เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 18 - ทำมันซะ (5) [อ่านฟรีวันที่ 23/07/61]

บทที่ 18 - ทำมันซะ (5) [อ่านฟรีวันที่ 23/07/61]

บทที่ 18 - ทำมันซะ (5) [อ่านฟรีวันที่ 23/07/61]


บทที่ 18 - ทำมันซะ (5)

 

[มันดูเหมือนจะเกิดดันเจี้ยนขนาดใหญ่ขึ้นจริงๆเลย]

[ฉันไม่อยากจะยอมรับเลย แต่ว่ามนุษย์คนนี้มีพรสวรรค์ในการทำกับดับจริงๆ]

มันเป็นฉากที่ยิ่งใหญ่จริงๆ มันอยู่ในระดับที่เขามองเห็นได้ชัดเลยว่ามันใหญ่กว่าอำเภอ อำเภอหนึ่ง มอนสเตอร์จำนวนนับไม่ถ้วนกำลังวิ่งกันมาทางเนินเขา ในหมู่พวกมอนสเอตณ์ก้มีบ้างบางตัวที่เพิ่งจะเผชิญหน้ากับทหารอยู่จนกระทั่งเมื่อกี้นี้

ยูอิลฮานได้ถามออกไปอย่างตกตะลึงหลังจากได้เห็นฉากนี้

"แล้ว.... หลักการของมันคืออะไร?"

[พลังของกับดักแห่งการทำลายก็คือเร่งพลังของเวทย์ที่จะล่อลวงในสัมผัสทั้งห้าของมอนสเตอร์ มอนสเตอร์ที่มาถึงนี่ต่างก็มองหาในสิ่งที่พวกมันต้องการ ไม่ว่ายังไงก็ตามสุดท้ายแล้วมันจึงเป็นผลให้มันติดกับดักอยู่ในดันเจี้ยน]

เอิลต้าได้พูดออกมาอย่างมั่นใจแต่ว่ามันก็เป็นเวทย์ที่น่ากลัจริงๆ ถ้าหากว่ามันนำมาใช้กับมนุษย์นี่จะไม่ใช่เรื่องที่น่าหัวเราะเลย

ด้วยความเป็นไปได้ที่จะถูกนำมาใช้กับมนุษย์นี่ ยูอิลฮานก็กำลังจะถามออกไปแต่แล้วเขาก็ข่มตัวเองไว้

นี่มันเป็นเพราะว่าเขารู้สึกกลัวถ้าหากได้ยินคำตอบ

[มันดูเหมือนว่าที่อื่นก็จะเริ่มขึ้นเหมือนกัน]

ถัดจากยูอิลฮานที่กำลังตกตะลึงกับพลังของกับดักแห่งการทำลายและการหลั่งไหลของมอนสเตอร์นี้ ทูตสวรรค์อีกตนหนึ่งได้พึมพัมออกมา ที่อื่น? ในตอนที่ยูอิลฮานขมวดคิ้ว เอิลต้าก็ยิ้มเล็กๆและพูดออกมา

[ในกับดักของคุณก็ยังมีเวทย์ที่สามารถจะเปลื่ยนออร่าของกับดักแห่งการทำทายที่กระจายอยู่บนโลกได้ พวกเราไม่สามารถจะปล่อยกับดักที่ทำขึ้นจากสวรรค์เอาไว้ได้ ยังไงก็ตามมันดูเหมือนว่ากับดักพวกนั้นก็ยังเริ่มการล่อมอนสเตอร์แล้ว]

"ที่ฮาคาเนี่ยมมันมีน้อยมากๆก็เพราะแบบนี้สินะ"

[โลหะนั่นมีค่ามาก การนำกลับมาใช้ใหม่เป็นก้าวแรกในการเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม]

