- หน้าแรก
- ช่วยด้วย นักโทษสาวคนนี้โหดกว่าโจร
- บทที่ 11 - ออกจากจวนอ๋อง
บทที่ 11 - ออกจากจวนอ๋อง
บทที่ 11 - ออกจากจวนอ๋อง
บทที่ 11 - ออกจากจวนอ๋อง
เสิ่นหลานซีเพิ่งเดินพ้นเรือนหลัง ก็เจอกับกงกงหวังพอดี
กงกงหวังคลี่ราชโองการอ่าน "ด้วยโองการแห่งสวรรค์ ฮ่องเต้ทรงมีพระบรมราชโองการ นับแต่บัดนี้เป็นต้นไป ให้เรียกคืนบรรดาศักดิ์ท่านหญิงหลานซี และอนุญาตให้หย่าขาดจากเจิ้นหนานอ๋องโจวหรูยวน หนังสือหย่าทางราชสำนักได้จัดเตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว จากนี้ไปเจิ้นหนานอ๋องโจวหรูยวนและเสิ่นหลานซี ตัดขาดจากกัน ไม่มีสิ่งใดเกี่ยวข้องกันอีก จบราชโองการ!"
เสิ่นหลานซีคุกเข่า ยื่นสองมือรับราชโองการ
"ขอบพระทัยฝ่าบาท!"
กงกงหวังม้วนราชโองการใส่มือเสิ่นหลานซี
"ฝ่าบาทยังมีพระกระแสรับสั่ง ให้เสิ่นหลานซีออกจากจวนอ๋องเจิ้นหนานทันที!"
เสิ่นหลานซีน้อมรับคำสั่ง "ผู้น้อยรับทราบ!"
ไป๋ชิงหลิงที่คุกเข่าอยู่พร้อมกับคนในจวน ดีใจจนเนื้อเต้น
ฝ่าบาทริบบรรดาศักดิ์เสิ่นหลานซี แถมยังสั่งให้หย่ากับท่านอ๋องอีก? เรื่องที่นางเฝ้าฝันมานาน กลับกลายเป็นจริงเร็วขนาดนี้
รู้อยู่แล้วว่าฝ่าบาททรงปรีชาสามารถ ไม่มีทางปล่อยคนตระกูลเสิ่นไปแน่ น่าเสียดายอยู่นิดเดียวที่นังแพศยาเสิ่นหลานซีไม่ได้โดนเนรเทศไปพร้อมครอบครัว
ไป๋ชิงหลิงแววตาเป็นประกายเย็นเยียบ ยิ้มเหี้ยมเกรียมในใจ
"แม่นางเสิ่น มีข้าวของมีค่าอะไรต้องเก็บไหม?" กงกงหวังถามไปตามมารยาท
เสิ่นหลานซีเข้าใจความนัย "ผู้น้อยมีเรื่องอยากฝากกงกงไปกราบทูลเสด็จลุง... เอ้ย ฝ่าบาท!"
กงกงหวังดัดเสียงสูง "ฝ่าบาททรงระลึกถึงเจ้าเสมอ ไม่อย่างนั้นคงไม่ส่งข้ามาประกาศราชโองการด้วยตัวเองหรอก!"
เสิ่นหลานซี "สินเดิมของข้าตระกูลเสิ่นเป็นคนจัดหามา ตามกฎแล้วหญิงที่หย่าร้างสามารถนำสินเดิมกลับไปได้!"
กงกงหวังพยักหน้า
"เรื่องกองทัพตระกูลเว่ยทางตะวันตกเฉียงเหนือ แม้ตระกูลเสิ่นของข้าจะไม่ได้ทำ แต่ท่านพ่อของข้าก็มีส่วนรับผิดชอบ ตอนนี้ข้ายินดีมอบสินเดิมทั้งหมดของข้าให้แก่ครอบครัวทหารกองทัพตระกูลเว่ย เพื่อใช้ตั้งตัวและดำรงชีพต่อไป!"
กงกงหวังยิ้มกว้าง "แม่นางช่างมีคุณธรรมน้ำมิตร ข้าจะนำความไปกราบทูลฝ่าบาททุกตัวอักษรไม่ให้ตกหล่นเลยทีเดียว!"
พูดจบทั้งสองก็เดินมาถึงหน้าประตู
กงกงหวัง "แม่นางเชิญก่อน ข้ายังมีราชโองการต้องประกาศอีก!"
เสิ่นหลานซีย่อตัวคารวะกงกงหวัง แล้วหันหลังเดินจากไป!
รอจนร่างของเสิ่นหลานซีกลืนหายไปในฝูงชน กงกงหวังถึงก้าวเท้ากลับเข้าจวนอ๋อง
"โต๊ะเครื่องเซ่นไหว้ล่ะ? บ่าวไพร่จวนอ๋อง ทำไมไม่มีกฎระเบียบกันเลย..."
