- หน้าแรก
- ระบบฟาร์มหมูเขย่าต้าถัง
- บทที่ 121 - ข้ายุ่งเหลือเกิน
บทที่ 121 - ข้ายุ่งเหลือเกิน
บทที่ 121 - ข้ายุ่งเหลือเกิน
บทที่ 121 - ข้ายุ่งเหลือเกิน
นอกเมือง ณ คฤหาสน์หลวง
บ้านของตระกูลหลูยังซ่อมแซมไม่เสร็จดี ดังนั้นอีกวนจึงยังคงพักอยู่ที่คฤหาสน์หลวงไปก่อน
ก็แหม บ้านสวยขนาดนี้ ยังอยู่ไม่หนำใจเลยนี่นา
แน่นอนว่ามีคำกล่าวที่ว่า ชาวนาซุกกายในบ้านดิน สามัญชนมีหลังคากระเบื้องคุ้มหัว เศรษฐีอยู่คฤหาสน์หรูหรา ขุนนางพักในเรือนใหญ่โต
ตำแหน่งของอีกวนก็ถือว่าไต่เต้าสูงขึ้นเรื่อยๆ
"วันหน้าข้าสำเร็จวิชาเทวะ ไม่แน่ว่าอาจจะไปขุดถ้ำอยู่ก็ได้"
"รอให้บ้านตระกูลหลูตกแต่งเสร็จ ข้าจะยกบ้านหลังนี้ให้แม่นางหวงกับไป๋จือเยวียน ถือซะว่าเราก็ได้ชื่อว่าเป็นบุรุษซ่อนโฉมงามแล้ว"
อีกวนหัวเราะเบาๆ แล้วหิ้วถังไม้ไปให้อาหารหมู
พูดถึงที่สุดแล้ว เขาก็ยังเป็นคนเลี้ยงหมูคนหนึ่ง
และการได้เฝ้ามองลูกหมูในเล้าค่อยๆ เติบโตขึ้นทุกวัน ทำให้ในใจเขารู้สึกภูมิใจอย่างบอกไม่ถูก
บางทีอีกวนอาจจะเป็นอย่างที่คนโบราณว่า เนื้อสุนัขขึ้นโต๊ะใหญ่ไม่ได้
แต่เขาก็ยังมีความสุขกับสิ่งที่เป็นอยู่ แม้แต่ที่ว่าการก็ไม่ค่อยได้ไป เรื่องจุกจิกเล็กน้อยทั้งหมดก็โยนให้เหอซวี่ที่เป็นแรงงานฟรีไปจัดการ
การเลี้ยงหมูคือเรื่องสำคัญที่สุด
"ภารกิจหลักของระบบ 1: ใช้เนื้อหมูยับยั้งกระแสนิยมการกินเนื้อวัว ความคืบหน้า 18%"
อีกวนมองดูความคืบหน้าของภารกิจตัวเอง เขารู้ดีว่าการส่งเสริมเนื้อหมูยังเป็นหนทางอีกยาวไกล แม้เมืองฉางอันจะเป็นเมืองหลวง แต่ท้ายที่สุดก็เป็นเพียงเมืองเมืองหนึ่งเท่านั้น
โชคดีที่ไส้กรอกของเขาได้เผยแพร่ออกไปก่อนหน้านี้แล้ว
ตอนนี้ย่างเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิ อากาศเริ่มอุ่นขึ้น พวกเหล่าหวงก็มาอีกครั้ง เอาเมล็ดข้าวโพดและมันฝรั่งไปไม่น้อย
อีกวนฉวยโอกาสนี้ทำไส้กรอกออกมาเผยแพร่อีกจำนวนมาก แต่ละชิ้นประทับตรายี่ห้อ "เทียนหรันจวี"
การส่งเสริมเนื้อหมูเป็นงานที่ต้องใช้เวลาและความอดทน จะรีบร้อนไม่ได้
อีกวนไม่รีบร้อน เขาตั้งหน้าตั้งตาเลี้ยงหมูอย่างมีความสุข
โดยเฉพาะหมูหอมและหมูลายหินอ่อน หมูสองสายพันธุ์นี้แม้จะมีคุณภาพสูง แต่วิธีการเลี้ยงก็ค่อนข้างซับซ้อน
สภาพแวดล้อมของหมูหอมต้องสะอาด มิฉะนั้นจะป่วยได้ง่าย
