เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 2 - อยู่อย่างอ้างว้าง (2)

บทที่ 2 - อยู่อย่างอ้างว้าง (2)

บทที่ 2 - อยู่อย่างอ้างว้าง (2)


บทที่ 2 - อยู่อย่างอ้างว้าง (2)

ในตอนแรกเขายังคงพยายามอย่างมากด้วยความคิดที่ว่าเขาต้องเตรียมตัวให้พร้อมเผื่อในทุกๆสถานการณ์ที่มนุษยชาติจะกลับมาได้ทุกเมื่อ

"แม้ว่าเทคนิคยิวยิตสูมันจะยังไม่เอาไหน แต่มันก็ดีสำหรับฉันแล้ว"

[เป็นมนุษย์ที่แปลกจริงๆ...]

แม้ว่าเขาจะถูกลิต้ามองแปลกๆยูอิลฮานก็ยังทุ่มเทไปกับการฝึกอีกครั้ง ลิต้าได้ทำหน้าที่ในการเอาอาหารมาให้เขาสามมื้อทำให้สิ่งที่เขาจะต้องคิดมีเพียงแค่เรื่องศิลปะการต่อสู้ที่เขาจะต้องเรียนเท่านั้น

และอย่างนี้เวลาก็ได้ผ่านไป 5 ปีและ 10 ปี ในตอนนี้เป็นเวลาถึง 20 ปีแล้วนับตั้งแต่ที่เขาได้ถูกทิ้งเอาไว้

ตอนนี้หมัดและเท้าของเข้าต่างเต็มไปด้วยจิตวิญญาณการต่อสู้ที่ฆ่าได้แม้กระทั่งหมีและหอกไม้ที่ดูไร้พลังของเขาก็ไม่เพียงแต่จะเจาะกระสอบทรายเท่านั้นแต่ยังสามารถจะฉีกกระชากมันออกมาเป็นชิ้นๆได้แล้ว ยูอิลฮานได้คิดกับตัวเองว่าเขาไม่มีพรสวรรค์ในศิลปะการต่อสู้แต่ว่าการพัฒนาอย่างนี้ในเวลาเพียงแค่ 15 ปีนี้มันน่าทึ่งมาก แน่นอนว่านี้ก็ยังเป็นเพราะลิต้าที่เป็นคู่ต่อสู้ที่ยอดเยี่ยมให้กับเขาเช่นกัน

"ฉันได้เปลื่ยนไปมากจริงๆในเวลา 40 ปี เป็นยังไงบ้างล่ะ ฉันดูเป็นผู้ใหญ่ปะ?"

[สิ่งที่นายทำมันก็มีแค่เตะกับแทงหอกเอง นายคิดว่านายจะได้อะไรอีกนอกจากการบรรลุศิลปะการต่อสู้? นายเคยเห็นพวกคนหลังเขาที่ฝึกแล้วออกมาไหมล่ะว่าเป็นยังไง?]

"เธอคิดแบบนั้นเหมือนกันสินะ? แม่ของฉันคงจะไม่บอกว่าฉันแกล้งทำเป็นผู้ใหญ่ใช่ไหม?"

[ไม่ต้องห่วงน่า ฝึกต่อไปเถอะ]

จากตอนนี้แต่เดิมที่ลิต้าจะมาหาเขาอาทิตย์ละครั้งได้เปลื่ยนไปเป็นสามวันครั้งแล้ว นี่เป็นเพราะว่าเธอกลัวว่ายูอิลฮานจะเป็นบ้าไปจากการต้องอยู่ในคุกขนาดใหญ่ที่เรียกว่าโลกเพียงลำพังมากว่า 20 ปี

[เวลามันบิดเบือนไปมากแค่ไหนกันนะ]

