เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 3 ถอนหมั้น?

ตอนที่ 3 ถอนหมั้น?

ตอนที่ 3 ถอนหมั้น?


[อนิจจา เรื่องราวของติงหนานหรงอนาถกว่าข้าเสียอีก]

[ตอนที่นางยังเด็ก นางปลุก 'ร่างหยวนโดยกำเนิด' ซึ่งเป็นร่างฝึกตนที่หายากมาก และต่อมาถูกค้นพบโดยประมุขของนิกายเล็ก ๆ ]

[ประมุขนิกายคนนั้นมีความปรารถนาที่จะเป็นเจ้าของนางและต้องการใช้นางเป็นเตาหลอม ดังนั้นเขาจึงแอบฆ่าครอบครัวของนางทั้งหมดและจับนางไป]

ติงหนานหรง: “!!!”

[เมื่อนางอายุได้ 12 ขวบและโตเต็มที่ ประทุขนิกายก็พร้อมที่จะเก็บเกี่ยวนาง แต่นางหนีไปได้ และต่อมานางก็กลับไปทำลายนิกายเล็กๆนั้น ด้วยตัวนางเอง]

[หลังจากการแก้แค้น นางพยายามฆ่าตัวตายเพราะนางสูญเสียครอบครัวและนางไม่สามารถหาความหมายที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้]

[เหตุผลเดียวที่ทำให้นางมีชีวิตอยู่เคียงข้างข้าคือการเฝ้าดูความเสื่อมโทรมและการล่มสลายของนิกายหวู่โหย่วของข้า และสุดท้ายก็ฆ่าข้าด้วยมือของนางเอง]

ติงหนานหรง: “!”

[เหตุผลของนางก็ยังไร้สาระอยู่ดี เพียงเพราะว่าประมุขของนิกายเล็กๆ นั้นเป็นลูกพี่ลูกน้องห่างๆของข้า ดังนั้นนางจึงตัดสินใจว่านิกายหวู่โหย่วของข้าก็เป็นผู้ที่มีความผิดเช่นกัน นั่นเป็นเหตุผลที่นางเต็มใจที่จะเป็นสาวใช้ส่วนตัวของข้า ปกป้องขยะเช่นข้าในขณะที่เฝ้าดูว่าข้าจะทำลายนิกายหวู่โหยวลงด้วยตัวเองอย่างไร]

เขารู้ได้ยังไง!!!

ไม่เคย... นางไม่เคยบอกใครเรื่องนี้!!!

มุมมองทั้งสามของติงหนานหรงถูกทำลายแตกเป็นเสี่ยงๆ

(มุมมองทั้งสาม คือ ทัศนะต่อโลก ทัศนะเกี่ยวกับชีวิต และค่านิยม)

การล่มสลายของนิกายเล็ก ๆ นั้นไม่มีใครรู้ว่าเป็นฝีมือของนาง

และนางก็คยคิดที่จะฆ่าตัวตายจริงๆ

ตอนนี้การอยู่เคียงข้าง เจียงมู่และเฝ้าดูการล่มสลายของนิกายหวู่โหยวอย่างช้าๆ เป็นความหมายเดียวในชีวิตของนาง

ความลับทั้งหมดนี้เจียงมู่รู้ทุกอย่าง!

เป็นไปได้ไหมว่า…. มันเป็นอย่างที่เขาพูดจริงๆ นี่มันก็แค่…. โลกนิยาย?

โชคชะตาของข้า …. ถูกกำหนดไว้แล้ว?