ทูตสวรรค์คนอื่นๆได้มองมาที่การคุยกันของยูอิลฮานกับเอิลต้าด้วยสายตาแปลกๆ พวกเขาสนิทกันเมื่อไหร่กันนะ? คำถามนี้ได้แสดงผ่านออกมาจากสายตาของทูตสวรรค์ทำให้ทั้งคู่รู้สึกอึดอัดและหันหน้าไป

มอนสเตอร์ที่กำลังจะแก้แค้นที่อยู่เป็นพันปีในตอนที่เวลาได้ถูกหยุดลงตอนนี้พวกมันกำลังก้าวเข้าไปสู่การทำลายตัวเองด้วยเท้าของตัวเอง

พวกมันจะถูกขังอยู่ภายในนั้นจนกระทั่งถึงวันที่ดันเจี้ยนถูกเปิดโดยมนุษย์เท่านั้น

แม้ว่าความจริงนี้จะเป็นสิ่งที่ยูอิลฮานต้องการ แต่ว่าภาพที่พวกมันวิ่งเข้าไปในกับดักแห่งการทำลายมันดูเหมือนกับว่าเขากำลังมองไปที่มนุษย์ที่ไม่สามารถจะหลบหนีโชคชะตาได้ไม่ว่าจะดิ้นรนมากแค่ไหนดังนั้นเขาาจึงไม่ได้รู้สึกดีเลย

'ไม่สิ'

ยูอิลฮานได้หยุดความคิดเอาไว้แค่นั้น เขาได้ส่ายหัวออกมา เขาจะไปเห็นใจมอนสเตอร์ไม่ได้ ถ้าหากเขาไม่ได้ทำแบบนั้นถ้างั้นมนุษย์เองต่งหากที่จะต้องกลายเป็นฝ่ายเสียสละแทน

มันเกิดขึ้นเพียงแค่ไม่กี่วันเองนับตั้งแต่ที่หายนะครั้งใหญ่เกิดขึ้น ในระหว่างเวลาไม่กี่วันนั้นยูอิลฮานไม่มีประสบการณ์และไม่ตระหนักถึงมันได้งั้นหรอ? มอนสเตอร์เป็นศัตรูกับมนุษย์อยู่เสมอและพวกมันต้องการวิวัฒนาการให้กลายเป็นสิ่งที่น่ากลัวมากยิ่งขึ้น

ดังนั้นมันไม่ใช่เรื่องที่ยูอิลฮานจะมาเห็นใจมอนสเตอร์เลย

เขาสั่นสะท้านเมื่อเขาได้ยืนยันถึงพวก 'สิ่งมีชีวิตบนสวรรค์' มีพลังมากพอที่จะทำแบบนั้นแม้ว่าพวกเขาจะไม่ใช่ศัตรูกันก็ตาม แม้แต่มอนสเตอร์ที่น่ากลัวพวกนั้นก็ยังกลายเป็นแค่ของเล่นของเทพและทูตสวรรค์

ยูอิลฮานได้คิดถึงช่วงชีวิตพันปีของเขา เขาได้คิดไปถึงพลังที่ได้ใช้ในการเคลื่อนย้ายมนุษย์ทั้งหมดไปยังโลกอื่นๆด้วยเหตุผลแค่ว่าพวกมนุษย์จำเป็นต้องเตรียมความพร้อมกับหายนะครั้งใหญ่และความจริงที่่เขาได้ถูกทิ้งเอาไว้บนโลกเพียงลำพังทั้งๆที่ไม่ได้ทำอะไรพลาดเลย

ความลำบากและทุกข์ทรมานของเขาถูกสรุปด้วยเหตุผลเพียงแค่ว่า 'ความผิดพลาด'

ในตอนนั้นเองได้มีสิ่งหนึ่งเข้ามาในใจเขา อารมณ์ที่เขาได้ซ่อนมันเอาไว้ด้วยการทำตัวน่าขำและคิดบวกเพื่อรักษาจิตใจมนุษย์ของเขาเอาไว้ในระหว่างช่วงเวลาหลายปีจบนับไม่ถ้วนที่ผ่านมา

