- หน้าแรก
- ราชันย์อัคคีหวนคืน เกิดใหม่ชาตินี้พี่ขอเหมาหมด
- บทที่ 221 - ตงฮวงมีคำกล่าวเก่าแก่ว่า มาแล้วก็ต้องเอาให้สุด
บทที่ 221 - ตงฮวงมีคำกล่าวเก่าแก่ว่า มาแล้วก็ต้องเอาให้สุด
บทที่ 221 - ตงฮวงมีคำกล่าวเก่าแก่ว่า มาแล้วก็ต้องเอาให้สุด
บทที่ 221 - ตงฮวงมีคำกล่าวเก่าแก่ว่า มาแล้วก็ต้องเอาให้สุด
"เลิกทำตัวยืดหยาดเป็นป้าแก่ได้แล้ว เลือกมาสักทางเถอะว่าจะตายแบบไหน"
โม่ฟานกับมู่หนูเจียวเดินมุ่งหน้าเข้าสู่พายุสายฟ้าไปแล้ว
"โม่ฟาน ไอ้เวรเอ๊ย รอฉันด้วย" จ้าวหม่านเหยียนรีบวิ่งไล่ตามโม่ฟานไป คนอื่นๆ เมื่อเห็นดังนั้นก็ทยอยก้าวเท้าตามไปอย่างเงียบเชียบ
ทันทีที่ก้าวเข้าสู่อาณาเขตพายุสายฟ้า สายฟ้าเส้นหนึ่งก็พาดผ่านเหนือศีรษะของโม่ฟานไป แล้วผ่าเปรี้ยงลงที่ด้านหลังของเขาโดยตรง ธาตุสายฟ้าที่บริสุทธิ์กระจายตัวออกจนมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า
ในความรับรู้ของโม่ฟาน สายฟ้าที่ผ่าลงมามั่วซั่วเส้นนี้มีอานุภาพเทียบเท่าเวทมนตร์ระดับสูงเลยทีเดียว เมล็ดพันธุ์ธาตุที่ควบคุมสายฟ้านี้จะต้องเป็นระดับชั้นฟ้าอย่างแน่นอน
ขณะที่เหล่าสมาชิกทีมชาติก้าวเข้าสู่แถบพายุหมุน ฝูงวิหกประหลาดก็ส่งเสียงร้อง "มี่มี่" แหลมสูงพร้อมกับพุ่งตามเข้ามาในพายุ พวกมันกระพือปีกอย่างยากลำบาก แต่ก็ยังดาหน้าเข้ามาหาพวกเขาอย่างไม่คิดชีวิต
เมื่อเห็นฝูงนกประหลาดเหล่านี้ยอมฝ่าพายุสายฟ้าเข้ามา สมาชิกทีมชาติทุกคนยกเว้นโม่ฟานต่างก็รู้สึกขนลุกซู่ไปทั้งตัว นี่มันมีความแค้นฝังหุ่นอะไรกันนักหนา
"เตรียมพร้อมต่อสู้!" อ้ายเจียงถูตะโกนสู้เสียงลม
เจียงอวี้กล่าวขึ้น "พวกตัวที่อ่อนแอน่าจะบินเข้ามาไม่ได้ เราคงไม่ต้องรับมือกับพวกมันทั้งหมดหรอก"
แต่สิ้นเสียงของเขา ฝูงวิหกประหลาดสีมรกตกลุ่มใหญ่ก็จัดขบวนเป็นรูปสามเหลี่ยม พุ่งฝ่าสายลมอันหนาวเหน็บลงมา พวกมันดูเหมือนจะรู้วิธีควบคุมกระแสลม ทำให้เคลื่อนไหวในเขตพายุได้อย่างคล่องแคล่วราวกับปลาในน้ำ
[เนตรภูต เปิด]
ดวงตาของโม่ฟานปรากฏประกายแสงสีโลหิต หลังจากเปิดใช้งานเนตรภูต ความสามารถในการควบคุมธาตุเงาของเขาก็ยกระดับขึ้นไปอีกขั้น
สิ่งมีชีวิตที่เป็นสัญลักษณ์ย่อมมีวัตถุสัญลักษณ์เฉพาะตัว วัตถุสัญลักษณ์ของฝูงวิหกประหลาดสีมรกตเหล่านี้คือหงอนขนนกสายรุ้ง ขอเพียงสังหารตัวที่มีหงอนขนนกสายรุ้ง พวกที่เกิดจากมันก็จะหายไปเอง
ในวิสัยทัศน์เนตรภูตของโม่ฟาน มีวิหกประหลาดสีมรกตห้าตัวบินเลียดพื้นพุ่งตรงเข้ามาหาเขาอย่างรวดเร็ว โม่ฟานกวาดตามองปราดเดียวก็ล็อกเป้าตัวที่มีหงอนขนนกสายรุ้งได้ทันที
อาณาเขตภูตแผ่ขยาย!!
