เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 39 - ฉันยังต้องเลื่อนอาชีพไปขั้นสอง (2) [อ่านฟรีวันที่ 03/09/61]

บทที่ 39 - ฉันยังต้องเลื่อนอาชีพไปขั้นสอง (2) [อ่านฟรีวันที่ 03/09/61]

บทที่ 39 - ฉันยังต้องเลื่อนอาชีพไปขั้นสอง (2) [อ่านฟรีวันที่ 03/09/61]


บทที่ 39 - ฉันยังต้องเลื่อนอาชีพไปขั้นสอง (2)

 

"นี้ดันเจี้ยนสินะ"

ยูอิลฮานได้พูดออกมาในขณะที่กัดขาโทรลล์ย่างลงไป

"ทำไมฉันถึงได้เจอแต่โทรลล์กันล่ะ?"

[มันอาจจะเป็นไปได้ว่าดันเจี้ยนนี้มันกว้างกว่าที่คุณคิด]

เป็นอย่างที่เอิลต้าพูดดันเจี้ยนนี้กว้างมากๆ ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่เหตุการที่จะเจอมอนสเตอร์ในทุกๆสิบนาทีอย่างในดันเจี้ยนหัวใจโลหะ แต่ดันเจี้ยนโทรลล์นี้ก็ไม่ได้น้อยหน้าเลย

นอกไปจากนี้ที่นี่ก็ยังเป็นที่ราบสูงไม่ใช่ถ้ำอีกด้วย ถ้าเป็นยูอิลฮาน เขาก็สามารถจะวิ่งไปมั่วๆและล่าโทรลล์จำนวนมากในเวลาๆสั้นได้ด้วย แต่ว่าการทำแบบนั้นมันกมีข้อเสียก็คือเขาจะเหนื่อยและหิวเร็วขึ้น

ตอนแรกยูอิลฮานก็คิดจะทำแบบนั้นเพื่อที่จะจัดการที่นี่ให้เร็วที่สุด แต่ว่ามาตอนนี้เขาได้คิดว่ามันจะต้องเกิดเรื่องแย่ๆขึ้นแน่หากเขายังทำแบบนั้นอยู่ทำให้เขาเลือกที่จะหยุดพักอย่างในตอนนี้

เขาได้เอาหัวใจและเลือดของโทรลล์มาและก็ย่างส่วนที่เหลือของพวกโทรลล์และกินลงไปซะ

จุดประสงค์แรกเดิมทีแล้วก็คือการล่าเพื่อที่จะทำมาเป็นอาหารและจากนั้นค่อยเอากระดูกกับหนังไป! ในที่สุดแล้วยูอิลฮานก็สามารถจะทำตามจุดมุ่งหมายดั้งเดิมแต่อดีตของการชำแหละได้แล้ว

"อ่า อร่อยจัง"

[การที่คุณมาพอใจกับเนื้อโทรลล์นี่มันน่าทึ่งจริงๆ....]

"เธอเอาด้วยปะ?"

[ไม่ล่ะ ขอบคุณ]

"แต่มันอร่อยนะ..."

หากไม่คำนึงถึงเรื่องพิษของมันแล้วล่ะก็ เนื้อนี่ก็เป็นอาหารที่ดีจริงๆ

ยิ่งหากเติมเกลือและพริกไทยที่เขาใส่ลงไปด้วยแล้วรสชาติของเนื้อก็ไม่ได้แย่ไปกว่าเนื้อชั้นดีอื่นๆเลย

จะอธิบายรสของมันว่ายังไงดีนะ? มันเหนียวกว่าเนื้อวัวและมีรสชาติที่เขาไม่รู้ว่าจะอธิบายว่ายังไงดีอีกด้วย

และเนื่องจากการที่เขาไม่สามารถรีดเลือดของมันออกไปจนหมดทำให้เลือดได้เพิ่มรสที่แปลกใหม่เข้ามาอีก

