เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 201: Meeting the Messengers (3)

Chapter 201: Meeting the Messengers (3)

Chapter 201: Meeting the Messengers (3)


Chapter 201: Meeting the Messengers (3)


ด้านหน้าของดันเจี้ยนในกรีนแลนด์

อัศวินขาวกำลังเฝ้าประตูหน้าดันเจี้ยน.

อย่าไรก็ตามโอเว่นและคริสปี้ก็รู้ว่าฝ่าตรงข้ามไม่ง่ายที่จะจัดการ การไหลเวียนของพลังเวทย์ที่แปลกและมีกลิ่นหอมคล้ายกับธูปหอม เห็นได้ชัดว่าเป็นสิ่งมีชีวิตชั้นสูง

“ใคร?”

เสียงของหญิงสาวที่ดังออกมาภายใต้หมวกเกราะ.

อัศวินเฝ้าประตูดันเจี้ยนเป็นหญิงผิวขาวดั่งหิมะ

โอเว่นกำลังก้าวออกไปข้างหน้าแต่คริสปี้เร็วกว่า

“เราเป็นผู้ส่งสารของแกร์นดยุครัลดาล บิกิเซล และได้มาส่งบัตรเชิญให้กับแกร์นดยุคเอเรียล ดิอาโบ.”

“รัลดาล บิกิเซล! ฉันเคยได้ยินชื่อนี้มาก่อน.”

อัศวินขาวพยักหน้า.

บรรยากาศดูไม่ค่อยดีนัก ความรู้สึกที่ไม่เป็นมิตรถูกปล่อยออกมายังคนเบื้องหน้า.

คริสปี้ไม่สนใจและพูด

"ถ้ารู้ยังงั้นแล้วทำไมไม่เปิดประตู เราไม่ได้ต้องการมาสู้.”

"ไม่.การที่จะข้ามประตูนี้ได้ต้องได้รับการพิสูจน์ก่อน แกร์นดยุคเอเรียล จะไม่พบใคร.”

“เราอยู่ที่นี่ตามคำสั่งของแกร์นดยุครัลดาล บิกิเซล...”

"ฉันจะฟังเฉพาะอาวุธ ไม่ว่าชายหรือหญิง.”

อัศวินสีขาวได้ชักดาบอกมา

มันเป็นการบอกว่าเธอจะไม่ปล่อยให้พวกเขาผ่านไปเจอกับเอเรียล

คริสปี้หันมามองโอเว่นด้วยใบหน้าที่ข่มขื่น

เขาไม่สามารถวัดความแข็งแกร่งของฝ่ายตรงข้ามได้ แต่มันดูเหมือนจะไม่ง่าย.

ไม่ โอเว่นและคริสปี้ ทั้งสองเป็นสิ่งมีชีวิตชั้นสูง.

โดยเฉพาะโอเว่นที่มีประสบการณ์มาอย่างยาวนานและเป็นไปได้ ตอนนี้แขนทั้ง6ข้างของเขาได้รับการฟื้นฟูแล้วและอาวุธของเขาก็แข็งแกร่งขึ้น เขาสามารถเผชิญอัศวินสีขาวได้.

เขามั่นใจกับการต่อสู้ฝ่ายตรงข้าม.

โอเว่นดึงดาบทั้งหกออกมาแล้วพูดว่า

"ฉันจะให้คุณตามต้องการ.”

ขณะเดียวกันที่อัศวินสีขาวได้แทงเรเปียร์ออกมาเบื้องหน้า.

มันหายไปในพริบตา และเรเปียร์ก็มาถึงเบื้องหน้าของโอเว่น

ซวกก!

แต่มันตื้นเกินไป โอเว่นรู้สึกประหลาดใจบ้าง แต่มันก็ทำอะไรร่างกายของเขาไม่ได้ ร่างกายตอบสนองครั้งแรกตั้งแต่เรเปียร์ใกล้เข้ามาหาโอเว่นและหลีกมัน.

แม้ว่าจะหลีกเลี่ยงมันได้แต่เขาก็ปวดหัว

เพราะว่ามันเป็นความแตกต่าง เขาไม่สามารถพูดได้เลยว่ามันอ่อนแอ...

‘มันไม่ง่ายซะแล้ว.’

ยังไงเขาต้องชนะ.โอเว่นไม่ได้คิดอย่างอื่น.จำนวนผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกเบื้องล่างสามารถนับมันได้ด้วยมือข้างเดียว.อัศวินขาวไม่ใช่คนที่แข็งแกร่งกว่าเขา.