ส่วนหมูลายหินอ่อนยิ่งแล้วใหญ่ ไม่เพียงแต่ต้องสะอาด อาหารการกินก็ต้องพิถีพิถัน แถมยังต้องปล่อยออกจากเล้าไปเดินเล่นข้างนอกทุกวัน
แต่เนื้อของมันก็พิเศษจริงๆ เนื้อเกือบทั้งตัวเป็นเนื้อแดงแทรกมัน
ไขมันสีขาวกระจายอยู่ทั่วกล้ามเนื้อเหมือนเกล็ดหิมะ
เนื้อหมูลายหินอ่อนแบบนี้ ไม่ต้องใช้เครื่องเทศอะไรเพิ่มเติม แค่ต้มกับเกลือหรือย่างก็หอมฟุ้งไปทั่ว
เมื่อดูจากคุณภาพเนื้อแล้ว มันเหนือกว่าเนื้อวัวธรรมดาไปไกลโข
หมูลายหินอ่อน อีกวนเลี้ยงไว้เพียงสามตัว หนึ่งคือลองดูว่าเลี้ยงง่ายหรือไม่ สองคือดูว่าราคาจะเป็นอย่างไร
ทว่าพอหมูลายหินอ่อนออกวางขายปุ๊บ ก็ถูกลูกค้าของร้านเทียนหรันจวีแย่งซื้อไปจนหมดเกลี้ยงในพริบตา
นี่ขนาดยังตั้งราคาสูงถึงสามสิบก้วนต่อตัวนะ
สูงกว่าหมูขาวธรรมดาถึงสิบเท่า และมากกว่าหมูหอมถึงห้าเท่า
ถึงกระนั้น ลูกค้าในเมืองก็ยังควักเงินจ่ายอย่างง่ายดาย
คนรวยนี่มันเยอะจริงๆ
อีกวนตัดสินใจแล้วว่า รอให้หมูขาวชุดนี้หนึ่งพันสามร้อยตัวพร้อมขายเมื่อไหร่ เขาจะซื้อลูกหมูลายหินอ่อนมาเลี้ยงเพิ่ม
เหล่าหวงสั่งจองไว้แล้วสามสิบตัว เหล่าฟาง เหล่าซุน และพี่เฉิน พวกเขาก็สั่งจองคนละสิบตัว
ส่วนตัวอีกวนเอง จริงๆ แล้วเขาก็อยากกินเหมือนกัน
ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว คราวหน้าเลี้ยงสักร้อยตัวไปเลย ส่วนที่เหลือก็เอาให้คนในคฤหาสน์ได้ลองชิมของใหม่ๆ กัน
เมื่อเป็นเช่นนี้ "ลูกหมูลายหินอ่อน ตัวละสองก้วน หักต้นทุนและค่าแรงแล้ว ตัวหนึ่งทำกำไรได้ประมาณยี่สิบห้าก้วน"
"ตัวข้าคนเดียวคงยุ่งไม่ไหวแน่ หลินม่อเลี้ยงหมูเก่งก็จริง แต่เขามีแค่คนเดียว แถมตอนนี้ก็เพิ่งจะเลี้ยงหมูหอมได้"
"ไม่ได้การแล้ว ต้องเรียกผู้เชี่ยวชาญด้านการเลี้ยงหมูมาเพิ่ม"
อีกวนเปิดดูหอเชิญผู้มีความสามารถในระบบ ราคาของผู้เชี่ยวชาญด้านการเลี้ยงหมูไม่แพงเลย คนละ 5 เพชรเท่านั้น
อีกวนกัดฟันเรียกผู้เชี่ยวชาญด้านการเลี้ยงหมูออกมา 20 คนรวดเดียว
คนเหล่านี้ล้วนเป็นมืออาชีพ แต่ก็เลี้ยงได้แค่หมูขาวธรรมดา หากต้องการเลี้ยงหมูหอมและหมูลายหินอ่อน ยังต้องผ่านการฝึกอบรมเสียก่อน
