- หน้าแรก
- ผมที่กลัววันสิ้นโลก เลยฝึกจนได้กล้ามเนื้อปีศาจภายในสามเดือน
- บทที่ 31 วิ่ง 100 เมตร 9.75 วินาที? จะล้อเล่นก็ให้มันมีขอบเขตหน่อย!
บทที่ 31 วิ่ง 100 เมตร 9.75 วินาที? จะล้อเล่นก็ให้มันมีขอบเขตหน่อย!
บทที่ 31 วิ่ง 100 เมตร 9.75 วินาที? จะล้อเล่นก็ให้มันมีขอบเขตหน่อย!
บทที่ 31 วิ่ง 100 เมตร 9.75 วินาที? จะล้อเล่นก็ให้มันมีขอบเขตหน่อย!
ตอนที่หานเจิงวิ่งผ่านเส้นชัยไปแล้ว ซูฉี่หมิงเพิ่งจะวิ่งมาถึงตำแหน่ง 60 เมตรเท่านั้น
ซูฉี่หมิงรู้สึกอึดอัดและกดดันในใจ เขาอยากจะหยุดวิ่งไปเสียดื้อๆ
แต่มีคนมากมายมองอยู่ เขาจึงไม่อาจทิ้งศักดิ์ศรีได้ เดี๋ยวจะทำให้คนอื่นคิดว่าเขายอมรับความพ่ายแพ้ไม่เป็น
ได้แต่กัดฟันแล้ววิ่งต่อไป
ในความคิดของซูฉี่หมิง เมื่อหานเจิงวิ่งเข้าเส้นชัยเป็นคนแรก ก็น่าจะมีเสียงโห่ร้องยินดีดังกระหึ่ม
ต่อให้น้องชายของเขาและคนอื่นๆ จะไม่ตอบสนอง แต่อย่างน้อยกลุ่มคนที่มากับหานเจิงก็น่าจะโห่ร้องด้วยความตื่นเต้น...
ทว่าเขารอแล้วรอเล่า ก็ยังไม่ได้ยินเสียงใดๆ ทั้งสนามราวกับตกอยู่ในความเงียบงันอันน่าประหลาด
หากไม่ใช่เพราะเสียงฝีเท้าของตัวเองยังคงดังเข้าหูอย่างชัดเจน ซูฉี่หมิงคงเกือบจะสงสัยแล้วว่าตัวเองหูหนวกไปหรือเปล่า
แล้ว...
มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?
ทำไมทุกคนถึงเงียบกันขนาดนี้?
ซูฉี่หมิงที่ในหัวเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม เอียงศีรษะเล็กน้อยแล้วมองไป
กลับเห็นน้องชายอย่างซูหย่วนและคนอื่นๆ ที่ดูราวกับตกตะลึง แต่ละคนอ้าปากค้าง ราวกับจะยัดไข่เป็ดเข้าไปได้ทั้งฟอง
เมื่อมองไปที่เหลียงโหย่วอันและต่งเสี่ยวอวี๋ตรงเส้นชัยอีกครั้ง ทั้งคู่ก็เบิกตากว้างด้วยสีหน้าที่ไม่อยากจะเชื่อ
ซูฉี่หมิงยิ่งงุนงงมากขึ้นเรื่อยๆ ในใจราวกับมีลูกแมวตัวน้อยข่วนอยู่ ยิ่งนานก็ยิ่งคัน
ในที่สุด
ไม่กี่วินาทีต่อมา
ในชั่วพริบตาที่ซูฉี่หมิงผู้รั้งท้าย วิ่งผ่านเส้นชัยไปอย่างเชื่องช้า
เขาก็เห็นตัวเลขที่หยุดนิ่งอยู่บนนาฬิกาจับเวลาอิเล็กทรอนิกส์: 9.75 วินาที
ในชั่วขณะนั้น สมองของเขาพลันว่างเปล่า... หยุดทำงานไปโดยสิ้นเชิง
......
ไม่ไกลออกไป
โค้ชถูรีบร้อนวิ่งเข้ามา เขาอยากจะดูผลคะแนนบนนาฬิกาจับเวลา
เมื่อเห็นตัวเลข 9.75 วินาทีที่แสดงอยู่บนนั้น
เขาก็ถึงกับตะลึงงัน
คางแทบจะหลุด
เขาขยี้ตาอย่างไม่อยากเชื่อเพื่อยืนยันว่าตัวเองไม่ได้ตาฝาดไป
"นาฬิกาจับเวลานี่ต้องเสียแน่ๆ!"
