เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 41 - ฉันยังต้องเลื่อนอาชีพไปขั้นสอง (4) [อ่านฟรีวันที่ 07/09/61]

บทที่ 41 - ฉันยังต้องเลื่อนอาชีพไปขั้นสอง (4) [อ่านฟรีวันที่ 07/09/61]

บทที่ 41 - ฉันยังต้องเลื่อนอาชีพไปขั้นสอง (4) [อ่านฟรีวันที่ 07/09/61]


บทที่ 41 - ฉันยังต้องเลื่อนอาชีพไปขั้นสอง (4)

 

ยูอิลฮานได้ถอนหายใจออกมาและเดินเข้าไปชำแหละแมงป่องทั้งๆที่ยังถูกชายหญิงคู่นี้มองอยู่

"อ่า คราวนี้ฉันก็ถูกเมินอีกแล้ว!?"

"สกิลการชำแหละของเขาน่าทึ่งจริงๆ"

ผู้หญิงได้สลดลงไปส่วนผู้ชายได้อุทานออกมา

ในขณะเดียวกันยูอิลฮานก็ได้คิดถึงวิธีการเข้าสังคมในขณะที่ชำแหละอยู่

ในตอนนี้เองเสียง 'โคลก' ของท้องได้ดังออกมา เสียงนี้ได้ดังออกมาจากหญิงสาวไม่ใช่ตัวยูอิลฮาน

"ฉันขอโทษนะ ฉันก็แค่คิดว่าการกินก้าม... มันน่าอร่อยนะ"

"ว้าว นี่เธอคิดแบบนี้ทั้งๆที่เพิ่งจะเกือบถูกเจ้ามอนสเตอร์นั่นฆ่ามาเนี้ยนะ"

เมื่อเห็นทั้งสองคนนี้ต่างหิวโหย ยูอิลฮานก็ได้เผลอตอบกลับไปโดยสัญชาตญาณ

"ให้ฉันย่างมันให้ไหม?"

"ย่างๆ!"

คำพูดนี้ของยูอิลฮษนได้ทำให้ท่าทางของหญิงสาวกลายเป็นสดใสและเธอได้หยักหน้าทันที ผู้ชายได้แสดงออกมาเหมือนกับจะพูดว่าที่นี่คงมีแต่เขาสินะที่เป็นคนปกติ

ยูอิลฮานได้ชำแหละจนเสร็จและเก็บเอาป่องแข็งๆไป และเก็บเข็มพิษที่แมงป่องไม่มีโอกาสได้ใช้มา ในตอนนี้นายูนาได้กระโดดเข้ามาหาเขาและยืนอยู่ข้างหน้าเนื้อแมงป่องที่ถูกซ้อนกันอยู่ หลังจากนั้นเธอก็ได้รวบมือเข้าด้วยกัน

"ทำให้พิษหายไปจากเนื้อพวกนี้ ย่าห์"

"นั่นเวทย์งั้นหรอ!?"

[พิษได้หายไป]

ในตอนนี้แสงสีชมพูอ่อนได้ปกคลุมกองเนื้อก่อนจตะหายไป สิ่งที่เกิดขึ้นคือพิษของเนื้อแมงป่องได้หายไปแล้ว

[พลังนี่น่าทึ่งจริงๆ ฉันได้ยินมาว่าเธอได้รับพรจากเทพธิดาแห่งความงาม แต่ว่าพลังศักดิ์สิทธิ์ของเธอมันน่าทึ่งมาก]

"แผล๊บ ฉันรู้อยู่แล้วว่าคนสวยไม่ใช่คนดี"

แน่นอนว่าทุกๆคนเมื่อเลเวลอัพก็จะพัฒนาไปดียิ่งขึ้น แต่ว่ามันจะต่างกับคนที่ได้รับพรจากเทพธิดามาก! ยูอิลฮานได้โกรธขึ้นมากับความไม่สมเหตุสมผลนี้เหมือนอย่างเคยเสมอมา

"คุณช่วยเราเอาไว้แถมยังเอาแมงป่องมาทำอาหารให้อีก ขอบคุณนะคะ!"

ยังไงก็ตามสาวสวยคนนี้ได้ขอบคุณเขาด้วยรอยยิ้มที่สดใสจนทำให้เขาโกรธเธอไม่ลง แถมเธอก็ดูจะไม่ใช่คนที่เลวร้ายเลย แต่แน่นอนยูอิลฮานก็ยังไม่อยากไปข้องเกี่ยวกับเธอมากนัก

"นายูนา ฉันบอกเธอกี่รอบแล้วว่ามันจะเกิดการเข้าใจผิดขึ้นได้นะถ้าหากว่าเธอยังทำตัวเป็นมิตรกับคนที่เพิ่งเจอกันแบบนี้!"

