- หน้าแรก
- ราชันย์อัคคีหวนคืน เกิดใหม่ชาตินี้พี่ขอเหมาหมด
- บทที่ 39 - ยอดวิชาปาจี๋
บทที่ 39 - ยอดวิชาปาจี๋
บทที่ 39 - ยอดวิชาปาจี๋
บทที่ 39 - ยอดวิชาปาจี๋
"ฟลุ๊คครับ ฟลุ๊คเฉยๆ..."
โม่ฟานยิ้มแห้งๆ พลางประสานมือคารวะให้เพื่อนนักศึกษาทั้งสี่คนที่เดินคอตกกันลงไป แล้วตะโกนเรียก "กลุ่มต่อไปรีบขึ้นมาเลยครับ จะได้รีบจบรีบไปพักผ่อนกัน"
ที่หลังเวที พวกไห่ต้าฟู่มองหน้ากันด้วยความรู้สึกซับซ้อน ใจหนึ่งก็ตกใจที่สัตว์อัญเชิญของโม่ฟานเก่งเกินคาด อีกใจหนึ่งก็เริ่มมีความหวังว่าพวกเขาอาจจะทำภารกิจป้องกันแชมป์ร้อยคนได้สำเร็จจริงๆ
เจ้าลิงน้อยทองคำจัดการทีมแรกสี่คนร่วงไปแบบไม่ต้องออกแรง ถ้าคิดตามเกณฑ์ทีมละสี่คน เจ้าลิงน้อยก็แค่ต้องตบให้ร่วงสักยี่สิบห้าชุดก็พอ
ถึงเจ้าลิงน้อยจะดูดุ แต่ก็นี่เพิ่งจะยกแรก หลายคนยังไม่รู้สึกว่าช่องว่างระหว่างตัวเองกับโม่ฟานมันห่างชั้นขนาดไหน เพราะคนที่สอบเข้าหมิงจูได้ ล้วนแต่เป็นหัวกะทิระดับท็อปของประเทศกันทั้งนั้น
ไม่นานนักก็มีอีกห้าคนเดินขึ้นเวทีมา คราวนี้จัดเต็มโควตาห้าคนเพื่อเน้นทีมเวิร์ก
ทีมนี้ดูมีการวางแผนมาดี มีธาตุน้ำคอยกัน ธาตุไฟคอยยิง และธาตุลมคอยล่อตีน
ถึงจะดูดีแต่ผลลัพธ์ก็แทบไม่ต่างจากเดิม ทั้งห้าคนมั่นใจว่าขอแค่พยายามอีกนิดก็น่าจะล้มเจ้าลิงน้อยได้
แต่ในความเป็นจริง เวทมนตร์ของพวกเขายังเจาะเกราะทองคุ้มกายของเจ้าลิงน้อยไม่เข้าเลยด้วยซ้ำ ขนาดเวทระดับกลางของหลัวซ่งยังทำอะไรไม่ได้ แล้วนับประสาอะไรกับเวทระดับต้นกระจอกๆ แบบนี้
"นึกว่าสัตว์อัญเชิญจะแน่สักแค่ไหน ที่แท้ก็แค่ลิงโง่ตัวหนึ่ง ไม่รู้ว่าทีมแรกแพ้ไปได้ไง เป็นหมูหรือไงนะ"
"ฉันว่ามันไม่ง่ายขนาดนั้นนะ สัตว์อัญเชิญตัวนั้นโดนเวทมนตร์อัดไปตั้งขนาดนั้น แต่บนตัวไม่มีรอยขีดข่วนเลยนะเว้ย"
"จริงด้วย แถมไอ้คนที่ชื่อโม่ฟานนั่นก็ยืนชิลไม่ทุกข์ร้อนอะไรเลย สีหน้าไม่เปลี่ยนสักนิด"
"พวกนายมองตื้นเกินไปแล้ว ตื้นเขินจริงๆ!"
"เจ้าลิงน้อย เลิกเล่นได้แล้ว รีบหน่อย!" โม่ฟานยกนาฬิกาขึ้นดู ผ่านไปสิบนาทีแล้ว ขืนยื้อนานกว่านี้เดี๋ยวจะดูไม่ดี
เจ้าลิงน้อยได้ยินคำสั่งลูกพี่ก็เลิกหยอกล้อกับเด็กน้อยพวกนี้ มันค่อยๆ กางขาตั้งท่า วาดวงแขนเตรียมออกอาวุธ!
มันคือ "ยอดวิชาปาจี๋" จากมิติแห่งเทคโนโลยี!
