เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 28 เงินต้องไม่น้อยไปกว่านั้น

บทที่ 28 เงินต้องไม่น้อยไปกว่านั้น

บทที่ 28 เงินต้องไม่น้อยไปกว่านั้น


บทที่ 28

เงินต้องไม่น้อยไปกว่านั้น

ก่อนรุ่งสางหน่อยๆ เซียวหลีก็ได้ตื่นขึ้นมาแล้ววุ่นวายอยู่ในห้องครัว ซึ่งแขกผู้มาเยือนจะทำให้นางไม่ต้องมีปัญหาเรื่องเงินอีกแล้ว

ถ้านางอยากที่จะซื่อที่ดินด้วยเงินของนางเอง ตอนนี้นางก็จำเป็นต้องมีเงินเพื่อยังชีพ

กระดูกกระเดี้ยวของร่างกายนี้ก็ย่ำแย่เกินไป และเรื่องเล่าขานของป่าไร้ผู้คนเองก็ใช่ว่าจะไม่มีมูลความจริงใดๆเลย ถ้าหากนางอยากที่จะเสี่ยงโชคจากที่นั่นแล้ว อย่างน้อยนางก็ต้องรอให้อาการบาดเจ็บของนางหายดีและร่างกายแข็งแรงกว่านี้เสียก่อน

ในขณะที่อาหารกำลังนำมาจัดวาง เซียวเยี่ยนก็ได้ไปเชิญหรงสวินกับเยี่ยเหลียงเฉินให้มาทานด้วยกัน

อยู่ไกลๆ พวกเขาก็ได้กลิ่นของอาหารลอยเข้าจมูกมา เมื่อพวกเขาเข้ามาข้างในพวกเขาก็พบว่าบนโต๊ะนั้นเต็มไปด้วยจานอาหารหลากสีสัน, และเต็มไปด้วยกลิ่นหอม

เซียวเยี่ยนต้องอ้าปากค้างอยู่พักใหญ่ๆ นางนั้นไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าเซียวหลีมีความสามารถทำอาหารในระดับนี้ ซึ่งสามารถเทียบได้กับพ่อครัวในหอไป่ฮวาในเมืองหลวงเลย

“อาหลี อาหารพวกนี้.....” เซียวเยี่ยนเดินไปหาเซียวหลีแล้วถามด้วยเสียงเบาๆ “เจ้าทำเองทั้งหมดนี่เลยเหรอ?”

สองวันกันก่อนเซียวหลีได้ไปซื้ออาหารจากร้านฉู่ฉู่หลิวเซียงกลับมา เซียวเยี่ยนจึงคิดว่าอาจจะเป็นไปได้ว่าอาหารเหล่านี้ก็เป็นอาหารซื้อมาจากร้านนั้นด้วย แต่ยังไม่ทันจะได้ถามออกไป

เซียวเป่าเอ๋อก็ได้กะพริบตาแล้วตอบ “ท่านแม่เป็นคนทำทั้งหมดเอง ข้าเห็นกับตาตัวเองเลยนะ”

เพราะเซียวเป่าเอ๋อนั้นป้วนเปี้ยนอยู่ในห้องครัว เซียวหลีจึงต้องป้อนซี่โครงหมูเปรี้ยวหวาน, หมูสองไฟ และขณะที่กำลังต้มหัวไชเท้ากระดูกหมูอยู่ เขาก็ได้ซดน้ำแกงไปชามใหญ่

เยี่ยเหลียงเฉินก็ได้เข็นรถพาหรงสวินมานั่งที่โต๊ะ เพียงแค่ดมกลิ่นเขาตัวเขาก็ได้รู้สึกหิวขึ้นมา เป็นคนบ้านนอกคอกนาแต่กลับทำอาหารได้น่าทานถึงเพียงนี้ หากจะว่ามีจานไหนที่ดูไม่ดีแล้วก็คงมีเพียงแค่ชามข้าวเท่านั้น

“เจ้าเคยเรียนทำอาหารมาอย่างนั้นเหรอ?” หรงสวินก็ได้ถามด้วยสีหน้านิ่งๆ แต่ไม่เกรงใจ

