เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 101 - เจ้าทำงานให้ข้า ข้าจะมอบโอกาสแก้แค้นให้เจ้า

บทที่ 101 - เจ้าทำงานให้ข้า ข้าจะมอบโอกาสแก้แค้นให้เจ้า

บทที่ 101 - เจ้าทำงานให้ข้า ข้าจะมอบโอกาสแก้แค้นให้เจ้า


บทที่ 101 - เจ้าทำงานให้ข้า ข้าจะมอบโอกาสแก้แค้นให้เจ้า

เขารู้ดีว่าต้องรีบหาเงิน แต่จะไปหาจากที่ไหนล่ะ

ที่ปรึกษาเตือนสติ "เงินช่วยเหลือหายไปในเขตปกครองขององค์หญิงสาม องค์หญิงสามต้องรับผิดชอบด้วย"

สายตาของโจวหรูอันแข็งกร้าวขึ้นมาทันที ประกายความคิดแล่นผ่านสมอง ตะโกนสั่งการ "ไปเปิดหีบที่องค์หญิงสามให้มาดูซิ"

ทหารรีบไปเปิดหีบสมบัติที่ขนขึ้นเรือไปแล้ว ภายในทรัพย์สินยังอยู่ครบ ตรวจสอบแล้วไม่มีอะไรเสียหาย

โจวหรูอันมองรายการของขวัญปึกหนา แล้วก็ยิ้มออก

"พวกเจ้าเฝ้าเรืออยู่ที่นี่ ถ้ามีความผิดพลาดอีก ข้าจะสั่งประหารเก้าชั่วโคตร"

"รับทราบ" ทหารยืนเฝ้าหีบสมบัติกันแน่นหนา ตาไม่กะพริบ ไม่ยอมห่างแม้แต่ก้าวเดียว

~

เสิ่นหลานซีได้รับข่าวจากอินทรีสื่อสาร ก็สั่งให้เรือเร่งความเร็วเต็มพิกัด

พริบตาเดียวก็ถึงช่วงเที่ยง อาหารเหล้ายาปลาปิ้งพร้อมสรรพ ได้เวลาเรียกพล

"หลิ่วเยี่ยนหุย สือต้า หูฝู จางหมิง... ก้าวออกมา"

คนที่ถูกขานชื่อเดินออกมาจากกลุ่มคน

หลิ่วเยี่ยนหุยอยู่ในชุดผ้าไหมหรูหรา ดูมีราศีจับ ส่วนคนอื่นๆ ถ้าไม่แต่งกายแบบองครักษ์ ก็แต่งกายแบบบ่าวรับใช้

เรือเล็กเตรียมพร้อมแล้ว หีบใส่ทองคำและอัญมณีใบใหญ่เปิดอ้าออก ส่องประกายวิบวับสู้แสงแดด ดูงดงามตระการตา

สายตาของคนกว่าค่อนเรือ จ้องมองไปที่หีบสมบัตินั้นตาเป็นมัน

เสิ่นหลานซีประกาศก้อง "เมื่อพวกเราไปถึงตงชวน ไม่ว่าจะซื้อที่ดินปลูกบ้าน สร้างความสัมพันธ์ หรือเรื่องงานมงคลงานอวมงคล ล้วนต้องใช้เงินทอง"

"ทองคำและอัญมณีในหีบนี้ มูลค่านับแสนตำลึงทอง พวกเจ้าทุกคนมีสิทธิ์ได้ครอบครอง"

ทุกคนส่งเสียงฮือฮา

"ยึดเกาะถงหลัวให้ได้ ของพวกนี้ รวมทั้งสมบัติในคลังของเกาะถงหลัว จะเป็นของพวกเจ้าทั้งหมด"

"ใครฆ่าศัตรูได้มากก็ได้มาก ฆ่าได้น้อยก็ได้น้อย เพื่อตัวพวกเจ้าเอง เพื่อลูกหลานของพวกเจ้า ศึกครั้งนี้มีแต่ต้องชนะ ห้ามแพ้เด็ดขาด"

คนบนเรือฟังแล้วเลือดในกายเดือดพล่าน ฮึกเหิมจนแทบอยากจะพุ่งไปเกาะถงหลัวสู้ตายกับโจรสลัดเสียเดี๋ยวนี้

เหล้าส่งท้ายจัดมาอย่างเต็มที่ ป้าหวังงัดฝีมือขั้นเทพออกมาใช้วัตถุดิบราคาแพงทั้งหมดที่มี

เพื่อแยกแยะระหว่างคนที่ออกแรงกับไม่ออกแรง โต๊ะของหลิ่วเยี่ยนหุยหรูหราแค่ไหน อาหารของนักโทษคนอื่นก็น่าอนาถแค่นั้น

เสิ่นหลานซีกล่าวทิ้งท้าย "รอยึดเกาะถงหลัวได้เมื่อไหร่ เหล้าดีอาหารดีมีให้กินไม่อั้น"

