เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 37 - การล้นทะลักของพลัง (5) [อ่านฟรีวันที่ 30/08/61]

บทที่ 37 - การล้นทะลักของพลัง (5) [อ่านฟรีวันที่ 30/08/61]

บทที่ 37 - การล้นทะลักของพลัง (5) [อ่านฟรีวันที่ 30/08/61]


บทที่ 37 - การล้นทะลักของพลัง (5)

 

[เควสสวรรค์ 003, ภารกิจนักล่าเสร็จสิ้น]

[สเตตัสทั้งหมดเพิ่มขึ้น 2]

[คุณได้เสร็จสิ้นเควสด้วยความสำเร็จที่มากที่สุดในหมู่ผู้รับเควส คุณได้รับรางวัลพิเศษ]

ยูอิลฮานได้เดินเข้าไปในซอยที่คนสังเกตุไม่เห็นก่อนที่เขาจะเข้าไปในสนามบิน ถึงแม้ว่าเขาจะมีความมั่นใจว่าจะไม่มีใครหาเขาเจอต่อให้เขาเดินเข้าไปในสนามบินทั้งอย่างนั้น แต่ว่าเขาก็รู้สึกหงุดหงิดกับความเชื่อมั่นแบบนั้น

เพราะแบบนี้เขาได้ถอดเกราะออกมาสะบัดเลือดออกไปก่อนที่จะเก็บเข้าไปในกระเป๋า จากนั้นก็ตามด้วยหอก เขายังรีโหลดกระสุนของ pile bunker เพื่อเตรียมสำหรับการต่อสู้ครั้งต่อไปเอาไว้อีกด้วย

ในเมื่อเขาไม่รู้ว่าเขาจะต้องใช้มันอีกเมื่อไหร่ทำให้เขาต้องรีโหลดกระสุนของ pile bunker ให้ไปถึงขั้นสุดพร้อมยิงอยู่ตลอดเวลา

ในตอนที่เขาทำแบบนี้เอิลต้าก็ได้คิดถึงเรื่องคำขอของยูอิลฮานและถอนหายใจพูดออกมา

[ช่วยไม่ได้นะ ส่งกระเป๋าของคุณมาให้ฉันก่อนสิ]

ยูอิลฮานได้ส่งกระเป๋าออกไปอย่างเชื่อฟังทันที เอิลต้าได้พึมพัมบางอย่างหลังจากรับเอากระเป๋าไปและมีวงแหวนทูตสวรรค์ปรากฏขึ้นบนหัวเธอ

เมื่อยูอิลฮานเห็นแบบนี้ เขารู้ได้ทันทีว่าเธอกำลังทำอะไร และไม่นานนักทูตสวรรค์คนอื่นๆก็ได้ปรากฏตัวขึ้นมาอย่างที่เขาคิดเอาไว้

[โอ้ นี่คือนักล่าสินะ]

[คนๆนี้เป็นคนทำกับดักแห่งการทำลาย]

[ยังไงก็เถอะเอิลต้า เธอเรียกเรามาที่นี่หรอ?]

ยูอิลฮานพอจะจำได้ว่าเขาเคยเห็นทูตสวรรค์พวกนี้ในตอนระหว่างเขาทำเควสที่สอง แต่ว่าจุดๆนึงที่เขาสังเกตุได้อีกอย่างก็คือพวกเขาทั้งหมดต่างก็เป็นคนที่มีทัศคติต่อยูอิลฮานที่ดี

เมื่อยูอิลฮานได้เห็นแบบนี้เขาก็หันไปมองเอิลต้า เธอก็ทำเพียงแค่หยักไหล่ยอมรับออกมา

[คุณไม่คิดหรอว่าคนที่ไม่คิดต่อคุณแบบลำเอียงจะช่วยคุณได้มากกว่านะ?]