"แต่พวกเราก็เคยต่อสู้ด้วยกันใน LA แล้วนะ นอกไปจากนี้เฟย์ต้าก็บอกว่าเขาเป็นคนดี!"

"เฮ้อ... ยังไงก็ตามขอบคุณนะที่ช่วยยูนาไว้"

"โอเค"

ยูอิลฮานได้หยักหน้าและหยิบเอาตะแกรงหัวใจโลหะออกมาก่อนที่จะเริ่มวางเนื้อแมงป่องใส่ตะแกรง แต่แล้วจากนั้นหญิงสาวก็ได้เข้ามาบอกกับเขาว่าเธอจะช่วยและทำให้ขาต้องตกใจ

เลเวลของสกิลการเข้าสังคมของเข้ามันเป็นยังไงกัน!? ตัวเขาที่เป็นผู้โดดเดี่ยวเพราะไม่มีสกิลการเข้าสังคมแบบนี้เลย ตัวเขาในตอนนี้ได้รู้สึกอึดอัดทันที

"ว้าว ตะแกรงสวยดีจัง นี้มันก็คือเจ้าสิ่งที่แทงก้ามแมงป่องเมื่อตะกี้นี้ใช่ไหม? ดีจังเลย!"

"นายใช่ตะแกรงแทงกล้ามแมงป่องงั้นหรอ? แถมนายยังถึงขนาดตัดหัวของมันได้ในทันทีอีกด้วย นี่มัน...."

ผู้ชายคนนี้ได้ระแวงยูอิลฮานเล็กน้อยซึ่งแตกต่างไปจากผู้หญิง แต่ว่ายูอิลฮานก็คิดว่านี่คือปฏิกิริยาตามปกติ นอกไปจากนี้ยูอิลฮานก็ยังคิดไม่ได้ต่างไปจากชายคนนั้น ตัวเขาก็คิดว่าสองคนนี้เป็นคนน่าสงสัยเช่นกัน

แถมยูอิลฮานยังสงสัยมากด้วย นับตั้งแต่ที่เขาเข้ามาในดันเจี้ยนเขาก็ได้ต่อสู้แต่กับโทรลล์จนกระทั่งเมื่อกี้นนี้ แต่ว่าคนพวกนี้ไปเจอแมงป่องได้ยังไงกัน!

[ไม่ใช่ว่านั่นมันเป็นเพราะแมงป่องหาคุณไม่เจอหรอ?]

"เงียบน่า มันไม่ใช่ ขอร้องล่ะบอกฉันทีว่ามันไม่ใช่"

ยูอิลฮานได้ใส่เกลือลงไปบนเนื้อที่กำลังย่างยู ไม่นานนักกลิ่นที่หอมยิ่งกว่าเนื้อของโทรลล์ก็ส่งกลิ่นออกมา แม้แต่ชายหนุ่มที่มองดูอยู่ก็ยังเข้ามาใกล้ๆกองไฟเพราะกลิ่นหอมนี้

"คุณมีแม้แต่สกิลทำอาหาร!?"

"อืม ฉันมีอยู่ แต่ว่านี่ก็แค่การย่างเกลือ"

ทั้งสองคนได้เริ่มหิวในทันทีที่กลิ่นโฉยออกมา

เนื่องจากว่าเขาได้เติมเต็มท้องไว้ด้วยเนื้อโทรลล์?แล้วทำให้เขากินเพียงชิ้นเดียวและส่งเนื้อที่เหลือให้กับสองคนนี้ แต่ว่ารสชาติที่น่าทึ่งนี้มันได้ทำให้เขาประทับใจ

"ฉันยังจะต้องฆ่าแมงป่องในดันเจี้ยนนี้ด้วยแล้ว"

[ฉันรู้อยู่แล้วว่าคุณจะพูดแบบนี้]

แมงป่องย่างได้กลายเป็นไเทมยอดฮิตและหมดไปในเวลาแค่ 10 นาที ยังไงก็ตามในขณะที่ยูอิลฮานกำลังทำความสะอาดตะแกรงของเขา นายูนาก็เดินเข้ามา

"อยู่คนเดียวคุณไม่เบื่อหรอ? สนใจมาปาร์ตี้กับเราไหม?"

