- หน้าแรก
- โต้วหลัว ทันทีที่ข้าปลุกวิญญาณยุทธ์ เชียนเริ่นเสวี่ยก็ผูกติดกับเครื่องจำลอง
- บทที่ 100 เชียนเริ่นเสวี่ย: ไม่ถูกต้อง! ดูเหมือนข้าต่างหากที่เป็นฝ่ายฉุดผู้ชายมา! (ฟรี happy new year 2026)
บทที่ 100 เชียนเริ่นเสวี่ย: ไม่ถูกต้อง! ดูเหมือนข้าต่างหากที่เป็นฝ่ายฉุดผู้ชายมา! (ฟรี happy new year 2026)
บทที่ 100 เชียนเริ่นเสวี่ย: ไม่ถูกต้อง! ดูเหมือนข้าต่างหากที่เป็นฝ่ายฉุดผู้ชายมา! (ฟรี happy new year 2026)
การจำลองยังคงดำเนินต่อไป
[เมื่อเผชิญกับคำถามของเจ้า เชียนเริ่นเสวี่ยยิ้มบางๆ และเรียกเจ้าว่าเสี่ยวลั่ว นางแนะนำตัวก่อนว่าเป็นรัชทายาทเสวี่ยชิงเหอแห่งจักรวรรดิเทียนโต้ว และอ้างว่าลุงของเจ้าเคยเป็นองครักษ์ของนาง ซึ่งได้เสียสละชีวิตเพื่อปกป้องนางในเหตุการณ์ลอบสังหารระหว่างออกตรวจตรา]
[และจากการตรวจสอบของนาง พบว่าเจ้าคือญาติร่วมสายโลหิตเพียงคนเดียวที่เหลืออยู่ของลุงเจ้า เพื่อเป็นการตอบแทนบุญคุณที่ลุงเจ้าสละชีพปกป้อง นางจึงตัดสินใจจะพาเจ้าไปที่นครหลวงเทียนโต้ว เพื่อฟูมฟักและสั่งสอนเจ้าเป็นอย่างดี]
[ต่อเรื่องนี้ ในใจของเจ้าเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง]
[เนื่องจากเจ้ามีความมั่นใจในอนาคตของตัวเองอยู่แล้ว เพื่อความปลอดภัย เจ้าจึงเลือกที่จะปฏิเสธ]
[ทว่า 'ภาษาคือศิลปะ' แม้จะตัดสินใจปฏิเสธ แต่เจ้าก็ยังขอบคุณในความหวังดีของเชียนเริ่นเสวี่ยก่อน จากนั้นจึงถ่อมตัวว่าเจ้าเป็นเพียงวิญญาณจารย์หญ้าเงินครามที่มีพลังวิญญาณระดับ 3 ไม่คุ้มค่าที่จะให้พระองค์มาฟูมฟักแต่อย่างใด]
[อีกทั้ง เจ้ายังตัดใจจากปู่เทียนและทุกคนในหมู่บ้านเฟิงหลินไม่ได้]
[เดิมทีเจ้าคิดว่า หลังจากเจ้าปฏิเสธอย่างนุ่มนวลแล้ว เชียนเริ่นเสวี่ยคงจะยอมถอยกลับไป]
[แต่คาดไม่ถึงว่า เชียนเริ่นเสวี่ยกลับอ้างคำสั่งเสียก่อนตายของลุงเจ้า โดยยืนกรานว่าไม่ว่าอย่างไรนางก็ต้องพาเจ้าไปให้ได้ ต่อให้เจ้าไม่ยินยอม นางก็จะสั่งคนให้มัดตัวเจ้าไป!]
[ชั่วขณะนั้น เจ้าถึงกับอึ้งจนพูดไม่ออก]
เมื่อเห็นถึงตรงนี้ เชียนเริ่นเสวี่ยก็หลุดขำออกมาแล้วหันไปถามเย่ลั่ว
"เสี่ยวลั่ว ตอนนั้นที่ข้าบอกว่าถ้าเจ้าไม่ไป ข้าจะให้คนจับมัดตัวเจ้าไป... เจ้าคิดยังไงบ้าง?"
เย่ลั่วเกาหัว ยิ้มแห้งๆ ด้วยความจนใจ
"ในตอนน้นข้าคิดว่าท่านไม่มีทางทำแบบนั้นแน่ เพราะว่ามันขัดกับภาพลักษณ์ของท่าน!"
