เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 571 - ความต่างราวฟ้ากับเหวของพระสงฆ์และนักพรต

บทที่ 571 - ความต่างราวฟ้ากับเหวของพระสงฆ์และนักพรต

บทที่ 571 - ความต่างราวฟ้ากับเหวของพระสงฆ์และนักพรต


บทที่ 571 - ความต่างราวฟ้ากับเหวของพระสงฆ์และนักพรต

แสงวสันต์งดงามยามเมฆหมอกจางหาย นกกระเรียนเหลืองส่งเสียงร้องก้องทะลุหมอกควัน ข้ามผ่านสันเขื่อนซู...

ขบวนรถม้าของอีกวนเดินทางท่องเที่ยวชมวิวทิวทัศน์มาตลอดทาง จนกระทั่งสิบสองวันให้หลัง ในที่สุดก็เดินทางมาถึงเขตเมืองหยางโจว

ตึ้ง ตึ้ง ชิ้ง!

"ทำไมไม่ไปต่อล่ะ" อีกวนได้ยินเสียงดนตรีดังแว่วมาจึงยื่นหัวออกไปมองดูข้างนอกด้วยความสงสัย

ภาพที่เห็นคือบนถนนสายกว้างใหญ่หน้าเมือง มีพระสงฆ์หลายร้อยรูปกำลังเคาะเครื่องดนตรีประกอบพิธี เดินลงมาจากวัดที่อยู่ไกลออกไป

อีกวนเพ่งมองดูดีๆ พระเหล่านี้แต่ละรูปล้วนอ้วนท้วนสมบูรณ์ ใบหน้าแดงเปล่งปลั่ง พุงพลุ้ยยื่นออกมา สวมจีวรสีแดงสดที่ประดับประดาด้วยอัญมณีแวววาว ทั้งไข่มุกและหินโมรา ชายจีวรยังปักลวดลายอักษรด้วยดิ้นทอง ในมือถือบาตรทองคำ แม้แต่ไม้เท้าขักขระก็ยังเคลือบทองคำอร่าม

โบราณว่าไว้ ไก่งามเพราะขน คนงามเพราะแต่ง พระงามเพราะทองจริงๆ มองไปแต่ไกลเห็นแสงระยิบระยับ ให้ความรู้สึกศักดิ์สิทธิ์ยิ่งนัก

"หลบไป หลบไป รู้จักกฎระเบียบไหม!"

"อย่ามาขวางทางพระพุทธองค์นะ!"

กลุ่มพระสงฆ์รูปร่างสูงใหญ่ถือวัชระทองคำ ตะโกนด่าทอขบวนรถม้าของทางฝั่งนี้

"ไอ้แม่ย้อย..." เถียนหู่เบิกตาโพลง ถลกแขนเสื้อขึ้นทันที

ในสายตาของเขา ท่านผู้นำตระกูลของตนคือตัวตนที่สูงส่งเป็นที่หนึ่งในใต้หล้า ต่อให้พระพุทธองค์เสด็จมาเองก็ยังต้องโขกศีรษะให้ ไอ้พวกพระกระจอกงอกง่อยพวกนี้ทำมาเป็นวางก้าม คิดจะเหาะขึ้นฟ้าหรือไง

"เถียนหู่..." อีกวนกลับร้องเรียกเขาไว้ "ในเมื่อคนอื่นเขาหลีกทางให้กันหมดแล้ว พวกเราก็หลีกให้บ้างเถอะ"

ที่แท้พระสงฆ์สิบกว่ารูปเหล่านั้นถูกจิตสังหารบนตัวของเถียนหู่และกานหนิงทำให้ตกใจจนสะดุ้ง บางรูปถึงกับเข่าอ่อนทรุดลงไปกองกับพื้น แต่พอเห็นว่าฝ่ายอีกวนยอมถอยให้ ความอับอายก็แปรเปลี่ยนเป็นความโกรธทันที

ตัวเองดันมาตกใจพวกคนเถื่อนจนล้มก้นจ้ำเบ้าแบบนี้ ถ้าเรื่องแพร่งพรายออกไป จะไม่ขายหน้าแย่รึ

"ทำอะไรน่ะ? กล้าไม่พอใจวัดต้ากวงหมิงของพวกเราเหรอ?"

