เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 2 เจ้าตัวแสบตัวน้อย

บทที่ 2 เจ้าตัวแสบตัวน้อย

บทที่ 2 เจ้าตัวแสบตัวน้อย


บทที่ 2

เจ้าตัวแสบตัวน้อย

เซียวหลีมีใบหน้ามืดครึ้มขึ้นมา และขณะที่นางกำลังยกมือขึ้นมา เซียวเป่าเอ๋อร์รีบตะโกน “ท่านยาย ท่านแม่กำลังจะใช้กำลังทำร้ายก้นของเป่าเอ๋อร์”

“เจ้าตัวแสบนี่” เซียวหลียกมือขึ้นมาเช็ดจุดดำ ๆ ที่หน้าผากของเขา “นี่เจ้าไม่ล้างหน้าบ้างหรืออย่างไร?”

“ล้างแล้ว ๆ” เซียวเป่าเอ๋อร์รู้สึกประหลาดใจและนิ่งไปชั่วขณะ สงสัยพระอาทิตย์จะได้ขึ้นทางตะวันตกแน่ ๆ

แล้วเขาก็พูดออกมา “ท่านแม่ ถ้าหากท่านรู้ความจริงข้อนี้นานแล้ว เป่าเอ๋อร์คงไม่รู้ว่าจะชื่นชมท่านมากขนาดไหนแล้ว”

เซียวหลียิ้มแล้วคิดเกี่ยวกับร่างกายที่อ่อนแอของนางตอนนี้ ต่อให้เจ้าของร่างเดิมนั้นแข็งแกร่งกว่านี้ เกรงว่าก็คงตายในไม่ช้าก็เร็วอยู่ดี

แล้วถ้าเป็นนางล่ะ?

อย่างน้อยนางก็เรียนซ่านโฉ่วมาบ้าง แล้วยังมีวิชาจิ่วต้วนจินหลงติดตัวของนางอีก

นางมองไปที่เซียวเป่าเอ๋อร์ที่ถึงจะตัวผอมบาง แต่สมองของเด็กคนนี้อาจจะดีกว่าเจ้าของร่างเสียอีก ทำให้นางรู้สึกรักใคร่เขาขึ้นมาจนอดไม่ได้ที่จะอุ้มเขายกขึ้นลงแล้วกล่าว

“เด็กดีขนาดนี้ แม่จะไปรังแกเจ้าได้อย่างไร? ต่อจากนี้งานแรกของแม่คือเลี้ยงเป่าเอ๋อร์ให้ขาว ๆ อ้วน ๆ เลย”

ฮะ ๆๆ

เซียวเป่าเอ๋อร์หัวเราะเสียงดัง เขาไม่เคยหัวเราะอย่างมีความสุขเช่นนี้มาก่อนเลย แม่ของเขาสลบไปแล้วก็ตื่นขึ้นมาแต่เหมือนกับว่านางเข้าฌานแล้วบรรลุอะไรบางอย่างในใจของนางได้อย่างไรอย่างนั้น สงสัยในที่สุดสวรรค์คงได้ยินคำขอของ        เป่าเอ๋อร์ที่ทำให้แม่ของเขาฉลาดและรักเขามากขึ้น

นางหวังแอบเช็ดน้ำตา ครอบครัวนางไม่ได้ยินเสียงหัวเราะเช่นนี้มานานขนาดไหนแล้ว? 3 ปี 5 ปี หรืออาจจะมากกว่า 10 ปีแล้ว?

นางไม่เคยคิดเช่นนี้มาก่อนเลย นางถูกรังแกมาตลอดชีวิตพร้อมลูกสาวทั้งสองของนาง นางจึงเกลียดที่ตามองไม่เห็นแบบนี้ทำให้ไม่สามารถสู้กับพวกผู้ใหญ่เหล่านั้นได้อย่างที่        เซียวหลีพูดเมื่อสักครู่

“จะว่าไปผู้ชายที่ข้าช่วยไว้เมื่อวานอยู่ไหนแล้ว? เขายังมีชีวิตอยู่รึเปล่า? ช่วยพาแม่ไปหาเขาหน่อยสิ” เซียวหลีกล่าวแล้วลุกจากเตียงแต่ทันทีที่นางลุกขึ้น นางกลับรู้สึกมึนหัวขึ้นมาชั่วขณะ โชคยังดีที่นางไม่ได้ล้มลงไปฟาดกับขอบเตียง