มันเป็นอย่างนั้นจริง ยูอิลฮานไม่สามารถจะพูดอะไรในเรื่องนี้ได้ ในขณะเดียวกันเอิลต้าก็อธิบายถึงสิ่งที่เธอทำกับทูตสวรรค์คนอื่นๆ

[เหตุผลที่ฉันเรียกพวกคุณมากก็คือนักล่าที่ประสบความสำเร็จในเควสสวรรค์ เพื่อทำตามความต้องการของเขา ฉันได้ตั้งใจจะอัพเกลดพลังของรางวัลที่เขาได้ไปก่อนหน้านี้ ดังนั้นฉันเลยต้องการให้คุณช่วยนะ]

[ฉันคิดว่าฉันพอจะรู้แล้วว่าคุณจะให้เราช่วยอะไร คงจะเป็นกระเป๋าสะพายนั่นสินะ]

ทูตสวรรค์ได้มารวมกันที่กระเป๋าสะพาย เมื่อเห็นแบบนี้ยูอิลฮานก็ตระหนักได้ถึงบางอย่างโดยไม่รู้ตัว

"คุณกำลังจะทำการหัตถกรรมมานางั้นหรอ?"

[แล้วคุณคิดว่าเราจะทำอะไรล่ะ? หัตถกรรมมานาไม่ได้ถูกจำกัดไว้ให้แค่กับช่างตีเหล็กเท่านั้นนะ ในกระบวนการสร้างอาร์ติแฟคแล้วหัตถกรรมมานาคือสิ่งจำเป็น]

เอิลต้าได้ยิ้มขึ้นและตอบกลับมาจากนั้นก็เริ่มทำการหัตถกรรมมานากับทูตสวรรค์คนอื่นๆทันที ฉากที่เห็นคนพวกเขาได้จับมือของกันและกันและส่งมานาเข้าไปในกระเป๋าสะพายซึ่งดูสวยงามมาก ยิ่งเมื่อคิดเกี่ยวกับกระบวนการสร้างมันยิ่งดูสวยงามมากยิ่งขึ้น

ยังไงก็ตามต่อให้ยูอิลฮานได้ใช้หินพลังเวทย์ที่ดีและมีวัตถุดิบในการทำหัตถกรรมมานาแบบเดียวกัน เขาก็ไม่มีทางจะทสิ่งที่เหนือไปกว่าตรรกะปกติอย่างกระเป๋าสะพายนี้ได้

นี้คือพลังของสิ่งมีชีวิตขั้นสูงอย่างแท้จริง ระดับของพวกเขาต่างกันไปอ่างสิ้นเชิง ยูอิลฮานในตอนนี้ยังไม่สามารถจะทำกระเป๋าสะพายแบบนี้้ได้เลย ในตอนนี้เขาได้รู้ตัวแล้ว

มันต้องผ่านไปนานแค่ไหนกันนะเขาถึงจะได้ฉายแสงแบบนี้? ช่วงเวลาระหว่างที่เราคิดได้ผ่านไปไม่กี่สิบวินาทีเท่านั้นเอง แต่ว่าทูตสวรรค์ก็ได้ปล่อยมือออกจากันมาแล้ว กระบวนการนี้มันได้เสร็จสิ้นแล้วอย่างรวดเร็ว

[ดีล่ะงั้นตอนนี้คุณก็จะสามารถควบคุมน้ำหนักได้ตามคุณต้องการแล้ว มันจะไม่เกิดกรณีอย่างพื้นดินร้าวจากการก้าวเดินของคุณอีกต่อไป คุณสามารถจะเก็บเครื่องบินเข้าไปได้โดยไม่ต้องกังวลเลยด้วยซ้ำไป]

"ขอบคุณนะ"

ยูอิลฮานได้รับกระเป๋าสะพายคืนมาและใส่กระเป๋าไว้ ในขะเดียวกันทูตสวรรค์ที่ยังไม่กลับไปหลังจากที่ทำงานเสร็จ พวกเขาได้ยืนอยู่รอบๆยูอิลฮานกับเอิลต้าที่คิดกัน