"ฉันจะย่างแขนมันด้วย"

[ถ้าคุณยังกินแบบนี้ต่อไปมันจะเท่ากับโทรลล์หนึ่งตัวแล้วนะ]

การเลเวลอัพเป็นผลทำให้กล้ามเนื้อเกิดการพัฒนา และแคลลอรี่ที่จะใช้ในการกระทำต่างๆก็จะเพิ่มขึ้นไปด้วยเป็นธรรมชาติ แม้กระทั่งจอมเวทย์ที่ไม่ได้ขยับร่างกายมากนักก็ยังต้องกินอาหารมากขึ้นกว่าปกติถึงสองเท่าเป็นธรรมดาในตอนที่มีเลเวลสูงขึ้น ยิ่งไม่ต้องพูดถึงคลาสต่อสู้ระยะประชิดเลย

และเพราะแบบนี้ยูอิลฮานที่ได้พัฒนาร่างกายก่อนที่บันทึกแห่งอคาชิคจะมาถึงซะอีกจะเป็นยังไงล่ะ? ถึงแม้ว่าก่อนหน้านี้เขาจะอดทนมาโดยไม่กินอาหารมาตลอด แต่ว่าเมื่อเขาเริ่มกินอาหารลงไปมันก็เป็นธรรมดาที่เขาจะกินอาหารมากกว่าคนตามปกติได้มากถึงสี่ห้าเท่า

ในตอนที่เขากำลังย่างแขนโทรลล์และขาโทรลล์นี้เอง ข้อความที่น่ายินดีได้ปรากฏขึ้นมา

[สกิลต้านทานพิษระดับสูงได้กลายเป็นเลเวล 2]

"โอ้ สกิลนี้เลเวลขึ้นไวจังเลยนะ"

[นี้มันแสดงให้เห็นว่าสิ่งที่คุณกำลังกินอยู่มันอันตรายมากขนาดไหนไงล่ะ! มันเป็นพิษ!]

แน่นอนว่ายูอิลฮานก็ไม่ได้สนใจในเสียงตะโกนของเอิลต้าเลย เขาไม่ได้มีปัญหาอะไรกับพิษแบบนี้อยู่แล้วในเมื่อสกิลการต้านทานพิษของเขามันรับมือได้

"ถ้าหากว่าฉันรู้ว่าสกิลมันจะพัฒนาเร็วแบบนี้ ฉันก็น่าจะเรียนการทำอาหารก่อนนะ ปกติแล้วลิต้ามักจะทำอาหารให้ฉันกินเสมอ

[ฉันจะสอนคุณเอง นับจากนี้คุณก็เรียนมันซะสิ]

ถูกแล้วไม่ว่าเขาจะชอบมันหรือไม่ก็ตาม แต่ในอนาคตไม่ว่ายูอิลฮานจะอยู่ที่ไหนมันก็จะมีเรื่องมากมายที่ทำให้ยูอิลฮานต้องสู้กับมอนสเตอร์

มันมีโอกาสมากที่เขาจะติดอยู่ในดันเจี้ยนอีกด้วย และในดันเจี้ยนมันก็ไม่ได้มีร้านอาหารอะไรมาบริการเขา

เพระาแบบนี้สกิลการทำอาหารคือสิ่งจำเป็น! ตัวเขาในตอนนี้ได้ปฏิเสธที่จะกินของกากๆธรรมดาไปแล้ว

[คุณกำลังถูกสกิลนี้]

หลังจากนั้นเป็นเวลาสองวัน ยูอิลฮานก็ได้รับสกิลทำอาหาร

[คุณได้เรียนรู้สกิลการทำอาหาร คุณสามารถจะทำอาหารได้ด้วยส่วนผสมที่หลากหลายและวิธีที่มากยิ่งขึ้น]

"เห็นไหมล่ะ ฉันได้มาแล้ว"

[กึก ฉันผิดเองที่ลืมความจริงว่าการทำอาหารด้วยเนื้อมอนสเตอร์จะทำให้คุณได้ความชำนาญมากขึ้น....! นอกไปจากนี้ก็คือปริมาณที่คุณกินด้วยเหมือนกัน!]

