- หน้าแรก
- ช่วยด้วย นักโทษสาวคนนี้โหดกว่าโจร
- บทที่ 1 - คืนวิวาห์แห่งการเกิดใหม่
บทที่ 1 - คืนวิวาห์แห่งการเกิดใหม่
บทที่ 1 - คืนวิวาห์แห่งการเกิดใหม่
บทที่ 1 - คืนวิวาห์แห่งการเกิดใหม่
ณ ลานหน้าจวนอ๋องเจิ้นหนาน แขกเหรื่อมากมายต่างมาร่วมแสดงความยินดี เสียงหัวเราะพูดคุยดังเซ็งแซ่ บรรยากาศคึกคักมีชีวิตชีวา ซึ่งช่างแตกต่างราวฟ้ากับเหวเมื่อเทียบกับความเงียบสงัดวังเวงของเรือนหลัง ราวกับมีใครเอามีดดาบเล่มยักษ์มาฟันฉับแบ่งจวนออกเป็นสองซีก ตัดขาดโลกทั้งสองใบออกจากกันอย่างสิ้นเชิง
ภายในเรือนหอจินซิ่ว เสิ่นหลานซี ก้มมองปลายแขนเสื้อชุดวิวาห์ที่กว้างกรอมมือ ลวดลายหงส์คู่หยอกล้อไข่มุกที่ปักอย่างประณีตประกบเข้าหากันยามเธอกุมมือประสานไว้
ในราชวงศ์ต้าโจวมีการแบ่งชนชั้นวรรณะอย่างเคร่งครัด มีเพียงวันแต่งงานเท่านั้นที่อนุโลมให้สตรีสวมชุดปักลายหงส์ซึ่งถือเป็นของสูงเกินศักดิ์ได้
เธอได้ย้อนเวลากลับมาแล้ว กลับมาในคืนวันแต่งงานคืนนี้!
ในชาติที่แล้ว คืนเข้าหอเจ้าบ่าวอย่าง โจวหรูยวน ไม่โผล่หน้ามาแม้แต่เงา ปล่อยให้เธอนั่งเฝ้าห้องหอจนรุ่งสาง พอเช้าวันรุ่งขึ้นกลับมีแม่นมท่าทางวางก้ามเดินเข้ามาแจ้งข่าวร้ายสองเรื่อง
เรื่องแรกตระกูลเสิ่นโดนสั่งค้นบ้านกลางดึก ทั้งตระกูลถูกจับขังคุกหลวง ส่วนเรื่องที่สองสามีหมาดๆ ของเธอไปขลุกอยู่กับเมียน้อย แถมยังเริงรักกันถึงสามยก
ตอนนั้นเธอตั้งใจจะบุกเข้าวังไปถามให้รู้ดำรู้แดง แต่พอลุกขึ้นยืนก็กระอักเลือดออกมาไม่หยุด นับแต่นั้นชีวิตก็เหมือนนกปีกหัก ได้แต่นอนซมอยู่บนเตียง ลุกไปไหนไม่ได้อีกเลย
สิบวันให้หลัง คำตัดสินก็ลงมา ทั้งตระกูลถูกเนรเทศไปหนิงกู่ถ่า ต้องตกเป็นทาสของพวกคนเถื่อนชั่วลูกชั่วหลาน พอรู้ข่าวเธอก็ระเบิดอารมณ์จนกระอักเลือดอีกครั้ง ระหว่างที่นอนรอความตายก็มีคนจงใจคาบข่าวมาบอกเป็นระยะ
จนกระทั่งวาระสุดท้ายของชีวิต เธอถึงได้รู้ความจริงว่าคนที่บงการทำร้ายเธอคือเมียน้อยคนโปรดที่โจวหรูยวนพามาจากชายแดนตะวันตกนั่นเอง