ในตอนที่เธอมองดูยูอิลฮาล ลิต้าก็เริ่มรู้สึกกระวนกระวายใจแล้ว แต่ยังไงก็ตามด้วยตำแหน่งที่ลิต้าอยู่เธอจึงไม่มีสิทธิที่จะไปถามเอาจากพระเจ้าโดยตรง แถมเธอก็ยังไม่มีสิทธิ์ที่จะไปยุ่งกับกาลเวลอีกด้วย สิ่งที่เธอทำได้ในตอนนี้ก็คือการเฝ้ามองยูอิลฮานฝึกไปเรื่อยๆทีละวัน

"ลิต้า"

อยู่มาวันหนึ่งยูอิลฮานได้พูดด้วยเสียงที่ต่ำลง

"ฉันจำหน้าแม่ไม่ได้แล้ว"

[...ฉันขอโทษ]

"แม้แต่ในตอนที่ฉันมองไปในรูปภาพฉันก็ยังไม่รู้สึกคุ้นเคยเลย คนๆนี้ใช่ครอบครัวของฉันจริงๆหรอ? นี้มันไม่ใช่ว่าฉันอยู่ที่นี่คนเดียวแต่แรกแล้วหรอ? ทุกๆสิ่งที่ฉันเห็นมันเป็นภาพลวงตาและเป็นเรื่องโกหกที่เธอแต่งขึ้นมาปลอบฉันหรือป่าว...."

[อย่าพูดแบบนั้นสิ!]

"อ่า นี้แค่มุกนะ ถึงแม้ว่ามันอาจจะดีก็ได้หากเป็นแบบนั้นจริงๆ"

เขาได้ถอนหายใจออกมาและเก็บหอกกลับไป ในตอนนี้เป็นเวลา 50 ปีแล้วนับตั้งแต่ที่เขาถูกทิ้งเอาไว้

"ฉันเบื่อแล้วอะ ฉันอยากจะทำอย่างอื่นมั้ง"

[ฉันขอโทษนะที่มาพูดเอาตอนนี้แต่ว่า.... ฉันไม่รู้จริงๆว่ามันจะเกิดหายนะครั้งใหญ่ขึ้นเมื่อไหร่ นายจะละเลยการฝึกไม่ได้เด็ดขาด]

"ฉันรู้น่า"

ในตอนนี้พวกเขาได้ใช้เวลาอยู่ด้วยกันมาหลายสิบปีแล้วทำให้ความสัมพันธ์ของเขาไม่มีเรื่องของนางฟ้ากับมนุษย์มาเกี่ยวอีกแล้ว

ยูอิลฮานก็ยังเป็นเพียงมนุษย์คนเดียวที่ลิต้าได้ติดต่อด้วยเป็นเวลาหลายสิบปีทำให้เธอได้รู้สึกผูกพันกับเขามากกว่าความรู้สึกสมเพชหรือสงสารมนุษย์คนหนึ่งที่มีชื่อว่ายูอิลฺฮาน แน่นอนว่าเรื่องนี้เธอก็ไม่ได้พูดอะไรออกไป

ความสัมพันธ์แปลกๆของทั้งสองคนนี้ได้เกิดขึ้นจากความผิดพลาดของพระเจ้าและก็ยังดำเนินไปในทางที่น่าอัศจรรย์

"ฉันอยากอ่านหนังสือมั้งอะ"

[นี้ก็เป็นความคิดที่ดีนะ]

ศิลปะการต่อสู้ได้กลายเป็นสิ่งสำคัญไปแล้วหลังจากเกิดหายนะครั้งยิ่งใหญ่ แต่ว่าการอ่านหนังสือก็ยังช่วยเปิดมุมมองของคนๆหนึ่งและเสริมสร้างรากฐานให้กับสิ่งที่เขาจะต้องทำ เรื่องนี้ไม่เพียงแต่จะไม่ก่อให้เกิดอันตรายเท่านั้น แต่มันยังเป็นส่วนช่วยได้อีกด้วย

