- หน้าแรก
- ช่วยด้วย นักโทษสาวคนนี้โหดกว่าโจร
- บทที่ 30 - รังโจรเหรอ น่าสนนะ
บทที่ 30 - รังโจรเหรอ น่าสนนะ
บทที่ 30 - รังโจรเหรอ น่าสนนะ
บทที่ 30 - รังโจรเหรอ น่าสนนะ
หลังจากอิ่มหนำสำราญ น้ำในแอ่งเล็กๆ ก็พร่องไปเกือบหมด เติมใส่ถุงน้ำจนเต็มแล้วก็ออกเดินทางต่อ! นักโทษเดินนำหน้า รถม้าเสิ่นหลานซีตามหลังอยู่ห่างๆ
เหลือเขาหินอีกสองลูก หลิ่วเยี่ยนหุยอาศัยความรู้เรื่องภูมิประเทศ ไปขออนุญาตพี่เสือหลิวอย่างเปิดเผย แล้วเดินมาหาเสิ่นหลานซีอย่างหน้าชื่นตาบาน
"คุณชาย จากบันทึกการเดินทาง เส้นทางไปจินเหมินสายนี้ น่าจะเหลือเขาหินลักษณะนี้อีกสองลูก จากนั้นทางจะเดินง่ายขึ้น แต่เราต้องระวังเรื่องหนึ่ง"
เสิ่นหลานซีเรียกหลิ่วเยี่ยนหุยขึ้นมาคุยบนรถม้า บนรถมีเครื่องเขียนครบชุด ถ้วยชาขนมหน้าตาน่ากิน ม้านั่งปักลายไหม ตั่งนุ่ม เบาะรองนั่งสานจากไผ่ม่วง หลิ่วเยี่ยนหุยขึ้นมาแล้ววางมือวางเท้าไม่ถูก
"นั่งสิ!"
หลิ่วเยี่ยนหุยไม่กล้านั่งตั่งนุ่ม ม้านั่งก็ไม่กล้า "ข้านั่งพื้นดีกว่า!" เสื้อผ้าเขาแค่สะบัดฝุ่นก็ร่วงมาเป็นกิโล นั่งพื้นยังกลัวพื้นเปื้อนเลย
เสิ่นหลานซีกางแผนที่ยงเฉิงไปจินเหมินขนาดเท่าของจริงแปะผนังรถ หลิ่วเยี่ยนหุยเห็นแล้วตาถลน นี่มันแผนที่! ครอบครองส่วนตัวมีโทษหนัก!
เสิ่นหลานซีดึงไม้ไผ่ยาวหนึ่งเมตรออกมา ชี้ไปที่จุดหนึ่ง "ตอนนี้เราน่าจะอยู่ตรงนี้!"
หลิ่วเยี่ยนหุยหลุบตาลง แววตาไหววูบ รีบพยักหน้า "ข้าเคยเห็นในรายงานที่ส่งเข้าเมืองหลวง เส้นทางจากยงเฉิงไปจินเหมินมีโจรภูเขาอาละวาด เขาหินต้นไม้โล้นเลี่ยนไม่เหมาะแก่การซ่อนตัวและใช้ชีวิต ข้าเดาว่ารังโจรน่าจะอยู่ในป่าลึกถัดจากเขาหินไป!"
เสิ่นหลานซี "มีโจรทำไมทางการไม่ส่งทหารมาปราบ?"
หลิ่วเยี่ยนหุยเหงื่อตก "เพราะฎีกาโดนดองไว้ การปราบปรามต้องใช้เงิน กรมคลังไม่มีงบ ถึงมีก็ต้องทุ่มไปที่ชายแดนก่อน!"
เสิ่นหลานซีมองแผนที่ด้วยสายตาลึกล้ำ แววตาดำมืดทำเอาหลิ่วเยี่ยนหุยใจเต้นตุ้มๆ ต่อมๆ!
"รังโจรนี้ เราไปถล่มมันสักหน่อยดีไหม?" เสิ่นหลานซีเท้าคาง ดวงตาเป็นประกาย
หลิ่วเยี่ยนหุยสะดุ้งเฮือก ในหัวมีความคิดหนึ่งแวบเข้ามา เหมือนเขาจะหลงขึ้นเรือโจรซะแล้ว! "ไม่ดีมั้ง เรายังไม่รู้ตื้นลึกหนาบางของรังโจรเลย?"
