- หน้าแรก
- ผมที่กลัววันสิ้นโลก เลยฝึกจนได้กล้ามเนื้อปีศาจภายในสามเดือน
- บทที่ 211 ออกทะเล, อสูรทะเลระดับกึ่งผู้ครองแคว้นสองตัว!
บทที่ 211 ออกทะเล, อสูรทะเลระดับกึ่งผู้ครองแคว้นสองตัว!
บทที่ 211 ออกทะเล, อสูรทะเลระดับกึ่งผู้ครองแคว้นสองตัว!
บทที่ 211 ออกทะเล, อสูรทะเลระดับกึ่งผู้ครองแคว้นสองตัว!
ฟู่!
สายลมกรีดร้องราวกับสัตว์ป่าคลุ้มคลั่ง พัดกระหน่ำไปทั่วทั้งสนามบินมหานครปีศาจ
เครื่องบินลำเลียงขนาดใหญ่สองลำจอดอยู่บนรันเวย์ ดูโดดเด่นเป็นพิเศษ
สมาชิกหน่วยล่าที่รอดชีวิตกำลังสาละวนกับการขนย้ายเนื้ออสูรทะเลขึ้นเครื่องบินลำเลียง
ทั้งที่เมื่อครู่ก่อนหน้านี้ท้องฟ้ายังคงแจ่มใสไร้เมฆ
แต่เพียงแค่สิบกว่านาที
กลุ่มเมฆดำทะมึนก้อนใหญ่ก็ลอยมาจากทางทะเล
ตามมาด้วยลมกระโชกแรง ฟ้าแลบ และฟ้าร้อง
ดวงอาทิตย์ถูกบดบัง ท้องฟ้าพลันมืดครึ้มลงในทันที
ทุกคนไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนัก ทำได้เพียงบ่นอุบอิบกับสภาพอากาศที่แปรปรวนกะทันหันนี้
มีเพียงหานเจิงเท่านั้นที่ขมวดคิ้วจ้องมองท้องฟ้า เขาสัมผัสได้ถึงลางบอกเหตุที่ไม่ธรรมดาจากกลุ่มเมฆดำก้อนนี้
เมฆก้อนนี้ไม่เพียงแต่มาถึงอย่างรวดเร็ว
พื้นที่ของมันยังขยายตัวอย่างต่อเนื่องอีกด้วย
ตอนที่มาถึงเหนือศีรษะของทุกคน มันยังคงปกคลุมแค่พื้นที่ของมหานครปีศาจเท่านั้น
แต่ในตอนนี้
มันได้แผ่ขยายออกไปกว้างขึ้นเรื่อยๆ
ดูท่าว่าจะบดบังท้องฟ้าและพลิกกลางวันให้เป็นกลางคืนโดยสมบูรณ์
"ท่านนายพลครับ เราต้องรีบไปแล้ว"
"อีกไม่นานจะมีพายุฝนฟ้าคะนอง ซึ่งอาจทำให้แผงหน้าปัดของเครื่องบินทหารทำงานผิดพลาด จนบินออกไปไม่ได้..."
กัปตันเครื่องบินสองคนเดินเข้ามาด้วยท่าทีร้อนใจ ขัดจังหวะความคิดของหานเจิง
หานเจิงละสายตาแล้วพยักหน้า
"แจ้งจ้าวเถียจู้ให้เร่งมือขึ้น รีบบินขึ้นโดยเร็วที่สุด"
สองนาทีต่อมา เครื่องบินลำเลียงทหารทั้งสองลำก็พร้อมออกเดินทาง
ทว่าในตอนนี้ ท้องฟ้ากลับมืดมิดราวกับกลางคืน แสงสว่างสลัวอย่างยิ่ง
ไม่ว่าจะมองไปทางทิศไหน ก็ไม่เห็นแสงสว่างที่ขอบฟ้าแม้แต่น้อย
เมื่อเงยหน้าขึ้นมอง เมฆดำหนาทึบราวกับจะบดขยี้เมืองทั้งเมืองให้แหลกลาญ ให้ความรู้สึกอึดอัดจนหายใจไม่ออก
ทันทีที่เม็ดฝนเริ่มโปรยปรายลงมา เครื่องบินทหารทั้งสองลำก็เร่งความเร็วบนรันเวย์ ทะยานขึ้นจากพื้นดินราวกับลูกธนูที่หลุดจากแล่ง พุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า
ทิ้งไว้เพียงร่างหนึ่งที่ยืนอยู่ใจกลางสนามบิน ซึ่งเล็กลงเรื่อยๆ พร้อมกับการไต่ระดับความสูงของเครื่องบิน และในที่สุดก็กลายเป็นเพียงจุดดำเล็กๆ...
