เกี่ยวกับจิตใจของเขาด้วยเช่นกัน นอกไปนั้นตอนนี้เขาก็ยังฟื้นฟูได้เพียงแค่นิ้วเดียวเท่านั้นเอง แต่แม้แบบนั้นมันก็ยังเป็นสกิลที่พิเศษแน่นอน ซึ่งเขาจะฝึกมันอย่างสาหัสและเรียนรู้มันโดยไม่ลังเลใจ

"มันเป็นสกิลที่พิเศษจริงๆเลย"

[เป็นไรล่ะ? มันมีประโยชน์ใช่ไหม?]

"ใช่แล้ว ใช่เลยล่ะ"

เมื่อยูอิลฮานได้เห็นเอิลต้าภูมิใจมากเขาก็หัวเราะออกมา จากนั้นก็ยืนขึ้น

"ถ้างั้นตอนนี้ฉันก็น่าจะไปเติมเต็มเงื่อนไขในการเลื่อนอาชีพแล้วต่อแล้วนี่"

อุปสรรคที่ยากที่สุดในการเลื่อนอาชีพของเขาอย่างการฆ่ามอนสเตอร์คลาส 3 ในการโจมตีครั้งเดียวด้วยการโจมตีในตอนที่ไม่ได้ตั้งตัวได้ผ่านไปแล้ว ในตอนนี้เขาก็เพียงแค่จะต้องจัดการฆ่ามอนสเตอร์คลาส 2 100 ตัวด้วยการโจมตีโดยที่ไม่ได้ตั้งตัว และเนื่องจากว่าเขาก็เคยทำแบบนี้มานานแล้วมันก็ไม่นับเป็นอะไรใหม่เลย

[ยมทูตหน้าใหม่ เกณฑ์การเลื่อนอาชีพนี่มันโรคจิตจริงๆเลย นอกจากคุณแล้วจะไปมีใครเติมเต็มเงื่อนไขมันได้อีกล่ะเนี้ย?]

"นั่นเป็นเหตุผลที่มีอาชีพนี่โผล่มาให้ฉันได้เลือกไงล่ะ เอาล่ะไปกันดีกว่า"

[ไปเลย]

เนื่องจากแมงป่องไม่สามารถจะรู้ถึงตัวตนของยูอิลฮานได้ก่อนทำให้ไม่มีการซุ่มโจมตีจากแมงป่องเลยและนี่มันก็ทำให้ยูอิลฮานหาพวกมันไม่เจอเช่นกัน เป้าหมายของเขามีเพียงอย่างเดียวนั่นก็คือโทรลล์

[โทรลลลล์ หาศัตรู]

[โทรลล์วิ่ง โทรลล์ช้าหน่อย]

[โทรลล์ โทรลล์]

"เกิดอะไรขึ้นกับพวกมันนะ เหมือนกับพวกมันกำลังมีเทศกาลอะไรเลย"

โทรลล์ที่มีเครื่องหมายการค้าของการพักผ่อนและนอนนหลับในตอนนี้กำลังเดินวนไปบนที่ราบสูงนี้ มาที่ก็อาจจะเป็นเพราะหัวหน้าของมันตายไปเพราะยูอิลฮานเลยทำให้พวกมันเคลื่อนไหวเพราะความโกรธงั้นหรอ?

[โทรลล์อยากพัก]

[โทรลล์เหนื่อย]

"ไม่เลย ฉันไม่น่าไปคิดว่าเจ้าพวกน่าสมเพชนี่จะไปแค้นฉันแบบนั้นเลย"

[ส่งพวกมันไปนรกเร็วๆได้แล้ว]

มีความลับที่ยังไม่ถูกแก้ในดันเจี้ยนนี่อยู่ สัญชาตญาณของยูอิลฮานได้คิดแบบนี้ ยูอิลฮานได้ซุ่มโจมตีพวกโทรลล์ ในตอนนี้เขาไม่จำเป็นต้องรอให้โทรลล์หลับแล้วค่อยโจมตีแล้ว เขาก็แค่โจมตีพวกมันในตอนที่ไม่ตั้งตัวเพื่อเติมเต็มในเงื่อนไขก็พอแล้ว

โทรลล์มันมักจะไม่ได้มีนิสัยในการไปไหนกันเป็นกลุ่มทำให้ยูอิลฮานสามารถจัดการฆ่าพวกมันทีละตัวได้อย่างสบายๆ