ฉันอยากจะแข็งแกร่ง

ฉันอยากจะแข็งแกร่งจนไม่มีใครมาบังคับยุ่งย่ามกับฉันได้อีกต่อไป

ไม่ใช่เพื่อไปเจอใคร หรือเหยียบย่ำใคร หรือเพื่อความอยู่รอดในตอนนี้

เขาต้องการแข็งแกร่งแค่เพื่ออิสระภาพของเขา

สำหรับตอนนี้เขาคิดแบบนั้น

[ยูอิลฮาน ดันเจี้ยนถูกสร้างขึ้นแล้ว]

เขาได้เงยหน้าขึ้นมาหลังจากได้ยินคำพูดนี้ของเอิลต้า

ทางครึ่งหนึ่งของเนินเขาที่มีกับดักแห่งการทำลายตั้งอยู่ หลังจากมอนสเตอร์จำนวนนับไม่ถ้วนที่ไม่สามารถจะนับได้อีกล้วมารวมกัน มานาจากกับดักและมานาจากมอนสเตอร์ก็ได้ดูเหมือนจะปะทะกันและมานาแปลกๆนั่นก็ได้ปรากฏขึ้นมาคลุมพวกมันเอาไว้

[สำเร็จแล้ว เราทำมันเสร็จแล้ว]

[มันเป็นไปตามประสงค์ของท่านเทพทุกๆอย่าง]

[กับดักอันอื่นๆก็ยังดึงดูดมอนสเตอร์และสร้างดันเจี้ยนขึ้นมาได้เป็นอย่างดี มันเป็นความสำเร็จที่สมบูรณ์แบบ]

ทูตสวรรค์ทั้งหมดได้แสดงความยินดีออกมา พวกเขาบางคนก็ยิ้มออกมาบางๆให้กับยูอิลฮาน แต่ว่าบางคนก็เมินเขา

[หากมองดูจากขนาดของโลกเราจำเป็นต้องทำอีกประมาณ 27 อัน พวกเราจะมอบรางวัลให้คุณหลังจากที่ยืนยันถึงการเปิดใช้งานของกับดักแห่งการทำลายอันสุดท้าย]

"ถ้างั้นฉันจะไปทำให้เดี๋ยวนี้แหละ"

[คุณไม่ต้องรีบแบบนั้นหรอก พวกเราจะทำกับดักแห่งการทำลายอันที่สองหลังจากนี้อีกสองวัน]

ยูอิลฮานได้เอียงหัวออกมา

"ไม่ใช่ว่าพวกคุณกำลังรีบหรอ?"

[พวกเรารีบ แต่ว่าพลังเวทย์ของพวกเรามีไม่พอ]

นั่นมันเป็นความจริง พวกเขาได้ใช้พลังมานาไปจำนวนมากในตอนการหัตถกรรมมานาแล้ว

ยูอิลฮานก็ยังไม่ได้อยากให้พวกเขารีบอะไรด้วย

"มันไม่ใช่ว่าพวกคุณเป็นทูตสวรรค์แค่กลุ่มเดียวนี่.... ใช่แล้วอย่างลิต้าไง"

ใช่แล้ว พวกเขาไม่มีกองหนุนงั้นหรอ!? ยูอิลฮานเขาแค่อยากจะทำภารกิจให้เสร็จเร็วที่สุดเท่าที่เป็นไปได้และมันไม่ใช่ว่าเขาอยากจะเจอลิต้านะ ไม่ใช่เลยซักนิด!