ท่าทางที่เอิลต้าแสดงออกมาในตอนนี้มันดูเหมือนว่าเธอกำลังจะคลั่งไปเพราะความไม่พอใจ แต่ว่ายูอิลฮานก็ไม่สนใจเธอเลย เขามัวแต่ยินดีกับการที่ได้สกิลใหม่นี้มา

ในตอนนี้เขาได้รู้แล้วว่าความคาดหวังที่เขามีให้กับดันเจี้ยนมันไม่ได้มีค่าอะไรเลย เขาจำเป็นต้องได้สิ่งกระตุ้นแบบใหม่

ไม่เพียงแค่สกิลทำอาหารที่ราบรื่นเท่านั้น แต่เป้าหมายดั้งเดิมของเขาก็ยังเป็นไปอย่างราบรื่น ในตอนนี้เขาได้รวบรวมเลือดครบ 500 ลิตรแล้ว แถมเขายังรวบรวมหัวใจได้แล้ว 200 อัน ถ้าหากว่าเขาหาได้เพิ่มอีก 300 อัน สกิลพักผ่อนของเขาจะวิวัฒนาการ

นอกไปจากนี้ตอนนี้เลเวลของเขาก็อยู่ที่ 48 แล้ว เมื่อเขารวบรวมหัวใจได้ครบเขาจะต้องไปถึงเวลา 50 แน่นอน หรือให้พูดอีกอย่างก็คือเขากำลังคาดหวังในอาชีพที่สองที่เขาจะได้รับ

"ยังไงก็เถอะพวกมันไม่โผล่มาเลยแหะ"

ยูอิลฮานได้กินเนื้อลงไปในขณะที่มองดูรอบๆ แต่ยังไงก็ตามนอกเหนือไปจากหินกับฝุ่นแล้ว เขาก็ไม่เจออะไรอีกเลย

การที่ชายคนหนึ่งมาย่างเนื้อท่ามกลางยามค่ำคืนและจุดไฟบนที่ราบสูงแบบนี้มันไม่ได้ต่างไปจากการที่เขาตะโกนออกมาว่า 'มาโจมตีฉันที' เลยซักนิด

ยังไงก็ตามถึงแม้ว่าเขาจะไปจุดไฟเพิ่มอีกหรือย่างเนื้อมากขึ้นก็ไม่มีมอนสเตอร์เข้ามาโจมตีเขาเลยซักตัวเดียว

"ฉันถึงขนาดเปิดเผยตัวอย่างโล่งโจ้งขนาดนี้เหมือนกับคนโง่แบบนี้แต่ทำไมถึงไม่มีพวกมันเข้ามาเจอฉันเลยล่ะ?"

[นี้มันก็แสดงว่าคุณรู้ว่าสิ่งที่คุณทำมันดูโง่สินะ...?]

เอิลต้าที่ไม่เคยคิดเลยว่าเขากำลังล่อมอนสเตอร์ได้ถามกลับมาด้วยใบหน้าที่แสดงออกมาว่า 'ไร้สาระ'

[ฉันคิดว่าคุณกำลังทำตามที่คุณชอบอยู่ซะอีก]

"แล้วฉันดูเป็นไงล่ะ?"

[คนโง่ที่หลงยุคไง]

"พวกโทรลล์นะมันหลับได้ในทุกที่ที่พวกมันต้องการแต่ว่ามอนสเตอร์อื่นมันไม่ใช่แบบนั้นใช่ไหมล่ะ? มีมอนสเตอร์อื่นนอกเหนือไปจากโทรลล์อยู่จริงๆสินะ?"