ยูอิลฮานได้คิดเร็วทำเร็วอย่างมากทำให้เขาได้ไปขังตัวเองเอาไว้ในห้องสมุดของมหาลัยในทันที แต่นอกจากนั้นเขาก็ยังได้สัญญากับลิต้าไว้อีกด้วยว่าเขาจะฝึกยิวยิตสูกับวิชาหอกสามชั่วโมงต่อวัน ส่วนเวลาที่เหลือเขาก็ใช้มันไปกับการอ่านหนังสือ

เป็นโชคดีของยูอิลฮานที่เพราะการหยุดเวลาทำให้หนังสือเหล่านี้ไม่ได้พังสลายไปตามกาลเวลา นี้เป็นเรื่องดีเรื่องหนึ่งสำหรับยูอิลฮาน

ความชอบหลักๆของเขาอยู่ที่นวนิยายร่วมสมัย แต่ว่าหลังจากที่เขาได้อ่านหนังสือแนวนี้มาประมาณห้าปี เขาก็ได้ไปหาอ่านเรื่องอื่นๆต่อ

การอ่านหนังสือนี้ไม่เหมือนกับศิลปะการต่อสู้ที่ไม่สามารถจะสังเกตุเห็นอะไรได้เลย การอ่านหนังสือนั้นยิ่งอ่านมากก็จะยิ่งได้รับความรู้เท่านั้น ยูอิลฮานที่ในตอนนี้ได้เสพติดการอ่านหนังสือได้ให้ความสนใจไปกับหนังสือต่างๆมากมายภายในห้องสมุดนี้ ความรู้ทั่วไป ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ฟิสิกซ์เคมี ศิลปะ เขาได้อ่านหลังสือทุกๆเล่มที่มีอยู่ในห้องสมุด

หลังจากผ่านไปไม่กี่ปีหนังสือภายในห้องสมุดนี้กดูจะไม่พอแล้ว ในเมื่อตอนนี้ไม่มีคนมาเฝ้าร้านหนังสือแล้วทำให้ยูอิลฮานได้เริ่มตระเวนไปพิชิตร้านหนังสือที่เขาเดินเท้าเข้าไปได้เพื่อที่จะหาหนังสือที่ไม่มีอยู่ในห้องสมุด

ยังไงก็ตามถึงแม้แบบนั้นมันก็ยังมีขีดจำกัดอยู่ ในปีที่ 67 หลังจากที่เขาถูกทิ้งเอาไว้ (แน่นอนว่ายูอิลฮานไม่ได้นับมันมานานแล้ว) เขาก็ได้เริ่มตัดสินใจครั้งยิ่งใหญ่

"เรามาเรียนภาษาอื่นกันดีกว่า"

[ถ้างั้นก็แค่ต้องเปลื่ยนที่อยู่ ไม่ว่าที่ไหนฉันก็เอาอาหารมาให้นายได้อยู่ดีแหละ]

"แล้วอาหารนั่นมาจากไหนอะ"

[ความลับ]

เขาได้เริ่มเดินทางไปยังประเทศจีนที่อยู่ใกล้กับเกาหลีที่สุดในทันที การเดินทางของเขาได้ไปด้วยรถขับมันไปจนกระทั่งน้ำมันหมด ถ้าหากเจอปั้มเขาก็จอดแวะเพื่อเติมน้ำมันหรือไม่หากไม่เจอปั้มเขาก็แค่ต้องเปลื่ยนรถคันใหม่ก็เท่านั้นเอง

ใบอนุญาตหรอ? ในโลกตอนนี้มีแค่ยูอิลฮานเท่านั้นที่อาศัยอยู่ดังนั้นเขาจึงไม่ต้องกังวลอะไรในเรื่องนี้ถ้าหากว่าเขาไม่ขับรถไปชนหรือเกิดระเบิดขึ้น

แม้ว่าในขณะที่เขากำลังเดินทางอยู่เขาก็ได้เรียนภาษาจีนไปด้วยในเวลาที่ว่าง

และประเทศจีนที่เขาได้มาถึงก็กว้างจนเกินไป แถมแน่นอนว่าก็มีข้อความมากมายที่ให้เขาอ่าน