"อ่า จริงด้วยสินะ"

เมื่อก่อนตัวเขาจะล่าโทรลล์ได้หนึ่งตัวในสิบนาทีแต่ว่าในตอนนี้ถ้าหากเขาโชคร้ายต่อให้เขาหาเป็นชั่วโมงเขาก็หาไม่เจอ

"ท่านเอิลต้า ช่วยทำอะไรหน่อยสิ"

[นั่นมันเป็นไปไม่ได้]

ในเวลากว่า 2 วันเขาก็ฆ่าโทรลล์ได้แค่ 78 ตัวเท่านั้นเอง ยูอิลฮานได้เริ่มรำคาญมากขึ้น ยิ่งไปกว่านั่นสิ่งที่ทำให้เขารำคาญมากขึ้นไปอีกก็คือโทรลล์ที่เขาหาเจอได้ยากมากๆก็ชอบแสดงท่าทางแปลกๆ

[โทรลล์ไม่อยากตาย]

[โทรลล์ต้องวิ่งไหม? นี่มันน่ารำคาญ แต่ก็อยากจะมีชีวิต โทรลล์เจ็บใจที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก]

[โทรลล์ทั้งหมดจะตายไหม?]

[โทรลล์อยากจะกลับบ้าน]

ยูอิลฮานได้เริ่มรู้สึกถึงความไม่คุ้นเคยนี้หลังจากที่เขาได้ฆ่าหัวหน้าโทรลล์ไป เขาคิดว่ามันก็ยังอาจจะมีมอนสเตอร์ระดับบอสอีกตัวหนึ่งที่อยู่เหนือกว่าหัวหน้าโทรลล์และแมงป่องเดธสตอล์คเกอร์ยักษ์ก็ได้

การกระทำที่แปลกประหลาดของโ?รลล์ที่แสดงออกมาให้เขาเห็นและสิ่งที่พวกมันพึมพัมออกมาได้ทำให้เขามั่นใจมากขึ้น

"มันพอจะเป็นไปได้ปะ?"

[จากสิ่งที่บันทึกอคาชิคบอกว่ามันคือหัวหน้าโทรลล์แห่งที่ราบสูง นั่นมันจึงน่าจะหมายความว่าไม่น่าจะมีโทรลล์ตัวอื่นที่เหลือกว่าตัวนั้นอีกแล้ว]ฃ

"เธอจะบอกว่ามันไม่ใช่โทรลล์แต่เป็นมอนสเตอร์ตัวอื่นใช่ไหม"

ในวันที่สามเขายูอิลฮานก็ได้ฆ่าโทรลล์ตัวที่ 97 แล้ว ยูอิลฮานได้จุดไฟและกินเขาของหัวหน้าโ?รลล์แห่งที่ราบสูงในขณะที่คุยกับเอิลต้า

[มันมีโอกาสเป็นไปได้สูงที่มีมอนสเตอร์ระดับสูงกว่าโทรลล์และแมงป่องถูกดึงเข้ามาในดันเจี้ยนด้วย]

"บางที่มันอาจจะมีตัวที่อยู่เหลือกว่าโทรลล์กับแมงป่องสินะ?"

[ที่คุณคิดแบบนี้มันเป็นเพราะการได้เห็นเจ้าพวกโทรลล์มันเคลื่อนไหวราวกับพวกมันมีเป้าหมายอะไรซักอย่างใช่ไหม?]

"นั่นเป็นเหตุผลหนึ่ง แต่ว่าเมื่อฉันคิดไปถึงในตอนที่หัวหน้าโทรลล์แห่งที่ราบสูงมันปรากฏตัวมาในตอนที่แมงป่องเดธสตอล์คเกอร์อย่างพอดีจนเกินไป ในตอนแรกฉันก็คิดว่ามันคงไม่มีทางเป็ฯแบบนั้นและไม่ได้คิดอะไรอีก แต่ว่าพอมาในตอนนี้ฉันกลับยิ่งสงสัยมันมากขึ้น"

[มันมีความเป็นไปได้มากทีเดียว]

ทูตสวรรค์ที่อยู่บนหัวเขาก็ดูจะคิดเหมือนๆกันก่อนที่จะถอนหายใจและพูดต่อ

[ยูอิลฮานฉันเสียใจด้วยนะที่จะต้องพูดแบบนี้ แต่ฉันคิดว่าคุณควรจะออกจากดันเจี้ยนเดี๋ยวนี้]