ด้วยความแค้นที่สุมอกจนแทบระเบิด วิญญาณของเธอได้ข้ามภพไปเกิดใหม่ในยุคปัจจุบัน พร้อมกับมิติวิเศษที่ตื่นขึ้น ภูตน้อยในมิติบอกเธอว่า จริงๆ แล้วเธอควรจะตายตั้งแต่คืนแต่งงานคืนนั้นแล้ว แต่พลังของมิติช่วยดูดซับพิษแทนเธอไปส่วนหนึ่ง ทำให้มิติต้องจำศีลไปยาวนาน จนกระทั่งเธอไปเกิดใหม่ในร่างที่ไร้พิษภัย มิติถึงได้ตื่นขึ้นมาอีกครั้ง
ภายในมิติมีถ้ำวิเศษ และยังมีพื้นที่จำลองที่มีทั้งภูเขาแม่น้ำย่อส่วนอีกราวๆ สามสี่ร้อยไร่ ในถ้ำมีตำราวางอยู่สองเล่ม เล่มหนึ่งคือวิชาเดินลมปราณ อีกเล่มคือวิชาควบคุมมีดบิน เธอฝึกฝนวิชาทั้งสองอย่างหนักตั้งแต่เด็ก ยิ่งได้เจอกับโลกอินเทอร์เน็ตในยุคปัจจุบัน บวกกับรู้ว่าตัวเองมีของดีอยู่ในมิติ เธอเลยเริ่มกักตุนเสบียงอย่างบ้าคลั่ง
พื้นที่ว่างในมิติเธอก็ไม่ปล่อยให้เสียของ จัดการปลูกพืชผักผลไม้จนเต็มเอี๊ยด ด้วยบทเรียนจากการตายกะทันหันในชาติก่อน ทำให้เธอซึ้งถึงคำว่า กันไว้ดีกว่าแก้ ใครจะไปคิดว่าสิ่งที่รออยู่ไม่ใช่โลกแตก แต่เป็นการได้ย้อนกลับมาที่ราชวงศ์ต้าโจวอีกครั้ง!
แม่ของเธอคือท่านหญิงหมิ่นโหรว ลูกสาวเพียงคนเดียวขององค์หญิงใหญ่เจียหลิง ยายของเธอเสียไปตั้งแต่แม่ยังเล็ก แม่จึงเติบโตมาจากการเลี้ยงดูของไทเฮา เรียกได้ว่าเป็นหลานรักของไทเฮาเลยทีเดียว แม้ฮ่องเต้องค์ปัจจุบันจะไม่ใช่ลูกแท้ๆ ของไทเฮา แต่ก็กตัญญูต่อพระองค์มาก เธอเกิดมาก็ได้รับยศเป็นท่านหญิงทันที ชีวิตดี๊ดีและสุขสบายยิ่งกว่าองค์หญิงบางองค์เสียอีก
ด้วยบารมีของลุงที่เป็นถึงฮ่องเต้ พวกคนชั่วที่แอบซุ่มอยู่เลยไม่กล้าลงมือโจ่งแจ้ง ได้แต่คอยหาเรื่องยั่วโมโหหวังจะให้เธอตรอมใจตาย
พวกใจดำส่งข่าวร้ายมาให้เธอเรื่อยๆ หนึ่งในนั้นคือเวลาที่ตระกูลเสิ่นจะโดนบุกค้นบ้าน
ยามอิ๋นสามเค่อ หรือตีสามสี่สิบห้านาที เป๊ะเว่อร์!
ตอนนี้เป็นยามไฮ่ หรือประมาณสี่ทุ่มกว่า อีกห้าชั่วโมงจะถึงยามอิ๋น หักเวลาเดินทางไปกลับแล้ว เหลือเวลาให้เตรียมตัวไม่ถึงสี่ชั่วโมง
พอตั้งสติได้ แววตาของเสิ่นหลานซีก็สงบนิ่งลึกล้ำดุจบ่อน้ำลึก เธอจ้องไปที่ประตู ผ่านไปไม่ถึงสามอึดใจ ก็ได้ยินเสียงฝีเท้าคนเดินมา
เหมือนกับชาติที่แล้วเปี๊ยบ แม่สื่อตัวดีพาพวกสาวใช้ยกเหล้ามงคลมาแล้ว
"พระชายา เจ้าค่ะ พวกบ่าวขอเข้าไปนะเจ้าคะ!"