คนที่กำลังแทะหมั่นโถวดำ ต่างจำคำพูดนี้ไว้ขึ้นใจ

หลังจากส่งพวกหลิ่วเยี่ยนหุยออกเดินทาง เว่ยตงจูก็เรียกคนที่ลงชื่อรบมารวมตัวกันเพื่อสอนวรยุทธ์

ลับหอกยามศึก ถึงไม่คมก็ยังวาววับ

สู้ตัวต่อตัวไม่ได้ ถ้าสองรุมหนึ่ง หรือสามรุมหนึ่งล่ะ

"ให้พวกเขาจับกลุ่ม ตั้งค่ายกล คนเยอะใช้ค่ายกลซานไฉ คนน้อยใช้ค่ายกลซานไฉเล็ก"

เว่ยตงจูเคยได้ยินแต่ค่ายกลซานไฉ ซึ่งเป็นค่ายกลที่ใช้ในกองทัพ ค่ายกลซานไฉเล็กคืออะไร

เสิ่นหลานซีอธิบาย "แบ่งหน้าที่กันทำ บางคนโจมตีส่วนบน บางคนโจมตีส่วนล่าง ทำให้ศัตรูรับมือไม่ถูก ปั่นป่วนขบวนศัตรู"

เว่ยตงจูตาลุกวาว วิธีนี้เหมาะกับการรบแบบกองโจรจริงๆ

วิธีนี้ไม่ได้พิสดารอะไร แค่ใช้สมองหน่อยก็คิดได้ แต่ไม่เคยมีใครนำมาฝึกฝนอย่างเป็นระบบ ในกองทัพใหญ่ รูปขบวนแบบนี้มักจะแตกกระจายง่าย พวกทหารจวนขุนนางฝีมือดี โจรธรรมดาสู้ไม่ได้อยู่แล้ว เลยไม่จำเป็นต้องฝึกแบบนี้

เปรียบเหมือนมดรุมกัดตั๊กแตน ตั๊กแตนมีปีก มีขาคู่หน้าคมกริบ บินได้วิ่งได้ แต่ถ้ามดช่วยกันกัดปีกกัดขาไว้ ตั๊กแตนจะหนีไปไหนได้

ใครจะคิดว่ามดตัวเล็กๆ จะจัดการตั๊กแตนได้ และใครจะคิดว่ากลุ่มคนแก่ผู้หญิงและเด็กที่ผ่านการฝึกฝน จะสามารถล่าสังหารโจรสลัดที่โหดเหี้ยมได้

เว่ยตงจูมองเสิ่นหลานซีด้วยสายตาเลื่อมใส ยอมสยบให้อย่างหมดใจ

"เจ้าสอนอยู่เรือลำนี้ ข้าจะไปเรืออีกลำ"

เว่ยตงจูประสานมือคำนับ "ขอรับ"

หลังจากวอร์มร่างกาย เว่ยตงจูปรึกษากับพี่เสือหลิว แล้วขนอาวุธออกมาทั้งหมด

"อาจารย์หู พวกข้ามีอาวุธ อยู่ในห้องขอรับ" เสิ่นหยวนจิ่งตะโกนบอก

เว่ยตงจู "ไปเอามา"

ไม่นานพวกเด็กหนุ่มก็แบกพลองยาวกลับเข้าแถว

นักโทษคนอื่นต่างแย่งกันหยิบอาวุธคมๆ คนวิ่งเร็วได้ดาบใหญ่ คนวิ่งช้าได้แต่มีดทำครัว เคียว หรือจอบ

เว่ยตงจูเห็นอาวุธแจกจ่ายจนเกือบหมดแล้ว ก็ตะโกนสั่ง "จับกลุ่มอิสระ"

นักโทษเหล่านี้มีความคุ้นเคยกันมาตั้งแต่ตอนสู้โจรภูเขาและผู้อพยพ ไม่นานก็จับกลุ่มเสร็จ ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มสามคนขึ้นไป

เว่ยตงจูและพรรคพวกเริ่มสอนค่ายกลซานไฉเล็กตามอาวุธที่แต่ละกลุ่มถือ

เสิ่นหลานซีมีองครักษ์เงาหกคน ศิษย์พี่ห้าตามไปคุ้มครองหลิ่วเยี่ยนหุยแล้ว

องครักษ์เงาทั้งหกเชี่ยวชาญการลอบสังหารไร้เสียง วิชาที่สอนล้วนเป็นวิชาฆ่าคนอย่างรวดเร็ว เสิ่นหลานซีกำชับพวกเขาสั้นๆ พวกเขาก็พาผู้หญิงจากหมู่บ้านหลิวจ้าวไปที่ดาดฟ้าเรือ

เหล่านักศึกษาจากสำนักศึกษาชิงหลานฟื้นตัวได้ดี คนที่ศิษย์พี่ห้าบอกว่าร่อแร่ ตอนนี้สามารถเกาะโต๊ะเกาะเก้าอี้เดินไปมาในห้องได้แล้ว