"บางทีมันอาจจะเป็นความคิดที่ผิดก็ได้ที่มาจีนเป็นที่แรก"

ยูอิลฮานได้ร้องขึ้นอย่างสนุกสนานเพราะความจริงที่ว่าประเทศนี้มีความรู้ใหม่ๆเป็นจำนวนมาก ก่อนที่มนุษยชาติทั้งหมดจะกลับมาเขาจะต้องศึกษาความรู้ทั้งหมด ความจริงนี้ก็ยังทำให้เขาเสียใจอีกด้วย

ยังไงก็ตามนั่นก็เป็นความผิดพลาดของเขาอีกเช่นกัน แม้ว่าหลังจากเขาได้ผจญไปบนแผ่นดินกว้างของจีนและศึกษาหนังสือทุกๆเล่มที่อยู่ในจีนจนครบแล้วแต่มนุษยชาติก็ยังคงไม่กลับมา ยูอิลฮานได้เลิกถามลิต้านานแล้วว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหนและลิต้าก็ยังไม่ได้พูดถึงเรื่องนี้ด้วย

เขาได้ย้ายไปประเทศต่างๆอย่างใจเย็น ที่เขาทำแบบนี้มันเป็นเพราะว่าเขารู้สึกว่าเขาจะต้องเป็นบ้าไปแน่ถ้าหากว่าเขาไม่ได้สิ่งกระตุ้นใหม่ๆไม่ว่ามันจะเป็นอะไรก็ตาม

คาซัคสถาน อุซเบกิสถาน ปากีสถาน อินเดัย มองโกเลีย.... หลังจากได้เรียนรู้ทุกๆภาษาภายในเอเชียแล้วเขาก็เริ่มอ่านหนังสือทั้งหมด บันทึกทั้งหมดและยังแม้แต่ข้อความบันทึกในอินเตอร์เน็ตของประเทศเหล่านี้ เขาได้อ่านมันราวกับว่าเขาจะต้องตายแน่หากเขาไม่ได้อ่านอะไรซักอย่าง เขาได้อ่านซ้ำแล้วซ้ำอีก

ในตอนนี้เขาได้ลืมเรื่องกฏเหล็กที่จะฝึกศิลปะการต่อสู้เป็นเวลาสามชั่วโมงต่อวันไปและแทบใกล้จะโดนลิต้าอัด

[นายไม่ได้เป็นอะไรแน่นะ?]

"ฉันไม่ได้เป็นอะไร"

เขาได้ยกหัวของเขาขึ้นมา หน้าสุดท้ายของหลังสือเล่มสุดท้านของหนังสือทั้ง 7.5 ล้าเล่มที่อยู่ภายในสถาบันวิทยาศาสตร์ของรัสเซีย

แม้ว่ามันจะมีหนังสือถึง 7.5 ล้านเล่ม แต่ก็ยังมีหนังสืออยู่อีกหลายเล่มที่มันซ้ำกันกับในห้องสมุดอื่นๆและด้วยยูอิลฮานในตอนนี้เขาสามารถจะอ่านหนังสือพวกนี้ได้ในเวลาสั้นๆไม่ว่ามันจะหนาแค่ไหนเพราะว่าเขาได้อ่านหนังสือแบบนี้มาซ้ำๆเป็นเวลานับไม่ถ้วนแล้ว นี้มันไม่ใช่งานหนักอะไรสำหรับเขาเลย

"อย่างที่คิดเอาไว้เลย แม้ว่าฉันจะอ่านพวกมันแล้วฉันก็ไม่ได้เข้าใจหนังสือทางเทคนิคพวกนี้เลยซักนิด"

ยูอิลฮานได้รู้ขีดจำกัดของสมองเขาแล้ว มันดูเหมือนว่าเขาจะไม่ใช่คนที่เหมาะกับวิทยาศาสตร์ เขาอ่านมันก็เพียงแค่เพราะว่ามันมีข้อความและการทำแค่อ่านมันก็ไม่ได้ทำให้เขาเชี่ยวชาญในด้านเฉพาะทางของอาชีพนั้นๆเลย

"เอาล่ะตอนนี้ไปยุโรปกันดีกว่า"

[ตอนนี้นายกำลังพูดภาษารัสเซียอยู่นะนายรู้ตัวปะ]

"Hyv??"