เสียงประตูเปิดดังเอี๊ยด ตามด้วยแม่สื่อที่เดินนำสาวใช้สี่คนที่ถือถาดใส่ของเข้ามา
"คารวะพระชายาเจ้าค่ะ วันนี้เป็นวันมงคลของท่านกับท่านอ๋อง แขกเหรื่อข้างหน้าเยอะมาก ท่านอ๋องเลยยังปลีกตัวมาไม่ได้เจ้าค่ะ!"
ปลีกตัวไม่ได้เหรอ? อย่ามาตลก โจวหรูยวนไม่มีทางโผล่หัวมาเหยียบเรือนหอคืนนี้หรอก!
เสิ่นหลานซีออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย "พวกเจ้าออกไปก่อนเถอะ ท่านอ๋องเป็นถึงเชื้อพระวงศ์ แถมยังเป็นเทพสงครามแห่งต้าโจว คนมาแสดงความยินดีเยอะก็เรื่องปกติ พวกเจ้าไปพักผ่อนเถอะ เดี๋ยวท่านอ๋องมาเมื่อไหร่ ข้าจะให้คนไปเรียกเอง!"
แม่สื่อรีบก้มหัวประจบประแจง "พระชายาช่างมีเมตตาต่อพวกบ่าวจริงๆ ท่านอ๋องของพวกเราช่างโชคดีเหลือเกินที่มีวาสนาได้แต่งงานกับพระชายา ถือเป็นบุญของจวนอ๋องเจิ้นหนานจริงๆ เจ้าค่ะ"
โชคดีเหรอ? วาสนานี้ข้ายกให้เจ้าเอาไหมล่ะ?
เสิ่นหลานซียิ้มเยาะอยู่ภายใต้ผ้าคลุมหน้าสีแดงสด
"ออกไปได้แล้ว พรุ่งนี้ข้ามีรางวัลจะให้พวกเจ้าแน่!"
แม่สื่อพ่นคำอวยพรไม่หยุดปาก ก่อนจะเดินยิ้มหน้าบานจนแก้มแทบฉีกออกไป
พอประตูงับปิดลง เสิ่นหลานซีก็กระชากผ้าคลุมหน้าออกทันที ถอดมงกุฎหงส์หนักอึ้งที่กดทับคอจนปวดโยนลงบนเตียง แล้วสะบัดมือวูบเดียว ชุดวอร์มสีดำทะมัดทะแมงพร้อมรองเท้าผ้าใบสีดำก็ปรากฏขึ้นบนเตียง!
ต้องรีบแล้ว!
เธอเปลี่ยนชุดอย่างรวดเร็ว แล้วตะโกนสั่งลูกน้องหน้าห้อง
"ชุนเสวี่ย ชิวซวง เฝ้าหน้าประตูไว้ ห้ามใครเข้ามาเด็ดขาด ข้าจะนอน!"
ชิวซวงถามกลับ "คุณหนู แล้วถ้าท่านอ๋องจะเข้าห้องล่ะเจ้าคะ?"
"เหมือนกัน ห้ามเข้า!"
"รับทราบเจ้าค่ะคุณหนู!"