แต่เอาจริงๆคือเขาอยากจะเจอเธอมาก แต่ว่าการฝึกทำหน้านิ่งของเขานี้ทำให้ยูอิลฮานไม่ได้แสดงอะไรออกมาให้เห็นจากภายนอก

[มันไม่ใช่ว่าทูตสวรรค์ทุกคนจะว่างอยู่ ทูตสวรรค์นั่นก็มีงานที่เกี่ยวข้องกับดันเจี้ยนบนโลกและยังมีทูตสวรรค์ที่ไปทำงานในต่างโลกด้วย ดังนั้นมีเราจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากรอจนกว่ามานาของเราจะฟื้นคืนกลับมา]

"งั้นหรอ?"

[โดยเฉพาะลิต้าเธอกำลังทำงานอย่างมากเพื่อที่จะอำนวยความสะดวกให้กับคุณ เธอคงจะไม่สามารถปลีกตัวมายังโลกได้พักใหญ่ๆเลยล่ะ]

แน่นอนว่าการทำหน้านิ่งของเขานี้มันไม่ได้ผลกับเอิลต้า เอิลต้าได้ยิ้มขึ้นมาอย่างซุกซนราวกับว่าเธอรู้ในทุกๆอย่างทำให้เขาอยากจะเข้าไปซัดหน้าเธอจริงๆ

หลังที่นั้นยูอิลฮานได้หยักไหล่ออกมา เขาได้หันหน้าหลบสายตาของเธอและมองดูฉากที่กับดักแห่งการทำงานถูกใช้งานบนโลกเปลื่ยนเป็นดันเจี้ยนก่อนที่จะพูดออกมาอย่างหน่ายใจ

"กลับกันเถอะ ฉันจะทำการขึ้นรูปมันไว้ก่อน"

[คุณนี่ไม่มีอะไรจะทำนอกจากทำงานจริงๆ...]

คืนนี้หลังจากเกิดการเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ของมอนสเตอร์ที่ได้เกิดขค้นจากกรุงโซลทำให้โลกได้วุนวายขึ้น ฉากจำนวนมอนสเตอร์ขนาดใหญ่ที่ไปรวบกันที่เนินเขาและหายเข้าไปในช่องว่างได้ถูกจับภาพเอาไว้และประกาศออกมาทางข่าวเช้า

สิ่งที่เหลืออยู่มีเพียงแค่การปรากฏขึ้นของดันเจี้ยนที่มนุษย์ทุกๆคนบนโลกคุ้นเคยกับมันดี ด้วยการปรากฏครั้งแรกนี้เป็นจุดศูนย์กลางนี้ พวกเขาก็สังเกตุเห็นได้ถึงดันเจี้ยนปรากฏขึ้นทั่วทั้งเกาหลี เหนือน่านน้ำญี่ปุ่นและบางส่วนของเขตพรมแดนของจีน

หลังจากที่เห็นแบบนี้ก็เริ่มมีคนพอใจกับสิ่งที่ที่เป็นหลักฐานพิสูจน์ว่าโลกเริ่มเข้าสู่เสถียรภาพและบางคนก็บ่นออกมาว่าทำไมเสถียรภาพนี้ถึงได้เกิดขึ้นแค่แถบเอเชีย

มนุษย์หลายๆคนที่ไม่ได้มีภารกิจจากต่างโลกหรือคนที่กลับมาหลังจากทำภารกิจเสร็จไปสองสามอย่างก็กำลังเขียนเรื่องไร้สาระกันลงไปผ่านทางอินเทอร์เน็ต

[ผู้เชี่ยวชาญได้เตือนว่าสัตว์อาจจะกลายเป็นมอนสเตอร์ถึงแม้ว่าพวกมันจะยังไม่เป็นมอนสเตอร์ก็ตาม ในขณะเดียวกันภายใต้การกำกับดูแลของรัฐบาลตอนนี้มันยังเป็นไปไม่ได้เลยที่จะสร้างปศุสัตว์ขึ้นโดยที่ใช้มอนสเตอร์จากโลกอื่นเป็นข้อมูลพื้นฐาน แต่ว่าเราก็ได้พบว่ามันเป็นไปได้ที่จะนำปศุสัตว์ที่เหมาะสมจากโลกอื่นในฐานะรางวัลของภารกิจมาที่โลกเราได้ พวกเราคิดว่ามันน่าจะไม่มีผลร้ายแรงใดๆที่ส่งผลถึงอนาคตอีก...]

