เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 41 - กำเนิดเวทมนตร์บทที่สาม?

บทที่ 41 - กำเนิดเวทมนตร์บทที่สาม?

บทที่ 41 - กำเนิดเวทมนตร์บทที่สาม?


บทที่ 41 - กำเนิดเวทมนตร์บทที่สาม?

เมื่องานรับน้องจบลง คนที่โดดเด่นที่สุดย่อมหนีไม่พ้นโม่ฟาน สัตว์อัญเชิญตัวเดียวไล่ตบชาวบ้านไปทั่วจนไร้คู่ต่อกร

แน่นอนว่ามีคนจำนวนน้อยที่ยังคงพูดกันว่าโม่ฟานไม่ได้มีสัตว์อัญเชิญแค่ตัวเดียว เพราะในวันแรกที่เข้าเรียนพวกเขาเห็นโม่ฟานเรียกหมาป่าสีขาวตัวมหึมาออกมาด้วย

โม่ฟานไม่เพียงแค่ได้รับ "โลหิตหลอมอสูร" เท่านั้น แต่ยังได้รับรางวัลพิเศษจากศาสตราจารย์เซียวอีกด้วย

ศาสตราจารย์เซียวเรียกโม่ฟานไปพบที่ห้องทำงานส่วนตัว เนื่องจากเป็นรางวัลส่วนตัวของท่าน ดังนั้นของรางวัลเหล่านี้ท่านจึงควักกระเป๋าจ่ายเองทั้งหมด

"เธออยากได้อุปกรณ์เวทหรืออุปกรณ์เวทเสริมพลังระดับดารา? หรือจะเลือกของวิเศษไปเสริมแกร่งให้เจ้าลิงน้อยของเธอก็ได้นะ" ศาสตราจารย์เซียวเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอบอุ่น

"เจ้าลิงน้อยตอนนี้กำลังอยู่ในช่วงวัยกำลังโตครับ ยังไม่ต้องรีบเสริมแกร่งอะไรหรอก เอามาเสริมความเก่งให้ผมก่อนดีกว่า" โม่ฟานถูมือไปมาพร้อมรอยยิ้ม

"เจ้าลิงกังเอ๊ย มาดูสิ ฉันสะสมอุปกรณ์เวทไว้ไม่เยอะหรอกนะ ที่เธอพอจะใช้ได้ก็มีอยู่เท่านี้แหละ"

ศาสตราจารย์เซียวโบกมือเบาๆ อุปกรณ์เวทรูปร่างเหมือนของเล่นชิ้นเล็กๆ หลายชิ้นก็ลอยมาอยู่ตรงหน้าโม่ฟาน

"อุปกรณ์เวทโจมตี อุปกรณ์เวทสวมใส่เท้า อุปกรณ์เวทโล่ป้องกัน..."

ศาสตราจารย์เซียวเริ่มอธิบาย "อุปกรณ์เวทโจมตีชิ้นนี้มีชื่อว่า 'ดาบพิพากษา' เป็นผลงานชิ้นสุดท้ายในซีรีส์นี้ที่สร้างโดยปรมาจารย์ช่างตีดาบ เห็นเลข 99 ตรงนี้ไหม นั่นหมายความว่านี่คือดาบพิพากษาเล่มที่เก้าสิบเก้า"

"ความสามารถของมันคือการเรียกดาบแสงแห่งการพิพากษาออกมา พลังทำลายล้างเทียบเท่าเวทมนตร์ระดับกลางขั้นที่สองเลยทีเดียว!"

โม่ฟานเกาหัวแกรกๆ ตอนนี้เขาไม่ได้ขาดแคลนพลังโจมตีเท่าไหร่ อันนี้ขอข้ามไปก่อน ไปดูชิ้นอื่นดีกว่า

"ส่วนอุปกรณ์เวทสวมใส่เท้าชิ้นนี้ชื่อว่า 'ทลายทัพพันแสน' เพราะมันไม่ได้เน้นที่ความเร็ว แต่ใช้หินเวทในการเติมพลัง ทุกครั้งที่ชาร์จพลังเต็มจะสามารถระเบิดพละกำลังมหาศาลดั่งกองทัพนับหมื่นพันได้สองครั้ง"

โม่ฟานเกาหัวอีกรอบ เจ้ารองเท้านี่ทำไมมันคล้ายกับรองเท้าสีเลือดที่เขาได้มาในชาติที่แล้วจัง หรือว่าของที่ผ่านมือศาสตราจารย์เซียวจะมีแต่ของแปลกๆ แบบนี้กันนะ

ส่วนโล่ป้องกันนี่ตัดทิ้งไปได้เลย เขามีโล่เคียวอสูรอยู่แล้ว ถ้าเลือกโล่อันใหม่เขาก็ต้องทิ้งอันเก่าซึ่งดูแล้วไม่คุ้มค่าสักเท่าไหร่

"เอาล่ะครับ ผมเลือกเจ้า 'ทลายทัพพันแสน' นี่แหละครับ"