"ไม่"

"โอเค การเดินไปต่อพร้อมสาวสวยอย่างฉันมันคือความสุขของตัวเองนะ"

"ไม่"

"โอ้ว! พี่ชาย ฉันถูกปฏิเสธในทันทีเลยอะ! ขนาดฉันสวยแบบนี้แล้วนะ!"

"สำหรับเธอก็ดีแล้วนี่"

คังฮาจินได้หัวเราะออกมาก่อนจะก้มหัวให้กับยูอิลฮานอย่างสุภาพ

"ฉันต้องขอบคุณแทนยูนาด้วยนะ ยังไงก็ตามมันมีคำกล่าวไว้ว่าอย่าไว้ใจคนในดันเจี้ยน ถึงแม้ว่าคนๆนั้นจะอยู่กับทูตสวรรค์ผู้พิทักษ์และต่อให้คนๆนั้นเป็นคนช่วยชีวิตฉันก็ตาม ฉันขอโทานะแต่ว่าพวกเราต้องไปแล้ว สำหรับในตอนนี้พวกเราก็คงไม่มีอะไรตอบแทนแต่ถ้าหลังจากนี้คุณติดต่อมาที่เบอร์นี้ ฉันก็ยินดีจะตอบแทนคุณ"

ยูอิลฮานได้เห็นด้วยกับความจริงที่ว่าอย่าเชื่อใจใครในดันเจี้ยน แน่นอนว่าเขาก็ไม่เคยมีประสบการณ์ในต่างโลกดังนั้นเขาก็เลยไม่รู้ว่ามันเป็นจริงมากแค่ไหน

ยูอิลฮานได้รับเอาบัตรมาอย่างเย็นชา ชื่อบริษัทที่เขาเหมือนจะเคยเห็นมาก่อนและก็ชื่อคังฮาจิน ไม่สิ นามบัตรนี่มันดูคุ้นมาก

ใช่แล้ว นี่มันเป็นนามบัตรใบเดียวกับที่จักรพรรดินีคังมิเรย์ให้เขามานี่

ถึงแม้ว่าจะมีประกายบางอย่างในหัวเขาอยู่พักหนึ่ง แต่ยูอิลฮานที่เชื่อมั่นว่าเขาจะไม่ไปข้องเกี่ยวกับคนพวกนี้อีกทำให้เขาเมินเฉยมัน

"โอเค"

เขาได้ตอบออกไปแค่นี้ แต่ว่ายูอิลฮานก็ไม่ได้มีแผนอะไรจะไปติดต่อขอรางวัลจากคนพวกนี้แน่ บางทีคนๆนี้ก็อาจจะรู้ด้วยซ้ำไป เขาอาจจะแค่ต้องการทำตัวเป็นคนที่ไม่เห็นแก่ตัวเท่านั้นเอง ยูอิลฮานรู้สึกตลกมากๆเมื่อเขาได้รู้สิ่งที่ชยคนนี้คิด ชายคนนี้ที่ยืดหยิ่งต่อหน้าหญิงสาวนี่มันดูน่ารักนิดๆ

ยูอิลฮานได้หัวเราะในทันทีที่ได้นามบัตรมาโดยไม่คิดซ่อนเลยแม้แต่นิด

จากนั้นนายูนาก็ได้กระโดดเข้ามาหาเขาอีกครั้ง เมื่อเขาได้เห็นภูเขาขนาดมหึมาสองลูกเขาได้ปิดตาลงไปในทันที เธอคนนี่มีเรือนร่างที่กระตุ้นความปรารถนาทางเพศโดยไม่เว้นแม้แต่คนที่เคยเผชิญหน้ากับตัวตนระดับสูง สมแล้วที่เธอเป็นคนที่ได้รับพรจากเทพธิดาแห่งความงาม

"ฉันด้วย! โทรมาหาฉันได้ทุกเวลาเลยนะ หลังจากเราได้สิ่งที่ต้องการแล้วเราก็จะกลับไปที่เกาหลี"

"นายูนา!"

"กรี๊ดดด! ต่อให้ฉันพูดแบบนี้มันก็ไม่มีปัญหานี่"

นามบัตรของนายูนาก็ยังเหมือนกันกับของคังฮาชิน ยูอิลฮานได้เก็บนามบัตรที่เธอส่งมาลงไปในกระเป๋าขณะที่มองดูนายูนาถูกคังฮาจินลากไปด้วย จากนั้นเขาก็บ่นขึ้น

"เอาเถอะ พวกเราจะต้องได้เจอกันในอันเจี้ยนอีกแน่นอน"

[หยุดทายอนาคตได้แล้ว]

"นั่นก็เพราะว่าฉันวางแผนที่จะตามหลังพวกนั้นไปไง"

[นั่นยิ่งแย่เลย!]