"รู้ไหมว่าตอนนี้พวกเรากำลังจะเข้าเมืองไปทำพิธี?"

"ถ้าล่วงเกินพระพุทธองค์จนพิธีไม่ศักดิ์สิทธิ์ พวกแกจะรับผิดชอบไหวไหมหา?"

พระอ้วนเตี้ยที่เป็นหัวหน้าตะโกนด่ากราดใส่เถียนหู่ชุดใหญ่

"พระพุทธองค์โปรดอภัยด้วย!" ผู้คนที่เดินอยู่สองข้างทางต่างพากันพนมมือไหว้ปลกๆ

"พวกเจ้าโตป่านนี้แล้ว ยังไม่รู้ความอีกหรือ รีบถวายเงินค่าน้ำมันตะเกียงสักห้าสิบตำลึงให้พระพุทธองค์ เพื่อขอขมาเร็วเข้า" ผู้ศรัทธาหลายคนหวังดีช่วยเตือน

อีกวนขมวดคิ้วเล็กน้อย สายตามองไปยังชาวบ้านสองข้างถนน คนพวกนี้สวมเสื้อผ้าที่มีแต่รอยปะชุน ผิวพรรณดำคล้ำ รูปร่างผอมโซ แขนที่โผล่ออกมาเห็นกระดูกชัดเจน แต่ทว่าสีหน้าของพวกเขากลับเปี่ยมไปด้วยความศรัทธา หลายคนควักเงินออกมาโดยไม่ลังเล แล้วยัดใส่ตู้บริจาคที่พระสงฆ์แบกอยู่

ตู้บริจาคแบบนี้มีเป็นสิบใบเลยทีเดียว!

"ไม่ถามไถ่ทุกข์สุขชาวประชา แต่กลับไปถามภูตผีเทวดา!" อีกวนเงยหน้ามองขบวนพระสงฆ์ที่ยาวเหยียดแล้วส่ายหน้า

หยวนเทียนกังที่ยืนอยู่ข้างๆ มีสีหน้าครุ่นคิด ช่วงเวลาที่ผ่านมานี้ ศิษย์อาจารย์คู่นี้รู้ดีว่าอีกวนชอบที่จะเปลี่ยนแปลงทุกสิ่งด้วยสองมือของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นการแจกเมล็ดพันธุ์มันฝรั่ง ข้าวโพด โรงงานในคฤหาสน์หลวง หรือการปลูกฝ้าย หมักสุรา ล้วนเป็นเช่นนั้น

ชาวบ้านมากมายได้เรียนรู้วิธีการที่อีกวนถ่ายทอด จนหลุดพ้นจากความยากจน และมีชีวิตที่ดีขึ้น แม้อีกวนจะมีฐานะเป็นนักปราชญ์ แต่เขาก็เน้นการลงมือทำด้วยตนเองมากกว่า นี่คือสิ่งที่ศิษย์อาจารย์หยวนเทียนกังเลื่อมใสเป็นอย่างยิ่ง

"ท่านเจินเหรินอี ข้ามีสหายฝ่ายพรตที่คุ้นเคยกันอยู่คนหนึ่งนอกเมืองหยางโจว ที่นั่นมีพื้นที่กว้างขวาง"

"พวกเราไปพักที่นั่นกันเถอะ"

หยวนเทียนกังรู้ว่าอีกวนมีเงินติดตัวไม่มาก และยังต้องเริ่มสร้างอะไรต่อมิอะไรอีกเยอะ จึงเสนอความคิดนี้ขึ้นมา

"เอาสิ!" อีกวนตอบตกลงทันที

ในกระเป๋าเขามีเงินเหลือแค่แสนก้วนที่หลอกมาจากหยวนเทียนกังเท่านั้น หาคนรู้จักพักด้วยก็ประหยัดเงินไปได้โข อีกอย่างอีกวนยังต้องการที่ดินจำนวนมากเพื่อทำโครงการนิคมอุตสาหกรรมด้วย

หลังจากรอให้ขบวนพระสงฆ์ที่ยาวเหยียดผ่านไปแล้ว ขบวนรถม้าก็เปลี่ยนทิศทางมุ่งหน้าไปยังภูเขาลูกเล็กทางทิศใต้

