เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 241 - นางกำนัลอิ๋นซิ่งสวมรอยแทนองค์หญิง

บทที่ 241 - นางกำนัลอิ๋นซิ่งสวมรอยแทนองค์หญิง

บทที่ 241 - นางกำนัลอิ๋นซิ่งสวมรอยแทนองค์หญิง


บทที่ 241 - นางกำนัลอิ๋นซิ่งสวมรอยแทนองค์หญิง

อาปู้ควานได้ยินคำว่ากองทัพตระกูลเว่ย รูม่านตาก็หดเกร็งทันที ความหนาวเหน็บสายหนึ่งพุ่งจากฝ่าเท้าขึ้นสู่สมอง

เป็นไปไม่ได้ กองทัพตระกูลเว่ยตายกันหมดแล้วไม่ใช่รึ คนพวกนี้ต้องตั้งใจมาหลอกเขาแน่

"ฮึ กองทัพตระกูลเว่ยกลายเป็นดินเหลืองแห่งตะวันตกเฉียงเหนือไปนานแล้ว พวกเจ้าคิดว่าแค่อ้างชื่อกองทัพตระกูลเว่ย แล้วพวกเราชาวทูเจวี๋ยจะกลัวรึ"

"เรื่องเสบียงของกองทัพตระกูลเว่ย แพร่สะพัดไปทั่วแคว้นเพื่อนบ้านนานแล้ว เป็นราชสำนักต้าโจวของพวกเจ้าเองที่ฆ่ากองทัพตระกูลเว่ยผู้พิทักษ์ตะวันตกเฉียงเหนือ เป็นคนต้าโจวของพวกเจ้าเองที่สังหารสุนัขเฝ้าบ้าน น่าขำสิ้นดี"

"เรื่องนี้ทำให้ข้านึกถึงคำพูดหนึ่งของพวกเจ้าชาวต้าโจว ทำตัวเองแท้ๆ จะโทษใครได้ ที่ต้าโจวของพวกเจ้ามีวันนี้ ก็เพราะราชสำนักของพวกเจ้าไม่เอาไหนเอง"

"ทหารอย่างพวกเจ้าจะทนรับใช้ราชสำนักพรรค์นี้ไปไย มิสู้มาเข้ากับทูเจวี๋ยของพวกเรา ข้าในนามของทูเจวี๋ย ขอต้อนรับพวกเจ้าด้วยความยินดี และขอรับรองว่า ขอเพียงพวกเจ้ามาสวามิภักดิ์ จะได้รับยศถาบรรดาศักดิ์ เงินทอง สาวงาม ลาภยศสรรเสริญ เสพสุขไปชั่วชีวิต"

ไม่นึกเลยว่าพอเว่ยตงจูเอ่ยชื่อกองทัพตระกูลเว่ย กลับโดนอาปู้ควานย้อนรอยเอาเสียได้ แถมยังหันมาเกลี้ยกล่อมให้พวกเขายอมจำนนอีกต่างหาก

เว่ยตงจูแค่นหัวเราะ "ข้าคือนายน้อยแห่งกองทัพตระกูลเว่ย เว่ยตงจู! ตราบใดที่ข้ายังมีชีวิตอยู่ กองทัพตระกูลเว่ยก็ยังอยู่! ผู้พิทักษ์ประตูแห่งตะวันตกเฉียงเหนือ ก็จะยังคงอยู่ตลอดไป!"

น้ำเสียงหนักแน่นดั่งโลหะกระทบกัน ทุกถ้อยคำเปรียบเสมือนหินผาที่ทุ่มลงตรงหน้าอาปู้ควาน

อาปู้ควานแววตาไหววูบ เขารู้จักชื่อเว่ยตงจูดี เป็นลูกชายของแม่ทัพใหญ่ตระกูลเว่ยคนก่อน ตอนที่เขาอยู่ที่ราชสำนักทูเจวี๋ย ก็มักจะได้ยินวีรกรรมอันห้าวหาญของสองพ่อลูกคู่นี้อยู่บ่อยครั้ง

มันยังไม่ตายอีกรึ

เว่ยตงจูราวกับมองทะลุความคิดของอาปู้ควาน จึงเอ่ยเสียงแข็งกร้าว "ข้ายังไม่ตาย กองทัพตระกูลเว่ยของข้าก็ยังอยู่!"