ยูอิลฮานได้ปิดทีวีลงไป พ่อกับแม่ของเขายังไม่ได้กลับมา นี่มันก็ไม่ใช่ว่าเขาจะไม่เป็นห่วงพ่อกับแม่เลย แต่เขาก็ได้ปลอบใจตัวเองว่าพวกท่านรับมือกับสถานการณ์ได้ดีถึงแม้ว่าพวกท่านจะไม่ได้แข็งแกร่งแต่ว่าเหนือสิ่งอื่นใดพวกท่านก็ยังมีประสบการณ์ในด้าน 'สังคม' อยู่

จากนั้นเขาก็ลุกขึ้นและมุ่งหน้าสู่ที่ทำงานของเขา

"ฉันน่าจะทำมันไว้ซักห้าอันในวันพรุ่งนี้ดีไหม!?"

[ไม่ยูอิลฮาน ฉันอยากจะทำเพื่อคุณถึงแม้ว่ามันจะไม่นับว่าเป็นรางวัล แต่ว่าความสำเร็จของคุณมันเหนือกว่าที่ฉันคิดเอาไว้ซักอีก ฉันเลยอยากจะทำสิ่งนี้ให้คุณ หากคุณได้รับรางวัลนี้คุณก็จะไม่มีเวลามาทำกับดักอีก]

"เธอกำลังจะให้ฮาคาเนียมฉันบางส่วนหรอ!?"

[ไว้เก็บเอาไปฝันของคุณเถอะนะ]

รางวัลของเอิลต้าไม่ใช่อะไรอื่นนอกเหนือไปจากการจัดการทำกระบวนการฟอกหนังที่เขาทำค้างไว้ในที่ทำงาน เมื่อหนังทั้งหมดจากหมี หมาป่าโลกันณ์ และหมาป่าตัวอื่นๆได้ถูกทำให้แห้งและฆ่าเชื้อทั้งหมดด้วยแค่การโบกมือของเธอ ยูอิลฮานก็ปากค้างปิดไม่ลง นอกเหนือไปจากนี้ดูเหมือนมันจะหนาและทนทานมากยิ่งขึ้น

"สมบูรณ์แบบ ไม่สิ ฉันคิดว่าคุณภาพมันดีขึ้นไปอีก"

[เป็นไรล่ะ? ตอนนี้นายก็มีอะไรจะทำแล้วใช่ไหม?]

อย่างที่เอิลต้าพูดเลย เขาไม่มีเวลามายุ่งกับกับดักแห่งการทำงานที่ยังเปิดใช้งานไม่ได้แล้ว เพราะตอนนี้มันยังมีงานอีกมากที่รอให้เขาจัดการอยู่

เขาได้เริ่มเข้าไปจัดการทำเกราะหนังชั้นในทันที

สิ่งแรกเลยที่เขาทำคือจัดการกับหนังหมาป่าโลกันณ์ เสริมพลังของมันด้วยหินพลังเวทย์จำนวนหนึ่ง สำหรับยูอิลฮานที่ทำได้แม้แต่กับดักแห่งการทำลายแล้วถึงแม้ว่าจะมีทูตสวรรค์คอยนำทางก็ตาม แต่ว่าระดับหัตถกรรมมานาของเขาก็อยู่ในระดับที่เขาปิดตาทำก็ได้แล้ว

โดยเฉพาะอย่างยิ่งเอิลต้าได้รู้สึกตกใจหลังจากที่ยูอิลฮานได้ฝช้หินพลังเวทย์เพิ่มคุณสมบัติ 'ระบายอากาศ'

[เมื่อไหร่กันที่คุณชำนาญมันขนาดนี้]

"ไม่ใช่ฉันบอกเธอแล้วหรอหรอว่างานทุกอย่างคือการหาเคล็ดลับของมันนะ?"