โค้ชถูพึมพำกับตัวเอง
ต่อให้ฆ่าเขาให้ตาย เขาก็ไม่เชื่อว่าผล 9.75 วินาทีจะเป็นเรื่องจริง
สถิตินี้ มันทำลายสถิติของเอเชียไปแล้วนะ!!!
ต้องบอกก่อนว่า นักวิ่งระยะสั้นทั่วโลกที่สามารถวิ่งได้ 9.75 วินาทีนั้น มีจำนวนนับนิ้วได้
และในบรรดาคนจำนวนน้อยนิดนี้ ทุกคนล้วนเป็นคนผิวดำโดยไม่มีข้อยกเว้น
แม้แต่นักวิ่งระยะสั้นอันดับหนึ่งของเอเชียในปัจจุบันอย่างซูบินเถียน ก็ยังห่างไกลจากสถิติ 9.75 วินาทีนี้มาก
หานเจิงเป็นใครมาจากไหนก็ไม่รู้ แค่คนที่ออกกำลังกายมาไม่กี่วัน จะมีความสามารถอะไรมาวิ่งทะลุกำแพง 10 วินาทีได้?
อย่าว่าแต่เขาไม่เชื่อเลย ต่อให้ใครหน้าไหนบนโลกนี้มาเห็น ก็คงไม่มีใครเชื่อ!!
เพราะเรื่องนี้ฟังดูไร้สาระและเหลือเชื่อเกินไป!!!
เทียบได้กับมนุษย์ต่างดาวพูดภาษาอังกฤษเลยทีเดียว!!!
ในห้องไลฟ์สด
หลังจากที่เห็นผล 9.75 วินาทีบนนาฬิกาจับเวลา ผู้ชมหลายพันคนก็ระเบิดอารมณ์ออกมาตามคาด
"วิ่ง 100 เมตร 9.75 วินาที? จะล้อเล่นก็ให้มันมีขอบเขตหน่อย!"
"ขอร้องล่ะทุกคน ช่วยใช้สมองกันหน่อยได้ไหม? เจ้าของสถิติ 100 เมตรของเอเชียอย่างเทพซู ยังทำได้แค่ 9.83 วินาที แล้วหมอนี่จะวิ่งได้ 9.75 วินาทีได้ยังไง?! ต้องไม่ลืมว่า ทั่วโลกนี้ คนที่วิ่งได้ต่ำกว่า 9.75 วินาที มีเพียงห้ายอดเสือลมกรดที่อยู่ในช่วงฟอร์มสุดยอดในอดีตเท่านั้น!! สถิตินี้ สำหรับคนผิวเหลืองแล้ว มันเป็นเรื่องเพ้อฝันโดยสิ้นเชิง!!"
"ผมสงสัยอย่างยิ่งว่านี่เป็นการจัดฉากเพื่อเรียกยอดวิว!!"
"อย่าว่าแต่ 9.75 วินาทีเลย... ถ้าวิ่งทะลุกำแพง 10 วินาทีได้จริงๆ ทำไมเขาไม่ไปอยู่ทีมกรีฑาทีมชาติล่ะ ยังจะมาหมกตัววิ่งอยู่ในมหาวิทยาลัยเล็กๆ แบบนี้อีก? ตลกตายชัก"
"มีเหตุผล จะสร้างเรื่องก็สร้างไปเถอะ แต่ 9.75 วินาทีนี่มันออกจะไร้สมองไปหน่อย เขาคงไม่ได้คิดว่าชาวเน็ตทุกคนปัญญาอ่อนหรอกนะ? คิดจริงๆ เหรอว่าเรื่องเหลือเชื่อขนาดนี้พวกเราจะเชื่อ?!"
"ผมเพิ่งย้อนดูวิดีโออีกรอบ พูดตามตรงนะ ความเร็วขนาดนี้ยังสู้ผมไม่ได้เลย อย่างมากก็สิบสองวินาทีกว่าๆ ไม่เกินนี้หรอก"
"เหอะๆ ผมเป็นนักวิ่งระยะสั้นของทีมจังหวัด ตอนนี้ขอท้าคนนี้มาแข่งกันแบบออฟไลน์เลย ดูสิว่าเขาจะกล้ารับคำท้าไหม พี่น้องครับ ใครสนับสนุนผม กดไลก์ให้หน่อย!!"
