เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 10 มีกฎหมายบ้านเมืองไหม?

บทที่ 10 มีกฎหมายบ้านเมืองไหม?

บทที่ 10 มีกฎหมายบ้านเมืองไหม?


บทที่ 10

มีกฎหมายบ้านเมืองไหม?

“อาหลี คนส่วนใหญ่ที่อยู่ที่นี่ก็ล้วนแต่เป็นผู้อาวุโสของพวกเจ้า มารยาทของเจ้าอยู่ที่ไหน?” หัวหน้าหมู่บ้านมองท่าทีของเซียวหลีด้วยความโมโห

ไม่เพียงแต่เซียวหลีจะไม่ไว้หน้าเขา นางยังมีท่าทีที่ไร้มารยาท, ไร้ศีลธรรม, ไร้ยางอายและไร้การศึกษา

“ใช่แล้วหัวหน้าหมู่บ้าน ขอเพียงท่านออกคำสั่ง เราจะรีบเข้าไปขับไล่คนบ้านนี้ออกไป นังเด็กคนนี้มันตีวัวกระทบคราด และมาบอกว่าข้าเป็นลิงอีก”

เซียวต้าโหย่วโกรธมาก ผ่านไปแค่สองวันเท่านั้น นอกจากเซียวหลีจะไม่ตายแล้วยังปากเก่งขึ้นอีกต่างหาก

เซียวหลีกะพริบตามองไปที่เซียวต้าโหย่วด้วยสีหน้าใสซื่อและตกใจ “อ๊ะ ท่านลุงข้ายังไม่ได้บอกว่าท่านเป็นลิงสักคำเลยนะเจ้าคะ แต่เป็นท่านที่พูดออกมาเอง ทุกคนที่อยู่ที่นี่ต่างก็ได้ยินกันหมด”

มองไปรอบ ๆ แต่ก็น่าเสียดายนักที่ไม่มีใครเลยที่จะพูดเพื่อนางสักคน

ชื่อเสียงของนางมันจะแย่เกินไปแล้ว

อย่างไรก็ตามขณะที่นางกำลังยืนนิ่งอยู่ ท่ามกลางผู้คนเซียวหลีพบว่าเซียวซีซีกำลังยิ้มให้นาง ในยุคสมัยที่ผู้คนโหดร้ายเช่นนี้กลับมีเด็กสาวอายุ 16 ปีที่ไม่กลัวข่าวลือ และสามารถสบตากับนางได้

“เจ้า....มันสุนัขเลี้ยงไม่เชื่อง” เซียวต้าโหย่วโมโหและตะโกนออกมา “ครอบครัวของเจ้าช่างสิ้นหวังนัก ใครก็ได้มาจัดการกับประตูบ้านนี้ที”

แต่ไม่มีใครเลยในหมู่ผู้คนที่ออกมาทำ

ทุกคนต่างก็เป็นผู้ใหญ่แล้วจะให้ไปรังแกแม่ม่ายกับเด็กกำพร้าก็กระไรอยู่ ถึงพวกเขาจะอยากไล่พวกนางออกไป แต่มันจะดีกว่าที่จะให้ตระกูลเซียวเป็นคนรังแกพวกนางเอง อย่างไรเสียมันก็น่ารังเกียจหากจะลงมือเอง

เซียวต้าโหย่วพบว่าไม่มีใครออกมาเลยจึงได้พูดกับเซียวต้าฟู่ “น้องรองจัดการลากนังเด็กคนนี้ออกไป”

เซียวต้าฟู่กล่าวอย่างไม่เต็มใจ “ท่านพี่ แต่นางก็เป็นหลานของข้านะ ข้า.....”

“ช่างไร้ประโยชน์นัก เจ้านี่.....” เซียวต้าโหย่วกระซิบข้างหูเซียวต้าฟู่ “เอาอย่างนี้ หากพวกนั้นออกไปแล้วได้ขายที่ดินสองผืนนี้ ข้าจะให้เจ้าเงินเจ้า เจ้าอยากได้หรือไม่?”