ในโลกเวทมนตร์ไม่มีวิทยายุทธโบราณแบบนี้ มีแต่เคล็ดวิชาเก่าแก่ ซึ่งแต่ละโลกก็มีจุดเด่นต่างกันไป
ถึงแม้ในชาติที่แล้ว หลังจากโม่ฟานประสบความสำเร็จและได้เจอกับตาเฒ่าอิ๋ง แกจะบอกว่าโลกเทคโนโลยีเป็นแค่ความฝันตื่นหนึ่ง แต่โม่ฟานค่อนข้างมั่นใจว่ามันคือปรากฏการณ์ควอนตัมพัวพันระหว่างสองมิติมากกว่า
ขนาดเวทมนตร์แฟนตาซียังมีจริงได้ แล้วทำไมโลกวิทยาศาสตร์จะมีจริงไม่ได้ล่ะ
หลังจากมีลูกมีเต้า โม่ฟานเคยใช้มหาเวทต้องห้ามมิติเปิดประตูบานหนึ่ง เพื่อค้นหามิติเทคโนโลยี แต่ดันไปโผล่ในมิติที่ไม่ใช่โลกเดิมของเขา
ในโลกนั้นมีศิลปะการต่อสู้ และยอดวิชาต่างๆ ถึงมันจะไม่ได้ช่วยเพิ่มพลังให้ระดับเทพเจ้าอย่างเขาโดยตรง แต่มันก็ช่วยขัดเกลาจิตวิญญาณและทักษะการต่อสู้ได้มาก
ยอดวิชาปาจี๋นี่แหละที่โม่ฟานสอนให้เจ้าลิงน้อย แน่นอนว่าเจ้าลิงน้อยอ่านคัมภีร์ไม่ออก มันเลยเรียนรู้ได้แค่กระบวนท่าและวิธีเดินลมหายใจ!
เจ้าลิงน้อยตั้งท่าม้า กระทืบเท้าลงพื้นเปรี้ยงเดียว พื้นกรงเหล็กทั้งกรงสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น มวยปาจี๋เน้นความดุดัน เปิดกว้าง รวบรวมพลังทั้งร่างแล้วระเบิดออกไปในจุดเดียว
แค่กระทืบเท้าทีเดียว นักศึกษาห้าคนนั้นก็ขาแข้งอ่อนจนยืนแทบไม่อยู่ ใครจะไปคิดว่าเจ้าลิงน้อยจะมีลูกไม้นี้ซ่อนอยู่ ดูมัดกล้ามที่เป็นลอนสวยงามนั่นสิ โดนเข้าไปสักหมัดถ้าไม่ตายก็คงพิการ!
จะไปสู้ไหวได้ไง หนีดีกว่าโว้ย
ทีมห้าคนขอยอมแพ้ทันที
"เชี่ย ตาฝาดหรือเปล่าวะ เมื่อกี้ลิงมันกระทืบเท้าทีเดียวกรงสั่นเลยนะเว้ย"
"ใช่ นายตาไม่ฝาดหรอก ฉันก็เห็น"
"งั้นจะไปสู้กับวัวกับม้าอะไรไหววะนั่น โดนเข้าไปทีเดียวได้ไปกินข้าวต้มแน่"
พอรอบสองจบลง เจ้าลิงน้อยก็เผยเขี้ยวเล็บที่แท้จริง คนอื่นถึงกับหน้าชา นี่มันสัตว์อสูรระดับทาสรับใช้จริงๆ เหรอ ทำไมมันโหดขนาดนี้?
โม่ฟานได้ยินเสียงซุบซิบก็ได้แต่ส่ายหัว พวกเด็กน้อยในกรงทองเอ๋ย วานรพุทธคุณถึงจะเก่ง แต่ถ้าเทียบกับลูกไททันหรือลูกมังกรแท้ๆ ก็ยังห่างชั้น
พวกสายเลือดเทพพอพ้นวัยทารกปุ๊บ พลังแฝงก็จะระเบิดออกมา ลูกไททันแค่เกิดมาก็สูงสามถึงห้าเมตรแล้ว ตบหมาป่าตาเดียวโตเต็มวัยสิบกว่าตัวได้สบายๆ
หลังจากนั้นก็มีคนขึ้นมาลองของอีกหลายชุด แต่ก็โดนเจ้าลิงน้อยตบคว่ำไม่เป็นท่า
บารมีของเจ้าลิงน้อยแผ่กระจายไปทั่ว อย่างน้อยในระดับต้นตอนนี้มันคือราชา และจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีจอมเวทระดับกลางคนไหนกล้าขึ้นมา
จำนวนคนที่เจ้าลิงน้อยจัดการไปพุ่งสูงถึง 65 คน หลังจากนั้นก็ไม่มีใครกล้าเสนอหน้าขึ้นมาอีก ใครจะอยากขึ้นไปเจ็บตัวฟรีล่ะ
ถึงเจ้าลิงน้อยจะออมแรงไว้ แต่โดนตบมันก็เจ็บนะเว้ย ขึ้นไปอย่างหงส์ลงมาอย่างหมา มันน่าอายจะตาย
โม่ฟานทำหน้าตาใสซื่อหันไปถามศาสตราจารย์เซียว "อาจารย์ครับ ไม่มีใครขึ้นมาแล้ว เอาไงดีครับ?"