ฉัว ฉัวะ ฉัาาวสะ!

โอเว่นใช้ดาบทั้งหกป้องกันเรเปียร์

'ฉันไม่สามารถกลายเป็นวัวบ้าได้.’

เขาไม่สามารถวิ่งไปรอบๆโดยไม่คิดได้ อัศวินขาวยังขาดพลังเมื่อเทียบกับความเร็วของเธอ ไม่มีความสมดุลอย่างไรก็ตามมันมีความแข็งแกร่งแเล็กน้อยแต่เมื่อทำการโจมตีซ้ำๆมันก็กดดันเป็นอย่างมาก.

อัศวินขาวใช้ช่องว่างเล็กๆนั่นกดดันโอเว่น แม้ว่ามันจะเล็กแต่มันก็สามารถที่จะทำลายหินก้อนใหญ่ได้.

"ฉันดูตลกมากสำหรับคุณ.”

เดิมทีโอเว่นเป็นช่างตีเหล็ก.ช่างตีเหล็กที่มีความพยายามสูง.ถ้าเขาไม่รู้สึกถึงความหลงใหลในดาบอย่างรุนแรงเขาก็คงไม่สามารถสร้างผลงานชิ้นเอกได้.มันเป็นเรื่องจริงแม้แต่ตอนนี้.

อย่าน้อย...เขาต้องการการยอมรับของฝ่ายตรงข้ามของเขา อารมณ์ของผู้อยากจะชนะแข็งแกร่งขึ้น.

เขาถูกโจมตี

เขาเชื่อว่าด้วยการกระทำของเขาจะเป็นไปไม่ได้ที่จะถูกโจมตี

‘นรก’

หลังจากที่ได้รับตัวตนแล้วเขาได้สร้างดาบทั้งหก.เขาใช้เหล็กของพระเจ้าที่ได้รับมอบมาจากดันเจี้ยนมาสเตอร์เพื่อสร้างมันทั้งหกเล่ม.เมื่อคำว่านรกปรากฎขึ้นมา ‘สกิล’ ก็โผล่เข้ามาในหัวของเขา.

ดาบทั้งหกถูกปกคลุมด้วยเปลวไฟของนรก มันได้กลืนกินโอเว่นและหลอมรวมเป็นเนื้อเดียวกัน เขาได้กลายร่างดั่งกับแป็นสิงโตที่ดุร้ายที่ออกมาจากนรกอย่างรวดเร็ว.

อัศวินขาวหยุดการโจมตีของเธอ เธอเริ่มทุ่มเทกับการโจมตีด้วยเรเปียร์อีกครั้ง

มันเป็นการโจมตีซ้ำๆในจุดใดจุดหนึ่ง.

โอเว่นรู้ทันที คงจะดีกว่าที่จะหลีกเลี่ยง แต่เขาก็รู้ว่าถ้ายังลากต่อไปเรื่อยๆมันจะเป็นเรื่องไม่ดี.

ดังนั้นเขาจะยอมเสียแขนสักข้างเพื่อหยุดการกระทำของเธอ ทั้งสองมีความมุ่งมั่นมากเกี่ยวกับการโจมตี.

ทั้งสองวิ่งโจมตีกันไปมาย่างรวดเร็ว.ทุกการเคลื่อนไหวของโอเว่นจะทิ้งรอยเท้าที่ถูกเผาด้วยไฟของนรก.ในทางตรงกันข้ามพลังเวทย์ของอัศวินขาวก็รวมตัวกันจู่โจมราวกับกระสุนปืน.

และ..เมื่อพวกเขาประทะกัน.

เช้งงงง! ฉัวะ!

ดาบและเรเปียร์ก็ได้หลุดมือของพวกเขาไป

"หยุด.”

เกาะที่ถูกปกคลุมด้วยหิมะ มีหญิงสาวคนนึงเดินออกมาจากที่นี่

ดีม่อนที่มีเขาบนหน้าผากของเธอตรงกันข้ามกับดวงตาสีซีด

การปรากฎตัวของเอเรียลดิอาโบล

เอเรียลที่ยืนอยู่ด้วยความไร้อารมณ์เบื้องหน้า แม้ว่าเธอจะไม่ได้ทำร้ายโอเว่นและคริสปี้ แต่พวกเขาก็ไม่รู้ว่าเธอกำลังคิดอะไร.