“ท่านแม่ ท่านแม่ควรที่จะพักผ่อนต่ออีกหน่อยดีกว่า อย่าห่วงแต่จะดูผู้ชายรูปงามไม่รู้วันรู้คืนเหมือนอย่างท่านป้าเลย”

“เจ้าพูดอะไรอย่างนั้น” เซียวหลีพยายามตั้งสติ พอไม่รู้สึกเวียนหัวแล้วก็ยกมือเขกไปที่หัวของเจ้าแตงโมน้อยสักรอบ

เซียวเป่าเอ๋อร์พ่นลมออกทางจมูกแล้ววิ่งไปดึงชายเสื้อของนางหวัง

นางหวังเองก็ได้กล่าว “หลีเอ๋อร์ข้าว่าเจ้ายังจำเป็นต้องพักผ่อนอีกหน่อยนะ”

เนื่องจากครอบครัวของนางยากจน ทำให้นางไม่อาจนอนอยู่เฉย ๆ รอความตายได้ หากครอบครัวยังเป็นเช่นนี้อยู่นางจะสามารถเชิดหน้าแล้วหาทางร่ำรวยเพื่อไปให้ถึงจุดสูงสุดของชีวิตนางได้อย่างไร?

แล้วจะให้นางลืมชายที่ทำให้เจ้าของร่างนี้ต้องออกจากร่างนางไปได้อย่างไร? อย่างน้อย ๆ นางก็เป็น ‘ผู้มีพระคุณ’ ของเขา

นางหวังโคลงศีรษะไปมา แต่เซียวเป่าเอ๋อร์ยังไม่พอใจแล้วบ่นพึมพำออกมา “ท่านแม่น่ะถูกไม้คานฟาดแทนท่านป้าแท้ ๆ แต่ท่านป้ากลับไม่สนใจท่านแม่สักนิด ไปสนใจแต่คนแปลกหน้าคนนั้น”

เซียวหลีตกใจแล้วผงกหัว คำพูดของเด็กไม่มีอ้อมค้อมดังนั้นที่พูดมาก็จะต้องมีความจริงอยู่บ้าง แต่จากในความทรงจำของเจ้าของร่างแล้ว เหมือนว่าพี่สาวของนางจะดีกับนางอย่างมาก บางทีเรื่องนี้อาจจะมีอะไรไม่ชอบมาพากลอยู่

เนื่องจากนางหวังนั้นมองไม่เห็น นางเลยไม่รู้ว่าเซียวหลีกำลังคิดอะไรอยู่จึงได้กล่าวออกมา “เยี่ยนเอ๋อร์บอกว่าชายคนนั้นแต่งตัวดี ดูแล้วน่าจะเป็นทายาทของตระกูลมีเงินเป็นแน่ ถ้าหากเขาไม่พอใจขึ้นมาเกรงว่าเขาอาจจะโทษพวกเราก็ได้”

เซียวหลีเพิ่งเคยได้ยินเรื่องแบบนี้เป็นครั้งแรก

บางทีอาจเป็นเพราะครอบครัวของนางยากจน พวกเขาจึงได้ปฏิบัติกับคนรวยต่างออกไป? บางทีพี่สาวของ                    นางเซียวเยี่ยนก็คิดเช่นนั้นด้วยอย่างนั้นเหรอ?

เซียวเป่าเอ๋อร์เดินนำหน้าแล้วจูงมือของเซียวหลี เมื่อเดินมาถึงบ้านของเซียวเยี่ยนแล้วนางมองดูอย่างถี่ถ้วน ซึ่งมันต่างจากที่นางคิดเอาไว้มากนัก ถึงแม้ว่าจะไม่ได้ใช้ไม้ที่มีราคาแพงอะไร แต่กำแพงก็ได้ถูกทาด้วยสีเขียวและแดง

ทั้ง ๆ ที่ครอบครัวของนางยากจนแต่เซียวเยี่ยนกลับอาศัยอยู่ในบ้านใหม่แถมยังมีขนาดใหญ่อีกต่างหาก

พอเซียวหลีคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาก็รู้สึกปวดหัว จึงได้แต่เลิกคิดเรื่องนี้แล้วก้มหน้าหันไปมองเซียวเป่าเอ๋อร์พลางกล่าว “ลูกรัก เกรงว่าจะเป็นเพราะอาการบาดเจ็บของแม่ยังไม่หายดี ดูเหมือนว่าแม่จะจำอะไรไม่ค่อยได้มากนัก”

เซียวเป่าเอ๋อร์ที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ตกใจแล้วจับมือของเซียวหลีแน่น เขามองไปที่เซียวหลีอย่างแน่วแน่กะพริบดวงตากลมโตของเขาแล้วกล่าว “ท่านแม่อยากรู้เรื่องอะไรเหรอขอรับ?”