เสิ่นหลานซีมีความคิดในใจแล้ว "ข้อมูลของเจ้ามีประโยชน์มาก ลงไปเถอะ อีกสองลูกเขา ข้าต้องคิดแผนก่อนว่าจะเดินยังไง!"
หลิ่วเยี่ยนหุยรีบโค้งตัวถอยออกไปอย่างนอบน้อม แวบหนึ่งเขารู้สึกเหมือนตัวเองเป็นขันทีในวัง พอความคิดนี้ผุดขึ้นมา ก็รีบหยิกตัวเอง ถ้าเขาเป็นขันที แล้วเสิ่นหลานซีเป็นอะไร? ฮ่องเต้เหรอ?
การเดินทางช่วงต่อมาค่อนข้างราบรื่น เสิ่นหยวนจิ่งและน้องๆ วิ่งมาคุยกับนางที่รถม้า ผู้คุมก็ไม่ห้าม
"พี่ชายใหญ่ ทำไมท่านเก่งขนาดนี้?" "พี่ชายใหญ่ ไปเรียนวิทยายุทธ์มาจากไหน? สอนพวกเราบ้างได้ไหม?"
เสิ่นหลานซีมองพวกนกกระจอกแตกรัง ยิ้มตอบ "ได้สิ! อยากเรียนยุทธ์ ต้องไม่กลัวลำบากไม่กลัวเหนื่อย พวกเจ้าจะทนไหวเหรอ?"
เสิ่นหยวนจิ่งตาเป็นประกาย "ไหวสิ ข้าทนได้แน่นอน พี่ชายใหญ่ สอนพวกเราเถอะนะ!"
เสิ่นหลานซี "จะเรียนกับข้า พวกเจ้ายังขาดพื้นฐาน เอาอย่างนี้ ไปฝึกพื้นฐานกับชุนเสวี่ยและชิวซวงก่อน พื้นฐานแน่นแล้วข้าค่อยสอน!"
พี่น้องตระกูลเสิ่นผิดหวังเล็กน้อย
เสิ่นหลานซี "วิชาของข้าเน้นความดุดันรุนแรง ถ้าพื้นฐานไม่ดีแล้วมาเรียน เบาะๆ ก็เอ็นฉีกกระดูกหัก ถ้าหนักหน่อยก็ตายเหมือนหมาป่าเมื่อคืน!"
พี่น้องตระกูลเสิ่นนึกภาพพี่สาวฟาดหมาป่าเมื่อคืน ถ้าโดนพี่สาวสอนแล้วพลาดโดนพลองฟาดใส่... แค่คิดก็สยองแล้ว!
ตอนนี้กำลังเดินทาง ฝึกยืนม้าไม่ได้ ชุนเสวี่ยกับชิวซวงเลยเอาของหนักบนรถม้าให้สามพี่น้องถือเดิน ตอนแรกยังหัวเราะร่าเริง ผ่านไปสักพักก็เริ่มหน้าเบี้ยว!
เด็กรุ่นใหม่ตระกูลเสิ่นคนอื่นจ้องมองสามพี่น้องตาไม่กะพริบ
"แม่เล็ก ข้าก็อยากเรียนยุทธ์!" เสิ่นหยวนชิงกระซิบอ้อนอนุภรรยาเว่ยหรูหลาน
เว่ยหรูหลานสงสารลูก "ลูกเอ๊ย ทางเนรเทศก็ลำบากพอแล้ว ยังจะไปหาเรื่องเจ็บตัวอีก พวกเจ้ารับไม่ไหวหรอก!" นางพูดกับลูกชายอีกคนด้วย "คอยดูเถอะ พวกนั้นก็แค่เห่อของใหม่ อีกเดี๋ยวก็ถอดใจแล้ว!"
ลูกชายของจางจื่อเฟินก็อ้อนแม่เหมือนกัน จางจื่อเฟินก้มหน้ากระซิบเสียงดูแคลน "ลูกเอ๊ย พี่สาวเจ้าเป็นลูกเมียเอก ก็ต้องสอนแต่ลูกเมียเอกด้วยกัน ไม่ใช่แม่ไม่อยากให้เรียน ถ้าเจ้าเป็นลูกเมียเอก แม่ไม่ห้ามแน่ ต่อให้ไปขอร้องพ่อเจ้าจนสำเร็จ คนของพี่สาวเจ้าก็ไม่สอนเจ้าจริงจังหรอก อย่าไปเสนอหน้าให้เขาเกลียดเลย!"
