เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 47 หนิวไป๋!

ตอนที่ 47 หนิวไป๋!

ตอนที่ 47 หนิวไป๋!


47

[ข้าหวังว่าหลังจากฮั่นอวี้ฉิงกลับถึง นิกายหวู่โหยว นางจะไม่ทำอะไรโง่ๆ ที่ส่งผลกระทบต่อโครงเรื่อง 】

[เมื่อพูดถึงแล้ว ฮั่นอวี้ฉิงก็คล้ายๆกับติงหนานหรงทั้งคู่เป็นผู้หญิงที่ดื้อรั้น 】

[อย่างไรก็ตาม ฮั่นอวี้ฉิง นั้นโหดเหี้ยมมากกว่า 】

[นางเป็นผู้หญิงที่หากมีแค้นก็ต้องชำระ 】

【เป็นผู้หญิงที่ทำทุกอย่างเพื่อเป้าหมายตัวเอง】

[หากจะให้อธิบายนางเป็นคำพูดคงประมาณ "โหดเหี้ยมกับตัวเอง โหดเหี้ยมกับศัตรู" "เจรจาล้มเหลวเพราะเจ้าจ่ายมากไม่พอ" "เวลาจะทำให้แผลเป็นลึกขึ้น"...]

ฮั่นอวี้ฉิง ยิ้มเยาะ: "สามีของข้าเข้าใจข้าดีที่สุด"

ติงหนานหรงพูดอย่างเงียบ ๆ : "มีแค้นต้องชำระ... ถ้านางรู้ว่าข้ายังไม่ตาย นางจะหาทางกลับมาฆ่าข้าอีกครั้งอย่างแน่นอน"

[ในแง่หนึ่งข้ายังคงชื่นชมนางโรคจิตคนนี้ 】

[เพื่อเป้าหมายของนางเอง ไม่ว่าข้าจะปฏิบัติกับนางอย่างไรหลังจากที่เราแต่งงานกัน นางจะไม่บ่นแม้แต่จะยอมรับมันอย่างนอบน้อม 】

[และเพื่อเอาใจข้า นางจะทำทุกอย่าง 】

[น่าเสียดาย ข้าไม่ชอบนางเพราะตามบุคลิกตัวร้ายของข้า ข้าเกลียดและชิงชังนาง 】

[ข้ายังคงตีนางเป็นครั้งคราว 】

[ใช่ ตามเนื้อเรื่อง ข้าตีนาง 】

[แม้กระทั่งทำร้ายนาง 】

"ว้าว!"

“สามีทำร้ายข้าจริงๆ!”

"ข้าจะรอ!"

"เมื่อข้าฆ่า ติงหนานนางสารเลวนั่น ข้าจะกลับไปที่นิกายหวู่โหยวทันที และรอสามีกลับมาอย่างเชื่อฟัง"

"ฮิๆ"

ฮั่นอวี้ฉิงเผยรอยยิ้มที่ปากสีแดงเล็ก ๆ ของนาง ดวงตาที่สวยงามของนางเปล่งประกายสดใส

จากนั้นก็รีบมุ่งหน้าไปที่เรือเหาะของเจียงมู่ต่อ

..

"แค่นี้น่าจะพอ"

“ครั้งนี้ควรมีรางวัล”

เจียงมู่ปิดบันทึกประจำวัน

รอคอยรางวัลอย่างเงียบ ๆ

【ติ๊ง! ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ที่เขียนบันทึกประจำวันสำเร็จ

[อารมณ์ +2 (16/100)

[มูลค่ารูปลักษณ์ +2 (16/100)

[รางวัล: หนังสือวิญญาณ (วิชาพลังวิญญาณ)

[การแนะนำรางวัล: จิตวิญญาณเคลื่อนไหว อัญเชิญมาสนทนากับโฮสต์ สามารถสร้างพื้นที่มิติปิดและเรียกวิญญาณที่อยู่ในระยะหนึ่งเข้ามาในพื้นที่

[หมายเหตุ: เมื่อขอบเขตฝึกตนสูงขึ้น ระยะเวลาของพื้นที่นานขึ้น

[หมายเหตุ: เมื่อขอบเขตฝึกตนสูงขึ้น สามารถอัญเชิญวิญญาณได้มากขึ้น

[หมายเหตุ: เมื่อขอบเขตฝึกตนสูงขึ้น ระยะการอัญเชิญกว้างขึ้น

[หมายเหตุ: ใช้ได้เพียงวันละครั้ง 】

"เยี่ยม ในที่สุดก็มีรางวัล"

“แต่ 'หนังสือวิญญาณ'นี้ ค่อนข้างดูไม่มีประโยชน์มากนัก?”