[ฉันไม่คิดว่าเวลามันจะผ่านไปมากนักในตอนที่ฉันได้เจอคุณครั้งที่แล้ว แต่ว่าฉันมั่นใจได้เลยว่าคุณได้เปลื่ยนไปมากในระยะเวลาสั้นๆ]

[คุณได้จัดการเคลียร์ดันเจี้ยนหัวใจโลหะมาแล้วสินะ แล้วคุณรู้ได้ยังไงกันว่ามันจะเกิดการล้นของพลังที่นี่?]

[ต้องขอบคุณคุณมากที่ทำให้การล้นของพลังจบลงอย่างหมดจด คุณนี่เป็นมนุษย์ที่น่าทึ่งเสมอเลย]

"ต่อให้พวกนายจะยกย่องฉันแบบนี้ ฉันก็ไม่กระโดดโลดเต้นหรอกนะนายรู้ไหม? แทนที่จะยกย่องฉันก็ช่วยเอาเงินมาให้ฉันแทนทีสิ ถ้าเป็นแบบนั้นไม่ว่าจะเป็นกระโดดโลดเต้นฉันก็ยอม"

ยูอิลฮานได้ตอบออกไปอย่างเย็นชา แต่ทูตสวรรค์ต่างก็หัวเราะกันออกมา ทูตสวรรค์พวกนี้แปลกจริงๆด้วย ได้มีทูตสวรรค์คนหนึ่งพูดกับเขาทั้งๆที่หัวเราะอยู่

[จริงๆแล้วฉันก็มองดูสิ่งที่คุณทำอยู่ใกล้ๆนะ ผูู้มช้พลังที่ฉันกำลังช่วยอยู่ก็มีส่วนร่วมในวันนี้ด้วยนะ]

"อะไรนะ?"

ยูอิลฮานได้สะดุ้งไปเมื่อได้ยินแบบนี้ ถึงแม้ว่าเขาจะคิดว่ามันคงจะไม่ได้มีแค่เขาที่ได้รับการติดต่อจากทูตสวรรค์ก็ตาม แต่การที่พวกทูตสวรรค์มายอมรับตรงๆว่าพวกเขา 'กำลังช่วย' มนุษย์นี่มันอะไรกัน?

นอกไปจากนี้มันก็ยังเป็นการดูถูกเล็กน้อยที่เขาไม่ได้รู้ตัวเลยในระหว่างต่อสู้ เขาได้มองไปที่เอิลต้าและเธอก็หยักหน้าขึ้นมา

[การที่จะมีผู้ใช้พลังที่แข็งแกร่งมันหากยากนะ แล้วก็ถ้าหากผู้ที่เป็นพลังของมนุษย์ได้ตายไปทั้งแบบนี้สมดุลระหว่างมนุษย์กับมอนสเตอร์ก็จะหายไปใช่ไหมล่ะ? ทูตสวรรค์บางคนก็เลยมีหน้าที่มาเป็นทูตสวรรค์ผู้พิทักษ์เพื่อป้องกันมันไงล่ะ]

"มันฟังดูโกงๆนะ"

ข้อมูลใหม่นี้ที่เขาได้ยินมาจากเอิลต้ามันดูจะเหมือนกับการหลักประกันชีวิตเลย ยังไงก็ตามสำหรับยูอิลฮานที่ถูกปล่อยไว้คนเดียวเป็นพันปีแล้วมันไม่นับว่าเป็นอะไรเลย

[แต่ว่าการจะอำนวยความสะดวกสบายให้กับคนๆนั้นมากเกินไปมันก็จะไม่ยุติธรรม ดังนั้นมันจึงต้องมีการอนุญาติหลังจากอภิปรายกันอย่างจริงจังแล้วเท่านั้น และต่อให้ได้รับอนุญาติแล้วสิ่งที่ทำได้เป็นแค่การแนะนำเท่านั้นเอง พวกเราจะไม่สามารถจะไปแทรกแซงชีวิตและความตายของเป้าหมายได้ สิ่งที่พวกเขาทำได้ก็อยู่ในระดับเดียวกันกับฉันนั่นแหละ]

"อ่า หรือจะให้พูดก็คือไร้ประโยชน์"

[ไม่! ฉันบอกคุณไปแล้วนะว่าฉันเป็นประโยชน์กับคุณมาก!]