เขาก็ยังทำรองเท้าและถุงมือจากหนังของหมาป่าโลกันณ์ เขาได้เสริมคุณสมบัติการระบายอากาศลงไปในของพวกนั้นเช่นกัน แต่ว่าสิ่งที่เขาคิดว่าสำคัญกว่าคือคุณสมบติด้านการโจมตี เขาได้สร้างฟันคมที่ยื่นออกมาจากปลายลองเท้าและเล็บที่ยื่นออกมาจากถุงมือในตอนที่ต้องการ 'ใช้ฟันหมาปาในการเปลื่ยนของพวกนี้ให้เป็นอาร์ติแฟค'

[ถุงมือหมาป่าโลกันณ์]

[ระดับ - แรร์]

[พลังป้องกัน - 600]

[พลังโจมตี - 700]

[รองเท้าหนังหมาป่าโลกันณ์]

[ระดับ - แรร์]

[พลังป้องกัน - 550]

[พลังโจมตี - 750]

หลังจากนั้นแล้วเขาก็ได้ทำเกราะหนังด้วยหนังของหมี เขาได้ใส่วัสถุเสริมพิเศษลงไปในตอนที่น้ำมั่นเดือนและผ่านขั้นตอนการต้มหนังมาหลายต่อหลายครั้งเพื่อที่จะเสริมพลังป้องกัน เมื่อถึงเวลาหนึ่งเขาก็ได้สร้างชิ้นส่วนเกราะที่พอดีกับเขานั้นคือเมื่อหนึ่งวันได้ผ่านไป

ยังไงก็ตามสำหรับยูอิลฮานที่มีพละกำลังเหนือมนุษย์แล้วการทำงานข้ามคืนมันเป็นเรื่องที่น่าขันมาก เขาได้แสดงสมาธิออกมาอย่างมากในตอนที่เขาอยู่กับความคิดตัวเองที่จะทำเกราะป้องกันร่างของเขาและในท้ายที่สุดเมื่อดวงอาทิตย์ขึ้น เขาก็ได้สร้างเกราะที่ผ่านการต้มมาหลายครั้ง เขาสามารถจะโม้ได้เลยว่ามันเป็นผลงานที่โดดเด่นชิ้นหนึ่งของเขารองจากหอกเหล็กกล้า

[เกราะหนังหมี]

[ระดับ - ยูนิค]

[พลังป้องกัน - 2,100]

[ความทนทาน - 850/850]

[ชุดเกราะหนังที่ผ่านการต้มด้วยระดับฝีมือของนายช่างสูงสุดซึ่งทำมาจากหนังของมอนสเตอร์คลาส 2 หมีน้ำตาลยักษ์ มันได้แข็งแกร่งที่สุดเท่าที่ระดับของหนังนี้จะไปถึงแล้วและมันก็สามารถจะทนต่อฟันของมอนสเตอร์ที่มีระดับสูงกว่าได้ครั้งหนึ่ง]

แน่นอนว่ากับยูอิลฮานแล้วเขาไม่ได้หยุดตรงแค่นี้ เขาได้เริ่มใส่ฟันที่แหลมคมและกระดูกที่แหลมคมของหมาป่าโลกันณ์กับหมีน้ำตาลยักษ์ลงไปในจุดหนึ่ง จากนั้นเขาก็ใช้หินพลังเวทย์ทั้งหมดของเขาทำการหัตถกรรมเวทย์ขึ้น

เขากำลังเล็งไปที่สิ่งหนึ่ง เขาอยากจะให้กระดูกยื่นออกมาจากที่ต่างๆของชุดเกราะตามที่เขาต้องการเหมือนกับถุงมือหนังและรองเท้าหนังของเขา