หานเจิงไม่ได้เลือกที่จะกลับไปพร้อมกับเครื่องบินทหาร
หลังจากมีความสามารถในการบิน การเคลื่อนไหวของเขาก็อิสระมากขึ้น
เขาสามารถเดินทางไปได้ทุกที่ตามใจปรารถนา โดยไม่มีข้อจำกัดใดๆ
ที่เขาตัดสินใจอยู่ที่สนามบิน ไม่กลับไป เพราะตั้งใจจะไปยังมหาสมุทรทางท่าเรืออู๋ซงโข่วเพื่อดูสถานการณ์
นี่คือสิ่งที่เขาตัดสินใจจะทำหลังจากที่เพิ่งทะลวงระดับ
ว่ากันตามจริง นับตั้งแต่กลับมาจากทะเลครั้งล่าสุด ก็เป็นเวลาเกือบสามเดือนแล้ว
สำหรับอสูรทะเลในมหาสมุทรที่กลายพันธุ์ด้วยความเร็วอันน่าทึ่ง ช่วงเวลานี้ถือว่ายาวนานมาก
การเปลี่ยนแปลงที่ถึงขั้นพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินก็สามารถเกิดขึ้นได้ทั้งสิ้น
ครืนนน!
เสียงฟ้าร้องดังกึกก้องไปทั่วท้องฟ้า ฝนห่าใหญ่ก็เทกระหน่ำลงมา
ตูม! เสียงดังสนั่น พื้นดินใต้เท้าของหานเจิงแตกออกเป็นหลุมลึก
เขาราวกับขีปนาวุธลูกหนึ่ง พุ่งทะยานฝ่าฟ้ายามราตรีที่มืดมิดด้วยความเร็วเหนือเสียง มุ่งหน้าไปทางทิศตะวันออก
บนท้องฟ้าสูง รอบกายของเขาราวกับมีม่านพลังที่มองไม่เห็นกั้นอยู่ เม็ดฝนจึงไม่สามารถสัมผัสร่างกายของเขาได้ ทำได้เพียงสาดกระเซ็นรอบกายแล้วสลายกลายเป็นละอองน้ำ
มีเพียงสายฟ้าที่แลบแปลบปลาบเป็นครั้งคราวเท่านั้นที่ฉีกกระชากความมืดมิดของท้องฟ้ายามราตรี ส่องให้เห็นใบหน้าที่หล่อเหลาและเด็ดเดี่ยวของเขา
สิบนาทีต่อมา
หานเจิงหยุดลง
ลอยตัวนิ่งอยู่กลางอากาศ
นี่คือความสามารถใหม่ที่เขาเพิ่งค้นพบ
เป็นการนำทักษะการเหยียบทะเลที่สืบทอดมาจากเรตสึ ไคโอ มาประยุกต์ใช้กับการเหยียบอากาศ ซึ่งให้ผลดีอย่างน่าประหลาด
ภายในสิบนาทีนี้ เขาบินมาแล้วหลายร้อยกิโลเมตร
ทว่าเบื้องหน้ายังคงเป็นกลุ่มเมฆดำทะมึน
ที่เส้นขอบฟ้ายังคงไม่เห็นสีครามแม้แต่น้อย
หานเจิงละสายตา ก้มลงมองผืนทะเลใต้ฝ่าเท้า
ที่เขาหยุดลง
ก็เพราะได้ยินเสียงการเคลื่อนไหวขนาดใหญ่จากทะเลเบื้องล่าง
ในสายตาของเขา อสูรทะเลดุร้ายสองตัวกำลังต่อสู้อย่างดุเดือด
ร่างกายของพวกมันยาวเกือบร้อยเมตร ทุกครั้งที่พลิกตัวจะทำให้เกิดคลื่นทะเลสีแดงเข้มที่บ้าคลั่ง
อสูรทะเลขนาดมหึมาสองตัวที่กำลังต่อสู้กัน ตัวที่ได้เปรียบเล็กน้อยคือเต่าทะเลกลายพันธุ์
บนกระดองยักษ์ของมันเต็มไปด้วยปุ่มนูนสีทองเข้ม ดูแข็งแกร่งเป็นอย่างยิ่ง
ศีรษะของมันราวกับไทแรนโนซอรัส ในดวงตาฉายแววโหดเหี้ยมเลือดเย็น ปากกว้างราวกับอ่างเลือดเต็มไปด้วยฟันเลื่อยที่แหลมคมสองแถวส่องประกายเย็นเยียบ
ไม่มีใครกล้าสงสัยในพลังกัดอันน่าสะพรึงกลัวของมัน
ส่วนคู่ต่อสู้ของเต่าทะเลกลายพันธุ์
คือดาวทะเลกลายพันธุ์ที่มีขนาดพอๆ กับภูเขาลูกย่อมๆ เช่นกัน
สิ่งมีชีวิตที่เดิมทีดูธรรมดาสามัญนี้ หลังจากกลายพันธุ์ก็กลับน่าเกรงขาม
หนวดสีม่วงเข้มของมันราวกับอสรพิษยักษ์แห่งท้องทะเล บิดเบี้ยวคดเคี้ยว ปลายหนวดแต่ละเส้นเต็มไปด้วยปุ่มดูดที่แหลมคมราวกับใบมีด
ปุ่มดูดแต่ละอันยังดูเหมือนดวงตาสีดำสนิทที่ลึกล้ำ สะท้อนแสงประหลาด