โม่ฟานยกมือขึ้น พื้นที่รอบด้านพลันมืดสลัวลงราวกับหยดหมึกลงในน้ำใส ด้วยการควบคุมอาณาเขตภูตที่แข็งแกร่งขึ้น วิหกประหลาดที่บินเลียดพื้นเข้ามาถูกโลหิตภูตกัดกร่อนจนกลายเป็นกองเลือดในพริบตา
นกประหลาดห้าตัว มีเพียงตัวที่เป็นร่างต้นเท่านั้นที่ดรอปเศษวิญญาณและขนนกสายรุ้งสีสดใสขนาดเล็กออกมาหนึ่งชิ้น
โม่ฟานเก็บขนนกสายรุ้งขึ้นมา สิ่งนี้คือวัตถุสัญลักษณ์ หากเขาต้องการเรียนรู้วิชาอาคมสายสัญลักษณ์ ก็จำเป็นต้องเริ่มศึกษาจากวัตถุเหล่านี้
"เร็วเข้า รีบเข้าไปข้างในต่อ"
ทุกคนต่างระวังการโจมตีจากฝูงนกประหลาด พลางขยับตัวลึกเข้าไปในพายุสายฟ้า แรงลมในชั้นกลางรุนแรงพอที่จะฉีกกระชากสิ่งมีชีวิตระดับทาสรับใช้ได้ พวกเขากลุ่มใหญ่ต้องกางเวทป้องกันถึงจะเดินหน้าต่อในพายุได้
เมื่อเข้าสู่ชั้นกลางของพายุ หนานเจวี๋ยเงี่ยหูฟังเสียงด้านหลัง แล้วพบว่าฝูงนกประหลาดดูเหมือนจะไม่กล้าตามมาแล้ว
เจียงอวี้กล่าวขึ้น "พวกมันจะดักรอเราอยู่ข้างนอกตลอดหรือเปล่า เราคงทนอยู่ในวงพายุนี้ได้ไม่นานนัก เพราะแรงลมผลาญมานาเราตลอดเวลา ถ้าเผลอโดนสายฟ้าผ่าใส่อุปกรณ์เวทป้องกันของเราก็คงพังเสียหายแน่"
"นายยังมีหน้ามาพูดอีกเหรอ ถ้าไม่ใช่เพราะนายพาพวกเราเดินมั่วซั่ว เราจะโดนไอ้นกพวกนี้ไล่ต้อนจนทุลักทุเลขนาดนี้ไหม!" จู่จี๋หมิงชี้หน้าด่าเจียงอวี้
"เจียงอวี้ เรื่องนี้นายต้องรับผิดชอบทั้งหมด" หลีข่ายเฟิงและมู่ถิงอิ่งก็สนับสนุนจู่จี๋หมิงเช่นกัน