เป้าหมายของเข้าคือหนามแหลมที่แข็งแกร่งพอที่จะส่งเสือลงหลุมไปได้ด้วยการถูกแทงซักทีหนึ่ง

[หัตถกรรมเวทย์ได้กลายเป็นเลเวล 8]

[เกราะหนังหมี 'ซ่อนเร้น' 'คม' เสร็จสมบูรณ์]

เอิลต้าที่ได้เห็นขั้นตอนการสร้างชุดเกราะทั้งหมดนี้ตั้งแต่เริ่มยันจบลงได้ตกตะลึงขึ้นหลังจากได้เห็นผลลัพธ์นี้ เขาทำสิ่งแปลกๆนี้ได้อย่างต่อเนื่องได้ยังไงกัน!?

[ยูอิลฮานทำไมคุณถึงชอบให้ใบมีดโผล่ออกมาจากที่ต่างๆมากนักล่ะ?]

"เพราะมันคือความฝันของผู้ชาย!"

คำตอบของยูอิลฮานดูไร้ยางอายมาก เขาได้พูดออกมาอย่างมั่นใจและคิดว่ามันเท่มาจนทำให้เอิลต้าคิดขึ้น 'เฮ้ ไม่ใช่ว่าหมอนี่แค่พูดอะไรให้มันเท่ๆงั้นหรอ?'

[ชุดเกราะหนังหมีคมมีดซ่อนเร้น]

[ระดับ - ยูนิค]

[พลังป้องกัน - 2,200]

[พลังโจมตี - 750]

[ความทนทาน - 900/900]

[สุดยอดอาวุธที่ทำขึ้นผ่านกระบวนการพิเศษบนชุดเกราะหนังที่ผ่านการต้มโดยช่างฝีมือจนถึงขีดสุดด้วยการใช้หนังของมอนสเตอร์คลาส 2 หมีน้ำตาลยักษ์]

ชุดเกราะนี้สมบูรณ์แบบมาก ชุดเกราะนี่ไม่ได้ทำหน้าที่เป็นแค่เกราะเท่านั้นแต่มันก็ยังมีความสามารถที่จะโจมตีกลับไปซึ่งเหมาะกับยูอิลฮานที่ใช้ทุกๆส่วนของร่างกายต่อสู้อย่างพอดิบพอดี เหนือกว่านั้นมันก็ยังถูกการเสริมออฟชั่นอัลฟ่ากับเบต้าลงไปด้วย ถ้าหากมีคนมาเห็นเข้าพวกเขาอาจจะต้องคิดว่านี้มันเป็นผลมาจากการทำหัตถกรรมมานาแน่นอน แม้ว่าความเป็นจริงจะมากกว่านั้นมากก็ตาม!

หลังจากที่ทำมีดขึ้นจากกระดูกไม่กี่ชิ้นเพื่อที่จะเอามาใช้ชำแหละแล้ว เขาก็ได้ทำหน้ากากเป็นอย่างสุดท้ายด้วยการใช้กระโหลกของหมาป่าโลกันณ์เพื่อที่จะมาแทนที่หน้ากากไอรอนแมน

[มีดกระดูกหมี]

[ระดับ - แรร์]

[พลังโจมตี - 500]

[ความทนทาน - 450/450]

[หน้ากากกระโหลกหมาป่าโลกันณ์]

[ระดับ - แรร์]

[พลังป้องกัน - 600]

[ความทนทาน 660/660]

[หน้ากากที่ทำขึ้นมาจากกระโหลกของหมาป่าที่ได้ซึบซับมานามาอย่างมาก มันมีพลังป้องกันที่สูงจนคาดไม่ถึง]

ในตอนนี้เขาได้วางแผนที่จะใช้ของพวกนี้จนกระทั่งเขาจะได้กระดูกของมอนสเตอร์ที่แข็งแกร่งกว่าหรือไม่ก็แร่ใหม่ๆ เขาอาจจะต้องใช้มันได้นานมากกว่าที่คิดด้วยซ้ำ