"ใช่ ฉันก็คิดแบบนั้น"

เขามีความมั่นใจที่จะจัดการกับสถานการณ์ที่อันตรายได้อยู่ แต่ยังไงก็ตามหากมันอันตรายเกินไปเขาก็ไม่อยากจะเสี่ยงเช่นกัน สถานการณ์นี้มันลึกลับเกินไปที่จะเสี่ยง

"ฉันคงต้องกลับไป ส่วนเควสเลื่อนอาชีพค่อยไปหามอนสเตอร์คลาสสองที่น่าจะมีอยู่ทั่วโลกแล้วเอาก็ได้"

[ถึงแม้ว่ามันจะเป็นเรื่องจริงแต่การที่ว่ามีมอนสเตอร์คลาส 2 อยู่ทั่วโลกนี่มันทำให้ฉันเจ็บปวด]

ทั้งสองคนได้คุยเล่นกันนิดๆก่อนจะเริ่มถอยกลับไป เขาจะสามารถเลื่อนขั้นได้ถ้าเขาฆ่าโทรลล์อีกแค่ 3 ตัวเท่านั้นแต่แล้วเขาก็ได้ตัดสินใจที่จะถอยออกมา การกระทำนี้ของยูอิลฮานหนักแน่นและมั่งคง

ยังไงก็ตามไม่นานนักก็เกิดปัญหาขึ้น ถึงแม้ว่ามันจะมีคำพูดที่ว่าการปีนขึ้นเขากับปีนลงเขามันต่างกัน แต่ว่าการกลับไปทางเดิมมันจะต่างได้ยังไงกัน? เมื่อเขาได้มองย้อนกลับไปในทางเดิมที่เขาเดินมามันก็กลายเป็นภาพที่ยูอิลฮานไม่คุ้นเคยไปซะแล้ว

"ฉันคิดว่าถนนมันจะเปลื่ยนไปนิดนะ"

[บังเอิญจังที่ฉันก็ยังคิดเหมือนกัน]

"ใช้พลังของทูตสวรรค์ซิ"

[ฉันบอกแล้วไงว่าฉันใช้พลังของฉันในฐานะสิ่งมีชีวิตชั้นสูงไม่ได้]

ถึงแม้ว่าเธอจะพูดแบบนั้นแต่เอิลต้าก็ได้ใช้พลังเล็กน้อยของเธอเพื่อค้นหาทางเข้าดันเจี้ยน เพราะมันเล็กน้อยทำให้ไม่ขัดต่อกฏสวรรค์ ไม่นานนักเธอก็พบกับความจริงอย่างหนึ่ง

[ทางเข้าหายไป]

"ช่วยบอกฉันอีกทีซิคุณสิ่งมีชีวิตชั้นสูง"

[ทางเข้าหายไป]

เอิลต้าตกตะถึงอย่างมาก แม้แต่ตัวเธอเองยังไม่รู้เลยว่ามันเกิดเรื่องแบบนี้ได้ยังไงกัน ในช่วงชีวิตการเป็นทูตสวรรค์ของเธอ เธอยังไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้มาก่อนเลย

[นี้มันเกิดอะไรขึ้นกัน?]

"ใจเย็นก่อน"

[ฉันใจเย็นไม่ได้แล้ว นี่มันเป็นสิ่งที่ฉันไม่เคยเห็นมาก่อนเลย นายไม่ตกใจหน่อยหรอ?]

"ฉันบอกว่าใจเย็นไง"

เอิลต้าที่กำลังจับผมยูอิลฮานอย่างตื่นตระหนก เขาจึงได้จับตัวเธอมาวางบนฝ่ามือและสายตาของเธอก็สบเข้ากับสายตาของยูอิลฮาน ในที่สุดแล้วเอิลต้าก็ตระหนักได้ว่าเธอไม่ได้อยู่คนเดียวที่นี่

ในฐานะสิ่งมีชีวิตชั้นสูงเธอมามีสภาพจิตใจที่อ่อนแอขนาดนี้ได้ยังไงกัน? ยูอิลฮานก็ได้ตระหนักมากขึ้นด้วยว่าสิ่งมีชีวิตก็ไม่ได้ต่างไปจากที่เห็นเลย

[ตอนนี้ฉันใจเย็นลงแล้ว ตอนนี้ฉันจะต้องทำในสิ่งที่ฉันต้องทำได้]