อาปู้ควานยิ้มไม่ออกแล้ว กองทัพตระกูลเว่ยเปรียบเสมือนฝันร้ายของมหาทูเจวี๋ย

เขาพยายามจะแค่นหัวเราะเยาะเย้ยหลายครั้ง แต่ใบหน้ากลับยิ้มไม่ออก มุมปากกระตุกขึ้นๆ ลงๆ ดูบิดเบี้ยวพิกล

"ตัวข้ามาเพื่อเจรจาสงบศึก ไม่ใช่มาฟังเจ้าพร่ำเพ้อเรื่องกองทัพตระกูลเว่ย กองทัพตระกูลเว่ยของพวกเจ้าจะอยู่หรือไม่ ก็ไม่เกี่ยวกับข้า และยิ่งไม่เกี่ยวกับการเจรจาครั้งนี้!"

เว่ยตงจูจ้องมองอาปู้ควานเขม็ง ก่อนหันไปสั่งทหารข้างกาย "ไปเชิญท่านแม่ทัพใหญ่มา บอกว่าทูตของสามเผ่าทูเจวี๋ย อาปู้ควานมาถึงแล้ว"

"ขอรับ!" ทหารควบม้าออกไปทันที

อาปู้ควานรู้สึกเสียหน้า แค่นเสียงฮึดฮัดทำท่าจะเดินหนี เขาคือแม่ทัพใหญ่ผู้ยิ่งใหญ่แห่งอาปู้ควาน แค่คนถึกเถื่อนชาวต้าโจว บังอาจกล้าให้เขารออย่างนั้นรึ

หากเรื่องนี้แพร่งพรายกลับไปถึงมหาทูเจวี๋ย พวกที่คอยจ้องจะเลื่อยขาเก้าอี้แม่ทัพของเขาคงได้หัวเราะเยาะกันจนฟันร่วง ไม่แน่อาจจะฉวยโอกาสนี้ ใส่ร้ายว่าเขาเจรจาไม่สำเร็จ แล้วยึดตำแหน่งแม่ทัพไป

"นี่คือท่าทีในการเจรจาของพวกเจ้าชาวต้าโจวรึ ข้าเห็นว่าพวกเจ้าไม่มีความจริงใจเลยสักนิด การเจรจาครั้งนี้ไม่จำเป็นแล้ว ไว้ค่อยนัดวันเจรจากันใหม่คราวหน้าเถอะ!" อาปู้ควานไม่ได้พูดตัดรอนเสียทีเดียว กู้หน้ากลับมาได้สองส่วน

เว่ยตงจูสวนกลับ "ถ้าเจ้าจากไปตอนนี้ ทางต้าโจวของเราจะส่งสาส์นไปถึงราชสำนักทูเจวี๋ยของเจ้า บอกว่าเจ้าไร้ความสามารถในการเจรจา ให้พวกเขาส่งคนที่ใช้งานได้มาแทน!"

สีหน้าของอาปู้ควานเย็นเยียบลงจนถึงจุดเยือกแข็งทันที ไอ้คนต้าโจวสมควรตายนี่ กล้าขู่เขารึ

รองแม่ทัพข้างกายอาปู้ควานรีบเข้ามากระซิบกระซาบกับอาปู้ควานสองสามประโยค หลังจากพูดจบ รองแม่ทัพก็รีบวางมาดเดินตรงมาหาเว่ยตงจู

"ท่านแม่ทัพอาปู้ควานแห่งมหาทูเจวี๋ยของเรา มีราชกิจต้องสะสางมากมายในแต่ละวัน พวกเจ้าชาวต้าโจวให้ท่านแม่ทัพของเราต้องรอ ดังนั้นต้องยกกระโจมใหญ่นี้ให้ท่านแม่ทัพของเราใช้สะสางราชกิจเดี๋ยวนี้!"