หลังจากยูอิลฮานได้เปลื่ยนชุดใหม่ยกเซ็ตแล้วเขาก็เหน็บมีดไว้ที่เข็มขัดหนัง เมื่อเขาได้มองภาพสะท้อนของเขาผ่านกระจกหลังจากใส่หน้ากากกระโหลกที่ทำขึ้นเหมาะกับหัวเขาพอดีแล้ว เขาก็คิดว่าเขาจะต้องดูเท่มากๆ

อย่างที่คิดเลยฉันดูดีเมื่อปิดหน้าเอาไว้! เวรเอ้ย!

"เป็นไงบ้าง?"

[น่าทึ่งมาก ฉันไม่รู้ว่าคุณทำอะไรกับหน้ากากนั่นมั้งแต่ว่าการมีอยู่ของคุณได้อ่อนลงยิ่งกว่าเดิมซะอีก+]

"ฉันไม่ได้ทำอะไรกับหน้ากากทั้งนั้น!"

ถึงแบบนั้นเอิลต้าก็ยืนยันในสิ่งที่เธอพูดแม้ว่าเธอจะรู้ความจริงก็ตาม ยูอิลฮานได้พยายามจะทำให้เธอชดใช้แต่ในตอนนั้นเองเขาก็รู้สึกได้ถึงเสียงดังจากข้างนอก

เสียงบางอย่างถูกพังลงไป เสียงกระสุนนับร้อยนับพัน เสียงกรีดร้องและเสียงตะโกน... มันถึงจุดที่ทำให้คนสงสัยเลยว่านี้มันเป็นการแสดงหนังอะไรหรือป่าว

".....เสียงอะไรนะ?"

[มันน่าจะเป็นเสียงการต่อสู้ของมทหารกับมอนสเตอร์ มันไม่ใช่ว่ามอนสเตอร์ทั้งหมดจะถูกดันเจี้ยนล่อไป]

เสียงไซเรนได้ดังขึ้นในตอนที่ทั้งคู่คุยกันอยู่นั่นอย่างเหมาะเจาะ นี่เป็นบอกถึงสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างชัดเจน

[คุณสุภาพสตรีและสุภาพบุรุษในอำเภอจงโร! โปรดอพยพไปที่โลกอื่นหากคุณยังอยู่ในสิ่งก่อสร้าง! ตอนนี้มีนตรายจากการจู่โจมของมอนสเตอร์คลาส 2 ขอย้ำ!]

"...."

[...]

สัญญาณการเตือนถึงมอนสเตอร์คลาส 2 ได้ถูกเตือนออกมาซ้ำๆหลังจากนั้น

ตอนนี้เอิลต้าได้เผชิญกับความจริงที่ว่ามีมอนสเตอร์คลาส 2 ที่ไม่ได้ติดกับดัก ยูอิลฮานก็พึมพัมเบาๆก่อนถอนหายใจ

"ขอให้มันอ่อนกว่าหมีน้ำตาลยักษ์ที..."

[คุณกลัวงั้นหรอ? ถ้าเป็นคุณแล้วฉันว่าการสู้กับมอนสเตอร์คลาส 2 มันไม่...]

"ไม่ใช่"

ยูอิลฮานได้ห่อไหล่ของเขา

"ถ้าหากว่ามันแข็งแกร่งกว่าเจ้าหมีนั่น งั้นฉันจำเป็นจะต้องเอาของไปเก็บและสร้างเกราะใหม่อีก"

[....]

นี่เขากลัวการทำงานหนักมากกว่าการต่อสู้สินะ

จบบทที่ บทที่ 18 - ทำมันซะ (5) [อ่านฟรีวันที่ 23/07/61]

คัดลอกลิงก์แล้ว