เจียงอวี้ได้แต่เงียบกริบ
โม่ฟานขยับเข้าไปใกล้ๆ มู่หนูเจียวแล้วกระซิบว่า "เจียวเจียว เธอเคยได้ยินคำกล่าวเก่าแก่ของตงฮวงไหมที่ว่า มาแล้วก็ต้องเอาให้สุด"
ดวงตาคู่งามที่มองเท่าไหร่ก็ไม่เบื่อของมู่หนูเจียวฉายแววระอาเล็กน้อย เธอพอจะเดาความคิดของพ่อหนุ่มคนนี้ได้แล้ว
"นายอยากจะเข้าไปข้างในต่อใช่ไหม" มู่หนูเจียวพูดสิ่งที่โม่ฟานอยากพูดออกมา
"ถูกต้องที่สุดเลยเจียวเจียว ดูสิใจเราสองคนสื่อถึงกันเป๊ะเลย!" โม่ฟานดีใจจนแอบหอมแก้มมู่หนูเจียวไปฟอดหนึ่ง
เขารู้ว่าเจียวเจียวขี้อาย เรื่องโชว์หวานแบบนี้ต้องแอบทำเงียบๆ
โม่ฟานและมู่หนูเจียวลุกขึ้นยืน บอกกับอ้ายเจียงถูว่าจะไปสำรวจแถวๆ นี้ อ้ายเจียงถูเชื่อมั่นในฝีมือของโม่ฟานจึงไม่ได้ห้ามปรามแต่อย่างใด
จู่จี๋หมิงอาจจะหงุดหงิดจนแยกแยะไม่ออก ถึงกับพูดใส่โม่ฟานว่า "นายอย่าเดินเพ่นพ่านดีกว่า เดี๋ยวก็ไปก่อเรื่องหาเหาใส่หัวพวกเราอีก"
"นายหุบปากไว้จะดีกว่า ไม่งั้นฉันจะเย็บปากนายให้เอง" โม่ฟานพูดด้วยน้ำเสียงเหี้ยมเกรียม
จู่จี๋หมิงไม่สงสัยในความจริงจังของคำพูดโม่ฟาน จึงยอมหุบปากเงียบอย่างว่าง่าย
โม่ฟานและมู่หนูเจียวลุกขึ้นพร้อมกัน จ้าวหม่านเหยียน เจียงเส้าซวี่ เจียงอวี้ หนานเจวี๋ย และคนอื่นๆ ก็รีบตามไปทันที
ทั้งหกคนมุ่งหน้าสู่ส่วนลึกของพายุสายฟ้า แรงลมที่นี่รุนแรงจนสามารถสั่นคลอนสัตว์อสูรระดับขุนพลได้แล้ว อานุภาพของสายฟ้ายิ่งไม่ต้องพูดถึง เทียบเท่าเวทมนตร์ระดับสูงขั้นสามได้เลย!