ซุนจ้งเห็นอาปู้ควานหน้าแตกซ้ำแล้วซ้ำเล่า แถมยังทำอะไรไม่ได้ ก็รู้สึกเบิกบานใจเป็นที่สุด การเจรจาที่น่าอึดอัดใจหลายครั้งก่อนหน้านี้ ทำให้กองทัพปราบอุดรเสียศักดิ์ศรีไปมากโข แต่จากเหตุการณ์เมื่อครู่ พวกเขากู้ศักดิ์ศรีคืนมาได้แล้ว

สะใจจริงๆ!

หลังจากซุนจ้งสะใจเสร็จ อารมณ์ก็เริ่มซับซ้อนขึ้นมา หรือว่าตะวันตกเฉียงเหนือ จะมีเพียงกองทัพตระกูลเว่ยเท่านั้นที่ข่มขวัญพวกตางเผ่าได้ แล้วกองทัพปราบอุดรของพวกเขาตลอดสองปีมานี้ มันคืออะไรกัน

เนี่ยซวงไห่เห็นบรรยากาศเริ่มตึงเครียด จึงรีบสะกิดซุนจ้ง ทางฝั่งอาปู้ควานหาทางลงให้ตัวเองแล้ว พวกเขาก็ควรพอแค่นี้ อย่าให้การเจรจาล่มไม่เป็นท่าจริงๆ เลย

ซุนจ้งได้สติ จึงรีบกล่าว "กระโจมใหญ่นี้เตรียมไว้สำหรับการเจรจาอยู่แล้ว ท่านแม่ทัพจะใช้สะสางราชกิจที่นี่ก็ย่อมได้!"

อาปู้ควานแค่นเสียงเย็นชาอย่างน่ากลัว "งั้นพวกเจ้ายังไม่รีบไสหัวออกไปอีก!"

ซุนจ้งรีบส่งสายตาให้เว่ยตงจู แล้วกระซิบเบาๆ "ขุนนางผู้เจรจาคือแม่ทัพเสิ่น พวกเราออกไปรอข้างนอกก่อนเถอะ!"

เว่ยตงจูมองอาปู้ควานแวบหนึ่ง แล้วพยักหน้าเดินออกไป! เมื่อทุกคนออกไปหมดแล้ว อาปู้ควานก็รีบส่งสัญญาณให้ลูกน้องทันที

"ตายแล้ว ตายจริงๆ บาดแผลสาหัสขนาดนั้น ไม่มีทางรอด..."

...

หลังจากเสิ่นหลานซีได้รับข่าว ก็สั่งให้คนไปเรียกโจวอวิ๋นเยว่มา โจวอวิ๋นเยว่พอได้ยินว่าจะส่งนางไปแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์ ก็โกรธจัดบุกมาหาเสิ่นหลานซีทันที

"ข้ากับเสิ่นหยวนจิ่งมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งต่อกันแล้ว ชื่อเสียงสตรีสำคัญยิ่งชีพ ข้าจะไม่แต่งงานกับใครนอกจากเสิ่นหยวนจิ่ง!" โจวอวิ๋นเยว่พอมาถึงก็ตะโกนโวยวาย

เสิ่นหลานซีปรายตามองอย่างเย็นชา โจวอวิ๋นเยว่รู้สึกเหมือนโดนน้ำเย็นราดรดศีรษะ ไฟโทสะมอดดับลงในพริบตา นางยังลืมภาพที่เสิ่นหลานซีสั่งให้เฆี่ยนศพที่หน้าประตูเมืองไม่ได้จนถึงทุกวันนี้

นางเป็นถึงองค์หญิงต้าโจว เป็นกิ่งทองใบหยก นอกจากไม่ปกป้องนางแล้ว นังนี่ยังบังคับให้นางดูอีก นังนี่มันปิศาจชัดๆ