ทูตสวรรค์ได้มองดูยูอิลฮานกับเอิลต้าคุยกันด้วยความสนใจ ตอนนี้ทูตสวรรค์ที่ประกาศตัวว่าเป็นผู้พิทักษ์ก็พูดขึ้นอีกครั้ง

[เด็กคนที่ฉันเฝ้ามองอยู่ก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรถ้าหากเจอเธออีกก็ช่วยดูเธอหน่อยนะ]

"ใครกันล่ะ?"

[เธอชื่อว่า นายูนา ดูเหมือนว่าจะมาจากประเทศเดียวกับคุณด้วยนะ]

"โอ้ คู่นั่นนี่เอง"

[เธอเป็นเด็กที่มีพลังที่หาได้ยากมากๆบนโลกเลยนะ เธอเป็นนักบวชที่ได้รับพรจากเทพธิดาแห่งความงาม ฉันคิดว่าการที่คุณไปใกล้ชิดเธอมันก็ไม่ใช่เรื่องแย่เลยนะ]

ในเวลาตอนนี้ที่เขาคิดว่าเธอได้พูดเรื่องส่วนตัวมากไปแล้ว เอิลต้าก็ดูจะรำคาญแล้วเช่นกันทำให้เธอหรี่ตาขึ้นมาและขัดขึ้น

[เฟย์ต้า ฉันเข้าใจนะว่าเธอประเมินตัวยูอิลฮานไว้สูง แต่ว่าห้ามบอกคนอื่นๆถึงพลังของเขาหรือจงใจให้คนอื่นๆเข้ามาหาเข้าเด็ดขาด เขามีสิทธิที่จะปกป้องข้อมูลส่วนตัวเอาไว้]

[มันหายากนะที่เอิลต้าจะมากังวลแทนสิ่งมีชีวิตชั้นต่ำ]

[เอิลต้า เธอชอบคนๆนี้หรอ?]

[ไม่นะ เธอจะถูกลิต้าฆ่าเอานะ]

[หัตถกรรมมานาเสร็จไปแล้วดังนั้นกลับไปได้แล้วไป!]

เอิลต้าได้ไล่ทูตสวรรค์ทั้งหมดออกไป ถึงแม้ว่าในขณะที่เอิลต้ากำลังไล่อยู่ ทูตสวรรค์ที่มีชื่อว่าเฟย์ต้าก็ไม่ลืมที่จะบอกให้ยูอิลฮานดูแลนายูนาให้ดี

ยูอิลฮานได้เริ่มไปที่สนามบินต่อทันทีในขณะที่คิดว่าเธอคนนั้นคงพยายามอย่างหนักในงานทูตสวรรค์ผู้พิทักษ์ของเธอ

[คุณจะทำอะไรงั้นหรอ?]

"ฉันจะแอบไปนั่งขึ้นบินไปแอริโซน่าเงียบๆในตอนที่ไม่มีใครอยู่"

[แต่ว่าเฟย์ต้าได้ขอให้คุณดูแลมนุษย์ผู้หญิงคนนั้นนี่]

"ฉันจะแอบไปนั่งขึ้นบินไปแอริโซน่าเงียบๆในตอนที่ไม่มีใครอยู่"

[ถ้าหากคุณไปช่วยเธอ เธอก็อาจจะให้รางวัลกับคุณ]

"ฉันจะแอบไปนั่งขึ้นบินไปแอริโซน่าเงียบๆใน..."