อุปกรณ์เวททั้งสามชิ้นนี้ล้วนเป็นของสะสมของศาสตราจารย์เซียว ซึ่งคุณภาพดีกว่ารางวัลที่วิทยาลัยมอบให้เขาในชาติที่แล้วเสียอีก อย่างเจ้ารองเท้าทลายทัพพันแสนนี่เขาสามารถใช้ได้ยาวๆ จนถึงระดับสูงเลยทีเดียว

ไม่รู้ว่าศาสตราจารย์เซียวมองเห็นศักยภาพในตัวโม่ฟานหรืออย่างไร หลังจากโม่ฟานประทับตราวิญญาณลงบนรองเท้าทลายทัพพันแสนเสร็จ ท่านก็เทศนาสั่งสอนด้วยความหวังดีอีกยกใหญ่

กว่าจะปล่อยเขาออกจากห้องทำงานได้

ครั้งนี้แม้จะไม่ได้โอกาสเข้าหอคอยสามก้าว แต่ตราบใดที่ได้เข้าเรียนในมหาวิทยาลัยหมิงจู ด้วยความสามารถของเขา การจะหาทางเข้าหอคอยสามก้าวก็ไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไร

ชีวิตในชาตินี้ของเขาดีกว่าชาติที่แล้วมากโข เพราะชาตินี้เขารู้จักยืดหยุ่นกว่าเดิม ความยืดหยุ่นไม่ใช่การประจบสอพลอ แต่คือการที่แม้จะเจอคนที่เกลียดขี้หน้าแค่ไหน เขาก็ยังสามารถฉีกยิ้มทักทายมันได้

สภาพสังคมของประเทศตงหวงนั้นมีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลถือเป็นความสามารถที่สำคัญอย่างหนึ่ง

ไม่ต้องพูดถึงเรื่องอื่น แค่ตอนนี้เขามีเพื่อนอย่างจ้าวหม่านเหยียน มู่หนูเจียว หรืออ้ายถูถู ที่เป็นลูกหลานตระกูลใหญ่ ระดับสังคมที่เขาเข้าถึงได้ก็แตกต่างไปจากเดิมแล้ว

แผนขั้นต่อไปของโม่ฟานยังคงเน้นไปที่ธาตุสายฟ้าและไฟเป็นหลัก ธาตุอัญเชิญเอาไว้บังหน้า ธาตุเงาเอาไว้ลอบกัด พร้อมกับฝึกฝนพลังจิตให้แข็งแกร่งขึ้น เพื่อดูว่าจะสามารถสร้างธาตุที่ห้าขึ้นมาในช่วงระดับกลางได้หรือไม่

โม่ฟานได้วางแผนเคล็ดวิชาผสานเวทออกเป็นสามระยะ ได้แก่ ผสาน แตกแขนง และรังสรรค์

เคล็ดวิชาผสานเวทก็เหมือนกับการก่อสร้างฐานราก จำเป็นต้องมีพื้นฐานที่มั่นคง ตอนนี้ตบะของโม่ฟานยังไม่ถึงขั้น เขาไม่สามารถเสกเวทมนตร์ใหม่ขึ้นมาจากความว่างเปล่าได้ ทำได้เพียงอาศัยคุณสมบัติและโครงสร้างของธาตุอื่นๆ มาดัดแปลงเพื่อกำเนิดธาตุที่สามขึ้นมา

พลังจิตของโม่ฟานตอนนี้น่าจะอยู่ในระดับขอบเขตที่สองแล้ว สำหรับจอมเวทระดับกลางถือว่าไม่ธรรมดาเลย

ขนาดอ้ายเจียงถูตอนเข้าร่วมศึกทีมชาติระดับโลกก็ยังอยู่แค่ขอบเขตที่สี่เท่านั้นเอง

โม่ฟานเดินกลับมาถึงหอพักก็เห็นจ้าวหม่านเหยียนแต่งตัวหล่อเฟี้ยวอย่างกับโฮสต์บาร์ กำลังจัดทรงผมตัวเองหน้ากระจกอย่างมั่นใจ

"ไอ้จ้าว จะออกไปแรดที่ไหนอีกล่ะ" โม่ฟานทักขึ้นทันที

"ไปไปไป รุ่นพี่สาวสวยคณะรักษาพยาบาลนัดฉันไปถกปัญหาเรื่องลัทธิเวทมนตร์ คืนนี้ฉันไม่กลับนะเว้ย" จ้าวหม่านเหยียนคุยกับโม่ฟานได้ถูกคอทีเดียว

อาจเป็นเพราะนิสัยของทั้งคู่เข้ากันได้ดี

"เฮ้อ ภาษาดอกไม้ของฝอยขัดหม้อคือความอดทนและความร่ำรวย ไอ้จ้าวเอ๋ย แกต้องเข้มแข็งเข้านะเพื่อน" โม่ฟานตบไหล่เพื่อนเบาๆ แล้วเดินไปนั่งที่เตียง

จ้าวหม่านเหยียน!!!

โม่ฟานเพิ่งพูดจบ ลิงหลิงก็โทรเข้ามาพอดี

"โม่ฟาน มีปลาตัวใหญ่ รีบมาด่วน!!"