[โอเค พวกเราไปฟินแลนด์กัน]

ในตอนนี้เขาก็ได้ไปทัวยุโรป ตะวันออกกลาง และแม้แต่แอฟริกา ในหัวของเขาตอนนี้ได้เต็มไปด้วยคำศัพท์

ในตอนนี้มันเป็นปีที่ 216 แล้วนับตั้งแต่ที่เขาได้ถูกทิ้งเอาไว้

"ในตอนนี้ก็เหลือแค่โอเชียเนียกับอมริกาสินะ"

ยูอิลฮานได้ตะโกนออกมาเหมือนกับเด็กที่พึ่งเช็คว่าเหลือการบ้านปิดเทอมอีกแค่นิดเดียวแล้ว

ลิต้าได้ยิ้มขมๆและถามขึ้นมาเมื่อเห็นว่าความตรึงเครียดของเขาไม่ได้มีเลยแม้ว่าเขาจะใช้ชีวิตมากว่า 200 กว่าปีแล้ว

[นายรู้ใช่ไหมว่านายต้องนั่งเรื่องไป?]

"ไม่เป็นไร มันมีเรียกตั้งเยอะนี่ที่เจ้าของไม่อยู่บนโลกแล้ว"

[นั่นมันขโมยเลยนะ]

พลังแห่งกาลเวลาน่าทึ่งอย่างแท้จริง มันได้ทำให้นักศึกษาที่ไร้ความามารถได้กลายมาเป็นนักผจญภัยที่ทรงพลัง ยูอิลฮษนได้ขยับตัวอย่างรวดเร็วราวกับว่าหากเขาหยุดพักเขาจะต้องตายไป

เขาได้ใช้ความรู้ด้านภูมิศาสตร์ทั้งหมดเพื่อหาระยะทางที่แร่นเรือให้สั้นที่สุดและเขาก็มองหาเรือที่เขาสามารถจะขับไปได้ในระยะทางนั้น ในหนังสือจำนวนนับไม่ถ้วนที่เขาอ่านมาจนกระทั่งถึงตอนนี้มีหนังสืออยู่หลายเล่มที่เป็นเรื่องเกี่ยวกับเรือทำให้มันไม่ใช่เรื่องยากสำหรับเขาเลยในการหาเรือที่ทนทาน หาเชื้อเพลิงและวิธีขับมัน

"ลิต้ามันคงไม่ใช่ว่ามนุษย์เผลอตายกันไปหมดโดยบังเอิญใช่ไหม?"

[ฉันบอกไปแล้วนี่ว่าเวลามันถูกบิดเบือน ฉันโง่เองที่ไปคิดว่ามันเป็นแค่สองสามเท่า แต่ว่าจริงๆแล้วมันดูเหมือนว่าอย่างน้อยก็สิบเท่าไปแล้ว]

"น่าตื่นเต้นจัง"

หลังจากเขาได้เตรียมตัวเดินทางเสร็จแล้วยูอิลฮานก็ออกจากแผ่นดินโดยที่ไม่ลังเลใดๆ ตราบใดที่แผ่นดินโอเชียเนียกับอเมริกายังรอเขาอยู่ เขาก็ไม่มีเวลามาพักผ่อนได้

และสิบปีก็ได้ผ่านไปอีกครั้ง

"ฉันทำสำเร็จจจจจจจจจจจจจ!!!!"