“โอ้....” เซียวต้าฟู่หูผึ่งขึ้นมาทันทีเมื่อได้ยินคำว่าเงิน เขารีบพยักหน้าตกลงแล้วถกแขนเสื้อขึ้นพูดกับเซียวหลีอย่างไร้มารยาท “อาหลีเอ๊ย  ลุกขึ้นและออกไปจากที่นี่พร้อมกับแม่และลูกของเจ้าเสีย ไม่อย่างนั้นจะมาโทษว่าลุงรองของเจ้าโหดร้ายไม่ได้นะ”

“ข้าจะดูว่าใครกล้า?” เซียวหลีลุกขึ้นยืนอย่างดุดัน “ข้ามีลูกโดยไม่ได้แต่งงานแล้วอย่างไร? หลายปีที่ผ่านมาพวกเราก็ไม่เคยทำอะไรที่ผิดต่อพวกท่านเลย แล้วตอนนี้มีคนในหมู่บ้านตายอย่างหาสาเหตุไม่ได้ ท่านลุงก็จะมาหาหญิงชราตาบอดแล้วบอกว่าพวกเราเป็นตัวซวยทำลายฮวงจุ้ยในหมู่บ้านอย่างนั้นเหรอ? ไหนล่ะหลักฐานเอามาให้ข้าดูหน่อย?”

“ท่านลุงใหญ่ ไม่ใช่ว่าท่านกับท่านลุงรองอยากได้บ้านเก่า ๆ ที่พวกเราอยู่หรอกเหรอ? ถ้าพวกท่านอยากได้นักก็ไปเอาเงินมาจ่ายให้พวกข้าสิ อย่ามาทำเป็นแหวกหญ้าให้งูตื่นมาแล้วคิดที่จะเอาไปโดยไม่ต้องเสียเงินสักอีแปะเดียวสิ การกระทำของพวกท่านมันช่างไร้เหตุผลสิ้นดีเลย”

ความจริงดูเหมือนทุกคนต่างก็รู้ความจริงข้อนี้ดีอยู่แล้ว แต่พวกเขาก็ไม่กล้าที่จะถามอะไรกับไต้ซือ

“เจ้ากำลังพูดไร้สาระ!”

เมื่อมีคนที่ชี้ถึงความตั้งใจของเขา เซียวต้าโหย่วรู้สึกอับอายจนกลายเป็นโกรธเกรี้ยว เขาหันไปมองนางถังด้วยสายตาไม่พอใจ เมื่อถึงเวลาที่จะควรจะลงมือเช่นนี้ ยัยผู้หญิงบ้าของเขากลับยืนอยู่ข้างหลังและมองดูอย่างเงียบๆ เขาส่งสายตาให้นางถังที่อยู่ในสภาพมึนงง

เขากระทืบเท้าอย่างโมโหแล้วเอื้อมมือไปดึงนางถังให้ออกหน้ามา แต่ก็ต้องใช้เรี่ยวแรงเป็นอย่างมาก

นางถังเดินออกมาเมื่อมั่นใจแล้วว่าเซียวต้าโหย่วจะไม่บอกนางให้หุบปากอีก นางก้าวมาข้างหน้าอย่างห้าวหาญและเอื้อมมือไปผลักประตู แต่ก่อนที่มือจะไปถึงประตู เซียวหลีผลักนางลงไปกองกับพื้นอย่างรวดเร็ว

เซียวเป่าเอ๋อร์ที่แอบอยู่หลังของประตูเห็นว่านางถังที่ดูน่ากลัวลงไปนอนกองกับพื้นก็ตกใจ เป็นเพราะความตกใจของเขาทำให้ประตูขยับจนเกิดเสียงเล็กน้อย

เซียวหลีหันหน้ามา ปิดประตูให้แน่น แล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงรักใคร่ “เด็กดี เจ้าไปคอยดูแลท่านยาย เจ้าไม่ต้องกังวลเรื่องของแม่ที่นี่ เจ้าจะต้องเชื่อมั่นในตัวแม่รู้ไหม?”