ติงหนานหรงตกใจมากจนไม่สามารถสงบสติอารมณ์ได้เป็นเวลานาน

ครึ่งชั่วโมงต่อมา

จากนั้นนางก็ค่อยๆปรับตัว

นางวางบันทึกประจำวันลงและเดินไปที่หน้าต่าง มองออกไปที่เมฆสีขาวของนกกระเรียนที่โบยบินใต้หน้าผา เสียงร้องเพลงของพวกมันชัดเจนและดังกังวาน

ลมจากหน้าผาพัดสัมผัสใบหน้าที่สวยงามของนาง ขนกระโปรงหลวมของนางปลิวไสวตามสายลม และผิวของนางยังคงรู้สึกเย็นเยียบเล็กน้อย

ความเป็นจริงของความรู้สึกเหล่านี้ทำให้นางรู้

ในโลกนี้ นางติงหนานหรงมีจริง

ไม่ว่าอะไรจะเป็นอย่างไร

จุดประสงค์ของนางจะไม่เปลี่ยนแปลงเพียงเพราะเจียงมู่รู้เรื่องนี้

นอกจากนี้ เจียงมู่ไม่รู้ว่าบันทึกประจำวันของเขาถูกแอบดู

นี่ดูเหมือนค่อนข้าง…. น่าสนใจ?

เกี่ยวกับบันทึกประจำวันของเจียงมู่ ติงหนานหรงเริ่มให้ความสนใจอย่างมาก

นี่เป็นครั้งแรกที่นางเริ่มสนใจสิ่งต่างๆ หลังจากการแก้แค้นของนาง

มันคือมีความสุขที่ได้แอบดูความลับของคนอื่น

ยิ่งนางคิดเกี่ยวกับมันมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งไม่พอใจมากขึ้นเท่านั้น

“แม่บ้านชราเหรอ” (หมายถึงหญิงสูงอายุที่ไม่เคยมีเซ็กส์ เลยถูกตราหน้าว่าเป็น " แม่บ้านชรา")

“ติดสัดเหรอ!”

นางมองลงไปที่ชุดสีม่วงที่ห้อยลง

แล้วก็ฉีกมันออก

***

ตอนกลางคืน

ในโรงอาบน้ำ.

มันเป็นวันที่เขาอายน้ำยาสมุนไพร แต่เจียงมู่ก็รู้สึกได้ถึงผลเพียงเล็กน้อย

ไม่ใช่เพราะยานั้นไม่ดี ตรงกันข้าม พวกมันทั้งหมดเป็นสมุนไพรระดับสูงสุดในนิกายหวู่โหย่ว

สาเหตุที่แท้จริงก็คือ ร่างของเขา.

มันได้รับการเสริมกำลังด้วย ': ร่างกายที่แกล้งทำเป็นโดนทุบตี'

“ข้ารู้สึกเหมือนตอนนี้ข้าสามารถทนมือทนเท้าได้เยอะมากขึ้น”

“แม้ว่าข้าจะแข็งแกร่งเหมือนติงหนานหรง ข้าก็ยังเป็นศพภายใต้การโจมตีอย่างเต็มกำลังของนาง”

เจียงมู่สวมชุดคลุมประมุขสีขาวหยกก่อรเปิดบันทึกประจำวันของเขา

และเริ่มลงมือเขียน.

[หลังจากนี้ข้าจะต้องแสดงฝีมือการถูกปฏิเสธ ข้าเก่งมากนะ]

[คราวนี้ ข้าควรพูดแบบไหนดี? และควรแสดงสีหน้ายังไง?

อืม ข้าไม่รู้ว่าข้าจะอยู่ได้อย่างไรหากไม่มีเจ้า]

[หรือข้าควรจะพูดอย่างขมขื่น: “ระยะทางที่ไกลที่สุดในชีวิตไม่ใช่ชีวิตและความตาย แต่เป็นความจริงที่ว่าข้ายืนอยู่ต่อหน้าเจ้าแต่เจ้าไม่รู้ว่าข้ารักเจ้า”]

[หรือไม่พอใจ: “สามสิบปีในตะวันออก, สามสิบปีในตะวันตก, อย่ารังแกเด็กยากจน”]

[ว้า ฮ่าๆ]

หลังจากเขียน.