[น่าเกลียดจริง]

ในขณะที่มองดูยูอิลฮานที่ตะโกนออกมาพร้อมกลับกลิ้งไปกับพื้นที่ห้องสมุดสาธารณะของบอสตันที่เป็นที่รู้จักว่าเป็นหนึ่งที่สถานที่ๆใหญ่แห่งหนึ่งในอเมริกาลิต้าก็ได้พึมพัมออกมาด้วยเสียงที่เบื่อหน่าย

ในที่สุดแล้วยูอิลฮานก็ได้พิชิตหนังสือทั้งหมดที่ถูกเปิดเผยออกมาของมนุษยชาติไปแล้ว แม้ว่าเธอจะได้ดูสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดด้วยตาของเธอเองมันก็ยังคงเป็นความสำเร็จที่ไม่น่าเชื่ออยู่ดี

หลังจากที่เขาได้ออกมาจากห้องสมุด เขาก็ได้มานั่งอยู่บนม้านั่งริมทางและมองท้องฟ้าที่มืดครึ้มอยู่พักหนึ่ง ยูอิลฮานได้พึมพัมออกมาในขณะโครงหัวไปมา

"แล้วตอนนี้ฉันจะทำไรดีล่ะ"

[ศิลปะการต่อสู้ไง]

"ฉันก็ทำมันมาจนกระทั่งถึงตอนนี้ไปแล้วไง"

เขาไม่ได้เอาแต่อ่านหนังสือในตอนที่ไปรอบโลกเท่านั้น เขายังได้เดินทางไปตามซากโบราณสถานต่างๆที่ยังเหลืออยู่อีกด้วย เขาได้เจอกับร่องรอยของศิลปะการต่อสู้ต่างๆและยังคงนำมันมาแก้ไขในข้อบกพร่องต่างๆในยิวยิตสูกับวิชาหอกมาตลอด ในการฝึก 3 ชั่วโมงต่อวันนั้นเป็นแค่เวลาอย่างน้อย ในบางครั้งเขาก็ยังใช้เวลาถึง 8 ชั่วโมง หรือไม่ก็ 12 ชั่วโมงด้วยซ้ำ

ศิลปะการต่อสู้มือเปล่ากับศิลปะการต่อสู้อาวุธของเขาได้เปลื่ยนไปจนอยู่ในจุดที่เขาไม่สามารถจะหารูปแบบดั้งเดิมของมันได้แล้ว มันได้ถูกปรับปรุงพัฒนาไปสู่การปฏิบัตจิจริงและระดับของเทคนิคก็อยู่สูงจนอยู่ในจุดที่ทำให้ลิต้าต้องมีช่วงเวลาที่ยากลำบากในตอนที่สู้กับเขาโดยไม่ใช่มานาแล้ว

นี้เป็นสิ่งที่คนที่ไม่มีพรสวรรค์จะทำได้เลยแม้ว่าคนๆนั้นจะมีเวลานับไม่ถ้วนก็ตาม แน่นอนว่าลิต้าก็ไม่ได้บอกในเรื่องนี้กับยูอิลฮานเพื่อที่จะให้เขาก้าวหน้าต่อไปเรื่อยๆ

"ลิต้านอกจากศิลปะการต่อสู้กับความรู้แล้ว มีอะไรอีกบ้างที่จะช่วยฉันได้หลังจากหายนะครั้งยิ่งใหญ่"

คำถามนี้ได้ถามมาที่ลิต้าที่กำลังคิดเรื่องพรสวรรค์ของยูอิลฮานอยู่ ในตอนที่เธอได้ยินเสียงนี้เธอได้รู้สึกขนลุกขึ้น

[นาย....]

