เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 5 หนึ่งตำลึงเงิน

บทที่ 5 หนึ่งตำลึงเงิน

บทที่ 5 หนึ่งตำลึงเงิน


บทที่ 5

หนึ่งตำลึงเงิน

“ท่านลุง ท่านแม่บอกว่าอย่าลืมค่ารักษาด้วยล่ะ?”

“แต่เงินทั้งหมดที่ข้ามีได้ให้ป้าของเจ้าช่วยข้าไปตามหมอแล้ว ดังนั้นเรื่องที่ข้าจะจ่ายให้ได้หรือไม่นั้นก็ขึ้นอยู่กับว่าข้าจะมีชีวิตรอดหรือไม่ล่ะนะ” หรงสวินรู้สึกช่วยไม่ได้ ในเวลานี้ศัตรูยังคงตามล่าเขาอยู่ แล้วคนที่ชื่อเซียวเยี่ยนนั้นก็ไม่รู้ว่าจะช่วยเขาติดต่อกับคนของเขาให้ได้ด้วยหรือไม่

“อ้าว ท่านคิดที่จะโกงท่านแม่งั้นเหรอ? ทั้ง ๆ ....ที่ท่านแม่ของข้าช่วยท่านมาจากคูน้ำทางตะวันออก แล้วยังต้องเกือบเอาชีวิตไม่รอดจากการต่อสู้กับคนอื่นเพื่อท่าน แล้วตอนนี้นางยังรักษาแผลให้ท่านโดยไม่สนเรื่องของความต่างชายหญิงอีก ท่านช่างเป็นคนที่อกตัญญูจริง ๆ ....” เซียวเป่าเอ๋อร์พูดอย่างโมโหแล้วก็ตบลงไปที่แผลของหรงสวิน ทำให้หรงสวินร้องด้วยความเจ็บปวด

“ฮึ่ม พูดก็พูดเถอะ แม้แต่ท่านป้ายังเชื่อว่าท่านเป็นคุณชายที่สูงส่งจะต้องตอบแทนอย่างแน่นอน” เซียวเป่าเอ๋อร์ส่ายหัวของเขา ช่างไม่คุ้มค่ากับที่ท่านแม่ของเขาลงทุนไปเหลือเกิน

“นี่เจ้าหนู อย่าไร้เหตุผลหน่อยเลยน่า” หลังจากที่พูดเช่นนั้น หรงสวินก็หยุดพูดต่อทันที เหมือนกับว่ามีคนบอกเขาว่าอย่าได้เป็นคุณชายหรงที่ไร้เหตุผล

“ถ้าหากข้าไม่ได้เงินจากท่านนะ ท่านแม่คงได้ดูถูกข้าอย่างแน่นอน”

ด้วยเหตุผลบางอย่าง เซียวเป่าเอ๋อร์รู้สึกได้ว่าแม่ของเขาฉลาดกว่าเขาขึ้นมา เมื่อใดกันที่เขาพ่ายแพ้ให้ท่านแม่? เขาจะต้องไม่แพ้ท่านแม่เด็ดขาด

หรงสวินก็ได้มองไปที่ใบหน้าที่จริงจังของเซียวเป่าเอ๋อร์แล้วก็รู้สึกอารมณ์ดีขึ้นมาชั่วขณะหนึ่ง เขาจึงได้พูดล้อเล่น “เมื่อสักครู่เจ้าถามข้าเรื่องของค่ารักษาใช่ไหม? แล้วเจ้าคิดที่จะเก็บค่ารักษาจากข้าเท่าไรล่ะ?”

“คือว่า.....” เซียวเป่าเอ๋อร์จับหัวน้อย ๆ ของเขา ทำไมจู่ ๆ วันนี้ท่านแม่ของเขาถึงได้ฉลาดกว่าเขานะ? แล้วยังมีคุณลุงหน้าหล่อที่เก็บมาจากคูน้ำก็ดูเหมือนจะฉลาดกว่าเขาอีก?