ส่วนคนที่อาการหนัก หมอจางก็เฝ้าดูอาการไม่ห่าง

"หมอจาง" เสิ่นหลานซีนำสมุนไพรมาให้เขา

ในมือหมอจางกำลังขาดแคลนยาพอดี พอทักทายเสิ่นหลานซีเสร็จ ก็รีบไปปรุงยาต่อ

นางนำพู่กัน หมึก กระดาษ และหนังสือที่อ่านแล้วติดมือมาด้วย

เหล่านักศึกษาที่ตื่นอยู่ พอเห็นนางเข้ามา คนที่พอลุกไหวก็พยายามลุกขึ้นทำความเคารพ

เสิ่นหลานซีกดมือลงเป็นเชิงห้าม "ร่างกายพวกท่านยังไม่หายดี ไม่ต้องมากพิธี"

หลายวันมานี้พวกเขาได้รับการดูแลจากหญิงชาวบ้านหลิวจ้าวเป็นอย่างดี เสื้อผ้าสะอาดสะอ้าน ผมเผ้าหวีเรียบร้อย หน้าตาสดใส ต่างจากสภาพเน่าเฟะตอนอยู่ในคุกใต้ดินราวฟ้ากับเหว

"ข้าตัดสินใจจะบุกเกาะถงหลัวเร็วๆ นี้ พวกท่านอาจจะต้องลำบากหน่อย"

เหล่านักศึกษาได้ยินดังนั้นก็ตกตะลึง

เขาจะบุกเกาะถงหลัว เขาเป็นทหารหรือ

คนพวกนี้ไม่รู้ว่าเสิ่นหลานซีเป็นผู้หญิง ได้ยินนางพูดแบบนี้ ก็เข้าใจไปเองว่านางเป็นนายทหารจากที่ไหนสักแห่ง

พวกเขารู้ว่าบ้านเขยของโจวชีอู๋คุมทัพเรือจินเหมิน ต่างเดากันไปว่า หรือตระกูลหลิวจะมาช่วยพวกเขา

กำลังจะเอ่ยปากถาม ก็ระลึกได้ว่าลิ้นถูกนังแพศยานั่นตัดไปแล้ว แววตาจึงหม่นหมองลง

"พวกท่านล้วนเป็นปัญญาชนอ่านตำรามามาก ไม่มีลิ้น ก็ยังมีมือ ต่อให้มือเขียนไม่ได้ ก็ยังมีเท้า ยังมีปาก ขอแค่จับพู่กันได้ ก็สามารถร่ายอักษรได้ดั่งสายน้ำไหล"

นักศึกษาบางคนเหม่อลอย บางคนก้มหน้าต่ำ

มีนักศึกษาคนหนึ่ง เดินมาที่โต๊ะข้างกายเสิ่นหลานซี จุ่มพู่กันลงหมึก

ข้าชื่อเฉิงเจิง นามรองจัวเหยียน คนในครอบครัวถูกองค์หญิงสามสังหารสิ้น

เสิ่นหลานซีอ่านแล้วถามว่า "อยากแก้แค้นไหม"

เฉิงเจิงเงยหน้ามองนางอย่างไม่อยากเชื่อสายตา เขาไม่ใช่คนตระกูลหลิวหรือ

จากนั้นก็ก้มหน้าเขียนรัวเร็ว: อยาก

เสิ่นหลานซี "เจ้าทำงานให้ข้า ข้าจะมอบโอกาสแก้แค้นให้เจ้า"

แววตาเฉิงเจิงไหววูบ ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วค่อยๆ คุกเข่าโขกศีรษะ

"ข้าเอาหนังสือมาให้พวกเจ้าอ่านยามว่าง อ่านจบแล้วถ้าอยากอ่านอีก ก็บอกคนไปแจ้งข้า"

นักศึกษาคนอื่นพอได้ยินว่ามีโอกาสแก้แค้น ก็รีบตะเกียกตะกายลงจากเตียงมาคุกเข่ากับพื้น

บางคนลากขาพิการ คลานมาที่โต๊ะ เขียนหนังสือด้วยความร้อนรน

"ข้าเป็นนักศึกษาอันดับหนึ่งของชั้นเรียนเอกสำนักศึกษาชิงหลาน ซางกั่ว ข้ายอมเป็นทาสรับใช้ท่านอาจารย์ ขอท่านอาจารย์โปรดช่วยครอบครัวข้าด้วย"

ซางกั่วเขียนเสร็จ ก็รีบชูกระดาษให้เสิ่นหลานซีดู

คนเหล่านี้ล้วนเปี่ยมพรสวรรค์ จิตใจมั่นคง หากเป็นพวกประจบสอพลอ คงไม่ถูกขังลืมทรมานอยู่ในคุกใต้ดินหรอก

"ดี ข้าจะร่างสัญญาพวกเจ้าลงนามประทับลายมือ ยอมรับข้าเป็นนาย หากครอบครัวพวกเจ้ายังมีชีวิตอยู่ หลังผ่านพ้นช่วงโกลาหล ข้าจะให้พวกเจ้าได้พบหน้าครอบครัว"

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 101 - เจ้าทำงานให้ข้า ข้าจะมอบโอกาสแก้แค้นให้เจ้า

คัดลอกลิงก์แล้ว