[โอเค งั้นฉันจะให้รางวัลส่วนที่เหลือกับคุณ]

สำหรับยูอิลฮานที่ได้ขึ้นไปถึงจุดสุดของของผู้โดดเดี่ยวแห่งจักรวาลแล้ว การจะให้เขาไปเข้าหาคนอื่นๆโดยที่ไม่มีเควสหรืออะไรที่เป็นประโยชน์นั้นมันเป็นไปไม่ได้เลย เลือกให้เขาไปฆ่ามังกรมันยังจะง่ายกว่าการให้เขาเข้าไปคุยกับผู้หญิงซะอีก

[คุณไม่เพียงแต่คุณฆ่าหัวหน้าของมอนสเตอร์กิ้งก่าเพลิงจอมเวทย์เท่านั้น คุณยังได้ฆ่ากิ้งก่าเพลิงระดับสูง และกิ้งก่าเพลิงจำนวนนับไม่ถ้วน แถมคุณยังได้คะแนนผลงานเป็นอันดับหนึ่งซึ่งได้ทิ้งห่างคนอื่นๆไปอย่างมาก ถึงแม้ว่าคุณจะได้รับการอัพเกรดกระเป๋าสะพายเป็นรางวัลไปแล้ว แต่ถึงแม้แบบนั้นคุณก็ยังคงเหลือความสำเร็จอีกอย่างมาก ดังนั้นด้วยบันทึกที่คุณได้รับมาในการต่อสู้ พวกเราจะดำเนินการกับมันด้วยพลังของสวรรค์เพื่อที่จะมอบสกิลให้กับคุณ]

"สกิลไร้ประโยชน์?"

[ฉันจะโกรธแล้วนะ]

"ขอโทษนะ ฉันผิดเอง"

ถึงแม้ว่าเขาจะมีบันทึกมานับไม่ถ้วนก็ตาม แต่ว่าบันทึกของศัตรูที่เขาเผชิญหน้าต่างก็ยังอยู่ในตัวเขา จริงๆแล้วสกิลก็ถูกทำให้เขามาแล้วด้วย

[ยินดีด้วยนะ มันเป็นสกิลที่แม้แต่คุณที่ใช้มานาไม่ได้ก็ยังใช้มันได้]

"แล้วเพราะอะไรกันล่ะที่ฉันใช้มานาไม่ได้ห๊ะ?"

[ขอโทษ ฉันผิดเอง]

การคุยกันระหว่างพวกเขามันจะสงบสุขไม่ได้เลยงั้นหรอ? ยูอิลฮานจะรับรางวัลได้แค่หลังจากที่โต้เถียงกันไปมาเสมอ

[คุณได้เรียนรู้สกิล [พลังเหนือมนุษย์] เมื่อเปิดใช้งาน พลังของกล้ามเนื้อจะถูกเสริมขึ้นชั่วคราวและคุณก็ยังสามารถจะดึงพลังได้เหนือกว่าขีดจำกัดของคุณ ยังไงก็ตามหลังจากที่พลังที่ถูกเพิ่มขึ้นได้หมดลงคุณจะเกิดอาการล้า หากเลเวลของสกิลเพิ่มขึ้นมันก็เป็นไปได้ที่จะเสริมกล้ามเนื้อของคุณได้นานยิ่งขึ้น ลดความล้า และเพื่มประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น]

ถึงแม้ว่ามันจะไม่ใช่สกิลอย่างพวกวอร์คลายที่เขาต้องการ แต่ว่ามันก็เป็นทักษะที่ดีกว่าสกิลแบบนั้นซะอีก

ยังไงก็ตามเมื่อเห็นแบบนี้ยูอิลฮานก็อยากจะร้องไห้ออกมา

"เฮ้"

ยูอิลฮานได้ถามขึ้น

"นี้มันไม่ใช่สิ่งที่มนุษย์จะเรียนรู้ได้ใช่ไหม?"