โม่ฟาน: รับทราบ

หลังจากวางสาย โม่ฟานก็นึกขึ้นได้ว่าภารกิจแรกของเขากับลิงหลิงก็น่าจะเป็นช่วงเวลาประมาณนี้แหละ

เหมือนจะเป็นปีศาจสาวที่ลอกคราบได้และมีความสามารถในการแพร่เชื้อ

โม่ฟานหยิบเสื้อคลุมขึ้นมา แล้วหันไปยิ้มให้จ้าวหม่านเหยียน "แหม ฉันเองก็มีนัดเหมือนกัน คืนนี้คงไม่กลับแล้วล่ะ"

"เชี่ย พวกแกสองคนนี่มันหมาจริงๆ คืนนี้ฉันนัดสาวคณะธาตุน้ำมาตั้งวงเหล้า กะว่าจะชวนพวกแกไปด้วยซะหน่อย" จางผิงกู่บ่นอุบ

จางผิงกู่ก็เป็นรูมเมทอีกคน เป็นคนประเภทชอบเอาอกเอาใจคนอื่น เลยดูเหมือนจะสนิทกับทุกคนไปทั่ว

"ช่างเถอะ ไว้คราวหน้านะ"

โม่ฟานยิ้มปฏิเสธ

ตอนนี้ชื่อเสียงของเขาในมหาวิทยาลัยโด่งดังมาก แถมภาพลักษณ์ก็ดีเยี่ยม ต่างจากชาติที่แล้วราวฟ้ากับเหว

ชาติที่แล้วเขาเป็นจอมมารแห่งวิทยาเขตชิง แต่ชาตินี้กลับได้รับฉายาเจ้าชายขี่ม้าขาว เป็นหนุ่มหล่อขวัญใจสาวๆ

โม่ฟานขี่มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าคู่ใจมาถึงสำนักงานนักล่าฟ้าคราม ข้างในมีแค่ลิงหลิงกับผู้เฒ่าเปา

สิ่งแรกที่โม่ฟานทำเมื่อเข้าไปถึงคือการเอื้อมมือไปลูบหัวลิงหลิง แต่แม่หนูน้อยรู้ทันจึงเอียงตัวหลบวูบ

"ภารกิจอะไรเหรอ? แล้วเจ้าติ่งหายไปไหนล่ะ?"

โม่ฟานมองไปรอบๆ ไม่เห็นเงาของรุ่นพี่เสี่ยวติ่ง

"พี่เสี่ยวติ่งได้บรรจุเป็นข้าราชการแล้ว พี่สาวฉันดึงตัวเขาไปทำงานที่สมาคมศาลยุติธรรมหลิงอิ่นโน่น" ลิงหลิงตอบพลางดูดชานมไข่มุก

"ห๊ะ???"

โม่ฟานรู้สึกอิจฉาตาร้อนผ่าว "ฉันก็อยากรับราชการบ้างว่ะ"

"นายยังเรียนไม่จบจะไปรับราชการอะไรยะ อีกอย่างนายไปขอให้อาจารย์ถังเยว่ช่วยก็ได้นี่นา" ลิงหลิงแกว่งขาเล็กๆ ไปมา

"อาจารย์ถังเยว่ของฉัน... เฮ้อ อย่าพูดถึงเลย"

โม่ฟานถอนหายใจ "ไหนเอาภารกิจมาดูซิ รีบไหม?"

"นี่ไง ค่าจ้างสามแสน งานสำเร็จแบ่งกันคนละครึ่ง!" ลิงหลิงพูดอย่างป๋า

โม่ฟานกวาดตามองรายละเอียดคร่าวๆ เป็นคดีปีศาจสาวลอกคราบจริงๆ ด้วย ด้วยฝีมือของเขาตอนนี้ ปีศาจนั่นคงหนีไม่พ้นเงื้อมมือแน่นอน

เขาไม่ใช่คนประเภทเห็นแก่เงินรางวัลจนลืมความปลอดภัยของเพื่อนมนุษย์ ดังนั้นถ้าจัดการได้เร็วเขาก็จะรีบจัดการ

ความมุ่งมั่นในการเรียนเวทมนตร์ของเขาค่อยๆ แข็งแกร่งขึ้นจากสายตาอันสิ้นหวังของผู้คนเหล่านั้น เขาไม่มีวันลืมสายตาที่น่าสงสารของเด็กสาวที่ถูกพรากผิวหนังไปในชาติที่แล้ว มันเป็นภาพที่สร้างบาดแผลในใจให้พวกเธอไปชั่วชีวิต!

มื้อเที่ยงเขากินข้าวที่สำนักงานนักล่า จากนั้นก็นั่งสมาธิยาวไปจนถึงเย็น พอฟ้าเริ่มมืด ทั้งสองคนจึงออกเดินทาง

ด้วยตรานักล่าทำให้พวกเขาเข้าไปในหมู่บ้านจัดสรรหรูหรา 'เจี๋ยจั้ว' ได้อย่างง่ายดาย แล้วปีนขึ้นไปบนดาดฟ้าของตึกแห่งหนึ่ง

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 41 - กำเนิดเวทมนตร์บทที่สาม?

คัดลอกลิงก์แล้ว