- หน้าแรก
- วันพีซ โปรแกรมโกงนักปรับแต่งผลปีศาจ
- ตอนที่ 152: งานเก็บกวาด
ตอนที่ 152: งานเก็บกวาด
ตอนที่ 152: งานเก็บกวาด
ตอนที่ 152: งานเก็บกวาด
ยังมีลิ่วล้อของกลุ่มโจรสลัดร้อยอสูรเหลืออยู่อีกกว่าห้าพันคนบนเกาะโอนิกะชิมะ แน่นอนว่าเฉาเฉินไม่จำเป็นต้องสั่งการอะไรเพิ่มเติม เหล่านักรบที่มีความแข็งแกร่งเพิ่มขึ้นอย่างมากต่างรู้หน้าที่และลงมือเก็บกวาดเกาะโอนิกะชิมะจนกลายเป็นเกาะแห่งภูตผีอย่างแท้จริง
คนของฝ่ายรุ่งอรุณเชี่ยวชาญกระบวนการฆ่าคน วางเพลิง และทำลายหลักฐานเป็นอย่างดี ซึ่งก็ได้เรียนรู้วิชาของแท้มาจากเฉาเฉินนั่นแหละ
หลังจากการเก็บกวาด เฉาเฉินได้รับแต้มพลังงานมาเกือบ 200,000 แต้มอย่างไม่คาดคิด
ตัวเลขนี้ทำให้เฉาเฉินตกตะลึงมาก รายได้จากพวกเบี้ยล่างดันมากกว่าจานหลักหลายสิบเท่าเลยเหรอเนี่ย?!
ช่างเป็นเรื่องเซอร์ไพรส์จริงๆ!
แต่หลังจากคิดดูให้ละเอียด เฉาเฉินก็หายแปลกใจ
ชาติก่อนเขาเคยเห็นคอมเมนต์จากแฟนวันพีซบางคนบอกว่า ใครที่ใช้ฮาคิได้ในพาราไดซ์ถือว่าเป็นยอดฝีมือ แต่พอเข้าโลกใหม่กลับกลายเป็นว่าใครๆ ก็มีฮาคิ ซึ่งพวกเขามองว่าเป็นการตั้งค่าที่ไม่สมเหตุสมผล
แต่เฉาเฉินรู้สึกว่าแฟนๆ เหล่านั้นกำลังเข้าใจผิด
ข้อแรกที่ต้องแย้งคือ ในพาราไดซ์ก็มีสถานที่ที่ทุกคนใช้ฮาคิเป็น
ที่ไหนน่ะเหรอ?
อมาซอนลิลลี่ไง!
แล้วทำไมทุกคนบนอมาซอนลิลลี่ซึ่งอยู่ในช่วงพาราไดซ์ถึงรู้จักรฮาคิ?
ง่ายมาก เพราะอมาซอนลิลลี่ทั้งเกาะเป็นของกลุ่มโจรสลัดคุจา พวกเขาเป็นทั้งประเทศและกลุ่มโจรสลัด ดังนั้นฮาคิสองรูปแบบซึ่งเป็นเทคนิคลับที่ไม่ค่อยมีการสืบทอดในพาราไดซ์ จึงเป็นสวัสดิการภายในของอมาซอนลิลลี่ที่ส่งต่อกันมารุ่นสู่รุ่น และสามารถเรียนรู้ได้เมื่อมีคุณสมบัติครบถ้วน
เหมือนกับรูปแบบทั้งหกของกองทัพเรือ ถ้าคุณมีความดีความชอบหรือคุณสมบัติเพียงพอ คุณก็เรียนได้ และหลังจากฝึกฝนรูปแบบทั้งหกจนชำนาญ การจะปลุกฮาคิสองรูปแบบได้ตามธรรมชาติก็เป็นเรื่องง่ายนิดเดียว
งั้นลองมองดูอีกที นอกจากกองทัพเรือและอมาซอนลิลลี่แล้ว ยังมีขั้วอำนาจไหนในพาราไดซ์ที่ให้สวัสดิการแบบนี้บ้าง?
กัปตันกลุ่มโจรสลัดคนไหนจะกระตือรือร้นสอนฮาคิที่ตัวเองรู้ให้กับลูกเรือทุกคน? แค่สอนให้ลูกน้องคนสนิทสักคนสองคนก็นับว่าใจกว้างสุดๆ แล้ว!