[นั่นก็คือความจริง เมื่อดูจากข้อจำกัดเลเวลที่ต่ำแล้ว มันจะต้องมีมอนสเตอร์ตัวอื่นแน่นอน]

"แต่ไม่ว่ายังไงก็ตามการที่พวกมันไม่เข้ามาโจมตีฉันก็แสดงว่าสกิลการปกปิดตัวตนแบบติดตัวของฉันมันยังทำงายอยู่ พวกมันก็เลยไม่ได้โจมตีฉันใช่ไหม?"

[คงเป็นแบบนั้น]

"เพราะงั้นฉันก็เลยมาย่างเนื้อที่นี่เพราะว่าฉันอยากจะรู้ตัวตนของพวกมันไง"

หลังจากได้ฟังเรื่องพวกนี้ที่ดูไม่สมเหตุสมผลกันเลยซักนิดทำให้เอิลต้าตอบกลับไปสั้นๆหลังจากคิดแปปหนึ่ง

[นี่มันก็แค่ข้ออ้างใช่ไหม?]

"ใช่แล้ว"

ความจริงแล้วเขาก็แค่ต้องการย่างเนื้อเท่านั้นเอง ในเมื่อเขารู้อยู่แล้วว่าพวกมันอ่อนแอกว่าโทรลล์มันก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่เขาจะต้องไปกลัวมอนสเตอร์พวกนั้น

[แต่ฉันก็ยังคิดว่ามันแปลก]

"เธอเจออะไรผิดปกติ?"

[ถึงแม้ว่ามันจะเป็นแค่สมมติฐานก็ตาม แต่ว่าสิ่งนี้เป็นสิ่งที่ฉันคิดขึ้นมาตั้งแต่แรกที่เจอคุณแล้ว]

"อย่าทำให้ฉันสงสัยสิ อธิบายมาเร็วๆ"

[มันไม่ใช่ว่าผลของสกิลการปกปิดตัวตนของคุณมันคือการซ่อนทุกๆอย่างรวมไปถึงไฟและกลิ่นเนื้อหรอ?]

"...."

ยูอิลฮานถึงขนาดไม่พอใจกับความคิดตัวเองที่ว่าเรื่องนี้มันเป็นเรื่องจริง เขาได้พยายามอย่างมากเพื่อที่จะแย้งเอิลต้าไป

"แต่ว่านั่นมันเป็นการบิดเบือนปรากฏการทางกายภาพเลยนะ!"

[เดิมทีสกิลมันก็เป็นแบบนี้อยู่แล้ว มันไม่มีอะไรใหม่เลยนี่ แม้กระทั่งเทพเจ้าคุณก็ยังซ่อนตัวจากเขามาแล้ว]

"...."

ยูอิลฮานในตอนนี้เถียงเธอไม่ได้อีกแล้ว ยูอิลฮานได้เริ่มรู้ถึงความสามารถที่น่ากลัวที่มีมาตั้งแต่เขาเกิดมากยิ่งขึ้น

จากนั้นก็ผ่านไปอีกสามวันยูอิลฮานที่ครอบครองในพลังการปกปิดตัวตนซึ่งซ่อนได้แม้แต่กลิ่น ตอนนี้เขาได้มาอยู่เบื้องหน้าของโทรลล์ตัวที่ 500 แล้ว

ก่อนหน้านี้โทรลล์ตัวนี้มันได้วิ่งอยู่ตลอด แต่ว่าอยู่ๆเมื่อห้าวินาทีก่อนมันก็ได้หยุดลงไปจากนั้นพอผ่านไปอีกสี่วินาทีมันก็ล้มตัวลงไปนอนหลับ สมแล้วกับการที่เป็นผู้เชี่ยวชาญสกิลพักผ่อน

ยังไงก็ตามเพราะความเป็นผู้เชี่ยวชาญสกิลนี้เองที่ทำให้มันต้องตาย

ยูอิลฮานได้คิดย้อนกลับไปถึงความลำบากในอดีตที่ผ่านมาและชี้หอกไปทางมัน

"มีหลายสิ่งหลายอย่างเกิดขึ้นมากมายก่อนที่ฉันจะได้มาถึงจุดนี้..."