"ในสายตาข้าตอนนั้น ข้าเป็นแค่เด็กหญ้าเงินครามพลังระดับ 3 มีดีอะไรให้ท่านต้องทำขนาดนั้น"
"ถ้าเลือกได้ ข้าไม่อยากเสี่ยงไปกับท่านจริงๆ แต่ก็จนปัญญา......"
เมื่อนึกถึงความคิดของตัวเองในตอนนั้น เย่ลั่วก็ถอนหายใจ
แต่เมื่อเห็นใบหน้าสวยหวานของเชียนเริ่นเสวี่ยเริ่มบึ้งตึงเล็กน้อย เย่ลั่วรีบเปลี่ยนเรื่องและกล่าวด้วยรอยยิ้มประจบเอาใจ
"แต่นั่นเป็นเพราะข้าคิดมากไปเองขอรับ"
"ตอนนี้มาคิดดูแล้ว การได้พบกับพี่สาวเสวี่ยเอ๋อร์ คือความโชคดีที่สุดในชีวิตนี้ของข้าเลย!"
เย่ลั่วจ้องมองเชียนเริ่นเสวี่ยด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความจริงใจและซาบซึ้ง สิ่งนี้ทำให้เชียนเริ่นเสวี่ยพอใจมาก หัวใจหวานล้ำราวกับชุบน้ำผึ้ง
นางแสร้งทำเป็นดุแก้เขิน "ปากหวานนักนะ!"
[เมื่อพบว่าเชียนเริ่นเสวี่ยยืนกรานจะพาตัวเจ้าไปให้ได้ เจ้าร้อนรนจนแทบนั่งไม่ติด พยายามหาข้ออ้างร้อยแปดมาเพื่อที่จะอยู่ต่อ โดยเปรียบเปรยว่า 'แตงที่ฝืนเด็ดจากขั้ว ย่อมไม่หวาน' (ความรักที่บังคับขืนใจ ย่อมไม่มีความสุข)]
[แต่เชียนเริ่นเสวี่ยตอกกลับมาประโยคเดียวว่า: "หวานไม่หวานไม่สำคัญ ขอแค่แก้กระหายได้ก็พอ" ประโยคนี้ทำเอาเจ้าพ่ายแพ้อย่างราบคาบ]
[ด้วยความจำยอม เจ้าทำได้เพียงยอมจำนน]
[หลังจากอำลาหัวหน้าหมู่บ้านปู่เทียนและทุกคน เจ้านั่งรถม้าของเชียนเริ่นเสวี่ย โบกมือลาทั้งน้ำตา มุ่งหน้าสู่ดินแดนไกลโพ้นที่ไม่รู้จัก]
[ทว่าบนรถม้า เชียนเริ่นเสวี่ยแสดงความจริงใจ โดยกล่าวว่าการพรากเจ้าจากหมู่บ้านเฟิงหลิน อาจรบกวนการฝึกฝนของเจ้า หากเจ้าต้องการสิ่งใด ให้บอกมาได้เลย นางยินดีชดเชยให้ทุกอย่าง]
[ดังนั้น เจ้าจึงเรียกร้องทรัพยากรการฝึกฝนต่างๆ รวมถึงซากศพสัตว์วิญญาณ และยังบอกว่าขอเงินติดตัวสักหน่อย... "หนึ่งล้านเหรียญภูตทองคำข้าไม่ว่าน้อย ร้อยล้านเหรียญภูตทองคำข้าไม่ว่ามาก!"]
[เดิมทีเจ้าเพียงแค่ 'เรียกราคาเผื่อต่อ' เท่านั้น]
[แต่เจ้าคาดไม่ถึงว่า เชียนเริ่นเสวี่ยจะตอบตกลงทันที และโยนบัตรทองคำที่มีมูลค่าห้าล้านเหรียญภูตทองคำให้เจ้าโดยไม่กระพริบตา]
[ชั่วพริบตาเดียว เจ้าถูกความจริงใจและ 'อภินิหารเงินตรา' ของเชียนเริ่นเสวี่ยสยบจนอยู่หมัด รู้สึกทันทีว่าการถูกเชียนเริ่นเสวี่ยฉุดตัวมา ก็ไม่ใช่เรื่องแย่อะไรนี่นา]
[ในวินาทีนี้ เชียนเริ่นเสวี่ยในสายตาของเจ้า ราวกับกลายร่างเป็น 'ท่านประธานจอมเผด็จการ' ในนิยายรัก นางแสยะยิ้มเจ้าเล่ห์ ต้อนเจ้าเข้ามุมกำแพง (คาเบะด้ง) แล้วสัญญาว่าจะมอบทุกสิ่งที่เจ้าไม่เคยกล้าฝันถึงให้]
[ในที่สุดเจ้าก็บรรลุสัจธรรม ว่าทำไมสาวๆ ในชาติก่อนถึงชอบอ่านนิยายแนว 'ท่านประธานจอมเผด็จการ' กันนัก]
เมื่อเห็นถึงตรงนี้ เชียนเริ่นเสวี่ยไม่ค่อยเข้าใจความหมายนัก แต่สัญชาตญาณบอกนางว่ามันดูน่าอายพิกล นางจึงเอ่ยถามหยั่งเชิง
"เสี่ยวลั่ว ไอ้คำว่า 'ท่านประธานจอมเผด็จการ' นี่มันหมายความว่ายังไง?"