เจียงมู่รู้สึกสับสนเล็กน้อย

จากการแนะนำรางวัลนี้ดูไม่เหมือนวิชาวิญญาณที่ทรงพลัง

เป็นเหมือนห้องสนทนาไว้พูดคุย

"พูดคุยกับวิญญาณ?"

"อะไร?"

เจียงมู่ต้องการลอง 'หนังสือวิญญาณ' เล่มนี้

เขาต้องการดูว่ามันมีผลยังไง ดังนั้นเขาจึงคิดและเรียกมันออกมา

“หนังสือวิญญาณ!”

หืม!

เกิดวงกลมสีดำขึ้นที่ศูนย์กลางโดยมีร่างกายของเขาเป็นศูนย์กลาง

และวงกลมขยายก็ขยายออกไปอย่างรวดเร็ว

ก่อนจะหยุดที่10เมตร

"รัศมีเพียง 10 เมตร"

“นั่นต้องเป็นเพราะขอบเขตของข้าต่ำเกินไป”

ทั่วทั้งมิตินั้นมืดมิด

มนุษย์แสงและหนังสือแสงก็ปรากฏขึ้น

มนุษย์แสงคือเจียงมู่นั่นเอง

"สถานะที่เปล่งประกายของข้าหมายถึงสถานะของวิญญาณ?"

เจียงมู่มองไปรอบ ๆ ตัวเขาเอง

เขาพบว่าส่วนสูง รูปร่าง และอื่นๆ ของเขาไม่เปลี่ยนแปลง

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากสภาวะที่ตัวของเขาเรืองแสง โครงร่างจึงอยู่นอกกรอบเล็กน้อย และไม่สามารถมองเห็นใบหน้าได้

"หนังสือแสงนั้นคือวิญญาณของติงหนานหรงใช่ไหม"

เจียงมู่สามารถมองเห็นได้

ที่ตั้งของหนังสือแสง มันเป็นห้องของ ติงหนานหรง

"แต่ทำไมวิญญาณของนางถึงอยู่ในรูปของหนังสือล่ะ"

"โอ้ หนังสือคือบันไดแห่งความก้าวหน้าของมนุษย์"

"อาจเป็นเพราะว่าระบบจงใจทำให้วิญญาณของมนุษย์มีรูปร่างเหมือนหนังสือเพื่อแสดงถึงความก้าวหน้าของมนุษย์"

"มันค่อนข้างเข้าใจได้"

"อืม...ลองเรียกวิญญาณของติงหนานหรงมาคุยดีไหม ถามนางว่านางตายได้ยังไง"

เจียงมู่ต้องการทราบว่าติงหนานหรงตายได้อย่างไร

"เอาล่ะ แกล้งทำตัวเป็นปรมาจารย์แล้วถามนางเอา"

ดังนั้นเขาจึงจ้องไปที่วิญญาณหนังสือแสงของติงหนานหรง

เมื่อเขาคิด ช่วงเวลาถัดไป

หนังสือแสงกลายเป็นร่างมนุษย์ของติงหนานหรง

ติงหนานหรงที่เปลือยเปล่าดูเหมือนจะสบสันและตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง

เมื่อนางเห็น เจียงมู่นางรู้สึกตกใจอย่างเห็นได้ชัด

จากนั้นนางก็ตื่นตัวและระมัดระวังก่อนถามว่า:

"ท่านเป็นใคร ที่นี่คืออะไร"

ติงหนานหรงตกตะลึงเมื่อพบว่าวิญญาณของนางเองเข้าสู่พื้นที่มืดที่ปิดสนิท!

แต่นางสัมผัสได้ถึงร่างกายหลักยังคงนั่งอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้งในห้อง

ส่วนชายตรงหน้านาง นางมองไม่เห็นใบหน้าของเขา ดังนั้นนางจึงไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร

อาจเป็นปรมาจารย์ที่ซ่อนตัวจากโลกภายนอกบางคน?

แต่รูปร่างของปรมาจารย์ผู้นี้...ทำไมเขาถึงดูเหมือนเจียงมู่มากนัก?

บางทีผู้ชายคนเดียวที่อยู่ในใจนางคือ เจียงมู่

จนนางแทนที่เจียงมู่เป็นคนที่อยู่ข้างหน้านางทันที

"อะแฮ่ม ไม่สำคัญหรอกว่าข้าเป็นใคร สิ่งสำคัญคือเจ้าเป็นใคร"

เจียงมู่วางมือไว้ด้านหลังและพูดด้วยเสียงต่ำ

และสวมมาดปรมาจารย์ที่เหนือชั้น

"!"