...
เสิ่นหลานซีเดินมาไกลพอสมควร พอแน่ใจว่าไม่มีใครตามมา ก็เลี้ยวเข้าตรอก
คลี่ราชโองการออกดู ข้างในมีตั๋วเงินปึกหนาซ่อนอยู่ น่าจะมีสักเจ็ดแปดหมื่นตำลึง
เก็บเข้ามิติ เสิ่นหลานซีเปลี่ยนเครื่องแต่งกายและแปลงโฉม พอก้าวออกจากตรอก ก็กลายเป็นชายวัยกลางคนหน้าตาธรรมดาๆ คนหนึ่ง!
เริ่มจากไปร้านนายหน้าเช่าบ้านเปล่าไว้หนึ่งหลัง จากนั้นก็ตระเวนไปร้านข้าวสาร ร้านขายเนื้อ ร้านน้ำมัน ร้านของชำ ร้านผ้า สั่งของร้านละหลายร้อยตำลึง ร้านค้าทั่วเมืองหลวงหลายร้อยร้าน เดินสายสั่งของหมดเงินไปเกือบหกหมื่นกว่าตำลึง
นัดเวลาส่งของต่างกัน พ่อค้ามาส่งของ จ่ายเงินส่วนที่เหลือ แล้วเก็บเข้ามิติ วุ่นวายจนถึงค่ำ มีแค่ไม่กี่ร้านที่มาส่งชนกัน ไม่น่าจะมีใครสงสัย!
พอจัดการธุระเสร็จ ก็ตรงไปหาชุนเสวี่ยกับชิวซวงที่โรงเตี๊ยมฝูไหล!
พอเจอหน้าสองคน นางไม่อธิบายอะไร ยื่นราชโองการให้ดูเลย!
"ของที่สั่งให้ซื้อ ได้ครบหรือยัง?"
ชุนเสวี่ยได้สติ รีบตอบ "เตรียมไว้ครบหมดแล้วเจ้าค่ะ!"
"สถานที่เนรเทศคือตงชวน ที่นั่นหน้าหนาวทรมานมาก พรุ่งนี้พวกเจ้าไปซื้อเสื้อกันหนาวกับขนสัตว์มาเพิ่มอีก!"
"เจ้าค่ะ!"
นางบอกความตั้งใจให้ทั้งสองรู้ "ข้าจะตามตระกูลเสิ่นไปเนรเทศด้วยกัน ถ้าพวกเจ้าไม่อยากไป ข้าจะคืนสัญญาขายตัวให้ พร้อมเงินตั้งตัวคนละสองพันตำลึง!"
ชิวซวงรีบพูด "คุณหนู พวกเราเป็นคนตระกูลเสิ่น ตระกูลเสิ่นคือบ้านของพวกเรา"
ชุนเสวี่ย "ใช่เจ้าค่ะ คุณหนูไปไหน พวกเราไปด้วย!"
นางยังคงคืนสัญญาขายตัวให้ทั้งสอง
"จะตามข้าไปก็ได้ แต่รับเจ้านี่ไปด้วย ต่อไปพวกเจ้าเป็นไทแล้ว!"
ชุนเสวี่ยกับชิวซวงรับสัญญาขายตัวด้วยความซาบซึ้ง "คุณหนู พวกเราจะเป็นบ่าวของคุณหนูตลอดไปเจ้าค่ะ!"
เสิ่นหลานซี "พักผ่อนเถอะ มะรืนเช้าออกเดินทางที่หน้าประตูเมือง!"
วันรุ่งขึ้นนางให้ตั๋วเงินชุนเสวี่ยกับชิวซวงไปซื้อของ พอทั้งสองออกไป นางก็เปลี่ยนตัวตนออกไปซื้อของเหมือนกัน
~ "แย่แล้วพ่ะย่ะค่ะท่านอ๋อง ของในคลังสมบัติ หายไปหมดเกลี้ยงเลยพ่ะย่ะค่ะ..."
กงกงหวังกลับเข้าวังรีบกราบทูลฮ่องเต้ ฮ่องเต้กำลังกลุ้มใจเรื่องท้องพระคลังว่างเปล่า ไม่มีเงินจ่ายค่าทำขวัญให้ครอบครัวทหารตระกูลเว่ย พอได้ยินว่าเสิ่นหลานซียินดียกสินเดิมให้ ก็รีบส่งคนไปขนของที่จวนอ๋องทันที
ถ้าไม่ใช่เพราะเปิดคลังสมบัติ ป่านนี้คนในจวนอ๋องก็คงยังไม่รู้ว่าคลังโดนปล้น
โจวหรูยวนถูกสั่งให้ปิดประตูสำนึกผิด โดนลงโทษซ้ำซ้อน กำลังหัวหมุนหาวิธีแก้เกม ก็โดนไม้หน้าสามฟาดแสกหน้าเข้าให้อีก
"เกิดอะไรขึ้น?"