เสิ่นหยวนซิ่นมองไปทางนั้นด้วยสายตาอิจฉา แฝงความดำมืดพาดผ่าน
บ้านอื่น "พี่สาม น้องสี่ เราจะส่งลูกไปเรียนวิชากับหลานซีไหม?" เสิ่นฉงเหลียนขมวดคิ้วถาม
เสิ่นฉงหลี่ "ทุกสิ่งล้วนต่ำต้อย มีแต่การเรียนหนังสือที่สูงส่ง เรียนยุทธ์ไปเก่งแค่ไหนก็เป็นได้แค่คนเฝ้าบ้าน จะไปมีความก้าวหน้าอะไร!"
เสิ่นฉงอี้พยักหน้า "หลานซีเลี้ยงข้าวคนตั้งเยอะ ในมือต้องมีเงินไม่น้อย รอไปถึงตงชวน ให้ท่านแม่จัดการยึดเงินมา จ้างอาจารย์มาสอนลูกหลานเราเรียนหนังสือสอบขุนนาง ไม่ดีกว่าเรียนยุทธ์เหรอ!"
"มีเหตุผลๆ พี่ใหญ่ก็เรียนหนังสือจนได้ดี ตอนอยู่บ้านนอกเราทำนาส่งพี่ใหญ่เรียน ในเมื่อพี่ใหญ่เรียนเก่ง พวกเราก็ต้องไม่ด้อยกว่า ลูกหลานเราต้องได้เชื้อเรามา เป็นหัวกะทิทางวิชาการแน่ๆ!"
"ใช่ๆ น้องสี่พูดถูก!"
เสิ่นหลานซีขี่ม้าออกไปสำรวจทางทุกวัน สลับให้ม้ากินน้ำจนอิ่ม เขาถัดมาไม่เจอน้ำ พี่เสือหลิวเริ่มจำกัดการจ่ายน้ำ ขบวนนักโทษกลับมาห่อเหี่ยวเหมือนเดิม เดินทัพอย่างตายซาก ปากแห้งแตกกันถ้วนหน้า
อดน้ำมาหนึ่งวันเต็มๆ เสิ่นหลานซีเริ่มแจกน้ำแบบจำกัด! ตระกูลเสิ่นได้ก่อน หลิ่วเยี่ยนหุยกับครอบครัวได้ก่อน
นักโทษคนอื่นเห็นน้ำตาแดงก่ำ อยากจะแย่ง เสิ่นหลานซีกอดพลองเดินวนรอบพวกเขาหนึ่งรอบ ทุกคนก็สงบเสงี่ยม เข้าแถวรอน้ำอย่างว่าง่าย น้ำในมิตินางมีเพียบ แต่นางไม่ใช่แม่พระ ไม่ทำตัวเป็นผู้เสียสละไร้สาระเด็ดขาด!
เขาหินลูกที่สองผ่านไป ลูกที่สามปีนมาได้หนึ่งในสาม เสิ่นหลานซีออกไปสำรวจทาง หายไปทั้งวัน นักโทษฉวยโอกาสตอนนางไม่อยู่ ยุยงผู้คุมให้แย่งน้ำ คนยุยงโดนพี่เสือหลิวจัดหนักไปชุดใหญ่ ไม่มีใครกล้าพูดเรื่องแย่งน้ำอีก!
พลบค่ำ เสิ่นหลานซีกลับมา พร้อมข่าวดี "ข้ามเขาหินลูกนี้ไป ตีนเขามีแม่น้ำเล็กๆ สายหนึ่ง!"
พี่เสือหลิวเลียริมฝีปากที่แห้งผาก ตาเป็นประกาย "แม่รึงเอ้ย คืนนี้ไม่นอนแล้ว เดินมันทั้งคืนไปกินน้ำ!"
เสิ่นหลานซีพูดต่อ "อย่าเพิ่งดีใจไป ข้างแม่น้ำมีรังโจร ชื่อค่ายโจรเขาลมดำ! ค่ายใหญ่มาก ขนาดนั้นน่าจะมีโจรอย่างน้อยร้อยคน!"
[จบแล้ว]