บนหัวของมันยังงอกเขายาวแหลมออกมาหนึ่งอัน ซึ่งเป็นอวัยวะใหม่ของมัน สามารถสั่นสะเทือนเพื่อสร้างเสียงประหลาด ล่อลวงสิ่งมีชีวิตอื่นให้เข้ามาใกล้
ดูเหมือนว่าอสูรทะเลทั้งสองตัวนี้จะสู้กันจนเดือดดาล
บาดแผลบนร่างกายของแต่ละฝ่ายปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจน
ที่สำคัญที่สุดคือ พลังโลหิตภายในร่างกายของพวกมันกว้างใหญ่ไพศาลดุจมหาสมุทร สูงถึงเจ็ดพันกว่า
นี่เป็นอสูรทะเลที่แข็งแกร่งที่สุดเท่าที่หานเจิงเคยพบมาอย่างไม่ต้องสงสัย
เขาโยนสุดยอดวิชาประเมินใส่อสูรทะเลทั้งสองด้วยความอยากรู้
เมื่อเห็นคำว่า [ระดับกึ่งผู้ครองแคว้น] คิ้วของเขาก็เลิกขึ้นเล็กน้อย
และเข้าใจได้ในทันที
[ยอดฝีมือขั้นกำเนิด] ของมนุษย์น่าจะเทียบเท่ากับ [อสูรทะเลระดับผู้ครองแคว้น]
ส่วน [ระดับกึ่งผู้ครองแคว้น] หมายความว่าความแข็งแกร่งของอสูรทะเลทั้งสองตัวนี้อยู่ระหว่างระดับเก้าและระดับผู้ครองแคว้น
ขาดอีกเพียงครึ่งก้าวก็จะสามารถทะลวงไปยังขอบเขตที่แข็งแกร่งขึ้นได้
ณ ตอนนี้
อสูรทะเลทั้งสองตัวกำลังต่อสู้กัน
ไม่ว่าใครจะเป็นผู้ชนะ แค่เพียงกลืนกินเนื้อของอีกฝ่าย ก็น่าจะสามารถทะลวงไประดับผู้ครองแคว้นได้ในคราวเดียว
นั่นก็คือความแข็งแกร่งของพลังโลหิตถึงหนึ่งหมื่นขึ้นไป
"ถ้าเอาเนื้ออสูรทะเลระดับกึ่งผู้ครองแคว้นสองตัวนี้กลับไป พ่อคงจะทะลวงไประดับเก้าได้เร็วยิ่งขึ้น..."
หานเจิงพึมพำกับตัวเอง
เมื่อนึกถึงคำสัญญาที่เคยให้ไว้กับพ่อ ว่าเมื่อถึงระดับเก้าแล้ว จะพาเขาออกไปไล่ฆ่าอย่างเมามัน...
มุมปากของหานเจิงยกขึ้นเป็นรอยยิ้ม
ก่อนจะพุ่งลงไปในทันที
ไม่ว่าอย่างไร อสูรทะเลระดับกึ่งผู้ครองแคว้นทั้งสองก็คงไม่คาดคิดว่า บนท้องฟ้าเหนือทะเลนี้ จะมีตาอยู่ซ่อนอยู่
ไม่สิ จะเรียกว่าตาอยู่ก็ไม่ถูกนัก
เพราะเขาไม่ได้คิดที่จะรอให้พวกมันสู้กันจนบาดเจ็บแล้วค่อยฉวยโอกาสเลยแม้แต่น้อย
แต่กลับพุ่งลงไปอย่างเปิดเผย
แสดงเจตนาชัดเจนว่าต้องการจะฆ่าพวกมันให้ตายคาที่!
เมื่อสัมผัสได้ถึงความเร็วและพลังอำนาจอันน่าสะพรึงกลัวนั้น
เต่าทะเลกลายพันธุ์และดาวทะเลกลายพันธุ์ต่างสบตากัน
น่าแปลกที่พวกมันกลับหยุดมือพร้อมกัน แล้วหันมาจับจ้องร่างที่พุ่งลงมา
หลังจากคำรามอย่างโกรธเกรี้ยว พวกมันก็พุ่งเข้าใส่พร้อมกัน
แม้จะพบว่าอีกฝ่ายพุ่งเป้ามาที่ตนเองก่อน แต่เต่าทะเลกลายพันธุ์มั่นใจในกระดองที่แข็งแกร่งหาใดเปรียบของตน มันจึงไม่มีความคิดที่จะหลบหลีกเลยแม้แต่น้อย
มันงอคอขนาดมหึมาของมันกลับมาเหมือนงู อ้าปากกว้างราวกับอ่างเลือด เตรียมพร้อมรอการมาถึงของหานเจิง
ส่วนอีกด้านหนึ่ง
เขายาวบนหัวของดาวทะเลกลายพันธุ์สั่นสะเทือนอย่างรวดเร็ว ปล่อยเสียงประหลาดออกมาเป็นระลอก พยายามรบกวนและควบคุมการเคลื่อนไหวของหานเจิง
ขณะเดียวกัน หนวดที่มีปุ่มดูดของมันก็กางออกทั้งหมด ล้อมรอบกระดองเต่า ปิดตายเส้นทางหนีของหานเจิงโดยสิ้นเชิง...
[จบตอน]