หรงสวินถอนหายใจ เขาหลับตาลงแล้วกล่าวออกมาอย่างไม่ใส่ใจ “ข้าก็แค่เตือนเจ้า” ในระหว่างที่กำลังพูดเขาก็เงยหน้ามามองเซียวเป่าเอ๋อร์ เมื่อเห็นว่าเขาทำสีหน้าที่จริงจังมากและรอว่าเขาจะพูดอะไรต่อมา เขาจึงได้พูดต่อ “เอาไว้เจ้าค่อยถามแม่ของเจ้าก็ได้ นางจะต้องรู้”

เซียวเป่าเอ๋อร์กลอกตาของเขาแล้วคิด ถามท่านแม่งั้นเหรอ? ไม่ใช่เป็นการบอกท่านแม่ว่าเขาไม่สามารถเก็บค่ารักษาได้หากปราศจากท่านแม่เหรอ

แล้วเขาก็นึกได้ว่าคนคนนี้ทำได้แค่นอนอยู่กับพื้นเช่นนี้ “ท่านแม่บอกให้ข้าคอยเฝ้าท่านไว้นี่เอง ท่านแม่คงจะกลัวว่าท่านจะตายแน่ ๆ  เมื่อถึงตอนนั้นครอบครัวของข้าคงจะได้ถูกจับแน่ ๆ  เฮ้อ ช่างซวยซ้ำซวยซ้อนอะไรแบบนี้ ในแผ่นดินนี้แค่จะช่วยใครสักคนก็เป็นเหตุผลที่ทำให้ไล่ครอบครัวของข้าออกไปได้แล้วและเกือบทำให้แม่ของข้าต้องตายด้วย”

เมื่อพูดออกมาเช่นนี้แล้ว เซียวเป่าเอ๋อร์มองไปที่หรงสวินแล้วพบว่าเขากำลังผงกหัวอย่างครุ่นคิดแต่ก็ไม่ได้สนใจที่จะถามอะไร ได้แต่ถอนหายใจออกมาแล้วพูดพึมพำ “ท่านเนี่ยไม่รู้จักว่าอะไรคือตอบแทนบุญคุณและอะไรคือตอบแทนช่วยชีวิตบ้างรึไงนะ? ท่านแม่นะท่านแม่ ดูเหมือนว่าท่านจะเสี่ยงชีวิตจากการถูกตีจนตายเพื่อช่วยหมาป่าตาขาว 9 ชีวิตมาเสียแล้ว”

เป็นเด็กที่น่าสนใจที่รู้จักการเล่นคำเสียด้วย ไม่เหมือนกับเด็กจน ๆ ทั่วไป ทั้ง ๆ ที่ดูแล้วเด็กคนนี้ก็น่าจะจนมากแท้ ๆ  จึงอดไม่ได้ที่จะถามขึ้นมา “ดูเหมือนเจ้าจะรู้จักคำเยอะแยะ เจ้าเคยเรียนหนังสือมาก่อนอย่างนั้นเหรอ?”

ครอบครัวนี้ช่างแปลกนัก เห็นได้ชัดว่าสองแม่ลูกนั่นแต่ตัวปอน ๆ มาก เซียวเยี่ยนจะสวมชุดเสื้อผ้าสีฉูดฉาดถึงแม้ว่าจะเป็นเสื้อผ้าเก่า ๆ ทั้งหมดก็เถอะ แต่....

เขามองไปที่ปิ่นปักผมเงินที่เสียรูปไปและวางอยู่ที่โต๊ะเครื่องแป้งหลังจากที่ถูกใช้แทนเข็มเงิน ยิ่งทำให้เขารู้สึกสงสัยมากยิ่งขึ้นไปอีก ซึ่งเห็นได้ชัดว่าที่นี่จนมากแท้ ๆ  แต่กลับมีปิ่นปักผมเงินที่มีราคาค่างวดมากมาย ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าจะใช้ซื้อเสื้อผ้าใหม่ได้มากมายเลย สามารถทำให้ครอบครัวบ้านนอกเช่นนี้อยู่ได้อย่างสบาย ๆ ไป 2-3 ปีเลยด้วยซ้ำ

“ก็เรียนบ้าง แต่ว่า.....” เซียวเป่าเอ๋อร์ถอนหายใจออกมาอย่างช่วยไม่ได้ “แต่ท่านแม่ไม่อยากให้ข้าไปเรียนหนังสือน่ะ”

“ทำไมล่ะ? เพราะว่าไม่มีเงินเหรอ?”

เซียวเป่าเอ๋อร์จ้องไปที่หรงสวินพร้อมตอบ “ท่านเองก็จะดูถูกครอบครัวจน ๆ ของข้างั้นเหรอ?”