แม้แต่คำพูดของเธอก็คลุมเครือ พวกเขาได้แต่ตามเธอไปอย่างเงียบๆเท่านั้น.

ดันเจี้ยนที่เขาเดินไปก็สงบ.

นี่มันดูเหมือนกับว่าที่นี่ไม่มีสิ่งมีชีวิตใดๆ เธอบังคับให้สถานที่นี้ว่างเปล่าและกวาดต้อนมันออกไปข้างนอกมันไม่น่าแปลกใจ

บรรยากาศที่เป็นกันเองทำให้ดูเป็นมิตรมากขึ้น โดยเฉพาะโอเว่นที่ตกใจจาการป้องกันการโจมตีของเขา.

ถ้ามันแค่ป้องกันแล้วเขาก็จะไม่ประหลาดใจเท่าไรนัก อย่างไรก็ตามหากนี่เป็นสนามรบแล้วหัวของเขาก็จะบินออกไป.

“คุณถูกส่งมาโดยรัลดาล บิกิเซล?”

หลังจากที่ก้าวเข้าไปสู่วงเวทย์ เอเรียลก็เปิดปากของเธอเป็นครั้งแรก.

“ถูกต้อง เราถูกส่งมานี่ในฐานะผู้ส่งสารของแกร์นดยุค รัลดาล บิกิเซล...”

"คำพูดที่ยืดยาว.”

เธอต้องการตรวจสอบว่ามีเพียงสิ่งเดียวเท่านั้น

เธอเปิดใช้เวทย์มนตร์ด้วยท่าทางสบายๆ.

มีแสงสว่างออกมาและเกิดรอยแยกเล็กที่ถูกเปิดออก เมื่อแสงหายไปทุกคนก็อยู่ในพื้นที่ๆแตกต่างจากเดิมอย่างสิ้นเชิง.

ขณะเดียวกันโอเว่นและคริสปี้ก็รู้สึกประหลาดใจมาก

อัศวินขาว...มีอย่างน้อย20คนเรียงรายกันอยู่สองแถว.

ขนาดของพวกเขาแตกต่างกันไป ตัวตนของพวกเขาไม่สามารถระบุได้เนื่องจากเกราะป้องกันของพวกเขา แต่มันดูเหมือนกับว่าพวกเขายังอายุน้อย เห็นได้ชัดจากที่อัศวินขาวที่เฝ้าประตูเป็นแบบเก่า.

ความแข็งแกร่งของพวกเขาไม่สามารถวัดได้ง่ายๆ แม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้เป็นชั้นสูง แต่อย่างน้อยพวกเขาก็เป็นขั้นสูง.

"คุณกลับมาแล้ว เอเรียลดิอาโบ”

"จัดโต๊ะ แขกมาแล้วเราต้องปรนนิบัติพวกเขา.”

“ได้.”

ไม่นานหลังจากนั้นโอเว่นและคริสปี้ก็ได้นั่งอยู่ที่โต๊ะตัวใหญ่ อัศวินขาวนำทางทั้งสองไปอย่างเรียบร้อย.

โอเว่นและคริสปี้ไม่สามารถเปิดปากของเขาได้ขณะที่อาหารออกมา พวกเขาต้องการที่จะเข้าใจความต้องการของเอเรียล แต่พวกเขาไม่สามารถอ่านเธอได้.

"ดูเหมือนคุณจะสับสน.”

เอเรียลมีรอยยิ้มน้อยๆบนใบหน้าเธอ นี่คือความสงบของผู้แข็งแกร่ง ความเชื่อมั่นและอิสระไม่ว่าจะทางไหน.

เธอมีบรรยากาศรอบๆตัวเธอที่ไม่มีวันแตะต้องได้. นับตั้งแต่เกิด...เธอเกิดมาพร้อมกับสายเลือดของราชาดีม่อน.

โอเว่นตระหนักถึงเรื่องนี้ดีเขารู้เรื่องนี้มาจากคนเดียวเท่านั้น ราชานรก

"รัลดาล บิกิเซล มีอะไรจะให้ฉัน?”

“นั่น...”

“อยู่นี่.”

