เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 37-38 เอกเนตรแห่งสวรรค์/นี่มันบ้าอะไรกันเนี่ย!

ตอนที่ 37-38 เอกเนตรแห่งสวรรค์/นี่มันบ้าอะไรกันเนี่ย!

ตอนที่ 37-38 เอกเนตรแห่งสวรรค์/นี่มันบ้าอะไรกันเนี่ย!


[ติ๊ง ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ที่เขียนบันทึกปะจำวันสำเร็จ

[อารมณ์ +2 (14/100)

[มูลค่ารูปลักษณ์+2 (14/100)

[รางวัล: เอกเนตรแห่งสวรรค์ (วิชาวิญญาณ)

[แนะนำรางวัล: ข้าเห็นสิ่งที่สวรรค์เห็น สามารถสอดแนมได้ทุกที่ในโลกชางหลิง

[หมายเหตุ: เอกเนตรแห่งสวรรค์ต้องใช้พลังจิตใจ และพลังวิญญาณจำนวนมาก ดังนั้นจึงสามารถใช้ได้วันละครั้งเท่านั้น และระยะเวลาขึ้นอยู่กับพลังจิตใจ จิตตานุภาพ และพลังวิญญาณ 】

? ? ?

“ข้าแค่บ่นเรื่องแย่ๆออกไปไม่ได้เขียนโครงเรื่องของวันนี้ด้วยซ้ำ”

“ทำไมถึงมีรางวัลให้ล่ะ”

"ไม่ใช่ว่ารางวัลจะได้เมื่อเขียนบันทึกประจำวันที่เกี่ยวข้องกับโครงเรื่องทุกวันเหรอ?"

"หรือว่าระบบสุนัขเห็นว่าข้าอารมณ์ไม่ดีเลยให้รางวัลปลอบใจ"

“หรือเห็นว่าสองวันต่อจากนี้ข้าไม่มีอะไรให้ทำ มันเลยส่งสิ่งนี้มาให้ข้าโดยเฉพาะ”

เจียงมู่รู้สึกประหลาดใจ

เขาได้รางวัลเพียงแค่เขียนเรื่องแย่ๆของนางเอกและตัวประกอบโดยไม่ได้เขียนเรื่องโครงเรื่องด้วยซ้ำ

"สอดแนมได้ทุกที่ในโลก โลกชางหลิง...?"

“บ้าเอ้ย ทำไมมันไม่โผล่มาเร็วกว่านี้”

เจียงมู่โกรธมาก

ถ้ารางวัลนี้มาเร็วกว่านี้ล่ะก็

เขาไม่ต้องวิ่งไปดูเองว่าเฮยสุยชาบิดเบี้ยวไปแล้วไหม และยังไม่ต้องถูก "สลักวิญญาณวารีทมิฬ"ของนาง

แม้ว่าสุดท้ายแล้วมันจะไม่ได้ผลก็ตาม

แต่สะพานเชื่อมระหว่างพวกเขาทั้งสองได้ก่อตัวขึ้นแล้ว

เขาโยนนางลงไปเหวลึก 100 เมตร และนางคนนี้เป็นึนเจ้าคิดเจ้าแค้นเป็นอย่างมาก

สิ่งนี้จะส่งผลต่อโครงเรื่องภายหลังที่ตามมาไม่มากก็น้อย!

"เอ่อ...แต่ดูเหมือนว่าการที่ข้าพบเจอเฮยสุยชาด้วยตัวเองอาจจะดีกว่า"

"ท้ายที่สุด ถ้าข้าไม่วิ่งไปด้วยตัวเอง ข้าคงไม่ได้ดูดซับพิษวารีทมิฬของนาง คงไม่ได้เสริมความแข็งแกร่งให้กับยาระเบิดพิษ คงไม่ได้ใช้ยาระเบิดพิษเพื่อแอบโจมตีชาหวู่เหวิน และท้ายที่สุดก็คงไม่สามารถทำให้หลิงอ่าวเทียนสู้ชาหวู่เหวินกลับได้ จนอาจทำให้โครงเรื่องเละเทะ"

“อืม เอกเนตรแห่งสวรรค์นี่มีผลยังไง?”