เซียวเป่าเอ๋อร์ยังตกตะลึงอยู่ เขามองเห็นไม่ชัดว่าเกิดอะไรขึ้นผ่านรอยแยกของประตู แต่ที่แน่ ๆ คือนางถังล้มลง

เขาอยากรู้ว่าร่างกายที่ผอมบางของท่านแม่สามารถต้านทานแรงของคนที่สูงใหญ่อย่างนางถังได้อย่างไร?

“ไปได้แล้ว”

เซียวหลียิ้มแล้วปิดประตูให้แน่น สิ่งที่เกิดขึ้นนี้มีความรุนแรงไม่เหมาะสมที่จะให้เด็กมาเห็น

“ท่านแม่ต้องระวังตัวนะขอรับ”

เซียวเป่าเอ๋อร์พลันรู้สึกเชื่อในตัวแม่ของเขาขึ้นมา เด็กชายไม่ต้องการที่จะทำให้แม่ของเขาเสียสมาธิจึงได้กลับเข้าไปในบ้าน ท่านยายไม่ได้เห็นเหมือนที่เขาเห็น เขาจึงได้เล่าให้ท่านยายฟังถึงความเก่งกาจของท่านแม่เพื่อที่ท่านยายจะได้สบายใจ

“แกนังเด็กบ้าบังอาจมาทำร้ายข้าได้ ข้าจะฆ่าแกนังเด็กไร้ยางอาย”

นางถังลุกขึ้นมาได้และคิดที่จะทำร้ายนาง ทันใดนั้น  เซียวหลีก็ก้มลงขยับเก้าอี้ให้ตรง ในขณะที่นางถังพุ่งตัวมาข้างหน้าก็เอียงม้านั่งเล็กน้อยทำให้ไปกระแทกเข้ากับเข่าของนางถัง

“โอ๊ย.....นังเด็กบ้าสมควรโดนดาบพันเล่ม บังอาจมาทำร้ายป้าของเจ้าได้”

ไม่มีใครคิดว่านางถังที่แข็งแรงและมีร่างกายที่หนักถึง 145 ชั่ง คงไม่มีใครในหมู่บ้านนี้ที่แข็งแกร่งมากไปกว่านางอีกแล้ว

แต่ตอนนี้นางลงไปนอนกองกับพื้นเอามือกุมเข่าแล้วร้องอย่างโหยหวน

นางหลิวที่กำลังมองดูอยู่ถอยหลังไปสองสามก้าว

ผีร้ายตัวไหนเข้าสิงเซียวหลีกันแน่? เพียงแค่วันสองวันไม่น่าจะทำให้นางทรงพลังขนาดนี้?

แม้แต่นางถังยังต้องบาดเจ็บเพราะนาง แต่เซียวหลีกำลังหาวและนั่งอย่างมั่นคงบนเก้าอี้ด้วยรอยยิ้มที่สงบนิ่งแล้วกล่าว “ข้ายังไม่ได้ทำอะไรเลยนะ? ทำไมถึงหาว่าข้าทำร้ายท่านแล้วล่ะ? ข้าแค่ไม่ได้ชวนให้ท่านป้านั่งลงเท่านั้น ที่นี่มีคนอยู่มากมาย หากข้าชวนท่านป้านั่งลง นั่นจะทำให้คนอื่น ๆ ไม่พอใจข้ารึเปล่า?”

เซียวหลีมีสีหน้าที่ชั่วร้ายมากขึ้นเรื่อย ๆ มันเป็นไปได้เหรอที่เด็กสาวคนนี้จะทรงพลังมากขนาดนี้ได้?