"ถ้าหากว่าฉันอยากจะฆ่าแมงป่องฉันก็ไม่มีทางเลือกนี่"

[อ๊า น่าสงสารจริงๆ]

ตามจริงแล้วในตอนที่เธอได้คิดว่าเขาน่าสงสาร เธอก็ยังคิดว่าเขาน่ารักนิดๆอีกด้วย แต่ว่านี่เป็นความลับ

ยูอิลฮานไม่ได้ตามสองคนนี้ไปทันที เขาไม่ได้รู้ว่าสกิลปกปิดตัวตนของเขามันใช้งานอีกครั้งตอนไหนและยิ่งไปกว่านั้นตอนนี้เขาก็ยังไม่ได้จะสู้กับมอนสเตอร์ตัวไหน เขาได้วางแผนที่จะทำการหัตถกรรมมานาให้เสร็จ

หลังจากที่เงาของคังฮาจินกับนายูนาได้หายไปจนสุดสายตาแล้วเขาก็ได้นั่งลงไปและเตรียมเริ่มงาน แน่นอนว่ามันไม่จำเป็นต้องมีการตีเหล็กที่นี่ สิ่งที่เขจำเป็นต้องทำก็คือใช้ร่างกาย วัตถุดิบและหินพลังเวทย์

"ฉันควรทำสินะ"

[ทำอะไร?]

"หินพลังเวทย์คลาส 3 ไง"

มีของอยู่สามอย่างที่เขาจำเป็นต้องเสริมพลัง เกราะของเขา the pile bunker และกระสุน

ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้รับหินพลังเวทย์ในดันเจี้ยนหัวใจโลหะ แต่ว่าใน LA ที่เกิดการล้นของพลังและการฆ่าโทรลล์ที่นี่มันทำให้เขาได้หินพลังเวทย์คลาส 2 เป็นจำนวนมากจริงๆ เขาถึงขนาดที่ใช้มันกับการเสริมพลังกระสุนที่ใช้แล้วทิ้งอย่างไม่ลังเล

แต่ปัญหาคือเขามีหินพลังเวทย์คลาส 3 แค่อันเดียว ถ้าหากว่าเป็นคนอื่นก็คงจะบอกว่าแค่นี้ก็ดีแล้ว ไม่สิ คนอื่นๆไม่ควรจะมารู้เรื่องนี้

"ฉันตัดสินใจแล้ว"

สิ่งที่เขาหยิบขึ้นมาคือชุดเกราะ เนื่องจากเกราะของเขามันอยู่ในระดับตำนานแล้ว เขาก็เลยคิดว่าเขาน่าจะพัฒนามันขึ้นไปได้มากที่สุดถ้าหากใช้หินพลังเวทย์คลาส 3 และมันก็ยังเป็นหินพลังเวทย์จากเสือดาวที่เชี่ยวชาญการปกปิดตัวตนอีกด้วย ไม่ใช่ว่าเอิลต้าเคยบอกไว้หรอว่าผลที่ออกมามันจะแตกต่างกันไปตามเอกลักษ์ของหินพลังเวทย์ที่ใช้ในระหว่างหัตถกรรมมานา

เดิมทีเขาก็ต้องการจะทำให้มันมีหนามพุ่งออกมาจากทั่วทั้งเกราะ แต่เนื่องจากว่าตอนนี้เขาต้องการพลังโจมตีในทีเดียวทำให้เขาตัดสินใจที่เพิ่มประสิทธิภาพของตัวเกราะเองมากกว่าที่จะไปสนในฟังก์ชั่นเสริม

เอกลักษณ์ของเกราะของตัวเกราะนั่นมีอยู่แล้วและเอกลักษณ์ของหินพลังเวทย์ของเสือดาวเงา รวมไปถึงเอกลักษณ์ของตัวยูอิลฮานเอง ทั้งสามอย่างนี้เข้ากันมากๆ เอิลต้ารู้สึกคาดหวังกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นมามาก

แน่นอนว่าถ้าหากเธอพูดออกไปดังๆยูอิลฮษนจะต้องเศร้าใจแน่

"ฟู่"

ยูอิลฮานได้ปิดตาลงไป หัตถกรรมมานาของเขาที่ซึ่งได้พัฒนามาเกือบจะถึงเลเวล 30 จากการทำเควสสวรรค์ได้ใช้งานและทำให้เกราะกับหินพลังเวทย์เรืองแสงขึ้นมา