ดังนั้น จึงเป็นเรื่องปกติที่มีคนเพียงหยิบมือเดียวในพาราไดซ์ที่ใช้ฮาคิเป็น เพราะคนส่วนใหญ่ไม่มีช่องทางให้เรียนรู้!
ไม่ใช่ว่าตัววิชาฮาคิมันซับซ้อนลึกซึ้งอะไรขนาดนั้น
นอกจากพวกที่มีพรสวรรค์เหนือมนุษย์ คนอื่นก็แค่พวกไก่อ่อน จะให้ไก่อ่อนจิกตีกันแล้วปลุกฮาคิขึ้นมาได้เองคงเป็นเรื่องผิดปกติ
แต่โลกใหม่นั้นต่างออกไป
ทีนี้ลองมาดูใหม่ ทำไมถึงบอกว่าโลกใหม่มีมาตรฐานว่าทุกคนต้องใช้ฮาคิเป็น?
เหตุผลก็ง่ายเช่นกัน คนที่ใช้ฮาคิไม่เป็น โดยพื้นฐานแล้วกลายเป็นปุ๋ยไปหมดแล้วไงล่ะ!
ส่วนพวกที่พอมีแววหรือมีความแข็งแกร่งอยู่บ้าง ถ้าไม่โดนกวาดล้าง ก็ถูกดูดซับเข้าไปรวมกับกลุ่มโจรสลัดอื่น
ถึงจุดนี้ หน้าใหม่ถ้าไม่เป็นเบี้ยล่างในการต่อสู้ครั้งต่อไป ก็ต้องพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อเรียนรู้เทคนิคการต่อสู้ทั้งหมดจากพวกหน้าเก่า
และพวกที่สามารถเข้าสู่แกรนด์ไลน์จากทะเลทั้งสี่ บุกเข้าสู่โลกใหม่จากพาราไดซ์ และยังไม่ตายหลังจากเข้าสู่โลกใหม่ ไม่ว่าจะถูกดูดซับหรือสร้างอาณาเขตของตัวเองได้ โดยทั่วไปแล้วย่อมไม่ใช่น้ำยา หลังจากผ่านการต่อสู้มาหลายครั้ง การจะจับเคล็ดลับฮาคิได้ไม่ใช่เรื่องยากเลยจริงๆ
ท้ายที่สุด เมื่อทุกคนกำลังสู้กัน คนรอบข้างแขนดำหรือตัวดำเมี่ยมกันหมด คุณจะไม่สงสัยหรืออยากรู้บ้างเชียวหรือ?
ยิ่งไปกว่านั้น ฮาคิเองก็มีความแตกต่างในระดับความแข็งแกร่ง ฮาคิพื้นฐานก็ยังถือว่าเป็นไก่อ่อนในสายตาของคนเก่ง ดังนั้นต่อให้ผู้ใช้ฮาคิจะมีเกลื่อนกลาดในโลกใหม่ ก็ไม่ได้สร้างความแตกต่างให้กับยอดฝีมือที่ยังคงกวาดล้างพวกมันได้เป็นเบืออยู่ดี
ยกตัวอย่างเช่น ในสงครามมารีนฟอร์ด อาคาอินุระเบิดภูเขาไฟเพียงครั้งเดียวก็ฆ่าลิ่วล้อกลุ่มโจรสลัดหนวดขาวไปจำนวนมาก เขาจะมีอารมณ์มานั่งสงสัยไหมว่าเมื่อกี้ฆ่าผู้ใช้ฮาคิไปกี่คน?