เซียวหลีก็ได้นิ่งคิดไปชั่วขณะแล้วกล่าว “นี่มันก็แค่อาหารบ้านๆเท่านั้น ทำไมข้าจำเป็นต้องเรียนด้วย? เอาล่ะทุกคน ใช้ตะเกียบทานกันนะ”

ในขณะที่นางกล่าว นางก็ได้จับตะเกียบให้และชามข้าวให้นางหวัง จากประสบการณ์ชีวิตที่ยาวนานของนาง นางหวังก็สามารถกินอาหารได้ไม่ต่างจากคนปกติมากนัก

ทางด้านของหรงสวินกับเยี่ยหลินเฉิงนั้นก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรเหมือนอย่างพวกคุณชายคนอื่นๆ และตัวเขาก็ไม่ได้รังเกียจเครื่องชามเก่าๆเหล่านี้

“นายท่าน....” เยี่ยเหลียงเฉินได้ทดลองชิมหมูสองไฟแล้วก็ได้จ้องมองอย่างตกตะลึง “รสชาตินี้มัน....”

“มันอร่อยมากใช่ไหมล่ะ?” เซียวเป่าเอ๋อก็ได้มองไปที่   เยี่ยเหลียงเฉินและหรงสวิน

ตัวเขานั้นกล้าพูดเลยว่ารสชาติล้ำเลิศและประณีตกว่าของพ่อครัวฉู่ฉู่หลิวเซียงเสียอีก

“เจ้าทำได้อย่างไรน่ะ? รสชาติอร่อยมาก มันไม่มันจนเกินไป เค็มแต่ไม่จัดจ้านหรือขมเลย”

“อยากจะเรียนงั้นเหรอ?” เซียวหลีก็ได้จ้องมองไปที่       เยี่ยเหลียงเฉิน การถูกจ้องนี้ทำให้เขารู้สึกเขินอายนิดหน่อย

“บุรุษเพศกับการทำครัวนั้นมันเป็นเรื่องห่างไกลนัก ข้าไม่อยากที่จะเรียนหรอก แต่ถ้าหากตระกูลอวี่เหวินรู้เข้า ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าพวกเขาจะยอมให้มีข้อยกเว้นรับแม่ครัวหญิงไปทำงานหรือเปล่า?” เขากล่าวโดยไม่ลืมกิน แล้วซี่โครงหมูเปรี้ยวหวานก็นุ่มและอร่อยมาก และรสชาติของผัดผักกวางตุ้งเองก็สุดยอดเช่นเดียวกันไม่มีรสชาติขมเลย

เซียวหลีก็ไม่ได้โกรธอะไร เพราะนางเองก็พูดอย่างไม่คิดอะไร ส่วนหรงสวินแม้จะไม่ได้พูดอะไรออกมาแต่ก็ดูเหมือนจะมีความสุขดี จริงๆแล้วนางนั้นไม่ได้มีสูตรลับในการทำอาหารอะไรมากมายนัก ก็แค่เกลือของนางนั้นดีกว่าของคนอื่นๆในยุคนี้เท่านั้น เพราะมีเพียงนางที่รู้วิธีสกัดหินเกลือ

“ท่านแม่ ข้าอิ่มแล้ว”

“ดีมาก ออกไปเล่นข้างนอกซะนะ”

เซียวเป่าเอ๋อก็ได้ทำเสียงในลำคอตอบอย่างยินดี แล้วก็วิ่งออกไปหลังจากที่กินซี่โครงหมูเปรี้ยวหวานไปอีก 2 ชิ้น

“เป่าเอ๋อ เจ้าจะออกไปไหนน่ะ?” เซียวเยี่ยนก็ได้ถามขึ้นมาเมื่อเห็นเซียวเป่าเอ๋อกำลังจะออกไปเล่นข้างนอก และกังวลว่าเขาอาจจะถูกเด็กคนอื่นรังแก

“จะไปหาหู่จือ, หลานฮวาขอรับ”

“ไม่ใช่ว่าเจ้าบอกว่าจะไม่ไปเล่นกับพวกเขาแล้วไม่ใช่เหรอ?”