เสียงของระบบดังขึ้น

[ติ๊ง ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ ที่เขียนบันทึกประจำสำเร็จ]

[อารมณ์ +1]

[มูลค่ารูปลักษณ์ +1]

ครั้งนี้ไม่มีรางวัลอื่น เพิ่มอารมณ์และมูลค่ารูปลักษณ์เพียงเล็กน้อยเท่านั้น

“วันนั้นควรจะเป็นครั้งแรกที่เขียนบันทึก ดังนั้นจึงได้รางวัลดีๆ ใช่ไหม?”

เจียงมู่ไม่ค่อยเข้าใจรูปแบบการให้รางวัลนี้มากนัก

แต่มันก็ไม่สำคัญ บันทึกประจำวัน แค่เขียนมัน ของรางวัลที่ควรมีจะไม่หนีไปไหน

– เมืองเสวี่ย

คฤหาสถ์เจ้าเมือง ลานสวนดอกไม้ด้านหลัง

“คุณหญิง ทาสมองไม่เห็นอะไรเลยจริงๆ”

“ลืมไปเถอะ ออกไปได้แล้ว”

เสวี่ยเมิ่งหานบอกสาวใช้ให้ออกไป

เมื่อมองไปที่บันทึกประจำวันส่วนตัวของเจียงมู่ในมือของนาง นางรู้สึกเหมือนมันไม่ใช่ความจริง

บันทึกประจำวันเล่มนี้มีเพียงนางเท่านั้นที่มองเห็นและสัมผัสได้!

และเมื่อนางต้องการบอกข้อมูลที่เกี่ยวข้องจากบันทึกประจำวันให้สาวใช้

นางพบว่านางไม่สามารถเปิดปากได้เลย!

แม้ว่านางจะเขียนด้วยพู่กัน นางก็ไม่สามารถเขียนเลย!

ราวกับว่ามีพลังที่มองไม่เห็นกำลังปิดกั้นข้อมูลทั้งหมดในบันทึกประจำวัน!

หลังจากคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้แล้ว นางก็นึกไม่ออกว่าเกิดอะไรขึ้น

ในท้ายที่สุด นางทำได้เพียงคิดอย่างถี่ถ้วนว่านั่นคือพลังจากสวรรค์

และหลังจากที่ได้เห็นเนื้อหาเกี่ยวกับตัวนางเองแล้ว นางก็ตกตะลึง

“ข้าเพิ่งตัดสินใจยกเลิกงานหมั้นวันนี้ ข้าไม่เคยบอกใครเกี่ยวกับเรื่องนี้ เจียงมู่รู้เรื่องนี้ได้ยังไง!”

“เป็นไปได้ไหม นี่คือโลกนิยายจริงๆ เหรอ?”

“ระยะทางที่ไกลที่สุดในชีวิต….”

“อย่ารังแกเด็กยากจน….”

เมื่อนางเห็นคำเหล่านี้ หัวใจของเสวี่ยเมิ่งหานรู้สึกเหมือนจะประทับใจกับบางสิ่ง

นางไม่เคยนึกเลยว่าผู้ชายที่หมั้นหมายกับนาง จะเขียนปรัชญาเช่นนี้ได้

เป็นนางที่มองผิดไป

ขณะนี้บันทึกประจำวันได้รับการอัปเดตอีกครั้ง

[ พระเอก หลิงอ่าวเทียน น่าจะอยู่ในบ้านของเจ้าเมืองแล้ว]

[ฟะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ข้าจำได้]

[เสวี่ยเมิ่งหานงอนเพราะนางไม่พอใจกับการหมั้นหมายของนางกับข้า และ หลิงอ่าวเทียนก็บังเอิญเดินผ่านลานบ้าน ดังนั้นเขาจึงขึ้นไปปลอบนางและพูดว่า “เมิ่งหาน แม้ว่าเจ้าจะน่ารักเวลาโกรธก็ตาม แต่เจ้าจะสวยที่สุดเวลาเจ้ายิ้ม”]