หรงสวินเงียบไป แล้วเซียวเป่าเอ๋อร์ก็ได้กล่าวต่อ “ท่านลุงเหวินไฉนั้นเป็นคนที่ฉลาดรอบรู้มาก เขาไม่เก็บค่าเรียนจากข้าด้วยซ้ำและยังใจดีกับข้ามากด้วย ข้าชอบเขามาก แต่ท่านแม่กลับปฏิเสธไม่ยอมให้ข้าไปเรียนจากเขาน่ะ”

“ดังนั้นเจ้าจึงแอบไปเรียนหนังสือมาจากท่าน                  ลุงเหวินไฉของเจ้าลับหลังแม่ของเจ้าสินะ?”

“อ๊ะ!” เซียวเป่าเอ๋อร์เพิ่งจะรู้สึกตัว เขาได้ปิดปากของเขาด้วยมือน้อย ๆ นั่น และไม่คิดเปิดเผยความลับใด ๆ ออกมาอีก

“ไม่ต้องกังวลไปหรอก ข้าไม่ทรยศเจ้าหรอกน่า ตราบเท่าที่เจ้าไม่พูดเรื่องค่ารักษากับข้าล่ะนะ” เขาคิดหยอกสนุก ๆ เท่านั้น แต่เขากลับรู้สึกง่วงจริง ๆ และหาวออกมา “ในเมื่อแม่ของเจ้าบอกให้เจ้าคอยดูแลข้า ก็คอยดูข้าให้ดีก็แล้วกันอย่าให้ใครมากวน ขอนอนก่อน”

หลังจากที่พูดจบหรงสวินก็ได้หลับตาของเขาลง ราวกับกำลังจะหลับ

เซียวเป่าเอ๋อร์บ่นพึมพำออกมา “เจ้าหมาป่าตาขาว ถ้าหากท่านไม่จ่ายค่ารักษาล่ะก็ ข้าขอให้ท่านเป็นอัมพาตครึ่งซีกและด้วนไปตลอดชีวิต”

หรงสวินขมวดคิ้ว รู้สึกมีความเศร้าสลดไหลทะลักออกมาจากหัวใจของเขา...

ขาของเขา...

ขาของเขาพิการไปตั้งนานแล้วแท้ ๆ แต่คนพวกนั้นก็ยังไม่ยอมปล่อยเขาไป พวกนั้นต้องการที่จะฆ่าเขาให้ตาย แต่เขาก็ยังไม่ตายตราบเท่าที่เขายังมีชีวิตอยู่ เขาจะไม่ยอมโดนรังแกง่าย ๆ แน่

“ข้าจะจ่ายให้ 1 ตำลึงเงิน” หลังจากที่พูดจบเขาก็หันหัวไปอีกด้านแล้วก็เริ่มหายใจอย่างสม่ำเสมอ

เซียวเป่าเอ๋อร์รู้สึกถึงความช่วยไม่ได้ของหรงสวินจึงได้ไม่พูดอะไรต่อ 1 ตำลึงเงิน ก็คือ 100 อีแปะ...

ไม่เลว ในอดีตเขาขายถ่าน, ขายสมุนไพรและช่วยคนอื่น ๆ ทำงานพร้อมกับแม่ของเขายังได้ไม่ถึง 10 อีแปะต่อวัน แต่นี่ครั้งเดียวกลับได้ตั้ง 100 อีแปะ ถึงจะคิดว่าน่าจะได้มากกว่านี้ก็เถอะ

เขาจึงได้หันหน้าไปมองหรงสวินที่นอนอยู่เงียบ ๆ  และคิดว่าคนคนนี้ก็หน้าตาไม่เลวเหมือนกัน มันจะดีแค่ไหนถ้าเขาหน้าตาดีอย่างนี้บ้าง?

เมื่อคิดเช่นนี้เซียวเป่าเอ๋อร์ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกเสียดายขึ้นมา ถ้าหากว่าคนตรงหน้าเขานี้เป็นพ่อของเขา มันคงจะดีมากเลย

ในเวลานี้แม่ของเขาก็นิสัยดีขึ้นมาก แต่ทว่านางนั้นเหมือนจะหลงลืมอะไรไปมากมาย เกรงว่าถามนางไปก็คงเท่านั้น

ถ้าถามว่าเขาอยากจะทำอะไร ในเมื่อตัวเขาไม่รู้ว่าพ่อของเขาคือใคร บางทีมันอาจจะดีกว่าถ้าเขาจะตามหาพ่อของเขา?