“ที่ข้าบอกครั้งก่อนน่ะคือไม่ไปเล่นกับพวกเสี่ยวเฉียงต่างหาก”

หลังจากนั้นเสี่ยวเป่าเอ๋อก็ได้ออกจากบ้านไปโดยมีรั้วบ้านกั้นสายตาของนาง แล้วเซียวเยี่ยนก็ได้ตะโกนไปที่กำแพง “ถ้าหากว่าพวกเขากล้ารังแกเจ้า กลับมาบอกป้าได้นะ”

“เข้าใจแล้วขอรับ”

เซียวหลีก็ได้ยิ้มออกมา พี่สาวของนางนั้นรัก                เซียวเป่าเอ๋อจริงๆ

แล้วทุกคนก็ได้ค่อยๆผละออกจากโต๊ะอาหาร เหลือเพียงเซียวหลีกับหรงสวินทำตาเล็กตาโตใส่กัน ราวกับต้องการจะบ่งบอกว่าหากศัตรูไม่ขยับ ตัวพวกเขาเองก็ไม่ขยับเช่นกัน

“เจ้าสามารถรักษาขาของข้าได้จริงๆเหรอ?” ในที่สุดหรงสวินก็ได้อดทนไม่ไหวก่อน อย่างไรเสียเขาก็จะขอให้นางช่วยเขาอยู่แล้ว

ส่วนหนึ่งตัวเขานั้นคิดว่าผู้หญิงคนนี้นั้นลึกลับมากเกินไป

เพียงแค่อาหารบนโต๊ะนี้ ทักษะการทำอาหารระดับนี้ไม่ใช่สิ่งที่คนธรรมดาจะทำได้เลย

เซียวหลีก็ได้ขยับเก้าอี้ไปเข้าใกล้เขาแล้วมองไปที่เขาและกล่าวด้วยรอยยิ้ม “ได้แน่นอน....แต่” แล้วนางก็ได้ถูมือของนาง “ค่ารักษาไม่เบานะ”

“แล้วเจ้าต้องการเท่าไร?” หรงสวินก็ได้ถามกลับไปตรงๆ

“ท่านคงไม่คิดว่าแค่เงิน 1-2 ตำลึงทองจะพอหรอกใช่ไหม?”

ในตอนนั้นเองที่ดวงตาของหรงสวินก็ได้ปลดปล่อยบรรยากาศที่อันตรายออกมา ราวกับเขากำลังหลอกพวกอันธพาลอยู่

เขามองไปที่นางราวกับกำลังพยายามมองหาจุดอ่อนสายตาของนางอยู่ยังไงอย่างงั้น แต่ก็พบว่าตัวนางนั้นสงบนิ่งมากไร้ซึ่งความกลัวใดๆ

“หนึ่งพันตำลึง”

ผู้หญิงคนนี้รักเงินเยี่ยงชีวิตจริงๆ และพูดออกมาด้วยเสียงอันดังราวกับเป็นสิงโต

“ตำลึงทองด้วย” เมื่อเห็นเขามีท่าทีลังเล เซียวหลีก็ได้ลงมือตีเหล็กขณะที่กำลังร้อนทันที โดยไม่รอช้า “ถ้าหากข้ารักษาไม่ได้ ข้าไม่เอาเงิน”

“ฝีมือการฝังเข็มของเจ้าล้ำเลิศมาก ข้าจึงได้ให้หมอที่มีชื่อเสียงเตรียมเข็มเงินไว้ให้แล้วอยู่ในห้องของข้า” หรงสวินก็ได้เงียบไปพักหนึ่งก่อนที่จะพูดเบาๆข้างๆหูของนาง “ถ้าหากเจ้ารักษาไม่ได้ ข้าจะฆ่าเจ้าเสีย” แล้วก็ได้ขยับรถเข็นออกไปด้วยตัวเอง

“ตกลงตามนั้น แต่ท่านจะต้องเชื่อฟังข้าที่เป็นหมอ และผู้ป่วยที่ไม่เชื่อฟังหมอน่ะต่อให้เป็นเซียนลงมาก็รักษาไม่ได้”    เซียวหลีตะโกนไล่หลังเขาไป