“เก่งมาก”

เซียวหลีพยักหน้าอย่างพอใจแล้วเผยรอยยิ้มของนางออกมา เด็กคนนี้เป็นเด็กที่ฉลาดจริง ๆ  มิน่าสวรรค์ถึงได้ชื่นชอบเขานัก

เซียวเป่าเอ๋อร์ตกตะลึง เขาไม่เคยเห็นแม่ของเขายิ้มมาก่อนเลย ทั้งที่ไม่ได้เป็นอะไรแต่เขากลับก้าวขาไม่ออกจึงได้แต่ยืนนิ่ง “ท่านแม่ รอยยิ้มของท่านงดงามมาก เป่าเอ๋อร์ไม่เคยเห็นท่านแม่งดงามขนาดนี้มาก่อนเลย”

มันเป็นเรื่องที่ยากสำหรับเด็กชายจริง ๆ เขาไม่เคยเห็นรอยยิ้มของแม่เลยสักครั้ง

เซียวหลีชอบที่จะได้ยินคนชมนางเช่นนี้ นางมองไปที่เจ้าตัวแสบแล้วกล่าว “งั้นต่อไปนี้แม่จะมีความสุขกับเป่าเอ๋อร์ทุกวัน แล้วเป่าเอ๋อร์ก็จะได้เห็นแม่ยิ้มทุกวัน ตกลงไหม?”

เซียวเป่าเอ๋อร์ไอกระแอมสองหน เขาสงสัยว่าท่านแม่ของเขากลายเป็นคนที่ขี้เล่นและน่ารักเช่นนี้ไปได้อย่างไร ยิ่งมองนางมากเท่าไรก็ยิ่งพบว่านางดูสวยขึ้นเท่านั้น

“ทุกคนในตระกูลบอกว่าไม่รู้ว่าท่านป้าออกไปทำอะไรข้างนอกบ้าง แต่ทุกอย่างที่ป้าได้มาก็ถูกส่งให้ตระกูลทั้งหมด”

เซียวหลีส่งเสียง “อืม” เหมือนเข้าใจแล้วออกมา แต่ก็ยังถามออกมาเบา ๆ  “ถ้าอย่างนั้นทำไมพวกเราถึงได้อาศัยอยู่ที่บ้านโทรม ๆ เหมือนเล้าหมูหลังนั้น?”

เซียวเป่าเอ๋อร์ถลึงตาใส่เซียวหลี เขานึกว่านางน่าจะฉลาดขึ้นแล้ว แต่นางก็ยังโง่อยู่ดี เขาจึงได้โมโหขึ้นมา เพราะเขามีผู้หญิงที่โง่อย่างนางเป็นแม่ ถ้าเขารออีกหน่อย อีกแค่ไม่กี่ปีจนเขาโตขึ้น เขาต้องสามารถช่วยเหลือครอบครัวไม่ให้ยากจนแบบนี้ได้แน่

แต่น่าเสียดายที่ใครใช้ตอนนี้เขาเป็นแค่เด็ก 5 ขวบเท่านั้นเล่า?

อย่างเขาจะไปสามารถทำอะไรได้?

มันไม่ใช่เรื่องแปลกเลยที่เขาจะถูกผู้คนรังแก เพราะพวกเขายากจนแถมยังไม่มีคนหนุนหลังอีกต่างหาก

“เป่าเอ๋อยังเด็กจะรู้ได้อย่างไรว่าท่านยายกับท่านแม่คิดอะไรอยู่ เป่าเอ๋อร์รู้แต่ว่าท่านยายและท่านแม่มีเหตุผลที่ไม่อยากอยู่ในบ้านที่ท่านป้าสร้าง”

เซียวเป่าเอ๋อร์พูดอย่างช่วยไม่ได้ จากนั้นเขาส่ายหัวแล้วดึงเซียวหลีเดินต่อ

เซียวหลีหุบยิ้มของนางแล้วมองไปที่เซียวเป่าเอ๋อร์อย่างตั้งใจ ใบหน้ากลม ๆ และดวงตาโต ๆ ของเขา ภายในร่างกายเล็ก ๆ นี้ดูเหมือนว่าจะมีจิตใจที่เข้มแข็งและเป็นผู้ใหญ่อยู่