'อย่างอื่นทุกๆอย่างโอเครแล้ว ต้องการแค่ลึกลับมากขึ้น รุนแรงมากขึ้น พลังที่เหมาะสมกับเส้นทางที่ฉันเดิมไป'

พลังของหินพลังเวทย์ได้ถูกชักนำไปโดยยูอิลฮาน พลังระหว่างหินพลังเวทย์และชุดเกราะได้เชื่อมสัมพันธ์กันโดยสมบูรณ์ บตัวของยูอิลฮานเองก็ยังสัมพันธ์กันด้วยทำให้เกิดการสั่นของพลังขึ้น

แสงสีดำได้ดูดแสงทั้งหมดจากรอบๆเพื่อเพิ่มขนาดให้กับตัว จากนั้นมันก็ได้หายไปราวกับไม่เคยมีอยู่

[เกราะเต็มตัวทมิฬของเสือดาวเงา 'แข็ง' 'สั่นสะเทือน']

[ระดับ - ตำนาน]

[พลังป้องกัน - 5,300]

[ออฟชั่น -

1.พลังป้องกันเพิ่มขึ้น 40%

2.พลังโจมตีในตอนที่โจมตีศัตรูโดยไม่ตั้งตัวเพิ่มขึ้น 50%]

[ความทนทาน - 2,700/2,700]

[ชุดเกราะนักซุ่มโจมตีที่ทำขึ้นเพื่อให้ผู้เดินในเงา การเคลื่อนไหวที่มั่นคงและลึกลับเหมือนอย่างเสือดาวที่ล่าเหยื่อในความมืดมิด]

"เสร็จแล้ว"

ยูอิลฮานได้อุทานออกมาอย่างยินดีในตอนที่ได้ตรวจสอบออฟชั่นของมัน เมื่อเห็นว่าเขาได้ในสิ่งที่ต้องการ เขาก็รู้สึกอิ่มเอมใจโดยที่ไม่ต้องกินอะไรเลย

[นั่นมันก็เพราะคุณเพิ่งกินอาหารไป]

"ถ้างั้นฉันก็น่าจะไปเสริมพลังของ pile bunker ต่อ"

เขาไม่ได้สนใจเสียงเอิลต้าเลย เอิลต้าก็สงสัยว่าเขาจะเสริมพลังของ pile bunker ยังไงทำให้เธอไม่มีเวลาไปบ่นเขา มันเป็นไปตามแผน

[หัตถกรรมมานาได้นำผลลัพธ์ที่ดีกว่าที่คุณคาดเอาไว้ก็จริง แต่ถึงแม้นั้นคุณคิดว่าคุณจะสามารถไปฆ่ามอนสเตอร์คลาส 3 ได้ในทีเดียวงั้นหรอ? ในเมื่อคุณได้ยืนยันถึงพลังของเสือดาวเงาแล้ว ถ้างั้นคุณก็น่าจะคำนวณได้ใช่ไหมล่ะ?]

"แน่นอน ฉันก็บอกเธอตลอดนี่ว่าทุกๆสิ่งอยู่ในการคำนวณของฉัน"

[หยุดพูดเล่นแล้วมาพูดดีๆได้แล้ว]

เอิลต้าได้พูดขึ้นโกรธๆเล็กน้อย แต่ว่าเขาก็รู้ว่าเธอกำลังรอดูผลงานของเขาอยู่ทำให้ยูอิลฮานได้ถามเธอหลังจากยิ้มออกมา

"เอิลต้า เธอรู้ไหมล่ะว่าเมื่อไหร่ที่มนุษย์จะแข็งแกร่งที่สุด?"

[ฉันไม่รู้หรอก บางทีก็อาจจะเป็นในตอนที่ปกป้องสิ่งสำคัญหรอ?]

"คุณตอบผิด"

ยูอิลฮานได้หยิบเอา pile bunker ขึ้นมาและหยิบหินพลังเวทย์คลาส 2 ออกมาสามก้อนก่อนประกาศออกมา

"มันคือก่อนที่จะตาย มนุษย์จะแข็งแกร่งที่สุดแค่ในตอนก่อนจะตาย"

และยูอิลฮานก็คิดว่าสิ่งของมันก็เป็นเหมือนๆกัน

นี่จริงเป็นเหตุผลที่เขาได้สร้างอาวุธที่ใช้ได้เพียงครั้งเดียว อาวุธที่จะพังลงไปเมื่อเขาได้ใช้มัน

จบบทที่ บทที่ 41 - ฉันยังต้องเลื่อนอาชีพไปขั้นสอง (4) [อ่านฟรีวันที่ 07/09/61]

คัดลอกลิงก์แล้ว