ติงหนานหรงไม่ตอบ

ใบหน้าของนางจริงจัง และนางก็หยิบกระบี่ออกมาโดยไม่รู้ตัว

อย่างไรก็ตาม นางก็พบว่าตัวเองอยู่ในสภาพวิญญาณและไม่สามารถใช้แหวนได้

เจียงมู่เห็นการกระทำของนางและยิ้มในใจ

แม่บ้านชราคนนี้ระมัดระวังมากพร้อมจะชักกระบี่ออกมาทุกเมื่อ

เจียงมู่โบกมือ ทำท่าทางที่ทรงพลังและพูดอย่างคลุมเครือ:

"อย่าตกใจ สาวน้อย ข้าคือเซียนจากทะเลแห่งการเริ่มต้น[1] และนามเต๋าของข้าคือ เซียนหนิวไป๋[2]"

"เซียน....เซียน?!"

รูม่านตาของติงหนานหรงหดตัวลง หัวใจของนางสั่นด้วยความกลัว

ในอดีตนางโชคดีเคยได้แอบเข้าไปโบราณสถานแห่งหนึ่ง

ตามบันทึกทางประวัติศาสตร์ เมื่อหนึ่งแสนปีก่อนเคยมีเซียนในโลกชางหลิง

สำหรับขอบเขตฝึกตน เดิมทีมีอยู่เจ็ดขอบเขต

พวกมันคือ: รวบรวมวิญญาณ, ทะเลปราณ, หวนคืนสู่ต้นกำเนิด, หลอมสุญตา,แดนสุญตา ,เทพยุทธและเซียน

แต่แล้วไม่รู้ว่าทำไม

ผู้ฝึกตนในขอบเขตเซียนก็หายตัวไปอย่างกระทันหัน

และตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ก็ไม่มีใครสามารถทะลวงไปสู่ขอบเขตเซียนได้อีก

ดังนั้น

เซียนจึงได้กลายเป็นตำนานในโลกชางหลิง

ติงหนานหรงฟื้นตัวจากอาการตกใจอย่างช้าๆ

นางไม่แน่ใจว่าชายตรงหน้านางเป็นเซียนตัวจริงหรือไม่

แต่มีสิ่งหนึ่งที่แน่นอน

ชายที่อยู่ตรงหน้านางต้องมีขอบเขตที่สูงมาก!

อย่างน้อยก็สูงกว่านาง!

มิฉะนั้น.

เขาจะเรียกวิญญาณของนางเข้ามาอย่างง่ายดายได้อย่างไร?

แต่ทำไมเขาถึงเรียกนาง

ติงหนานหรงไม่เข้าใจเจตนาของอีกฝ่าย ดังนั้นนางจึงได้แต่ถามด้วยความเคารพ:

"กล้าถามเซียนหนิวไป๋ทำไมท่านถึงเรียกวิญญาณของสาวน้อยผู้นี้มาเจ้าคะ "

ฮ่าๆ แม่บ้านชราคนนี้เชื่อจริงๆ

แต่เมื่อคิดูแล้ว ทันใดนั้นวิญญาณก็ถูกข้าดึงเข้ามาอย่างเงียบ ๆ

นางคงคิดว่าข้าต้องทรงพลังมากแน่ๆ

“ข้าเรียกหาเจ้าเพราะว่าข้าเบื่อ ข้าอยากหาคนคุยด้วย เอ่อ...ก็แค่คุยแก้เบื่อ”

เจียงมู่อธิบายอย่างเป็นกันเอง

จากนั้นเขาก็คิดว่าจะรู้จากนางได้อย่างไรว่าคนที่ฆ่านางเป็นใคร

หลังจากการใคร่ครวญเล็กน้อย เขาไม่ได้ตั้งใจที่จะถามนางตรงๆ ว่านางรู้ว่าตัวเองเคยตายไปแล้วครั้งหนึ่งไหมและใครเป็นคนฆ่า

ขั้นแรก ให้นางมั่นใจอย่างสมบูรณ์โดยสร้างตัวตนของเซียนในใจนางก่อน

เขาพูดเสียงเบาว่า

“สาวน้อย ข้าได้มองดูชีวิตเจ้าแล้ว

“ชื่อของเจ้าคือติงหนานหรง เจ้ามีกายาธาตุโดยกำเนิดและปลุกพลังธาตุน้ำ

“เมื่อเจ้าอายุสี่ขวบ ครอบครัวของเจ้าทั้งหมดถูกฆ่าตาย

“เมื่อเจ้าอายุสิบสองปี ธาตุหยินของเจ้าเกือบจะถูกพรากไป

“เมื่อเจ้าอายุ 27 ปี เจ้าทำลายนิกายล่างฉิง

"เมื่อเจ้าอายุสามสิบปี ได้ก้าวเข้าสู่ขอบเขตหวนคืนต้นกำเนิดและคงความอ่อนเยาว์ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