"ไอ้ยิ้มเจ้าเล่ห์อะไรนั่น แล้วก็การต้อนเข้ามุมกำแพง มันหมายความว่ายังไง?"
ในวินาทีนี้ เย่ลั่วรู้สึกหน้ามืดตามัว อยากจะร้องไห้แต่ไร้น้ำตา
เจ้าเครื่องจำลองบ้านี่ เปิดเผยเสียงในใจของข้าจนหมดเปลือกจริงๆ ด้วย
ภาพลักษณ์วิญญูชนผู้ผ่าเผยของข้าเย่ลั่ว ถูกเจ้าเครื่องจำลองเฮงซวยนี่ทำลายป่นปี้หมดแล้ว!
เย่ลั่วจำต้องแสร้งทำเป็นสงบนิ่งแล้วตอบกลับไป
"ท่านประธานจอมเผด็จการ หมายถึงคนที่มีเงินและอำนาจล้นฟ้าขอรับ ส่วนรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ทรงเสน่ห์ ก็คือการยิ้มที่มีแรงดึงดูดมากๆ สำหรับการต้อนเข้ามุมกำแพง ก็คือการเอามือยันกำแพงกักตัวอีกฝ่ายไว้ไม่ให้หนี"
"พฤติกรรมพวกนี้ เป็นสิ่งที่ตัวเอกในนิยายแนวท่านประธานจอมเผด็จการชอบทำกันขอรับ"
"ข้าก็แค่คิดเล่นๆ ไปเรื่อยเปื่อย ไม่ได้มีความหมายอื่นใด พี่สาวเสวี่ยเอ๋อร์อย่าคิดมากเลย"
เชียนเริ่นเสวี่ยอดขำไม่ได้ แต่เมื่อจินตนาการภาพที่นางแปลงร่างเป็นท่านประธานจอมเผด็จการ
ดันเย่ลั่วติดมุมกำแพง แล้วส่งยิ้มเจ้าเล่ห์ให้...
อืม... ก็ดูน่าสนุกดีเหมือนกันแฮะ
[หลังจากยอมรับความจริงได้ เจ้าพบว่าการติดตามเชียนเริ่นเสวี่ยออกมา และได้ใช้ชีวิตแบบ 'กินข้าวนิ่ม' (มีผู้หญิงเลี้ยงดู) เช่นนี้ ก็ดูไม่เลวเหมือนกัน!]
[หลังจากนั้น เจ้าและเชียนเริ่นเสวี่ยนั่งรถม้าข้ามน้ำข้ามเขา จนใกล้จะถึงนครหลวงเทียนโต้ว]
[เวลานั้น เชียนเริ่นเสวี่ยถามเจ้าว่า จะกลับไปที่จวนรัชทายาทในนครหลวงเทียนโต้วกับนาง หรือจะไปที่ดินแดนศักดินา 'อาณาเขตหงส์ฟ้า' ของนาง หากเจ้าเลือกอาณาเขตหงส์ฟ้า นางจะมอบอำนาจการดูแลที่นั่นให้แก่เจ้า]
[เนื่องจากเจ้าต้องการสถานที่กว้างขวางเพื่อปลูกหญ้าเงินครามจำนวนมหาศาลสำหรับการฝึกฝน]
[ดังนั้น เจ้าจึงเลือกอาณาเขตหงส์ฟ้าอย่างไม่ต้องสงสัย]
[เมื่อถูกส่งตัวมาถึงอาณาเขตหงส์ฟ้า เจ้าได้เข้าพักอาศัยในปราสาทส่วนตัวของเชียนเริ่นเสวี่ย]
[ที่นี่มีข้ารับใช้และสาวใช้มากมาย เมื่อเจ้าพบว่าหลังเขามีพื้นที่ว่าง เจ้าจึงเกณฑ์ข้ารับใช้เหล่านี้ไปช่วยกันปลูกหญ้าเงินครามให้เต็มพื้นที่]
[ด้วยความช่วยเหลือของเหล่าข้ารับใช้ ประกอบกับปุ๋ยชั้นดีจากซากศพสัตว์วิญญาณที่เชียนเริ่นเสวี่ยส่งมาให้]