คนดูแลคลังเหงื่อแตกพลั่ก "ทหารจากในวังจะมาขน... เอ่อ สินเดิม พอเปิดประตูคลังเข้าไป ของข้างในก็หายไปหมดแล้วขอรับ!"
โจวหรูยวนนั่งไม่ติดแล้ว
"คลังอื่นล่ะ?"
คนดูแลคลัง "คลังอื่นยังไม่ได้ดูขอรับ"
"รีบไปดูสิโว้ย!"
ไม่นานพ่อบ้านหน้าซีดเผือดวิ่งมารายงาน "ท่านอ๋อง แย่แล้วขอรับ ของในคลังอื่นก็หายเกลี้ยงเหมือนกัน!"
โจวหรูยวนรีบวิ่งไปที่คลังสมบัติ
คลังทุกแห่ง สะอาดเอี่ยมอ่อง แม้แต่เข็มสักเล่มก็ไม่เหลือ!
ไป๋ชิงหลิงรู้ข่าวก็รีบตามมา พอเห็นคลังโล่งโจ้ง ก็แทบจะเป็นลม!
"ท่านอ๋อง ทำไมคลังถึงว่างเปล่าแบบนี้เจ้าคะ?"
โจวหรูยวนขมับเต้นตุบๆ ในคลังนั่นมีของที่เขาได้จากการรบและของพระราชทานตลอดหลายปีที่ผ่านมา เป็นทรัพย์สินทั้งหมดที่เขามี
ตอนนี้หายเกลี้ยง!
"ปกติใครเป็นคนเฝ้า? ทำไมของถึงหายไปหมด? วันนี้ถ้าพวกเจ้าให้คำตอบไม่ได้ ข้าจะสั่งโบยให้ตายกันให้หมด!" โจวหรูยวนตาแดงก่ำ
คนเฝ้าคลังทั้งหมด ทั้งที่เข้าเวรและไม่ได้เข้าเวร ถูกลากมารวมกันหน้าคลังสมบัติ
คลังโดนปล้น ต่อให้ขายลูกเมียทั้งตระกูลก็ชดใช้ไม่พอ!
ตอนนี้พวกเขาทำได้แค่คุกเข่า ร้องไห้ และตะโกนแก้ตัวพัลวัน!
โจวหรูยวนถือกระบี่ สอบสวนด้วยตัวเอง
"เปิดคลังครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่?"
คนดูแลรีบตอบ "วันแต่งงานของท่านอ๋องขอรับ ตอนนั้นของยังอยู่ครบ"
ไป๋ชิงหลิงกำหมัดแน่น ดวงตาลุกโชนด้วยไฟแค้น "เสิ่นหลานซี ต้องเป็นนังเสิ่นหลานซีแน่ๆ! ไม่อย่างนั้นนางจะกล้าบอกยกสินเดิมให้ฝ่าบาทได้ยังไง นางรอเวลานี้มาตลอด เพื่อจะใส่ร้ายท่านอ๋อง"
คนดูแลปาดเหงื่อ ถามเสียงสั่น "ท่านอ๋อง คนของฝ่าบาทยังรออยู่ข้างนอก เราจะทูลฝ่าบาทยังไงดีขอรับ?"
ไป๋ชิงหลิงร้อนรน "จะทูลยังไง ก็ทูลไปตามจริงสิ!"
"ไม่ได้!" โจวหรูยวนปฏิเสธทันควัน
เสด็จพ่อขี้ระแวง บอกว่าสินเดิมโดนขโมย พระองค์ไม่มีทางเชื่อ ต้องคิดว่าเขาแอบยักยอกไว้ ไม่ยอมส่งมอบให้แน่
"เอาของมีค่าทั้งหมดในจวนออกมา ถ้าไม่พอเอาเทียบเชิญข้าไปขอยืมจากข้างนอก!"
ไป๋ชิงหลิงร้องเสียงหลง "จะทำอย่างนั้นได้ยังไงเจ้าคะ!"
"ไม่ต้องพูดแล้ว ตกลงตามนี้ พ่อบ้านซุน หัวหน้าองครักษ์หวัง พาคนไปสืบดู ไม่ว่าจะใช้วิธีไหน ต้องเอาของกลับมาให้ได้!"
"รับทราบ!"
ไป๋ชิงหลิงรีบเรียกหัวหน้าองครักษ์หวังไว้
"หัวหน้าหวัง พาคนไปสืบดูว่าตอนนี้เสิ่นหลานซีอยู่ที่ไหน เจอตัวแล้วรีบมารายงานท่านอ๋องกับข้าทันที!"
หัวหน้าหวังมองโจวหรูยวน อีกฝ่ายกัดฟันพูดด้วยความโกรธ "ไปสืบ!"
[จบแล้ว]