เอิลต้าได้ยืนยันในสถานการณ์ที่ผิดปกตินี้และตัดสินใจจะติดต่อไปทางสวรรค์ แต่ยังไงก็ตามในตอนที่เธอเรียกวงแหวนทูตสวรรค์ขึ้นมาก็ทำให้เธอได้ตระหนักถึงความจริงที่น่าทึ่งยิ่งกว่า

[การสื่อสารไม่ทำงาน]

"บางทีมันอาจจะอยู่นอกพื้นที่ทำการก็ได้"

[วงแหวนทูตสวรรค์มันไม่มีนอกพื้นที่ทำการเท่านั้น ถ้ามันจะมีก็มีแค่ความเป็นไปได้เดียว]

ฟู่ ยูอิลฮานได้สูดหายใจลึก ในที่สุดสิ่งที่น่าจะมาถึงก็มาแล้ว

หลังจากตั้งสติเล็กน้อยเขาก็เร่งเอิลต้า

"พูดสิ"

เอิลต้าก็ยังสูดหายใจสั้นๆตามยูอิลฮาน จากนั้นเธอก็รู้สึกลังเลที่จะพูดคำนี้ออกมา จากนั้นเธอก็ได้พูดคำๆนี้ออกมาอย่างระมัดระวัง

[โลกถูกทอดทิ้ง]

"นี่มันเป็นคำที่ไม่น่าพอใจเลยนะ"

สิ่งเดียวที่ยูอิลฮานรู้สึกเลยคือความไม่พอใจ

ใครกันล่ะที่ทอดทิ้งโลก?

[ฉันบอกคุณแล้วว่าพวกเราต้องทำหน้าที่จัดการกับโลกจำนวนมหาศาล พระเจ้าต้องการที่จะให้โลกได้รับการดูแล และเพราะแบบนี้ทำให้เทพส่งเผ่าพันธ์มาจัดการโลกนั้นๆ อย่างมนุษย์ มอบเควสให้มนุษย์ ส่งไปโลกอื่น มอบพลังให้]

"เหมือนอย่างที่เขาทำกับมนุษย์บนโลกนี้สินะ"

[ใช่แล้ว แบบนั้นแหละ ยังไงก็ตามคุณก็น่าจะรู้สิ่งที่เกิดขึ้นบนโลก โลกนี้ไม่ได้มีอะไรที่เป็นปกติธรรมดาซักนิด]

"ใช่"

ยูอิลฮานไม่มีโอกาสได้ไปที่โลกอื่น มอนสเตอร์เธอได้แข็งแกร่งยิ่งกว่าจินตนาการและแม้แต่การล้นของพลังก็ยังเกิดขึ้นมาครั้งหนึ่งแล้ว นอกจากนี้มันก็จะต้องมีปัญหาต่างๆเกิดขึ้นบนโลกในอนาคตอีกแน่นอน

[ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์หรือเอลฟ์ก็ตาม ถ้าหากว่าแกนหลักของโลกยังคงแข็งแกร่งอยู่มันก็ไม่มีปัญหาอะไร]

"แล้วถ้าหากว่าเป็นมอนสเตอร์ที่แข็งแกร่งเกินไปล่ะ"

[พวกเราก็จะช่วยมนุษย์หรือเผ่าพันธ์ที่ทรงสติปัญญาอื่นๆไว้ด้วยความพยายามทั้งหมดที่เรามี แต่ว่ามันก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะสามารถไปกำจัดมอนสเตอร์ได้ด้วยตัวเอง และเพราะแบบนี้ก็เลยมีกรณีที่พวกนั้นที่เราช่วยพ่ายแพ้มอนสเตอร์เช่นกัน และในบางครั้งหากมันร้ายแรงก็คือพวกเขาถูกกำจัดออกไป]

ยูอิลฮานได้รู้สึกถึงมันแล้วต่อให้เขาไม่ได้ฟังส่วนที่เหลือก็ตาม

"ถ้ามันเกิดขึ้นแบบนั้นเธอก็จะทิ้งโลกไป"

[โลกที่พัฒนาไม่ได้ก็จะไม่มีการวิวัฒนาการอีกต่อไป และมอนสเตอร์ที่เสียศัตรูของพวกมันไปแล้วก็จะถูกปลดห่วงและกินกันเอง แบบนี้โลกก็จะเสียอนาคตของมันไปแล้ว และในเวลานั้นสวรรค์ก็จะทิ้งโลก]