"......"
"เอ... ผมว่าวิ่ง 100 เมตร 9.75 วินาทีนี่มันเก่งมากเหรอ? งานกีฬาของโรงเรียนผมมีคนวิ่ง 9 วินาทีกว่าตั้งหลายคน คนที่เก่งสุดน่าจะ 9.3 หรือ 9.4 วินาทีนี่แหละ..."
"จริงด้วย ยอดฝีมือในหมู่คนธรรมดามีเยอะแยะไป แค่ยังไม่ถูกค้นพบเท่านั้นเอง ตอนผมอยู่ม.ต้นก็วิ่งต่ำกว่า 10 วินาทีได้แล้ว"
"พูดจริงๆ นะ ห้องผมเพิ่งทดสอบสมรรถภาพไปเมื่อเดือนที่แล้ว 10 วินาทีนี่แค่พอผ่านเกณฑ์เอง..."
"พวกพี่ๆ ข้างบนนี่ดื่มไปเยอะแค่ไหนกัน ถึงได้เมาขนาดนี้"
"อยากรู้นักว่าพวกคุณโดนรถอะไรชนมากันเหรอ??"
"ผมว่าที่พวกเขาพูดก็ไม่ผิดนะ ที่นี่คือโต่วอิน ต่อให้โบลต์มา ผมก็จะตบไหล่เขาแล้วบอกว่ายังไม่ไหว ต้องไปฝึกมาใหม่!!"
"......"
ความคิดเห็นในไลฟ์สดมีทั้งเยาะเย้ยและแค่เล่นมุกไปวันๆ
ไม่มีใครเลยที่แม้แต่จะคลางแคลงใจ หรือคิดจะเชื่อเรื่องนี้แม้แต่น้อย
เพราะในสายตาของทุกคน นี่คือการไลฟ์สดที่มีสคริปต์และวางแผนมาอย่างดีแล้ว
จงใจสร้างเรื่องราวที่เกินจริงแบบนี้ขึ้นมาเพื่อดึงดูดความสนใจ
ในยุคที่อุตสาหกรรมไลฟ์สดพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ เรื่องแบบนี้ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่อะไรแล้ว
"แฮ่ก... แฮ่ก..."
ซูฉี่หมิงเดินมาอยู่ข้างๆ โค้ชถูที่หน้าแดงก่ำไปทั้งหน้า พลางกุมท้องหอบหายใจไปด้วย
"โค้ชถู... น-นาฬิกาจับเวลามันเสียหรือเปล่าครับ?"
"หานเจิงจะวิ่งได้เก้าวิกว่าๆ ได้ยังไง... ส่วนของผมสิบเจ็ดวินาทีก็ต้องไม่ตรงแน่ๆ..."
"ผมยอมรับว่าเขาวิ่งเร็วกว่าผม... แต่ก็คงเร็วกว่าแค่สองวินาทีอย่างมากที่สุดแล้วล่ะ"
"เมื่อกี้ผมทำได้ไม่ดีจริงๆ... ผมประเมินตัวเองว่าน่าจะ 14 วินาทีกว่าๆ ส่วนหานเจิงก็น่าจะ 12 วินาทีกว่าๆ..."
โค้ชถูไม่ได้สนใจคำพูดพร่ำเพรื่อของซูฉี่หมิงที่อยู่ข้างๆ
สายตาของเขายังคงจับจ้องไปที่นาฬิกาจับเวลาอย่างไม่วางตา
แม้ว่าเขาจะคิดว่านาฬิกาจับเวลาเสีย แต่เมื่อครู่หานเจิงต้องไม่ได้วิ่งแค่ 12 วินาทีแน่นอน
เพราะความเร็ว 12 วินาทีมันไม่เร็วขนาดนั้น!!!
......