เมื่อคิดได้เช่นนี้ ถ้าคนที่อยู่ตรงหน้าเขานิสัยไม่ได้แย่มากนัก เขาก็อยากที่จะให้คนคนนี้ช่วยทำตามแผนบ้า ๆ ของเขา

ไม่รู้ว่าเมื่อไรที่เซียวเป่าเอ๋อร์เผลอหลับไป เขาฝันว่าขาของหรงสวินนั้นหายดีแล้วและร่างกายก็เป็นปกติดี หรงสวินกับแม่ของเขาช่วยเขาส่งว่าวขึ้นสู่ท้องฟ้า ครอบครัวสามคนมีเวลาที่ดีร่วมกัน และพวกเขาหัวเราะร่วมกันอย่างมีความสุขในฝันของเขา

หรงสวินนั้นเจ็บปวดมากเกินรับไหว เมื่อเขาตื่นขึ้นมาก็พบเซียวเป่าเอ๋อร์ที่นอนหัวเราะคิกคักอยู่ข้างเตียงของเขาทำให้เขารู้สึกอบอุ่นแปลก ๆ จึงได้เอานิ้วจิ้มเซียวเป่าเอ๋อร์อย่างไม่พอใจ “นี่ เจ้ากำลังฝันถึงอะไรอร่อย ๆ อยู่รึไง?”

เซียวเป่าเอ๋อร์สะดุ้งตื่น เขาขยี้ตาแล้วมองไปที่หรงสวินที่มีสีหน้าที่ดูเหนื่อย ทำให้เขารู้สึกผิดหวังขึ้นมา ทำไมคนคนนี้ถึงไม่ใช่ชายที่ดูบึกบึนและอ่อนโยนเหมือนอย่างในฝันของเขานะ?

“คนที่นี่หายไปไหนหมด ตายกันหมดแล้วรึไง?”

หรงสวินเอามือจับหน้าผากของเขา รู้สึกวิงเวียนจึงได้บ่นพึมพำขึ้นมา หัวใจของเขาเต้นเร็วมากขึ้นเรื่อย ๆ  ครอบครัวนี้พึ่งพาอะไรไม่ได้เลย ถ้าไม่ใช่เพราะเขาเห็นเซียวเป่าเอ๋อร์หลับปุ๋ยอยู่ตรงนี้หลังจากที่เขาฟื้น เขาก็คงคิดว่าตัวเขานั้นถูกหลอกแล้ว

“ท่านลุง ข้าว่าท่านควรจะหัดสำรวมปากของท่านบ้างนะ ถ้าไม่ใช่เพราะท่านแม่ของข้าช่วยท่านไว้ ท่านก็คงจะตายไปนานแล้วไม่ได้มานอนบนเตียงแล้วนินทาคนอื่นแบบนี้หรอก?”

เซียวเป่าเอ๋อร์เอนตัวพิงกับมุมห้องอีกครั้งแล้วกล่าวอย่างไม่พอใจ เขาคิดว่าท่านป้าป่านนี้ยังไม่กลับมา นางคงไปเข้าบ่อนอีกแน่ ๆ  เมื่อคิดเช่นนี้เซียวเป่าเอ๋อร์ก็รู้สึกเกลียดเหล็กกลายเป็นเหล็กกล้าไม่ได้ขึ้นมา แล้วชกมือขวาเขาที่มือซ้ายของเขา

แม่ของเขาเองก็ยังไม่กลับมาเลย และท่านยายเองก็ไม่มาหาเลยเช่นกัน หรือว่า.....

เมื่อคิดได้เช่นนี้เซียวเป่าเอ๋อร์ก็กระโดดลงมาแล้วรีบวิ่งออกไปที่ห้องโถงแล้วตะโกน “ท่านแม่ ท่านยาย.....”

“นี่เจ้าหนู! ช่วยไปบอกพวกผู้ใหญ่ให้ไปพาหมอมาให้ข้าหน่อย”

แต่ทว่าร่างน้อย ๆ นั่นก็ไม่ได้เหลียวมองกลับมามองหรือว่าตอบอะไรเขาเลย

“ปัดโธ่เว้ย!”

หรงสวินก็ได้สบถออกมา เขารู้สึกคิดผิดที่ไปเชื่อครอบครัวจน ๆ เช่นนี้ โดยเฉพาะเซียวหลีที่ปากจัดคนนั้นน่ารังเกียจสุด ๆ  เขาอยากที่จะหนีไปจากหายนะนี้แต่แล้วเขาก็ได้สลบไปอีกครั้ง

จบบทที่ บทที่ 5 หนึ่งตำลึงเงิน

คัดลอกลิงก์แล้ว