"ลองดู!"

เนื่องจากการใช้เอกเนตรแห่งสวรรค์ มันต้องใช้พลังจิต จิตตานุภาพ และพลังวิญญาณจำนวนมาก

เจียงมู่จึงนอนลงบนเตียงและหลับตา

คิดในใจ:

"เอกเนตรแห่งสวรรค์!"

ทันที

เจียงมู่รู้สึกถึงความว่างเปล่า

ราวกับอยู่ในความมืด วิญญาณของเขาล่องลอยออกไป

ภาพที่เขามองเห็นคือการมองลงไปยังโลกเบื้องล่าง

เมื่อภาพนั้นค่อย ๆ ปรากฏขึ้น.

โครงร่างของโลกด้านล่างค่อยๆ โผล่ออกมาจากความมืด

ในที่สุด แผนที่ของ โลกชางหลิง ก็ปรากฏขึ้นในสายตาของ เจียงมู่

"ว้าว!"

"ที่จริงแล้วเทือกเขาสัตว์ปีศาจเป็นอย่างนี้เอง มันยิ่งใหญ่จริงๆ!"

ด้านล่างการมองเห็นของเขาคือเทือกเขาสัตว์ปีศาจ

มันเหมือนกับมังกรยักษ์โบราณหลายสิบตัวนอนเคียงข้างกัน มีหุบเขาลึก แอ่งน้ำ มียอดเขาที่สูงจนทะลุเมฆจำนวนนับไม่ถ้วนและมีพื้นที่กว้างขวางจนยากที่จะมองเห็นทั้งหมดได้อย่างรวดเร็ว

ทางตอนเหนือของเทือกเขาสัตว์ปีศาจคือดินแดนทางใต้ ดินแดนทางใต้ตั้งอยู่ในหลี่โจว[1.1]ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของทวีปเก้าแคว้น[1.2]ทั้งหมด

ทางตอนใต้ของเทือกเขาสัตว์ปีศาจคืออาณาจักรปีศาจชายแดนใต้[2] ซึ่งเป็นสวรรค์สำหรับเผ่าปีศาจ

เมื่อวานนี้ ชาหวูเหวินหนีกลับไปที่ชายแดนใต้พร้อมกับถอนหายใจด้วยความโล่งอก

อาจกล่าวได้ว่าเทือกเขาสัตว์ปีศาจซึ่งทอดยาวหลายหมื่นลี้เป็นเส้นแบ่งเล็ก ๆ ระหว่างทวีปเก้าแคว้นและอาณาจักรปีศาจชายแดนใต้

และเมื่อสามปีก่อน ในเทือกเขาสัตว์ปีศาจแห่งนี้ นิกายหวู่โหยวได้ต่อต้านการรุกรานของปีศาจจากชายแดนใต้

เจียงมู่ลดการมองเห็นลง

ภาพด้านล่างถูกขยายออก

ภูเขาและป่าไม้สีเขียวขจี น้ำตก ลำธารและทะเลสาบ นกและสัตว์ต่าง ๆ เขาสามารถมองเห็นพวกมันได้อย่างชัดเจน

"เป็นทักษะสอดแนมที่สะดวกจริงๆ!"

เจียง มู่เพียงลองปรับเปลี่ยนการมองเห็นของเขา ขยับไปข้างขวาที ขยับไปปทางซ้ายที

ในขณะที่เพลิดเพลินกับทิวทัศน์

นอกจากนี้ เขายังมองเห็นการต่อสู้ระหว่างผู้ฝึกตนมนุษย์กับสัตว์ปีศาจ

ในสายตาของเขา

บนพื้นที่รกร้างแห่งหนึ่ง ผู้ฝึกตนชายและหญิงหลายตนกำลังปิดล้อมและสังหารราชาหมาป่า และการต่อสู้ก็ดุเดือดมาก