[คุณได้ย่างโทรลล์มากมายจริงๆแหละ]

"ถึงแม้อย่างนั้นความลำบากก็ดำเนินต่อไปจนทำให้ฉันเหนื่อยล้า"

[แล้วคุณอยากจะกินอะไรอีกล่ะหลังจากที่กินเนื้อพวกโทรลล์หมดแล้ว]

"ความปรารถนาที่จะพัฒนาการได้พาฉันมาที่นี่"

[แต่ว่าคุณก็ไม่ได้หยุดเลยเพราะสกิลความต้านทานพิษกับสกิลทำอาหารก็ยังเพิ่มขึ้นมาตลอด]

เอิลต้าได้อ่านใจของเขาถูกจนทำให้เขาต้องตัวสั่นออกมา

"อ่า จริงๆนั่นแหละ"

[ก็แค่ฆ่ามันก็พอแล้วน่า]

แม้ว่าเขาจะบ่นแต่เขาก็แทงหอกเข้าใส่โทรลล์ตามคำพูดของเอิลต้าอย่างเชื่อฟัง ประสบการณ์ที่เขาได้ฆ่าโทรลล์มาทั้ง 499 ตัวทำให้หอกของเขาพุ่งออกไปอย่างรวดเร็วเหมือนอสรพิษเจาะเข้าไปในจุดที่เปราะบางที่สุดในส่วนคอของโทรลล์

ตอนนี้โทรลล์ได้หลับแบบไม่ตื่นขึ้นมาอีกแล้ว

[คุณได้รับค่าประสบการณ์ 572,395]

[คุณไม่สามารถจะกลายเป็นเลเวล 50 ได้หากไม่ได้รับคลาส 2 บันทึกทั้งหมดที่คุณได้รับมาก่อนจะได้รับคลาสจะถูกคำนวณหลังจากการที่คลาสถูกสร้างขึ้น]

[ด้วยความสำเร็จและบันทึกที่คุณได้รับมาจนถึงตอนนี้จะถูกเปิดเผยเส้นทางออกมา โปรดเลือดคลาสต่อไปนี้ที่เหมาะกับคุณ]

[1.ผู้เชี่ยวชาญการใช้หอกที่พร่ามัว

2.ผู้เชี่ยวชาญการต่อสู้

3.ยมทูตหน้าใหม่

4.เบอเซอเกอร์]

"โอ้"

ถึงแม้ว่าเขาจะคิดเอาไว้แล้ว แต่ว่าการที่มันเกิดขึ้นนี้มันทำให้ยูอิลฮานต้องตกตะลึงกับข้อความที่เด้งขึ้นมานี้

ในตอนนี้เขาได้ทำเงื่อนไขการวิวัฒนาการสกิลพักผ่อนครบแล้ว แต่ในตอนนี้กลับการเป็นว่าคลาสที่ 2 ได้กลายเป็นสิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าการยืนยันการวิวัฒนาการสกิล

[เป็นงี้สินะ ถึงแม้ว่าคุณจะกำหนดเส้นทางของคุณไปในคลาสที่ 1 แล้วคุณก็ยังมีเส้นทางให้เลือกอยู่มากนะ คุณดูจะไม่ได้ทำอะไรพลาดไปเลยซักนิด]

"อืมม ฉันเสียใจมาก"

[คุณไม่ได้ไปโลกอื่นด้วยดังนั้นการที่คุณจะได้รับการช่วยเหลือจากฉันในการเลือกคลาสมันก็เป็นการยุติธรรมดี มาดูกันดีกว่า]