จากที่เซียวเป่าเอ๋อร์พูดมากับความทรงจำที่เลือนรางของนาง นางจะไม่เข้าใจได้อย่างไรว่าเงินที่เซียวเยี่ยนนำมาใช้สร้างบ้านและเงินที่ส่งให้กับที่บ้านในหลายปีมานี้นั้นเป็นเงินที่ได้มาจากหอนางโลมทั้งนั้น

“แล้วก็ท่านยายยังคิดว่าท่านตาอาจจะกลับมา แต่ในความคิดของเป่าเอ๋อร์ถ้าเขายังไม่ตาย เขาก็คงถูกกรรมตามสนองและกำลังทุกข์ทรมานอยู่แน่ ๆ”

เซียวหลีตกใจขึ้นมา “ทำไมเจ้าถึงได้พูดอย่างนั้น?”

เซียวเป่าเอ๋อร์ยืนมองไปที่เซียวหลีด้วยสีหน้าจริงจัง “ก็ท่านแม่ลำบากขนาดนี้ และท่านตาเองก็เป็นถึงนักปราชญ์ที่มีชื่อเสียงในตระกูลของเรา เผลอ ๆ จะยิ่งกว่าท่านลุงเหวินไฉ....แต่นั่นแหละ ถ้าหากท่านตาไม่ได้ทิ้งท่านแม่กับท่านยายไป พวกเราก็คงไม่ต้องมาถูกรังแกเช่นนี้หรอก? และถ้าเขาไม่พาท่านป้าออกไปหลายปี ท่านป้าก็คงไม่ต้องเป็นแบบนี้ด้วย”

มีเหตุผลเหมือนกันแฮะ

ช่างเป็นเด็กที่ฉลาดอะไรเช่นนี้ นางอดไม่ได้ที่จะลูบหัวน้อย ๆ ของเขา เซียวเป่าเอ๋อร์ก้มหัวลงพลางคิดว่าเขาจะโดนเขกหัวเสียแล้ว แต่เมื่อพบว่าเซียวหลีเพียงแค่ลูบหัวของเขาเบา ๆ ทำให้เขารู้สึกโล่งอกขึ้นมา

เมื่อสักครู่เขาได้พูดถึงเซียวเหวินไฉไป แต่ทำไมท่านแม่ถึงไม่ตีเขากันนะ?

“เล่าต่อสิ”

“เอ๋? ท่านแม่จำไม่ได้จริง ๆ เหรอขอรับ?” เซียวเป่าเอ๋อร์ถามอย่างสงสัย เขารู้สึกสับสนจับต้นชนปลายไม่ถูกไปชั่วขณะหนึ่ง

เซียวหลีคิ้วขมวดแล้วผงกหัวราวกับไก่จิกข้าวสาร “แม่บอกแล้วว่าแม่ปวดหัวจริง ๆ แม่นึกอะไรไม่ออกเยอะแยะเลย โชคดีที่แม่ยังจำเป่าเอ๋อร์ได้นะ”

เสี่ยวเป่าเอ๋อร์แอบดีใจที่แม่ของเขาสลบไป พอฟื้นขึ้นมาทั้งฉลาดขึ้นทั้งใจกว้างขึ้น

เมื่อก่อนถ้าเขาบอกว่าเขาไปที่บ้านของเซียวเหวินไฉมา เขาคงถูกดึงหูไปแล้ว

ด้วยเหตุนี้เซียวเป่าเอ๋อร์จึงรู้สึกดียิ่งและกล่าวขึ้นอย่างไม่พอใจ “มีข่าวลือในหมู่บ้านว่ากันว่าท่านตาเป็นคนที่ขายท่านป้าให้หอนางโลมเอง แต่ท่านป้าไม่ได้พูดอะไรออกมาจึงไม่มีใครรู้ความจริงข้อนี้ขอรับ”

ถ้าไม่ใช่เพราะท่านป้าเคยดูแลท่านแม่กับท่านยายเมื่อก่อน เป่าเอ๋อร์ก็คงคิดว่าท่านป้าเองก็เป็นพวกที่ชอบรังแกท่านแม่เหมือนคนอื่น ๆ ด้วยแล้ว

“อืม.....” เซียวหลีครุ่นคิด

“ท่านแม่ต้องคิดเองแล้วล่ะ อย่างไรเป่าเอ๋อร์ก็เป็นแค่เด็กเท่านั้น”

เซียวหลีไม่คิดว่าเขาเป็นเด็กน้อย แต่เป็นเจ้าตัวแสบตัวน้อยต่างหาก

จบบทที่ บทที่ 2 เจ้าตัวแสบตัวน้อย

คัดลอกลิงก์แล้ว