[นั่นเป็นเหตุผลที่ฉันบอกว่ามันคือบันทึกที่คุณได้รับไง รางวัลเควสสวรรค์เดิมทีก็เป็นแบบนี้แหละ นอกไปจากนี้คุณก็ได้เรียนรู้ในสิ่งที่มนุษย์จะเรียนได้ไปอีกแล้วนี่ ดังนั้นคุณคงไม่ได้ต้องการอะไรที่เกี่ยวกับมนุษย์อีกแล้ว]

ถึงแม้ว่าเขาจะอึดอัดใจที่ได้รับสกิลที่พวกมอนสเตอร์ได้รับกันมา แต่ว่าสิ่งที่เอิลต้าบอกออกมาไม่ได้ผิดเลย เขาหาข้อโต้แย้งไปไม่ได้เลย นอกไปจากนี้เนื่องจากว่าเขาคิดไว้แต่แรกแล้วว่าจะต้องได้สกิลพวกนี้ นี่มันไม่ใช่ว่าเป็นสกิลที่เหมาะกับตัวเขาดีหรอกหรือยังไงกัน?

ในท้ายที่สุดแล้วยูอิลฮานก็ได้ยอมรับสกิลนี้มาในที่สุดและเริ่มก้าวเท้าต่อไป ถึงแม้ว่าจะมีคนอยู่มากมายในสนามบินแต่ก็ไม่มีใครรู้ถึงตัวเขาเลย นี่มันก็ไม่ใช่เรื่องใหม่อะไร

"พวกเราไม่เห็นเจอเขาเลยยย เฟย์ต้าก็บอกว่าคนๆนั้นอยู่บนเครื่องบินนี้นี่"

"ฉันเป็นห่วงเธอที่เชื่อใจทูตสวรรค์มากไปนะ พูดเบาๆด้วย อาจจะมีคนที่พูดภาษาเกาหลีได้อยู่ที่นี่นะ"

ในตอนนี้เองเขาก็คิดว่าเขาได้ยินเสียงที่เขาคุ้นเคย และมันก็เป็นไปตามที่คิด คู่หูชาวเกาหลีสองคนนั้น ยูอิลฮานได้หดตัวแอบโดยสัญชาตญาณทันที แต่ต่อให้เขาเดินผ่านทั้งสองคนตรงๆมันก็ไม่มีทางที่สองคนนั้นจะหาเขาเจออยู่ดี

"ตัวตนใต้เกราะของเขาเป็นยังไงกันนะ? เขาจะต้องดูแข็งแกร่งและกล้าหาญแน่ๆเลยสินะ? เขาอาจจะเป็นเด็กหนุ่มที่ดีเปราะบางก็ได้ด้วยนี่นา!"

"มันสำคัญตรงไหนล่ะ? เธอไม่ได้จะรับเขามาเป็นพวกเพราะความแข็งแกร่งงั้นหรอ?"

"พี่อิจฉาเพราะเขาเจ๋งเกินไปสินะ!"

"ฉันไม่ได้อิจฉา ก็แค่ว่าฉัน...."

ยูิลฮานได้รีบออกมาจากที่ตรงนั้นด้วยความคิดที่ไม่สบายใจกับคู่หูนี่ ขอร้องล่ะ อย่าให้ฉันได้ไปเจอพวกเขาอีกเลย!

ยังไงก็ตามในเวลาต่อมาเขาก็ได้พบเขาคู่หูนี่อีกครั้ง และเขาก็เศร้าลงไป

"ชีวิตนี่มันเหนื่อยจริงๆเลย"

[คุณกำลังพยายามพูดให้มันดูตลกสินะ]

ต้องขอบคุณสิ่งที่ยูอิลฮานได้ทำไปสถานการณ์ภายในนี้เรียบร้อยกลับมา เครื่องบินที่ไปสู่แอริโวน่าก็ยังเดินทางต่อไปได้ ยูอิลฮานได้แอบผ่านเข้าไปในประูอย่างที่ทำมาและเข้าไปบนเครื่องบิน หลังจากที่เขาได้หาที่นั่งที่ปลอดภัยนั่งลงไปแล้วเขาก็ถอนหายใจออกมา