ความเป็นไปได้หลายทางนี้ก็หมายถึงความสามารถที่พิเศษ แต่ยังไงก็ตามถ้าหากว่าเลือกสิ่งที่ไม่เหมาะสมกับตัวเองมามันก็จะเป็นการตัดเส้นทางการพัฒนาต่อ

เอิลต้าได้คิดหากคลาสที่เหมาะสมกับยูอิลฮานในขณะที่มองดูอาชีพทั้งสี่อย่างนั้น

[ก่อนอื่นเลยคือผู้เชี่ยวชาญการต่อสู้กับเบอเซอเกอร์ อาชีพทั้งสองอย่างนี้คือสิ่งที่ฉันรู้จักดี ผู้เชี่ยวชาญการต่อสู้คือนักรบที่จะใช้ทุกๆส่วนในร่างกายเพื่อโจมตีและใช้อาวุธในน้อยมาก ส่วนเบอเซอเกอร์คือนักรบที่จะไม่ออกไปจากสนามรบเว้นแต่ว่าตนเองหรือศัตรูจะตาย]

"สรุปง่ายๆคือทั้งสองอย่างนี้เป็นพวกบ้าการต่อสู้สินะ?"

[อาชีพทั้งสองอย่างนี้แข็งแกร่ง มันเป็นอาชีพที่ยากจะได้รับ ส่วนใหญ่แล้วอาชีพเบอเซอเกอร์จะมีมาให้เห็นในคลาสที่ 3 ยังไงก็ตามหากคุณได้รับอาชีพนี้เป็นคลาสที่ 2 นั่นหมายความว่าคุณได้อาชีพระดับสูงกว่าปกติมาแล้ว]

มันดูเหมือนคลาสผู้เชี่ยวชาญการต่อสู้จะมาจากการที่ยูอิลฮานได้ต่อสู้อย่างอิสระใช้ทุกๆอย่างในการต่อสู้และเบอเซอเกอร์ก็มาจากการที่ยูอิลฮานได้จัดการยืนหยัดต่อสู้กับมอนสเตอร์จนไม่มีเหลือทิ้งไว้หลายต่อหลายครั้ง

อาชีพทั้งสองอย่างนี้ก็ดูจะไม่ได้เกี่ยวข้องกับมานาอีกด้วย ดังนั้นการเลือกอาชีพพวกนี้ดูจะไม่ใช่ปัญหาเลย

[ต่อมาก็คือผู้เชี่ยวชาญการใช้หอกที่พร่ามัวก็คืออาชีพขั้นถัดไปของอาชีพในปัจจุบันของคุณ แน่นอนว่ามันเป็นอาชีพเฉพาะตัวทำให้มันเป็นสิ่งที่จะช่วยเสริมเพียงแต่เอกลักษณ์เฉพาะของอาชีพเท่านั้น]

"ยมทูตหน้าใหม่ล่ะ?"

[ฉันไม่รู้]

เอิลต้าได้ยิ้มขมๆออกมา

[นี้เป็นครั้งแรกเลยที่ฉันได้เห็นมัน มันชัดเจนว่าเป็นอาชีพเฉพาะตัวอีกอย่างหนึ่ง]

"มันเป็นอย่างนั้นจริงๆตามที่ฉันคิดสินะ...."

[อาชีพเฉพาะตัวมันแข็งแกร่งมากเมื่อเทียบกับอาชีพตามปกติ คุณก็น่าจะรู้ดีเพราะคุณก็ได้พัฒนาขึ้นมาในฐานะของผู้ใช้หอกที่พร่ามัว ยังไงก็ตามมันก็ยังมีข้อเสียเช่นกัน มันก็คือการที่คุณจะไม่รู้เลยว่าอาชีพนั้นมันจะทำอะไรได้จนกว่าคุณจะได้เลือกมัน.... คุณรู้ในเรื่องนี้ดีใช่ไหมล่ะ?]