คำถามนี้ได้พิสูจน์เรื่องๆหนึ่งแล้ว

ยูอิลฮานที่ได้รับประสบการณ์ชีวิตมากยิ่งกว่าที่มนุษย์คนใดจะได้สัมผัสในช่วงชีวิตของคนๆหนึ่งก็ยังคงไม่ได้สูญเสียความหวังแม้ว่าเวลาจะผ่านไปก็ตาม

สำหรับเขาแล้วชีวิตเขายังไม่ได้จบลง ไม่สิ บางทีเขาอาจจะคิดว่ามันยังไม่ได้เริ่มขึ้นเลยด้วยซ้ำ ทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาทำมาจนกระทั่งตอนนี้บางทีอาจจะเป็นแค่การเตรียมตัวสำหรับชีวิตหลังจากหายนะครั้งใหญ่เท่านั้นเอง

มันเป็นเวลานานแม้แต่กับลิต้าที่เป็นถึงนางฟ้า แต่ว่ากับมนุษย์ที่มีชีวิตเฉลี่ยได้ไม่ถึง 100 ปีแล้วมันแปลกมาก แน่นอนว่าตัวเขาเองก็ยังไม่รู้ว่าเวลาได้ผ่านไปมากแค่ไหนแล้ว แต่ว่านี่ก็ไม่ได้ทำให้ลิต้าต้องไปสนใจเรื่องนั้น

[นาย นายเป็นคนแบบนี้ได้ยังไงกัน?]

ในตอนนี้ลิต้าได้พ่นคำถามที่เธอเก็บเอาไว้มาจนถึงตอนนี้ด้วยความตกตะลึงออกไป

ถ้าหากยูอิลหาญอยากจะโม้สักหน่อยเขาก็ต้องตอบคำถามเล่นๆออกไป แต่ว่าตัวเขาที่ได้ใช้ชีวิตอยู่ในขณะที่มองหาความรู้และประสบการณ์ใหม่ๆโดยที่ไม่ติดต่อกับมนุษย์คนอื่นมาเป็นเวลาหลายปีแล้วสิ่งที่มีอยู่ก็แค่ความซื่อตรงและซื่อสัตย์ใส่สื่อ นี้มันอาจจะคิดได้ว่าตัวเขาได้ย้อนกลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง

"เธอบอกว่าฉันจำเป็นต้องทำมัน ฉันก็เลยทำไง ฉันไม่มีทางฝึกมานาได้ฉันก็เลยจำเป็นต้องทำอย่างอื่นไง"

[.....]

กับยูอิลฮานที่ตอบกลับมาอย่างเฉยเมยแล้วลิต้าได้แต่หมดคำพูดไป อารมณ์ละแรงผลักดันจำนวนนับไม่ถ้วนได้ผสมปนเปกันไปหมดและไปจนถึงที่ระเบิดออกมาจนทำให้หัวของเธอต้องขาวโพลนไปหมด

ไม่นานนักเธอก็ไม่รู้แล้วว่าเธอทำหน้ายังไงอยู่และหันหน้าหลบไปพร้อมกางปีกออก

[ฉันไปล่ะนะ]

"ก่อนไปก็บอกฉันก่อนสิว่าฉันต้องทำอะไร"

[นับจากนี้ก็ลองคิดเอาเองสิ]

ลิต้าได้หายตัวไปจากที่นี่แล้วและยูอิลฮานก็ได้ตะลึงไป หลังจากที่เขาได้ตัดสินสถานการณ์อย่างใจเย็นแล้วเขาก็ได้ถอนหายใจออกมาและพึมพัมกับตัวเองอีรกครั้ง

"ก่อนอื่นก็กลับบ้านดีกว่า"

นี้เป็นช่วงเวลาแห่งประวัติศาสตร์ที่นางฟ้าได้บิดบังบางสิ่งที่มากยิ่งกว่าแค่ความปรารถนาดีต่อมนุษย์เอาไว้ และมันเห็นได้ชัดเจนว่ายูอิลฮานไม่ได้เห็นมัน

ยูอิลฮานไม่ได้รู้เลยแต่ว่าในตอนนี้เป็นปีที่ 274 แล้วนับตั้งแต่ที่เขาถูกทิ้งเอาไว้

มนุษย์ก็ยังคงไม่ได้กลับมา

จบบทที่ บทที่ 2 - อยู่อย่างอ้างว้าง (2)

คัดลอกลิงก์แล้ว