อีกวนเงยหน้ามอง เห็นประตูทางเข้าวัดที่พังทลายไปครึ่งหนึ่ง บนป้ายชื่อยังพอแกะตัวอักษรได้ลางๆ ว่า "อารามหวงหยาง"

คณะเดินทางเดินตามบันไดหินที่มีตะไคร่น้ำขึ้นเขียวครึ้มขึ้นไปด้านบน ผ่านไปสองเค่อ อารามหวงหยางก็ปรากฏแก่สายตา เรือนพักด้านข้างพังถล่มลงมาแล้ว เห็นฝูงนกกระจอกเข้าไปทำรังอยู่ด้านใน มีเพียงวิหารเหล่าจวินตรงกลางที่ยังพอดูดีหน่อย แต่ก็ยังคงทรุดโทรม เงยหน้าขึ้นไปก็เห็นรูโหว่เล็กๆ แสงแดดส่องลอดลงมาเป็นจุดๆ แมวลายสลิดตัวหนึ่งนั่งอยู่บนคานบ้าน หรี่ตามองพวกเขาทุกคน

อีกวนละสายตาลงมา เห็นที่หน้าประตูอารามหวงหยาง มีชาวบ้านภูเขาหลายคนกำลังพยุงเด็กคนหนึ่ง บริเวณหน้าอกของเด็กมีคราบเลือดเกรอะกรัง

นักพรตสวมชุดคลุมที่ซักจนซีดขาวผู้หนึ่ง กำลังจับชีพจรให้เด็กคนนั้น นักพรตท่านนี้รูปร่างผอมสูง แววตาอ่อนโยน บุคลิกดูหลุดพ้นจากทางโลก แขนเสื้อข้างซ้ายนั้นว่างเปล่าปลิวไสว

"ลุงหลี่ เด็กคนนี้ถูกจระเข้กัดแต่ไม่ถึงอวัยวะภายใน รักษาได้"

"ศิษย์เอ๋อ ไปเอาโกฐหัวบัวสองสลึง ว่านน้ำหนึ่งสลึง โกฐจุฬาลัมพามาสองกำ แล้วก็เสกตี่หนึ่งตำลึงมา"

อีกวนพยักหน้าเงียบๆ นี่เป็นตำรับยาบำรุงเลือดและลดการอักเสบ ถูกจระเข้กัดใช้สูตรนี้ก็พอจะรักษาชีวิตไว้ได้ ยิ่งไปกว่านั้นอีกวนยังเห็นว่าตอนที่นักพรตท่านนี้ตรวจอาการ เขาได้แอบถ่ายทอดพลังปราณเข้าไปในร่างเด็กด้วย ถือเป็นการรับประกันสองชั้นเลยทีเดียว

"กลับไปพักผ่อนสักครึ่งเดือนก็หายแล้ว"

"ส่วนค่ายา คิดแค่สองร้อยอีแปะก็พอ เอามาให้ก่อนสิ้นปีก็ได้"

นักพรตพอกยาให้เด็กเสร็จก็ลุกขึ้นยืน

"ขอบคุณท่านนักพรตหลัว! ขอบคุณมาก!" ญาติผู้ใหญ่ของเด็กกล่าวขอบคุณซ้ำแล้วซ้ำเล่า

"เอ่อ ท่านเจินเหรินอี ต้องขออภัยด้วย" หยวนเทียนกังทำหน้ากระอักกระอ่วน "ข้ากับสหายพรตหลัวติดต่อกันทางจดหมายมาตลอด ไม่รู้เลยว่าที่นี่จะทรุดโทรมถึงเพียงนี้"

"พวกเรากลับไปพักในเมืองกันดีกว่าไหม"

อีกวนโบกมือ แล้วประสานมือคารวะไปทางนักพรตหลัว "ภูเขาไม่จำเป็นต้องสูง มีเซียนอยู่ก็มีชื่อเสียง น้ำไม่จำเป็นต้องลึก มีมังกรอยู่ก็ศักดิ์สิทธิ์"

"ที่นี่ดีมากเลยล่ะ"

"พวกเราคงต้องมารบกวนสักระยะหนึ่งแล้ว"

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 571 - ความต่างราวฟ้ากับเหวของพระสงฆ์และนักพรต

คัดลอกลิงก์แล้ว