"แน่นอนสิว่าฉันรู้"

ผู้ใช้หอกที่พร่ามัวยูอิลฮานได้หยักหน้าทั้งๆที่กัดฟันแน่น

"ฉันได้เตรียมตัวที่จะพลิกแพลงทุกๆอย่างเอาไว้แล้วต่อให้อาชีพยมทูตหน้าใหม่มันมีสกิลอย่างพวกการเกี่ยวข้าวก็ตามเถอะ"

[ใช่แล้ว มันอันตรายขนาดนั้นนั่นแหละ]

เอิลต้าได้หยักหน้าอย่างจริงจัง ยังไงก็ตามถึงแม้ว่ามันจะเป็นแบบนี้ยูอิลฮานก็พูดออกมายิ้มๆ

"ยังไงก็ตามฉันจะเลือกยมทูตหน้าใหม่"

[ฉันรู้ว่าคุณจะพูดแบบนี้]

ยูอิลฮานเป็นคนที่ชอบสิ่งที่เป็นประสบการณ์ใหม่ๆ ชอบมากด้วย ความเสี่ยงเล็กน้อยแบบนี้เขายินดีที่จะแลกมัน

แทนที่จะไปเลือกอาชีพที่ดูออกได้อย่างชัดอย่างผู้เชี่ยวชาญการต่อสู้่ เบอเซอเกอร์หรือผู้เชี่ยวชาญการใช้หอกที่พร่ามัวแล้ว ยมทูตหน้าใหม่เป็นสิ่งที่กระตุ้นเขาได้มากยิ่งกว่า

จริงๆแล้วเอิลต้าก็ไม่ได้คิดที่จะขัดการตัดสินใจนี่ของเขาเช่นกัน

ไม่ว่ายังไงในท้ายที่สุดแล้วอาชีพที่โผล่ขึ้นมามันก็คือวิถีทางที่คนๆนั้นดำเนินมาจนถึงจุดๆนี้ อาชีพยมทูตหน้าใหม่ก็ไม่น่าจะใช่อะไรที่เลวร้ายหรอกมั้ง?

[เยี่ยม ทำตามที่คุณต้องการเถอะ เดิมพันกับมันไม่ว่าจะต้องเสียอะไรก็ตามสินะ?]

"ใช่สิ"

ยูอิลฮานได้ปิดตาลงไปและคิดถึงอาชีพยมทูตหน้าใหม่อย่างแรกกล้า ในตอนนี้เองอาชีพอื่นนอกเหนือไปจากยมทูตหน้าใหม่ได้หายไปในทันทีและมีข้อความใหม่โผล่ขึ้นมา

[ยมทูตหน้าใหม่คือกระบวนการที่จะกลายเป็นยมทูตเพื่อมอบความตายให้กับทุกๆสิ่งงอย่างเป็นธรรม และในเวลาเดียวกันนี้เป็นเส้นทางเดียวในโลกที่มีแค่คุณผู้ที่ใช้ความตายทั้งที่ยังมีชีวิตอยู่ได้รับ คุณมีคุณสมบัติที่จะพิสูจน์ตัวเองว่าคุณเป็นคนที่จะเติมเต็มเงื่อนไขได้]

[ฆ่ามอนสเตอร์คลาส 2 ในการโจมตีเพียงครั้งเดียวด้วยการโจมตีโดยที่ศัตรูไม่ตั้งตัว]

[ฆ่ามอนสเตอร์คลาส 3 ในการโจมตีเพียงครั้งเดียวด้วยการโจมตีโดยที่ศัตรูไม่ตั้งตัว]

นี้คือช่วงเวลาที่เขาได้รับเควสเลื่อนขั้นอาชีพที่เลวร้ายที่สุดบนโลก

จบบทที่ บทที่ 39 - ฉันยังต้องเลื่อนอาชีพไปขั้นสอง (2) [อ่านฟรีวันที่ 03/09/61]

คัดลอกลิงก์แล้ว