โอเว่นดักหน้าคริสปี้ไว้เมื่อเธอกำลังจะก้าวไปข้างหน้า

คริสปี้ยังคงอ่อนประสบการณ์ในการจัดการเรื่องแบบนี้.เป็นไปไม่ได้ที่เธอจะไม่สามารถจัดการกับพลังที่แข็งแกร่ง.เขาต้องการดูเธอจนกว่าเขาจะได้เห็นเอเรียล.เอเรียล ดิอาโบ ไม่ใช่คนที่จะมองข้ามไปได้.บางที...สัญชาตญาณของโอเว่นบ่งบอกว่าเธอร้ายกาจกว่ายูป้า.

เอเรียลยอมรับคำเชิญและอ่านเนื้อหา

“หืมม...”

แตกต่างจากยูป้า เธอไม่มีการโกรธเคือง เธอเพิ่งอ่านเนื้อหาด้วยสายตาที่น่าสนใจมาก.

มันใช้เวลาไม่นาน หลังจากนั้น30วินาทีเธอก็เหลือบมองไปที่โอเว่น.

"นี้เป็นเรื่องน่าสนใจมาก คุณได้ให้คำเชิญไปยังแกร์ดยุคคนอื่นหรือไม่?”

"ใช่.”

ถ้าลองเขาได้บอกว่าเขาได้ไปพบยูป้าก่อนที่จะมาเจอเธอมันอาจจะเป็นหนังคนละม้วน เอเรียลเคาะเบาๆบนโต๊ะหลังจากที่ได้ยินคำพูดของโอเว่น.

"มันเป็นประวัติการณ์.หลังจากราชาดีม่อนหายไปโดยไม่มีทายาท ไม่เคยมีการชุมนุนของแกร์นดยุคมากก่อน.แต่ผู้ที่ครอบครองตำแหน่งแกร์นดยุคของโอคูลอสได้รวบรวมศัตรูของเขาทั้งหมดไว้ด้วยกัน! หึหึหึ...”

เอเรียลรู้สึกตื่นเต้นมาก

เธอกำลังทำสงครามกับยูป้า แต่คริสปี้และโอเว่นรู้สึกประหลาดใจกับการกระทำของเธอที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิง.

ความคิดของเธอดูเหมือนจะไม่ได้สนใจเกี่ยวกับยูป้า

"อาหารกำลังจะเย็น เข้ามา พวกนี้ทำมาเป็นพิเศษเพื่อคุณ.”

เธอไม่เป็นมิตรแน่นอน

แต่พวกเขายังคงรู้สึกสบายใจ

โอเว่นและคริสปี้หยิบมีดและซ่อมขึ้น การทานอารเต็มไปด้วยบรรยากาศที่เงียบและยาวนานมาก

เมื่อออกจากดันเจี้ยนโอเว่นถอนหายใจ.

"เธอเป็นผู้หญิงที่ไม่มีช่องว่าง เธอเป็นลูกสาวของราชาดีม่อน? จริง...”

"อัศวินเหล่านั้น พวกเขาเหมือนกับส่วนผสมของสิ่งต่างๆ”

และแล้วคริสปี้ก็พูดขึ้น ดูเหมือนว่าเธอให้ความสำคัญกับอัศวินรอบๆเอเรียล.

"อ่าา,พวกเขาไม่ธรรมดา พวกเขาให้ความรู้สึกแปลกๆ...ฉันไม่รู้ว่าพวกเขาถูกผสมอะไรบ้าง.”

"อัศวินเหล่านั้นเป็นอาวุธที่แข็งแกร่งของเอเรียล ยูป้าก็ได้บังคับนักเวทย์ดวงจันทร์.”

"ดันเจี้ยนมาสเตอร์ของเราต้องรับมือกับมอนเตอร์เหล่านี้ ดังนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย.”

โอเว่นเดาะลิ้นของเขา แกร์นดยุคทั้งหมดกำลังเล่นเกมส์ มีความเป็นไปได้สูงว่าแพนเดอโมเนี่ยมยังมีบางอย่าง.

"ทำให้มันเสร็จไวๆแล้วกลับมา มีเรื่องมากเกินไปที่จะรายงานมาสเตอร์.”

"ตอนนี้ก็เหลืออีกที่เดียวแล้วหล่ะ ไปกันเถอะ.”

สองคนรีบขึ้นไปบนกริฟฟินและบินหนีไป

ผมได้ยินรายงานของโอเว่นและคริสปี้ที่เริ่มรายงายภายให้ห้องแกนดันเจี้ยน เนื้อหาของการพบยูป้า,เอเรียล และแพนเดอโมเนี่ยมที่ไม่คาดคิด.