ที่ริมฝั่งแม่น้ำสายหนึ่ง ผู้ฝึกตนชายและหญิงหลายคนกำลังต่อสู้อย่างดุเดือดเพื่อบังคับหมูแปดขาให้ขึ้นฝั่งอย่างดุเดือด

บนภูเขาแห่งหนึ่ง ผู้ฝึกตนชายและหญิงสองสามคนกำลังใช้คาถาระยะไกลเพื่อโจมตีฝูงสิงโต และการต่อสู้ก็เป็นไปอย่างดุเดือด

ในป่าแห่งหนึ่ง มีผู้ฝึกตนชายหญิง2คน เสื้อผ้าหลุดรุ่ยนอนทับกันอยู่...การต่อสู้เป็นไปอย่างดุเดือด

"ไอ้ตัวดี ขาวจัง... เฮ้ ระวัง! มีหมาในสี่ตาอยู่ในพงหญ้า... อย่านะ!”

ร่างกายส่วนล่างของเจียงมู่แน่นขึ้น

ฉากนองเลือดนี้แทบจะทำให้เขาต้องปีดการใช้งานเนตรสวรรค์

เขารีบเลื่อนสายตาออกไปดูอย่างอื่น

“หือ? เสวี่ยเมิ่งหาน ยังไม่กลับไปที่เรือเหาะของนางอีกเหรอ?”

เจียงมู่ตกตะลึงและเห็นว่า เสวี่ยเมิ่งหานซึ่งสวมชุดยาวสีเขียวมรกตกำลังนั่งอยู่ใต้ต้นไม้ แขนของเขาโบกไปมาในอากาศ

“มือนางกระตุกเหรอ?”

ฉากนี้ทำให้เจียงมู่รู้สึกตลกเล็กน้อย

ในเวลานี้เอง มีกลุ่มคนเดินเข้ามาสายตาของเขาและมาหยุดอยู่ด้านหน้าเสวี่ยเมิ่งหานอย่างเรียบร้อย

[1.1] หลี่โจว หมายถึง แคว้นหลี่

[1.2] เปลี่ยนจาก ทวีปเก้ารัฐ เป็น ทวีปเก้าแคว้น

[2] เปลี่ยนจาก ชายแดนปีศาจใต้ เป็น อาณาจักรปีศาจชายแดนใต้

-------------------------------------

38

เมื่อมองไปที่เครื่องแต่งกายของพวกเขา เขาก็รู้ได้ทันทีว่ามันคือผู้คุ้มกันของคฤหาสน์เจ้าเมือง

"ไม่มีเสียงเหรอ?"

“ข้าไม่รู้ว่าข้าจะได้ยินเสียงที่พวกนั้นพูดกันไหม...”

เพียงแค่นึก เสียงของคนที่เขามองเห็นก็ดังเข้าสู่ในความคิด

"โอ้! แม้แต่เสียงก็ได้ยิน"

เจียงมู่ รู้สึกประทับใจกับเอกเนตรสวรรค์นี้มาก

เขาฟังอย่างอยากรู้อยากเห็น สงสัยว่าพวกเขากำลังพูดถึงอะไรกัน

..

"คุณหนู ความจริงที่ท่านแอบไปหาประมุขเจียง เจ้าเมืองรู้แล้ว"

“เจ้าเมืองเป็นห่วงท่านมากและสั่งให้พวกเรามารับท่านกลับ”

หนึ่งในนั้นซึ่งดูเหมือนหัวหน้าหน่วยคุ้มกั้นกุมหมัดรอการตอบกลับของเสวี่ยเมิ่งหาน

“อือ ขอบใจที่ทำงานหนัก ไปกันเถอะ”

เสวี่ยเมิ่งหานยืนขึ้นนำกลุ่มผู้คุ้มกัน

เดินไปที่เรือเหาะของคฤหาสน์เจ้าเมือง

..