"ฉันได้ทำทุกสิ่งที่ทำได้แล้ว"

[พักเถอะนะ ถึงแม้ว่าเราจะไปถึงแอริโซน่าในอีกไม่นานก็ตาม แต่ว่าคุณได้ต่อสู้มาอย่างหนักแล้วคุณควรจะพักนะ]

ถ้าเป็นเมื่อก่อนเธอก็คงจะไม่พูดอะไรแบบนี้แน่ ไม่สิ นี่เขาไม่จำเป็นจะต้องมาประทับใจกับเรื่องเล็กน้อยแบบนี้ นับจากนี้ไปมันจะกลายเป็นปกติแล้ว

"ใช่แล้ว เธอก็ทำงานหนักเหมือนกันนะ"

ยูอิลฮานได้ยิ้มขึ้นและตอบกลับไป

"แต่ถึงแบบนั้นมันจะมีการล้นของพลังเกิดขึ้นอีกก็ตาม"

[อ่า จริงๆเลยสิ! นั่นมันจะไม่เกิดขึ้นหรอก!]

"ล้อเล่นน่า"

ถึงแม้ว่าเขาจะไม่มั่นใจว่ามันจะเกิดการล้นของพลังขึ้นอีกไหมก็ตาม แต่ตัวเขาได้พยายามอย่างดีที่สุดแล้ว เขาจะไม่เสียใจกับมัน ดังนรั้นถ้ามันเกิดขึ้นอีกยูอิลฮานก็จะแข็งแกร่งขึ้นกว่าตอนนี้และจัดการพวกมันได้ง่ายกว่าเดิมซะอีก

แถมในตอนนี้สิ่งสำคัญสำหรับเขาก็คือโทรลล์

โทรลล์! ยูอิลฮานได้ตื่นเต้นเมื่อนึกถึงโทรลล์ที่เขาจะไปฆ่าและกินเนื้อมัน จากนั้นเขาก็ล้มตัวนอนลงไป

"พอเราไปถึงก็ไปแกรนด์แคนยอนดีกว่า! แกรนด์แคนยอน!"

"นายูนา พวกเราไม่ได้ไปเล่นนะ"

ไม่นานนักความตื่นเต้นทั้งหมดของยูอิลฮานก็ได้พังลงไปอย่างน่าทึ่ง ยูอิลฮานได้หันไปเรียกเอิลต้าด้วยเสียงของผีตายซากทันที

"เอิลต้า"

[ปลายทางแต่เดิมของคนพวกนี้ก็ยังเป็นแอริโซน่าดังนั้นฉันจะไปทำอะไรได้ล่ะ? นอกไปจากนี้พวกเขาก็ไม่ใช่พวกลักลอบเข้าเมืองผิดกฏหมายแบบคุณด้วยนะ]

"กฏหมายสารเลว!"

[นี่มันเป็นการดูถูกความคิดสร้างสรรค์เลยนะเนี้ย]

และเพราะแบบนี้เครื่องบินที่มีชายลักลอบเข้าเมืองและคู่หูหนุ่มหล่อและสาวสวยก็ได้มุ่งหน้าสู่แอริโซน่า

ยูอิลฮานได้ตัดสินใจจะออกไปจากสนามบินให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ในทันทีที่ไปถึงแอริโซน่า แต่ว่าเขาก็ไม่รู้ว่าหากเขาทำแบบนั้นเขาก็อาจจะหนีไม่พ้นคู่หูคู่นี้ก็เป็นได้

จบบทที่ บทที่ 37 - การล้นทะลักของพลัง (5) [อ่านฟรีวันที่ 30/08/61]

คัดลอกลิงก์แล้ว