"ก่อนจะพูดอะไร คิดให้ดีเสียก่อน" เสิ่นหลานซีเตือนเสียงเรียบ

ไฟโทสะในใจของโจวอวิ๋นเยว่ลุกโชนขึ้นมาอีกครั้ง "ข้าคิดดีแล้ว ข้าวสารกลายเป็นข้าวสุก เว้นเสียแต่ว่าตระกูลเสิ่นของพวกเจ้าจะคิดเบี้ยว"

"ข้าเป็นองค์หญิงแห่งราชวงศ์ ตระกูลเสิ่นของพวกเจ้ากล้าหยามเกียรติข้าถึงเพียงนี้ รู้หรือไม่ว่าผลจะเป็นอย่างไร คนที่ควรคิดให้ดีน่าจะเป็นเจ้ามากกว่า!"

เสิ่นหลานซียกมุมปากขึ้นทันควัน "ดี ดีมาก!"

โจวอวิ๋นเยว่เห็นนางพูดเช่นนั้น หัวใจก็เต้นตุ้มๆ ต่อมๆ สองสามที "เจ้าหมายความว่าอย่างไร"

เสิ่นหลานซี "ราชสำนักจำเป็นต้องส่งองค์หญิงไปแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์ ในเมื่อเจ้ายืนกรานไม่ยอม ก็คงต้องให้นางกำนัลข้างกายเจ้าสวมรอยเป็นองค์หญิงไปแต่งงานแทนเจ้าแล้วล่ะ!"

โจวอวิ๋นเยว่ตาเป็นประกาย ความคิดนี้เข้าท่า แต่จะให้พูดออกจากปากนางไม่ได้ "เจ้าจัดการแบบนี้ก็เพื่อรักษาหน้าตาของตระกูลเสิ่น และรักษาหน้าตาของราชวงศ์สินะ" อย่างไรเสียความคิดนี้ก็ไม่ใช่ของนาง เป็นของเสิ่นหลานซี ต่อให้เสด็จพ่อจะลงโทษ ก็ต้องลงโทษเสิ่นหลานซี

เสิ่นหลานซีเอ่ยเสียงเย็น "เจ้าต้องคิดให้ดีนะ เมื่อนางกำนัลของเจ้าสวมรอยแทนเจ้า นางก็จะเป็นองค์หญิงต้าโจวอย่างสมบูรณ์ ส่วนเจ้าต่อไปจะเป็นได้เพียงคนไร้ชื่อแซ่!"

โจวอวิ๋นเยว่ตอบอย่างไม่ลังเลและรำคาญใจ "ข้าคิดดีแล้ว เจ้าจัดการไปตามนั้นเถอะ!"

เสิ่นหลานซีกวาดตามองนางกำนัลซ้ายขวาของนาง สุดท้ายสายตาก็หยุดอยู่ที่นางกำนัลทางขวามือ "เอานางกำนัลคนนี้แหละ!"

"พวกเจ้า รีบไปแต่งตัวให้นางเป็นองค์หญิงเร็วเข้า!" พวกนางกำนัลที่อยู่ข้างๆ ยังตั้งตัวไม่ทัน

ปานซือเฉ่าชี้ไปที่โจวอวิ๋นเยว่แล้วสั่ง "ไม่ได้ยินหรือไง ต่อไปนางไม่ใช่องค์หญิงต้าโจวแล้ว ถอดเสื้อผ้าเครื่องประดับที่ไม่เหมาะสมกับฐานะของนางออกให้หมด แล้วเอาไปเปลี่ยนให้องค์หญิงหว่านเหอตัวจริงของพวกเรา!"

นางกำนัลอิ๋นซิ่งที่ถูกเลือกให้เป็นตัวแทนกำนิ้วมือแน่น แววตาที่เต็มไปด้วยไฟแค้นแทบจะเผาทะลุพื้นอิฐ

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 241 - นางกำนัลอิ๋นซิ่งสวมรอยแทนองค์หญิง

คัดลอกลิงก์แล้ว