ในกลุ่มอำนาจอย่างสี่จักรพรรดิหรือเจ็ดเทพโจรสลัด พวกที่ไม่ได้เป็นผู้บริหาร ต่อให้ปลุกฮาคิได้ ท้ายที่สุดก็ยังเป็นแค่เบี้ยล่าง
เพียงแต่ตัวประกอบที่จำเป็นต้องใช้นั้นมีเลเวลสูงขึ้นนิดหน่อยหลังจากเปลี่ยนแผนที่เล่น
กลับมาที่พวกลิ่วล้อของกลุ่มโจรสลัดร้อยอสูร
เฉาเฉินเคยคาดเดาว่าเงื่อนไขเบื้องต้นในการปลุกฮาคิเกราะคือร่างกายต้องถึง 100 แม้ระบบจะไม่ได้ตอบรับ แต่ก็อนุมานได้จากข้อมูลการปลุกฮาคิราชันย์ว่า เกณฑ์การปลุกฮาคิเกราะแม้จะแตกต่างกันไปในแต่ละคน แต่น่าจะแกว่งอยู่ที่ค่าร่างกายประมาณ 100 และตัวเลขไม่น่าจะหนีจากนี้ไปมากนัก
ดังนั้น จึงเข้าใจได้ว่าทำไมลิ่วล้อเพียงห้าพันกว่าคนของกลุ่มร้อยอสูรถึงให้แต้มพลังงานเกือบ 200,000 แต้ม
เฉาเฉินประเมินว่าอย่างน้อยหนึ่งในสามของลิ่วล้อห้าพันกว่าคนนี้ น่าจะเชี่ยวชาญฮาคิเกราะขั้นพื้นฐานที่สุดแล้ว และส่วนที่เหลือก็น่าจะจ่อคอหอยใกล้จะปลุกได้หรือห่างอีกไม่ไกล
ถ้าคนห้าพันคนมีระดับร่างกายเฉลี่ยอยู่ที่ 100 แต้ม ต่อให้มีพวกอ่อนแอดึงค่าเฉลี่ยลงมาบ้าง ตัวเลข 200,000 แต้มก็ดูสมเหตุสมผล
เย็นวันนั้น ณ หอประชุมโอนิกะชิมะ
ความคิดในใจของเฉาเฉิน: เชี่ยเอ้ย รวยเละ! ไคโดช่างเป็นคนดีจริงๆ!
...กองไฟที่รอคอยมานานถูกจุดขึ้นอีกครั้ง สมาชิกฝ่ายรุ่งอรุณจากเรือทั้งสามลำ พร้อมด้วยกลุ่มสมาชิกสำรอง ต่างร่วมเฉลิมฉลองงานเลี้ยงยามค่ำคืน
เมื่อเห็นว่าทุกคนอิ่มหนำและเริ่มจับกลุ่มคุยเล่นหยอกล้อกัน เฉาเฉินจึงเดินไปที่กลางงานแล้วกระแอมเบาๆ
เมื่อทุกคนเห็นว่าเฉาเฉินดูเหมือนจะมีเรื่องจะพูด ก็เงียบลงทันที
เฉาเฉินมองไปรอบๆ แล้วหัวเราะเสียงดัง "ครั้งนี้ พวกเรากวาดล้างกลุ่มโจรสลัดร้อยอสูร หนึ่งในสี่จักรพรรดิได้สำเร็จ และในขณะเดียวกันก็บรรลุเป้าหมายหลักในการช่วยให้ทุกคนได้ฝึกฝนและทะลวงขีดจำกัด ฉันพอใจกับผลลัพธ์นี้มาก"
เมื่อได้ยินดังนั้น ทุกคนต่างแสดงสีหน้ายินดีปรีดา
จากนั้นเฉาเฉินก็เปลี่ยนเรื่อง "อย่างไรก็ตาม กลุ่มโจรสลัดร้อยอสูรก็ยังเป็นหนึ่งในกลุ่มโจรสลัดสี่จักรพรรดิ พวกเขามีน้ำหนักมากในท้องทะเล แม้แต่กองทัพเรือและรัฐบาลโลกยังไม่อยากเปิดฉากสงครามกับพวกเขาโดยง่าย"
"เป็นเพราะรัฐบาลโลกและกองทัพเรือเอาชนะกลุ่มโจรสลัดสี่จักรพรรดิไม่ได้งั้นหรือ? ไม่ใช่! ถ้ารัฐบาลโลกและกองทัพเรือยอมทุ่มกำลังรบสักหนึ่งในสี่หรือหนึ่งในห้า พวกเขาก็สามารถทำลายกลุ่มโจรสลัดสี่จักรพรรดิได้อย่างง่ายดาย!"