ทั้งหกคนพยายามหลบหลีกเท่าที่จะทำได้ แต่ถ้ามีสายฟ้าที่หลบไม่พ้นจริงๆ โม่ฟานก็จะดึงดูดมันมาที่ตัวเอง เขามีดวงจิตแท้มังกรอัสนีเวหาคอยคุ้มกายและร่างกายที่ได้รับการเสริมแกร่งจากพลังวิญญาณต่างๆ ทำให้สามารถรับสายฟ้าความแรงระดับนี้ได้ด้วยร่างกายเนื้อๆ
ครั้งแรกที่เห็นโม่ฟานเอาตัวรับสายฟ้า ทุกคนต่างอุทานว่าไอ้โรคจิต แต่พอนานเข้าทุกคนก็เริ่มชินชาและไม่แปลกใจอีกแล้ว
โม่ฟานเก็บเกราะมารเสวียนอู่ไปนานแล้ว การใช้เกราะเสวียนอู่มารับการโจมตีแบบนี้ถือเป็นการสิ้นเปลืองโดยใช่เหตุ แถมธาตุสายฟ้าบริสุทธิ์แบบนี้หาได้ยาก ดวงจิตแท้มังกรอัสนีเวหาที่สถิตอยู่ในเนบิวลาสายฟ้าน่าจะชอบมันมาก
ยิ่งเดินลึกเข้าไป สายฟ้าก็ยิ่งหนาแน่นขึ้น ทว่าในหมู่สายฟ้าสีม่วงน้ำเงินเริ่มมีสายฟ้าสีเหลืองปะปนเข้ามา อานุภาพของมันเหนือกว่าเวทมนตร์ระดับสูงทั่วไป
แสงไฟฟ้าสีเหลืองเข้มที่สว่างวาบถี่ๆ ถักทอเป็นตาข่ายยักษ์ดั่งทัณฑ์นรก กดดันเข้าใส่เหล่าสมาชิกทีมชาติที่พยายามเข้าใกล้มัน
โม่ฟานอาบไล้สายฟ้ามาหลายครั้ง ร่างกายแผ่รัศมีสีม่วงอันงดงามออกมา
"สายฟ้าสีเหลืองนี่ ดูไปดูมาเหมือนรูปแบบของค่ายกลเลยนะ" โม่ฟานแทบจะเอาปากไปจ่อที่หูของหนานเจวี๋ยอยู่แล้ว
หนานเจวี๋ยสนใจเรื่องค่ายกล เขตอาคม และอักขระเวทมนตร์โบราณอยู่แล้ว เรื่องนี้โม่ฟานรู้ดีจากชาติก่อน แต่ชาตินี้ไม่มีภาชนะป้าเซี่ยมาเกี่ยวข้อง หนานเจวี๋ยจึงยังไม่ได้แสดงความสนใจด้านนี้ออกมาให้โม่ฟานเห็น
ดังนั้นโม่ฟานจึงต้องใช้วิธีนี้เพื่อเตือนหนานเจวี๋ยว่าข้างหน้ามีค่ายกล
พอถูกโม่ฟานทัก หนานเจวี๋ยก็ตอบสนองทันที
สายฟ้าที่เป็นค่ายกลที่มนุษย์สร้างขึ้นส่วนใหญ่มักเป็นสีเหลืองเข้ม การที่มีสายฟ้าสีเหลืองหนาแน่นขนาดนี้ แสดงว่าที่นี่มีค่ายกลขนาดมหึมาอยู่
จ้าวหม่านเหยียนอุทานอย่างประหลาดใจ "เชี่ย หรือว่าพวกเราจะเจอของดีเข้าแล้ว?"
พอรู้ว่าในค่ายกลมีความเป็นไปได้สูงที่จะมีสมบัติ อารมณ์ของทุกคนก็พลุ่งพล่านขึ้นมาทันที การมีค่ายกลที่มนุษย์สร้างขึ้นปรากฏอยู่ในพายุสายฟ้า หมายความว่ามีใครบางคนต้องการปกปิดความลับใจกลางพายุนี้ไว้
ลูกแก้วผลึกมารก็ส่งสัญญาณแห่งความกระหายออกมาเช่นกัน เพียงแต่โม่ฟานไม่เคยสนใจมันเลย
เบื้องหน้าคือเขตชั้นในของพายุสายฟ้าแล้ว ความเร็วลมรุนแรงเทียบเท่าอานุภาพเวทมนตร์ระดับกลาง จ้าวหม่านเหยียนกางเวทป้องกันขึ้นมา
โม่ฟานสามารถดึงดูดสายฟ้ามาที่ตัวได้ แต่กับพายุลมแรงเขาไม่มีวิธีรับมือ
แรงลมเปรียบเสมือนกองทัพจอมเวทระดับกลางที่ระดมยิงใส่พวกเขาตลอดเวลา อันที่จริงพลังทำลายล้างระดับนี้มันน่ากลัวมากทีเดียว!
[จบแล้ว]