ครึ่งชั่วโมงต่อมา
หานเจิงปรากฏตัวขึ้นในห้องโถงกว้างขวางแห่งหนึ่ง เพื่อเตรียมทำการทดสอบสภาวะหยุดนิ่ง
โค้ชถมองหานเจิง อ้าปากจะพูดหลายครั้งแต่ก็กลืนคำพูดกลับลงไป
ที่สนามกรีฑา เขาได้เสนอให้หานเจิงพักสักครู่ แล้วค่อยทดสอบวิ่ง 100 เมตรอีกครั้ง แต่ก็ถูกหานเจิงปฏิเสธทันที
เขาไปขอความช่วยเหลือจากซุนเซวียน แต่ซุนเซวียนก็ได้แต่ส่ายหัวด้วยรอยยิ้มขมขื่น เป็นการบ่งบอกว่าจนปัญญา
สุดท้ายโค้ชถูทำได้เพียงใช้มือกุมศีรษะที่ล้านเลี่ยนของตัวเองแล้วถอนหายใจอย่างจนใจ
การทดสอบสภาวะหยุดนิ่งก็คือการวัดส่วนสูง น้ำหนัก ความจุปอด และอื่นๆ รายการทดสอบเรียบง่ายและใช้เวลาไม่นาน
ไม่นาน
การทดสอบสภาวะหยุดนิ่งก็สิ้นสุดลง
หานเจิงสวมเสื้อผ้าแล้วเดินออกไปข้างนอก
เหลียงโหย่วอันและต่งเสี่ยวอวี๋เดินตามติดไปไม่ห่าง
ซุนเซวียนเดินรั้งท้าย
เขามองโค้ชถูที่ยังคงมีท่าทีถอนหายใจยาว
ซุนเซวียนอดไม่ได้ที่จะตบไหล่ของเขาแล้วพูดว่า "เหล่าถู ไม่ใช่ว่าผมไม่ช่วยคุณนะ แม้ว่าผมกับหานเจิงจะรู้จักกันไม่นาน แต่ก็รู้ว่าเขาเป็นคนประเภทที่พูดคำไหนคำนั้น"
"คุณอย่ามองว่าเขาอายุน้อย แต่เขาเป็นคนที่แข็งแกร่ง มีความมุ่งมั่น และดื้อรั้นที่สุดเท่าที่ผมเคยเจอมาในครึ่งชีวิตนี้เลย..."
"อย่าว่าแต่ผมที่เป็นแค่เทรนเนอร์ส่วนตัวที่เขาจ้างมาเลย ต่อให้เป็นคนที่สนิทที่สุดของเขามาพูดเอง ผมว่าก็คงยากที่จะเปลี่ยนใจเขาได้..."
เมื่อได้ฟังคำพูดที่จริงใจของซุนเซวียน โค้ชถูก็พยักหน้าอย่างเงียบๆ
"ร่าเริงหน่อยสิ!! ทำไมคุณทำหน้าเหมือนหมาจนตรอกอย่างนั้น เรื่องแค่นี้เอง!!"
ซุนเซวียนด่าพลางหัวเราะ
"ผมอยากรู้จริงๆ ว่าเขาจะทำสถิติได้ขนาดไหน... ถ้าเขาสามารถทะลุกำแพง 10 วินาทีได้จริงๆ เพชรเม็ดงามขนาดนี้ไม่ได้ไปฝึกกรีฑามันน่าเสียดายเกินไป!!"
"น่าเสียดาย?" ซุนเซวียนเหลือบมองราวกับได้ยินเรื่องตลก "ต่อให้วิ่งได้ 10 วินาที เขาก็ไม่มีทางไปลำบากเป็นนักกีฬาอะไรนั่นหรอก... คุณรู้ไหมว่าทำไม?"
"เขามันพวกรุ่นสองที่รวยล้นฟ้า!!"
"ที่บ้านมีเงินหลายหมื่นล้านรอให้เขากลับไปรับมรดกอยู่ คุณจะให้เขามาฝึกวิ่งระยะสั้นเนี่ยนะ? นี่มันไม่ตลกไปหน่อยเหรอ!!"
"......" โค้ชถูถึงกับพูดไม่ออก
เขาไม่รู้จริงๆ ว่าหานเจิงยังมีสถานะนี้อีก
ชั่วขณะหนึ่ง ความคิดทั้งหมดในใจของเขาก็สลายหายไปจนหมดสิ้น
"ไปล่ะ!" ซุนเซวียนหัวเราะแล้วทุบหน้าอกของเหล่าถูเบาๆ "คราวหน้าที่นายมาบ้านฉัน อย่าลืมเอาเหมาไถปี 99 สองขวดของนายมาด้วยล่ะ!!"
โค้ชถูรู้สึกจุกอกขึ้นมา
สุดท้ายเขาก็เค้นคำพูดออกมาหนึ่งคำด้วยความน้อยใจและอัดอั้น
"......ไปให้พ้น!"
[จบตอน]