จากนั้น อีกวนก็เริ่มสอนหนังสือ เลี้ยงหมู ตรวจดูโรงหมักสุรา หยอกล้อไป๋จือเยวียน รักษาอาการบาดเจ็บให้ชิวเหลียนเอ๋อ ต่อปากต่อคำกับหลี่รุ่ยเสวี่ย บางครั้งก็ทุบๆ ตีๆ ทำงานไม้บ้าง วิ่งไปที่ว่าการจัดการคดีที่พอจะมีประโยชน์อยู่บ้าง และยังต้องหาเวลาฝึกฝน "วิชาไร้ขั้ว" ไปพร้อมๆ กับศึกษาว่าจะหลอมรวมนักรบกับขุนพลเข้าด้วยกันได้อย่างไร
บ้าเอ๊ย ข้ายุ่งเหลือเกิน
อีกวนเองก็ไม่รู้ว่าตัวเองเอาเรี่ยวแรงมากมายขนาดนี้มาจากไหน
แต่แปลกที่เขาก็ใช้ชีวิตแบบนี้ทุกวัน
"นายน้อย คุณนายหลิงเยว่แห่งหอเฉียนเซียงมาขอพบขอรับ" ดวงตาเล็กๆ ของอีฉวนกลอกไปมา พูดจาอ้ำๆ อึ้งๆ
อีกวนคำนวณเวลาดูก็คิดว่าน่าจะถึงเวลาแล้ว พอเห็นท่าทางของพ่อบ้านตัวเองก็อดสงสัยไม่ได้ "เป็นอะไรไป"
อีฉวนตอบตามตรง "คุณนายหลิงเยว่มาไม่ถูกจังหวะ พอดีมาเจอแม่นางเสวี่ยเข้า ทั้งสองคน... ตอนนี้กำลังจ้องตากันเขม็งอยู่ในห้องขอรับ"
อีกวนรู้สึกปวดหัวขึ้นมาทันที
ภายในคฤหาสน์หรูหรา ห้องโถง
บนโซฟาไม้มะฮอกกานีที่อีกวนทำขึ้นเอง หลี่รุ่ยเสวี่ยและหลิงเยว่นั่งจ้องตากัน
หลี่รุ่ยเสวี่ยมีรัศมีที่น่าเกรงขาม ความองอาจแผ่ซ่านออกมาอย่างชัดเจน แววตาคมกริบดุจดาบ
ส่วนหลิงเยว่นั้นใช้นุ่มนวลเข้าสู้ วันที่อากาศหนาวเหน็บเช่นนี้กลับเปิดไหล่หอมกรุ่นและเผยให้เห็นเนินอกขาวผ่องส่วนหนึ่ง ในมือถือพัดกลม พัดเบาๆ เป็นครั้งคราว
เมื่อเผชิญกับรัศมีอันน่าเกรงขามของหลี่รุ่ยเสวี่ย เธอก็สามารถคลี่คลายสถานการณ์ได้อย่างชาญฉลาดเสมอ
รูปโฉมของทั้งสองต่างก็มีความงามในแบบของตัวเอง คนหนึ่งองอาจผึ่งผาย อีกคนงามระหงเย้ายวน
แต่คนตาดีมองปราดเดียวก็รู้ว่า หลิงเยว่เป็นฝ่ายได้เปรียบ
ทว่าหลิงเยว่เองก็แอบตกใจอยู่ไม่น้อย ท่านนายอำเภออีกวนผู้นี้อายุก็ไม่เท่าไหร่ แต่ภรรยากลับสวยหยาดเยิ้มกันทุกคน
คนที่อยู่ตรงหน้านี้น่าจะเป็นภรรยาเอกสินะ รัศมีน่ากลัวชะมัด
แล้วยังมีเด็กสาวในชุดผ้าฝ้ายลายดอกคนนั้นอีก ก็เป็นคนสวยระดับแนวหน้าเช่นกัน แถม... แถมยังดูคุ้นๆ ตาอีกด้วย
ก็ว่าแล้วเชียวดอกไม้บ้านไม่หอมเท่าดอกไม้ป่าจริงๆ
แค่สองคนที่อยู่ในบ้านนี้ หากไปอยู่ที่หอเฉียนเซียงก็เป็นระดับนางคณิกาชั้นยอดได้แล้ว แต่นายอำเภออีกวนกลับยังไม่พอใจ ยังคงคิดถึงหอเฉียนเซียงอยู่ร่ำไป
หลิงเยว่ถอนหายใจในใจ
ขณะนั้นเอง สวีต้งที่อยู่ข้างๆ ก็กุมด้ามดาบเข้ามาใกล้ แล้วกระซิบกับหลิงเยว่ว่า "สุภาพหน่อย คนที่อยู่ตรงข้ามท่านคือองค์หญิงจิ่วเจียง"
[จบแล้ว]