[จากนั้น เสวี่ยเมิ่งหานสุนัขโง่ตัวนี้ รู้สึกว่า หลิงอ่าวเทียนหล่อเหลาและอ่อนโยน และนางก็หน้าแดงทันที]

[ก่อนที่ หลิงอ่าวเทียนจะจากไป เขายังยิ้มอย่างชั่วร้าย: “รอยยิ้มของเจ้า ข้าจะปกป้องมันเอง” ผลที่ได้คือ เสวี่ยเมิ่งหานสุนัขโง่ตัวนี้หมกมุ่นอยู่กับมันและตกหลุมรักเขาทันที]

[ขาก ถุย! เลอะเทอะ ไร้สาระ บางทีนี่อาจเป็นความรัก]

???

แกนั้นเหละสุนัขโง่ แกนั้นแหละไอ้เด็กเหลือขอ!

เสวี่ยเมิ่งหานโกรธจัด

เรียกนางว่าเด็กเหลือขอยังไม่พอ แต่ตอนนี้นางถูกเรียกว่าหมาโง่และโดนด่าว่าเลอะเทอะไร้สาระ?

ในฐานะที่เป็นสาวงามอันดับหนึ่งแห่งเมืองเสวี่ย ข้าจะตกหลุมรักเพียงแค่คำพูด1-2ประโยตได้อย่างไร?

เจ้ากำลังดูถูกใคร?

นางเตะบันทึกประจำวันออกไปด้วยความเกลียดชัง

ด้วยวิถีโค้งที่สวยงาม บันทึกประจำวันลอยไปถึงชายหนุ่มในชุดดำที่เดินผ่านมาและหายไปหลังจากผ่านเขาไป เด็กหนุ่มชุดดำมองไม่เห็นบันทึกประจำวันอย่างสมบูรณ์และกำลังเดินไปหาเสวี่ยเมิงหาน

เขามีใบหน้าที่หล่อเหลา ร่างสูง เดินอย่างมั่นคง และบรรยากาศที่กล้าหาญ

สิ่งที่น่าดึงดูดมากที่สุดคือดวงตาที่ลึกของเขาซึ่งดูเหมือนจะแสงแห่งความชั่วร้ายและเสน่ห์

หลิงอ่าวเทียน!

พระเอกของฮาเร็มของเทพการต่อสู้กับโชคชะตาที่ไม่ธรรมดา โอกาสที่ไม่รู้จบ และฮาเร็มนับไม่ถ้วน!

“นายน้อยหลิง? มีอะไรผิดปกติหรือเปล่า?”

เสวี่ยเมิ่งหานเงยหน้าขึ้นและพยายามลดความโกรธของนางลง

พูดตามตรงสำหรับ หลิงอ่าวเทียนที่หล่อเหลาเต็มไปด้วยความมั่นใจ และแข็งแกร่ง เสวี่ยเมิ่งหานไม่ได้เกลียดเขา นอกจากนี้ เมื่อนางเจอปัญหาในเทือกเขาสัตว์อสูรก่อนหน้านี้ ก็เป็นหลิงอ่าวเทียนที่ช่วยนาง และนางก็ได้พัฒนาความรู้สึกดีๆ ขึ้นมาจากเหตุการณ์นั้น

หลิงอ่าวเทียนมาที่เสวี่ยเมิ่งหาน เขามองดูใบหน้าที่บวมของเสวี่ยเมิ่งหาน เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน

“เมิ่งหาน แม้ว่าเจ้าจะน่ารักเวลาโกรธก็ตาม แต่เจ้าจะสวยที่สุดเวลาเจ้ายิ้ม”

เสวี่ยเหมิงหาน: “!!!”

จบบทที่ ตอนที่ 3 ถอนหมั้น?

คัดลอกลิงก์แล้ว