มันเป็นเรื่องธรรมดา ยูอิลฮานรู้เป็นอย่างดีว่าทูตสวรรค์ไม่สามารถจะมายุ่งกับปรากฏการณ์ที่เกิดบนโลกได้ เขายังรู้อีกด้วยว่าเทพเจ้าได้พยายามช่วยมนุษย์บนโลกเต็มกำลังแล้ว

ยังไงก็ตามถึงแม้จะเป็นแบบนี้ยูอิลฮานก็ยังรู้สึกหดหู่เมื่อได้ยินแบบนี้

[เนื่องจากว่าาการสื่อสารทั้งหมดกับสวรรค์ได้ถูกตัดไปแล้ว แม้แต่ทูตสวรร์ที่ยังอยู่บนโลกมันก็ยังถูกลอยแพ มันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะติดต่อกับทูตสวรรค์คนอื่นๆ]

"ยังไงก็ตามนี้มันไม่ใช่การที่โลกถูกทอดทิ้ง แต่เป็นดันเจี้ยนบนโลกที่ถูกทอดทิ้ง"

[ใช่แล้ว มันน่าจะเป็นแบบนี้]

เมื่อเอิลต้าได้ตอบกลับมาอย่างกังวัลนี้เอง

ฟึบ

วัตถุบางอย่างได้ตกลงมาที่หัวเธอโดยไร้สัญญาณใดๆ ยูอิลฮานได้จับเธอเอาไว้และกลิ้งไปกับพื้นทันทีที่เห็นมัน

หลังจากนั้นเคียวยักษ์ก็ได้ฟังลงไปบนพื้นอย่างน่ากลัว นี่มันเป็นการโจมตีที่ทรงพลังอย่างแท้จริง

[พบบันทึกใหม่]

และเสียงของมันก็ดังออกมา

ในทันทีที่ยูอิลฮานเงยหน้าขึ้นมาเขาก็เห็นตัวมัน เคียวยักษ์ได้ปักอยู่กับพื้น ส่วนตัวมันคือมอนสเตอร์ร่างเล็กที่ใส่ชุดคลุมสีดำราวกับเป็นยมทูต

ถ้าจะมีสิ่งหนึ่งที่ทำให้ยูอิลฮษนโลกใจมันก็คงเป็นการที่ต่อให้เขาเจอมันแล้วไม่ได้รู้สึกว่าเขาจะเอาชนะมันไม่ได้ นี่มันอาจจะเป็นเพราะความเชี่ยวชาญในสกิลการปกปิดตัวตนก็ได้ มันเป็นความรู้สึกเหมือนๆกันกับในตอนที่เจอเสือดาว

มันไม่ใช่มอนสเตอร์คลาส 4 แน่นอนว่ามันแข็งแกร่งกว่าหัวหน้าโทรลล์แห่งที่ราบสูง แต่มันก็ยังคงเป็นมอนสเตอร์คลาส 3 อยู่อย่างแน่นอน

ยังไงก็ตามการที่เขาก็ไม่สามารถจะมองในแง่ดีได้อยู่ดี ถึงแม้ว่ามันจะหายูอิลฮานไม่เจอ แต่มันก็เจอเอิลต้าแทนตัวเขาและโจมตีมาที่เธอ และในทันทีที่ยูอิลฮานจับเอิลต้าเอาไว้การปกปิดตัวตนของเขาก็ได้หายไปแล้ว

หลังจากที่ได้รู้แบบนี้ยูอิลฮานได้พูดออกมาเศร้าๆ

"ดูสิ เธอนี่เป็นทูตสวรรค์ที่น่าอายตลอดเลยนะ"

[ยูอิลฮาน ถ้าเรารอดไปจากเจ้านี่ได้ฉันจะให้รางวัลสำหรับการที่คุณช่วยสิ่งมีชีวิตชั้นสูงเอาไว้]

เอิลต้าได้ตอบกลับมา

[ดังนั้นอย่าตายนะ ฉันขอร้องล่ะ]

[ส่งบันทึกมาให้ข้า]

นี่คือจุดเริ่มต้นของการต่อสู้กับบอสที่แท้จริง

จบบทที่ บทที่ 44 - ฉันยังต้องเลื่อนอาชีพไปขั้นสอง (7) [อ่านฟรีวันที่ 13/09/61]

คัดลอกลิงก์แล้ว