ทุกคนต่างก็คิดว่ามันไม่น่าเชื่อ แต่นางยังพันผ้าพันแผลที่หัวของนาง เห็นได้ชัดว่านางคือคนเดียวกันกับที่ถูกเซียวอิงอิงทำร้ายด้วยไม้คานจนเกือบตาย

“พอ! พอ! พอได้แล้ว”

หัวหน้าหมู่บ้านมองดูสองพี่น้องเซียวต้าโหยวอย่างหมดหนทางแล้วกล่าว “ถ้าเจ้าอยากไล่ครอบครัวนี้ออกไป ข้าจะไม่พูดอะไรทั้งนั้นและข้าก็จะไม่สนใจด้วย นี่เป็นเรื่องในครอบครัวของพวกเจ้า พวกเจ้าก็จัดการกันเองแล้วกัน”

“นี่ นี่ท่านหัวหน้าหมู่บ้าน ไม่ใช่ว่าทุกคนต้องการที่จะไล่พวกตัวซวยออกไปหรอกเหรอ?” เซียวต้าโหย่วพูดอย่างระมัดระวัง

หัวหน้าหมู่บ้านทำอะไรไม่ถูก คนในหมู่บ้านก็แค่พูดไปเรื่อยเท่านั้น บางคนที่เห็นด้วยนั้นก็แค่ตามน้ำไปเท่านั้น

แต่อย่างไรก็ดีจิตใจของผู้คนยากที่จะหยั่งได้ และมีบางคนที่ยังรู้สึกสงสารแม่ม่ายบ้านนี้อยู่

หัวหน้าหมู่บ้านพูดอะไรไม่ออก แต่ในวันนี้เห็นได้ชัดว่าเซียวหลีมีจิตใจเข้มแข็งมาก เขามองไปที่เซียวหลีแล้วส่ายหัวก่อนจะพูดอย่างชัดเจน

“อาหลี เจ้าก็เห็นว่ามีสัตว์มากมายตายอย่างไม่ทราบสาเหตุในหมู่บ้าน และยังมีคนสองคนที่ตายอย่างลึกลับอีก ไม่ว่าเรื่องนี้พวกเจ้าจะเป็นสาเหตุหรือไม่ แต่พวกเราก็ไม่อาจให้พวกเจ้าอยู่ที่นี่ได้จริง ๆ” หัวหน้าหมู่บ้านกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ใจเย็น ถึงแม้จะรู้ดีว่าไต้ซือคนนั้นอาจจะหลอกลวงผู้คน แต่เพื่อความสงบสุขในหมู่บ้านแล้ว เขาจำต้องทำผิดต่อนางหวังแม่ม่ายของครอบครัวนี้

“การอยู่การตายของสัตว์ในหมู่บ้านมันเกี่ยวอะไรกับผู้หญิงที่อ่อนแอในครอบครัวของข้าด้วย? มันเป็นเรื่องธรรมดาที่จะมีคนแก่ คนป่วย และคนตายไม่ใช่เหรอ? ใครมีหลักฐานว่าพวกข้าเป็นสาเหตุให้เกิดความเสียหายพวกนี้? ไหนบอกมาสิว่าข้าไปทำลายฮวงจุ้ยของหมู่บ้าน หรือไปทำลายชีวิตของคนบางคนอย่างไร พวกท่านถึงได้มาคิดไล่คนในครอบครัวของข้าเช่นนี้ ถ้างั้นข้าเองก็พูดได้เหมือนกันว่ามีพวกเสแสร้งอยู่ในหมู่พวกเจ้าที่คอยหลอกชาวบ้านและคิดทำลายครอบครัวของข้า ทำไมไม่ไล่คนพวกนี้ออกไปจากหมู่บ้านบ้างล่ะ?”

เซียวหลีพูดและถามได้อย่างฉลาด

“นี่มันอนุญาตให้ขุนนางวางเพลิง แต่ห้ามประชาชนจุดตะเกียงชัด ๆ เลยไม่ใช่เหรอ? ที่นี่ไม่ได้มีกฎหมายบ้านเมืองอะไร มีแต่กฎหมู่บ้านเท่านั้น”

คำพูดของเซียวหลีทำให้ผู้คนพูดอะไรไม่ออก แต่นางก็กล่าวอย่างชัดเจนว่าหากไม่มีกฎหมายบ้านเมือง นางก็ไม่มีความผิดและไม่จำเป็นต้องออกไปจากหมู่บ้าน

จบบทที่ บทที่ 10 มีกฎหมายบ้านเมืองไหม?

คัดลอกลิงก์แล้ว