"ปรากฎว่านางแอบออกมาและถูกพ่อจับได้"

จากนั้น เจียงมู่ก็เลื่อนสายตาเพื่อค้นหาว่า หลิงอ่าวเทียน อยู่ที่ไหน

"วันที่สี่ของฤดูล่าสัตว์"

"ในโครงเรื่องเดิม หลิงอ่าวเทียนควรพักฟื้นจากอาการบาดเจ็บในถ้ำหน้าผา"

ขณะหน้าจอหมุน หน้าผาสูงชันปรากฏขึ้นในสายตาของเขา

เจียงมู่เพ่งสมาธิและพยายามดูว่าเขาสามารถมองเห็นผ่านดินได้หรือไม่

มันทำได้

ภายในภาพ

โลลิตัวน้อยในชุดสีดำ กำลังทุบตีชายหนุ่มในชุดดำที่นอนบนพื้นอย่างดุเดือด

การกระทำของโลลิต้าน้อยนั้นโหดร้ายเป็นอย่างยิ่ง

และชายหนุ่มในชุดดำกำลังนอนขดตัวกุมหัวอยู่ที่พื้น กระอักเลือดออกจากปาก

ดูเหมือนว่าเขากำลังจะตาย

"นี้??"

“บ้าอะไรกัน!!”

"เฮยสุยชากำลังทุบตีลูกศิษย์ตัวเองเหรอ?"

“เจ้าสองคนไม่ได้มีความเกลียดชังต่อกันไม่ใช่เหรอ!!”

“นี่มันบ้าอะไรกันเนี่ย?!!!”

หนังศีรษะของ เจียงมู่รู้สึกเสียวซ่าทันที

..

"อาจารย์...อาจารย์...ท่านเป็นอะไรไป!"

หลิงอ่าวเทียนร้องอู้อี้ด้วยความเจ็บปวด

ขณะที่เขานั่งสมาธิและดูดซับยาโอสถเพื่อฟื้นฟูอาการบาดเจ็บ

ทันใดนั้น เฮยสุยชา อาจารย์ของเขาก็ปรากฏตัวขึ้น

นางไม่พูดอะไรและทุบตีเขาทันที

ดวงตาของนางสื่อ.. ราวกับว่าเขาเป็นหนี้ชีวิตของนาง!

นางทุบตีเขาจนเกือบตาย

“ไม่มีอะไร เทพองค์นี้เห็นว่าเจ้าขี้เกียจ เลยสั่งสอนซักหน่อย”

เฮยสุยชากล่าวอย่างเย็นชา

จากนั้นรูปร่างของนางก็เปลี่ยนไป ร่างกายของนางกลายเป็นเมฆหมอกสีดำ และเข้าไปในแหวนของหลิงอ่าวเทียนดั่งเดิม

คำเตือน:

“อย่ามายุ่งกับข้าจนกว่าจะจบฤดูล่าลัตว์”

..

"เชี่ย!"

“เกิดอะไรขึ้นกับความสัมพันธ์ระหว่างอาจารย์กับศิษย์!”

เจียงมู่ตกใจมากจนหายใจไม่ออก

ตามการออกแบบตัวละครความสัมพันธ์ระหว่างอาจารย์กับลูกศิษย์ถ้าไม่คลุมเครือก็ยังกลมกลืนกันมาก!

ทำไมตอนเฮยสุยชากำลังทุบตีหลิงอ่าวเทียน.. ราวกับว่านางต้องการที่จะฆ่าเขา?

"มัน...เชี่ย...โคตร!"

“งง..งง..งงไปหมดแล้ว”

“อย่างงั้น แล้วนางโรคจิตนั่นล่ะ”

จู่ๆ เจียงมู่ก็นึกถึงฮั่นอวี้ฉิง

ด้วยเหตุผลบางอย่างเขามีลางสังหรณ์ที่ไม่ดีอยู่ในใจ

“ตอนนี้นางกำลังทำอะไรอยู่?”