ขณะที่เฉาเฉินพูด รอยยิ้มบนใบหน้าของทุกคนก็ค่อยๆ จางหายไป
แซลลี่และคนอื่นๆ ที่ติดตามเฉาเฉินมาตั้งแต่แรกเริ่มยังพอทำใจได้ เพราะพวกเขาเคยได้ยินเรื่องห้าผู้เฒ่าและภาคีอัศวินเทพจากเฉาเฉินมาบ้างแล้วไม่มากก็น้อย
แต่ไวเปอร์ นักรบเผ่าสกายเปีย และสมาชิกสำรองจากสามหมู่บ้าน ไม่เคยรู้เลยว่ารัฐบาลโลกและกองทัพเรือมีกำลังรบและรากฐานที่น่ากลัวขนาดนั้น
ในขณะนี้ ทุกคนหยุดยิ้มทันที แม้จะรู้ว่าเรือทั้งสามลำของฝ่ายรุ่งอรุณไม่ได้ยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกับรัฐบาลโลกและกองทัพเรือในขณะนี้
อย่างไรก็ตาม จิตวิญญาณที่ถูกเผยแพร่บนเกาะแห่งท้องฟ้าได้เปลี่ยนไปเป็นความไม่ประมาทแม้ในยามสงบ โดยตั้งสมมติฐานว่าฝ่ายที่แข็งแกร่งที่สุดคือศัตรู... เฉาเฉินไม่เคยสั่งการเรื่องนี้ แต่อุดมการณ์นี้แพร่กระจายจากหมู่บ้านฮัวเซี่ยไปยังสามเกาะพร้อมกับรูปแบบทั้งหกโดยไม่รู้ตัว และกำลังได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ
เฉาเฉินคงนึกไม่ถึงว่าเรื่องเล่าและตำนานอันยิ่งใหญ่ของอาณาจักรฮัวเซี่ยโบราณที่เขาเล่าให้คนหนุ่มสาวในหมู่บ้านตี้เหวินฟัง จะก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงทางจิตใจอย่างมหาศาลและพายุอารมณ์ที่โหมกระหน่ำในใจของชนพื้นเมืองที่ไร้อารยธรรมในโลกนี้!
เช่นเดียวกับที่ไม่มีคนหนุ่มสาวจากสามหมู่บ้านคนไหนไม่อยากออกทะเลไปกับเรือทั้งสามลำ ก็ไม่มีใครยอมตกเป็นเบี้ยล่างของผู้อื่นเช่นกัน
การอยู่ภายใต้การปกครองของรัฐบาลโลกนั้นยอมรับได้ และการไม่ไปโจมตีพวกเขาก่อนก็ยอมรับได้ แต่การไม่มีความแข็งแกร่งพอที่จะต่อกรกับพวกเขา—นั่นคือปัญหาใหญ่!
เฉาเฉินเห็นว่าทุกคนเก็บเอาคำพูดของเขาไปคิดอย่างจริงจัง ก็พยักหน้าอย่างพอใจและพูดต่อ
"ดังนั้น ในช่วงเวลานี้ ไม่เพียงแต่เราจะไม่ประกาศเรื่องการกวาดล้างกลุ่มโจรสลัดร้อยอสูร แต่เรายังต้องสร้างภาพลวงตาว่ากลุ่มโจรสลัดร้อยอสูรยังคงอยู่!"
แซลลี่และคนอื่นๆ มีท่าทีครุ่นคิดเมื่อได้ยินดังนั้น เมื่อเชื่อมโยงกับความสามารถของอาเฉินและชำเลืองมองสมาชิกสำรองจากสามหมู่บ้าน พวกเขาก็พอจะเดาได้คร่าวๆ ว่าเฉาเฉินจะทำอะไรต่อไป
และก็เป็นไปตามคาด เฉาเฉินหยุดรอให้ทุกคนเข้าใจความหมายโดยรวม ก่อนจะพูดต่อ
"ครั้งนี้ ฉันต้องการคนกลุ่มหนึ่งให้ประจำอยู่ที่วาโนะคุนิชั่วคราว เพื่อสวมรอยเป็นกลุ่มโจรสลัดร้อยอสูรและดึงดูดความสนใจจากภายนอกต่อไป จนกว่าจะถึงวันที่ไม่มีอำนาจใดในโลกนี้มาคุกคามบ้านเกิดของพวกเราได้!"