หรงสวินก็ได้ยกมือขึ้นมาเป็นเชิงบอกว่าเขารู้แล้วโดยไม่หันหน้ากลับมามอง แต่เขาก็ได้คาดหวังมากขึ้นในใจของเขา

“แล้วก็ต่อจากนี้ได้โปรดจ่ายค่าใช้จ่ายให้กับข้าโดยตรงด้วย ไม่อย่างนั้นข้าก็ไม่อาจรับประกันคุณภาพชีวิตของท่านที่นี่ได้” นางตะโกนไล่หลังเขาไปแต่เขาก็ยังไม่หันหน้ากลับมามองอยู่ดี

เซียวเยี่ยนที่เพิ่งล้างมือเสร็จและกำลังจะไล่หลังหรงสวินไปนั้น แต่เซียวหลีก็ได้เข้ามาขวางนางเสียก่อน

“ท่านพี่ ท่านเอางานไปทำบ้าง ต่อจากนี้ไปข้าจะทำกับข้าวส่วนท่านล้างจาน ยุติธรรมดีไหม?”

เซียวเยี่ยนก็ได้ตกตะลึง เซียวหลีนั้นปีกกล้าขาแข็งมาขึ้นเรื่อยๆจริงๆ

“เจ้าเห็นนิ้วมือที่เรียวงามของข้าเป็นเหมือนคนล้างจานอย่างนั้นเหรอ?” นางยื่นมือมาตรงหน้าของเซียวหลีแล้วส่ายไปมา แต่ไม่คิดว่าเซียวหลีจะใช้ตะเกียบคีบนิ้วของนางเอาไว้ “ท่านพี่ พวกเราไม่ได้มีชีวิตเหมือนพวกองค์หญิงและป่วยเป็นโรคองค์หญิงด้วย ดังนั้นไปล้างจานเสียดีๆไม่อย่างนั้นข้าจะไปบอกคุณชายหรงว่าข้าจะไม่รักษาขาของเขาแล้ว”

แล้วนางก็ได้ยิ้มเหมือนดอกไม้แล้วกอดเซียวเยี่ยน “ขยันทำงานเข้านะท่านพี่ แล้วอย่าได้คิดฉวยโอกาสทำอะไรโง่ๆหลังกินเสร็จอีก”

“นี่เจ้า....เจ้าคือเซียวหลีจริงๆเหรอ?” ตัวนางนั้นรู้สึกสับสนไปหมดแล้ว ทั้งการพูดและการกระทำนั้นราวกับเปลี่ยนไปหมดแล้ว

“ท่านพี่ที่แสนดี ถ้าหากข้าไม่ใช่อาหลีแล้วข้าจะเป็นใครไปได้ล่ะ?” เซียวหลีก็ได้ยิ้มแล้วกล่าว “อ้อ จริงด้วยยาของท่านแม่อยู่ในครัวหมอสีขาว ส่วนยาของคุณชายหรงคือหม้อสีดำอย่าลืมไปเอามาล่ะ”

เซียวหลีพูดอย่างเป็นธรรมชาติไม่มีอะไรติดขัด นางได้สั่งโดยไม่สนใจว่าเซียวเยี่ยนนั้นจะไปทำให้หรือไม่

อย่างไรเสีย สำหรับคนที่ฝึกวิชาแพทย์โดยเฉพาะด้านการฝังเข็มมานั้น พอได้ยินว่ามีชุดเข็มเงินก็รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาทันที

“เจ้า....คือว่า....เซียวหลีเจ้าเอาจริงเหรอ?” เซียวเยี่ยนก็ได้มองไปที่มือที่ขาวและนุ่มนวลของนางกับกองจานและตะเกียบที่วางอยู่บนโต๊ะ แล้วก็รู้สึกหดหู่ขึ้นมาอย่างมาก

“ท่านพี่ ข้าพูดจริงทำจริง”

โชคยังดีที่พี่สาวคนนี้ของนางยังเห็นแก่เงินอยู่ ไม่อย่างนั้นนางก็คงไม่รู้ว่าจะจัดการกับนางอย่างไรดีเหมือนกัน

จบบทที่ บทที่ 28 เงินต้องไม่น้อยไปกว่านั้น

คัดลอกลิงก์แล้ว