"ด้วยขอบเขตทะเลปราณขั้นที่เก้า นางเกือบจะสามารถวิ่งเล่นบริเวณรอบนอกของเทือกเขาสัตว์ปีศาจได้"

“แต่รู้สึกเหมือนว่านางไม่ได้มาที่นี่เพื่อล่าสัตว์ปีศาจ อาจจะเป็นการล่าแกนปีศาจหรือเปล่า”

"แต่หลังจากที่นางแต่งงานกับข้า ครึ่งหนึ่งของนิกายหวู่โหยวจะเป็นของนาง"

“แล้วนางจะทำไปทำไม?”

“ไม่ ข้าต้องดูนาง!”

ดังนั้น เจียงมู่จึงเปลี่ยนภาพ

เขาพบถ้ำที่เขาและฮั่นอวี้ฉิง ใช้เวลาเมื่อคืนก่อนอย่างรวดเร็ว

เมื่อมองผ่านชั้นดินเข้าไปจะเห็นว่าในถ้ำไม่มีใครอยู่

ภายในมีเพียงกระดูกขาหลังขนาดใหญ่สองอันของสัตว์ปีศาจและอุปกรณ์ย่างเหล็ก

“ดูเหมือนนางจะออกไปแล้วนะ”

“แล้วนางจะไปไหน”

“กำลังตามหาเสวี่ยเมิ่งหานอยู่หรือเปล่า?”

อย่างกะทันหัน

เจียงมู่รู้สึกไม่สบายและเวียนหัว

“บ้าเอ้ย ทำไมระยะเวลาของเอกเนตรสวรรค์ถึงสั้นนัก?”

เห็นได้ชัดว่านี่คือสาเหตุของใช้พลังจิตมากเกินไป

และพลังวิญญาณก็ถูกใช้อย่างรวดเร็วเช่นกัน

เขาอดทนต่ออาการเวียนหัว เขาเปลี่ยนการมองไปยังทิศทางของเรือเหาะของคฤหาสน์เจ้าเมือง

ในที่สุด

ภายในสายตาของเขาก็ปรากฏ หญิงสาวผู้งดงามในชุดทะเลสีน้ำเงินปรากฏขึ้น

ผู้หญิงคนนี้คือฮั่นอวี้ฉิง

นางถือกริชไว้ในมือมีท่าทางเคร่งขรึม กำลังระมัดระวังผู้หญิงที่ดูหยิ่งผยองต่อหน้านาง

สว่นหญิงสาวข้างหน้านางสวมกระโปรงสั้นรัดรูป ถือกระบี่บงกช ใบหน้าที่สวยงามของนางถูกปกคลุมไปด้วยชั้นน้ำแข็ง

"นี่ไม่ใชติงหนานหรงเหรอ!"

"ไอ้เวร!"

"ติงหนานหลง แม่บ้านชรา นางจะยืนตรงข้ามกับฮั่นอวี้ฉิงได้อย่างไร!"

“ใบหน้าของนางดูเย็นชา นางกำลังพยายามจะทำอะไร!”

“นางกำลังจะฆ่าฮั่นอวี้ฉิงเหรอ!”

เจียง มู่ รู้สึกเย็นวาบตั้งแต่ปลายเท้าไปจนถึงหัว ราวกับตกลงไปในหุบเขาน้ำแข็ง

เขารู้ว่าติงหนานหรงกำลังทำอะไร

ถ้าดูจากบริบทแล้ว

นางกำลังจะ...ฆ่า ฮั่นอวี้ฉิงใช่ไหม? !

ทำไม! !

“ให้ตายเถอะ ข้าต้องรีบหยุดพวกนาง!”

เจียงมู่ปิดการใช้งานเอกเนตรสวรรค์และรีบกระโดดลงจากเตียง

หลังจากเปิดประตู

ตรงดิ่งยังที่ที่หญิงสองนางนั้นอยู่

จบบทที่ ตอนที่ 37-38 เอกเนตรแห่งสวรรค์/นี่มันบ้าอะไรกันเนี่ย!

คัดลอกลิงก์แล้ว