ศาสตราจารย์เซียวเองก็อึ้ง ท่านเคยได้ยินชื่อเสียงของวานรพุทธคุณมาบ้าง แต่ไม่คิดว่าจะโหดขนาดนี้ เล่นเอาเด็กปีหนึ่งใจฝ่อกันหมด
"เอ่อ..."
ศาสตราจารย์เซียวก็ไปไม่เป็นเหมือนกัน
โม่ฟานยิ้มเจ้าเล่ห์ "อาจารย์ครับ ผมมีไอเดีย"
ศาสตราจารย์เซียวขยับเข้าไปใกล้ๆ ยิ่งฟังแววตาก็ยิ่งเป็นประกาย
ผ่านไปสิบนาที ก็ยังไม่มีใครกล้าขึ้นมา โม่ฟานเริ่มหมดความอดทน เขาใช้เทคนิคขยายเสียงพูดใส่ไมค์ว่า "เพื่อนๆ คงรอกันเบื่อแล้วใช่ไหม ได้ข่าวว่าทุกคนในที่นี้สอบเข้ามาด้วยคะแนนสูงลิ่ว ฝ่าฟันสมรภูมิสอบมาอย่างดุเดือด... แต่ผมไม่เหมือนพวกคุณ ผมไม่ได้สอบเข้า——"
พอบอกว่าไม่ได้สอบเข้า คนอื่นก็หูผึ่ง นึกว่าโม่ฟานใช้เส้นสายยัดเงินเข้ามา สีหน้าทุกคนดูดีขึ้นมาทันที
เพราะอย่างน้อยพวกเขาก็หาข้อดีที่เหนือกว่าโม่ฟานได้แล้ว!
แต่โม่ฟานพูดต่อทันที "ผมเข้ามาด้วยโควตาพิเศษ ต้องขอบคุณเพื่อนที่ชื่อหลัวซ่งด้วยนะครับ เขาเป็นคนดันผมเข้า!"
"แม่งเอ๊ย กูว่าแล้วไอ้หมานี่ต้องปากหมา" จ้าวหม่านเหยียนสบถ เขาเดาทางได้ตั้งนานแล้วว่าโม่ฟานไม่ใช่เด็กดี
"เชี่ย อะไรวะ อยู่ดีๆ มาแขวะกูทำไม"
หลัวซ่งงงเป็นไก่ตาแตก เขาอยู่เฉยๆ ทำไมทัวร์มาลงที่เขาได้???
โม่ฟานยังร่ายยาวต่อ "ได้ยินกิตติศัพท์มานานว่าหมิงจูเสือหมอบมังกรซ่อน ในนี้ต้องมีจอมเวทระดับกลางปะปนอยู่แน่นอน เราอย่ามาเสียเวลากันเลย เอาแบบนี้ วัดกันนัดเดียวจบ ให้จอมเวทระดับกลางขึ้นมาเจอกับผม"
"ถ้าผมชนะ ถือว่าภารกิจ 100 คนของผมจบ แต่ถ้าผมแพ้ ผมจะลงเวที ให้คนอื่นขึ้นมาแทน"
โม่ฟานพูดด้วยรอยยิ้ม
คนดูเงียบกริบ วันนี้พวกเขาโดนเจ้าลิงน้อยตบจนเสียความมั่นใจไปหมดแล้ว นึกว่าคณะอัญเชิญจะครองแชมป์ไปแบบใสๆ
แต่ตอนนี้ไม่มีใครกล้าขึ้น เรื่องเลยคาราคาซัง ไม่นึกเลยว่าโม่ฟานจะบ้าดีเดือดท้าชนระดับกลาง!
"โอหัง มันจะโอหังเกินไปแล้ว คิดว่าจอมเวทระดับกลางเป็นผักกาดขาวข้างทางหรือไง"
"ใช่ โคตรโม้เลย กล้าท้าระดับกลางเนี่ยนะ!"
"นายเห่าเสียงดังขนาดนี้ นายเป็นระดับกลางเหรอ?"
"เปล่า ไม่ใช่"
"ไม่ใช่แล้วจะฝอยทำไม!!"
โม่ฟานกวาดสายตามองไปรอบๆ เน้นจ้องไปที่ "คู่อริเก่า" ในชาติที่แล้วเป็นพิเศษ แล้วพูดว่า "ทุกท่าน คิดว่าข้อเสนอของผมเป็นยังไงบ้างครับ?"
[จบแล้ว]