'สิ่งที่ทำให้เขาเปลี่ยนไป?’

ยูป้า,เอเรียลและแพนเดโมเนี่ยมซ่อนอะไรอยู่บ้าง เอเรียลไม่ได้เปิดเผยอย่างเปิดเผย แต่มันก็ยังเร็วไป.

หากพวกเขาได้เพิ่มจำนวนสิ่งมีชีวิตเหมือนเดิมพวกเขาก็จะได้รับอำนาจของการต่อสู้.

‘โอคูลอส.’

ดูเหมือนพวกเขาได้เปลี่ยนแปลงหลังจากแผนของโอคูลอส.

โอคูลอสได้เตือนบรรดาแกร์นดยุคหลังจากทำลายข้อห้าม เขาเสียชีวิตภายใต้มือของผม แต่ผลที่เกิดจากเขายังไม่ตาย บางทีมันอาจจะไม่แปลกสำหรับแกร์นดยุคในการทำลายข้อห้าม.

นอกจากนี้เอเรียลยังทำให้โอเว่นด้อยค่า ผมไม่ได้ตรวจสอบหน้าต่างของเธอในการประมูล แต่ดูเหมือนว่าเธอจะทำงานหนัก แม้ว่าเขาจะต่อสู้กับผู้ป้องกันโอเว่นก็ยังเป็นสิ่งมีชีวิตชั้นสูง เขาสามารถแสดงและสังเกตได้.

สิ่งต่างๆกำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ผมรู้เป็นอย่างดี

“แต่ผู้ชนะจะเป็นฉัน.”

คำว่า ‘ผู้ชนะ’ ช่างหอมหวานนัก.คำพูดที่มั่นใจออกจากปากผม พวกเขากำลังเปลี่ยนไป แต่ความเร็วของพวกเขาตามไม่ทันผม.

แม้ว่าผมจะมีเพียงคนเดียวผมก็จัดการเขาได้

‘ฮ่า ฉันไม่คิดว่าเอเรียลจะพูดเรื่องแปลกๆแบบนี้ขึ้น.’

อัศวินเอเรียล!

แม้ว่าคุณสมบัติของดีม่อนไม่สามารถลบออกได้ แต่เธอก็ยังคงเป็นดีม่อนที่มีความสมบูรณ์ที่สุด แต่เธอได้สร้างสิ่งต่างๆอย่างเช่นอัศวินขาว.

ผมได้รับแจ้งมาว่าพวกเขาเหมือนกับเป็นสัตว์ที่ถูกผสมหลายๆอย่าง แต่ผมไม่แน่ใจตัวตนของพวกเขา เอเรียลไม่ใช่นักเล่นแร่แปรธาตุ ดังนั้นผมไม่รู้ว่าเธอรู้ได้อย่างไร.

‘การชุมนุนครั้งนี้น่าสนใจมากทีเดียว.’

สิ่งหนี่งก็คือมันเป็นการต่อสู้โดยทางอ้อม

จะไม่มีสิ่งที่ยับยั้งช่างใจเหมือนกับโรงประมูลปีศาจไม่มีการลงโทษ ถ้าพวกเขาต้องการที่จะสู้พวกเขาก็จะสู้.

คลื่นยักษ์ ลูกเห็บ ที่พลิกโลกได้

ไม่สามารถมีใครหยุดยั้งมันได้ ผมไม่คิดว่ามันจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ในเมื่อมันเป็นครั้งแรกที่ผมคิด.

มันอาจจะเป็นภัยพิบัติของมนุษย์ แต่ตอนนี้ไม่มีใครสามารถหยุดยั้งได้.

มันก็เหมือนกับดีม่อน แม้ว่าพระเจ้าจะปรากฎตัวเพื่อมาไกล่เกลี่ยมันจะทำได้งั้นหรือ?

‘ฉันต้องการเตรียมการครั้งสุดท้าย.’

ด้วยมือของผม ผมคิดว่าสามารถเห็นพวกเขาทั้งหมดได้ทีเดียว

มันผ่านไปเพียง5ปีเท่านั้นแต่สำหรับผมมันผ่านไปนานนับทศวรรษ

คนที่หัวเราะและร้องไปไห้...

ผมยิ้มและเดินออกไปจากจุดนั้น.

จบบทที่ Chapter 201: Meeting the Messengers (3)

คัดลอกลิงก์แล้ว