[เพียงเดือนกว่าๆ เจ้าก็สามารถสร้าง 'สนามฝึกฝนสภาพแวดล้อมจำลองวิญญาณยุทธ์หญ้าเงินคราม' ที่ใหญ่โตกว่าตอนอยู่หมู่บ้านเฟิงหลินได้สำเร็จ]
[เวลานั้น เชียนเริ่นเสวี่ยส่งข่าวมาถามเจ้าอีกครั้ง ว่าต้องการไปเรียนที่โรงเรียนราชวงศ์เทียนโต้วหรือไม่ แน่นอนว่าเจ้าตอบตกลง]
[เพราะหากต้องการเดินในเส้นทาง 'สายชีวิตสูงสุด' เพื่อฝึกฝนและพัฒนาวิญญาณยุทธ์หญ้าเงินครามให้ดีเยี่ยม จำเป็นต้องมีความรู้ทฤษฎีวิญญาณยุทธ์ โดยเฉพาะความรู้ที่เกี่ยวข้องกับสัตว์วิญญาณพืช]
[ซึ่งสิ่งเหล่านี้ จำเป็นต้องไปเรียนรู้ที่โรงเรียนราชวงศ์เทียนโต้ว]
[ประการที่สอง เจ้ามีความสนใจในสมุนไพรเซียนใน 'ธาราสองขั้ว' ของตู๋กู่ป๋อเป็นอย่างมาก]
[แต่การจะไปหาตู๋กู่ป๋อโดยตรงเพื่อเจรจาแลกเปลี่ยนนั้น มีความเสี่ยงสูงเกินไป วิธีที่ดีที่สุดคือการผูกสัมพันธ์กับ 'ตู๋กู่เยี่ยน' จนได้เป็นคนรักกัน แล้วอาศัยตู๋กู่เยี่ยนเป็นสะพานเชื่อมไปหาตู๋กู่ป๋อ เพื่อให้ได้มาซึ่งสมุนไพรเซียน]
[แม้ตอนนี้เจ้าจะยังเด็กเกินกว่าจะเป็นคนรักกับตู๋กู่เยี่ยนได้]
[แต่ก็สามารถไปทำความรู้จักกันที่โรงเรียนราชวงศ์เทียนโต้ว และเริ่มพัฒนาความสัมพันธ์จากเพื่อนก่อนได้นี่นา!]
เมื่อเห็นถึงตรงนี้ ในใจของเชียนเริ่นเสวี่ยก็รู้สึกเปรี้ยวจี๊ด (หึงหวง) ขึ้นมา
แม้ทุกอย่างที่เกิดขึ้นในการจำลองก่อนหน้านี้จะเป็นเพียงความเป็นไปได้ที่จะเกิดขึ้น
แต่พอได้เห็นความคิดของเย่ลั่วที่กำลังวางแผนจีบผู้หญิงคนอื่นจริงๆ ในฐานะผู้หญิงปกติคนหนึ่ง
เชียนเริ่นเสวี่ยย่อมรู้สึกผิดหวังและไม่พอใจอยู่บ้าง
แต่ทันใดนั้น เชียนเริ่นเสวี่ยก็ฉุกคิดประเด็นสำคัญขึ้นมาได้
เดี๋ยวก่อน!
ไม่ถูกต้อง!
ในช่วงเวลานี้ของแบบจำลอง... ตัวข้าดูเหมือนจะยังไม่ได้ตกหลุมรักเย่ลั่วนี่นา
ถ้าอย่างนั้นก็หมายความว่า... ความจริงแล้วเย่ลั่วชอบตู๋กู่เยี่ยนก่อนงั้นหรือ?
ถ้าปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ สองคนนั้นต้องได้คบกันก่อนแน่ๆ
ถ้ามองในมุมนี้... งั้นก็แสดงว่าเป็นข้าเองสินะ ที่ไปแย่ง (NTR) เย่ลั่วมาจากตู๋กู่เยี่ยน!
เมื่อคิดได้ดังนี้ อารมณ์ของเชียนเริ่นเสวี่ยก็เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ
กลับมาเบิกบานและมีความสุขขึ้นมาทันที
‘ถ้าเป็นแบบนี้... งั้นก็ไม่เป็นไร! ถือว่าข้าชนะ!’