“เมื่อเจ้าอายุสามสิบสามปี เจ้าได้ช่วยชีวิตประมุขหนุ่มเจียงมู่ของนิกายหวู่โหยวและกลายเป็นสาวใช้ส่วนตัวของเขา

“ทุกสิ่งที่เจ้าทำหลังจากนั้นก็เพื่อการแก้แค้น

“อย่างไรก็ตาม เมื่อคืนนี้ พลังชีวิตของเจ้าหมดลงอย่างกระทันหัน และเจ้าได้เสียชีวิตลง

“และวันนี้ก็ได้ฟื้นคืนชีพขึ้นมา

“ไม่รู้ว่า เปิ่นเซียน[3]คนนี้กล่าวถูกไหม?”

นี่มัน! !

ท่านเซียนหนิวไป๋ผู้นี้....รู้ทุกอย่างเกี่ยวกับข้า? ! !

หัวใจของติงหนานหรงเต็มไปด้วยคลื่นปั่นป่วน

อย่างงั้น....เขาก็ต้องรู้จุดจบของข้าเหมือนกัน!

เขาเป็นเซียนตัวจริงเ? !

น้ำเสียงของติงหนานหรงมีความเคารพมากขึ้นนางกำหมัดคารวะแล้วพูดว่า:

"ท่านเซียนหนิวไป๋กล่าวได้ถูกต้อง! ท่านทำให้สาวน้อยตกตะลึงเป็นอย่างมาก!"

"อืม"

เจียงมู่พยักหน้าเบา ๆ แสดงความพึงพอใจของเขา

ฮ่าๆ

นี่เป็นครั้งแรกที่ได้เห็นนางมีความเคารพมาก

สำหรับข้า นางไม่เคยแสดงความเคารพต่อข้าเลย

แน่นอนว่าในโลกแห่งนี้ ผู้ที่แข็งแกร่งเท่านั้นจึงจะได้รับความเคารพ

แต่เมื่อพิจารณาจากปฏิกิริยาของติงหนานหรงแล้ว นางรู้ว่าตัวเองเคยตายมาแล้วครั้งหนึ่ง!

จากมุมมองนี้ ฮั่นอวี้ฉิง ต้องรู้ว่านางเคยตายไปแล้วเช่นกัน!

ให้ตายเถอะทำไมพวกนางไม่พูดถึงมัน?

ไม่เข้าใจ ข้าไม่เข้าใจ...

ลืมมันไปซะ ตอนนี้ข้าต้องถาม ติงหนานหรงว่านางรู้ไหมว่าใครเป็นคนฆ่านาง

แต่เขาก็ไม่สามารถทำลายภาพลักษณ์ที่รู้ทุกอย่างเกี่ยวกับนางได้

ดังนั้นเขาจึงแกล้งทำตัวลึกลับอีกครั้งและถาม ติงหนานหรง:

“ข้ารู้สาเหตุการตายของเจ้า แต่ข้าอยากฟังจากปากเจ้าเองมากกว่า เจ้าตายได้อย่างไร มีคนฆ่าเจ้าหรือเปล่า”

[1] 太初 ไท่ชู ที่แปลว่า จุดเริ่มต้น ใน คำว่าทะเลแห่งการเริ่มต้น

หมายถึง ปรัชญาเต๋าซึ่งเป็นตัวแทนของสสารที่มองไม่เห็นเรียกว่า พลังงานฉี(ปราณ)ที่มีมาแต่แรกเริ่มซึ่งเป็นสถานะของเอกภพที่มีความสำคัญยิ่งกว่าความโกลาหล

[2] หนิวไป๋ แปลว่า ยอดเยี่ยมไม่มีใครเทียบ

[3] เปิ่น คือ คำเรียกแทนตัวเองของผู้สูงศักดิ์ และมักจะตามหลังด้วยตำแหน่ง เช่น เปิ่นจง (ข้าผู้เป็นประมุขนิกาย) เปิ่นหวาง (ข้าผู้เป็นเชื้อพระวงศ์) เปิ่นเซียน (ข้าผู้เป็นเซียน)

จบบทที่ ตอนที่ 47 หนิวไป๋!

คัดลอกลิงก์แล้ว