ชุนเสวี่ยและชิวซวงเป็นสาวใช้ที่โตมาด้วยกัน จงรักภักดีสุดหัวใจ ตอนที่เธอถูกขังอยู่ในจวนอ๋อง สองคนนี้คอยดูแลไม่ห่าง พอเธอใกล้ตาย ทางจวนอ๋องก็หาเรื่องใส่ร้ายว่าดูแลไม่ดี สั่งโบยจนตายตกไปตามกัน
ไหนๆ ก็ได้กลับมาแล้ว สิ่งแรกที่ต้องทำคือปกป้องครอบครัวและคนใกล้ชิดให้รอดตาย แล้วค่อยไปจัดการคิดบัญชีแค้นกับคู่ชายชั่วหญิงเลวนั่น!
ตระกูลเสิ่นล้มละลายเร็วเกินไป คนโง่ยังดูออกว่ามีเงื่อนงำ ต่อให้เธอมีชีวิตมาสองชาติก็ยังมองเกมการเมืองไม่ออกทะลุปรุโปร่ง แต่โชคดีที่โทษแค่เนรเทศ เธอต้องชิงลงมือก่อนที่พวกมันจะทันตั้งตัว เตรียมเสบียงไว้ใช้ตอนถูกเนรเทศให้พร้อม!
เธอรวบรวมลมปราณแล้วกระโดดวูบเดียว หายลับไปในความมืดราวกับนกเหยี่ยว
วันนี้จวนอ๋องมีงานแต่ง ตระกูลเสิ่นก็มีงานส่งตัวเจ้าสาว ทั้งสองบ้านต่างมีแขกเหรื่อมากมาย
เสิ่นหลานซีอาศัยจังหวะที่ตระกูลเสิ่นกำลังจัดงานเลี้ยง เรือนหลังไร้คนเฝ้า ลอบเข้าไปในคลังสมบัติของตระกูลราวกับเดินเข้าออกสวนหลังบ้าน
"หนูไป๋ ดูต้นทาง!"
เสียงเล็กๆ ใสแจ๋วของภูตมิติดังขึ้นในหัว
"จัดไปฮะเจ้านาย~"
ต้นตระกูลเสิ่นเป็นคนเจียงหนาน บรรพบุรุษเคยเป็นเจ้าหน้าที่ดูแลการขนส่งเกลือ แต่ภายหลังตกต่ำลง จนกระทั่งพ่อของเธอ เสิ่นฉงเหวิน สอบได้เป็นทั่นฮวา และได้รับพระราชทานสมรสจากไทเฮา ถึงได้ย้ายมาอยู่เมืองหลวง ดังนั้นตระกูลเสิ่นจึงถือเป็นเศรษฐีใหม่ ไม่ได้มีรากฐานเก่าแก่
ของในคลังส่วนหนึ่งเป็นสินเดิมของท่านยาย อีกส่วนเป็นของแม่ ที่เหลือเป็นของพระราชทานจากในวัง ส่วนใหญ่มาจากไทเฮา
เสิ่นหลานซีสะเดาะกุญแจคลังสมบัติอย่างง่ายดาย กวาดทุกอย่างในคลังเข้ามิติเกลี้ยง เดินออกมาล็อกประตูเหมือนเดิม แล้วไปต่อ
นอกจากคลังใหญ่ เธอยังรู้ว่าหลังห้องพระที่แม่สร้างให้ยาย มีห้องลับซ่อนอยู่ ข้างในเต็มไปด้วยของหายากและทองคำแท่ง ตอนเด็กๆ แม่เคยพาเข้าไป แม่บอกว่าเป็นสินเดิมที่ไทเฮาให้มา
แต่พอน้องชายเกิด แม่ก็ไม่เคยพาเธอเข้าไปอีกเลย
เธอหมุนองค์พระเบาๆ กลไกทำงาน ประตูลับเปิดออก เสิ่นหลานซีเข้าไปกวาดเรียบ ไม่เหลือแม้แต่ตะปูสักตัว
"หนูไป๋ เช็กซิว่ามีที่ซ่อนสมบัติอีกไหม?"
"รับทราบ! เรื่องหาของขอให้บอกหนูไป๋ สายตาหนูไป๋เฉียบคมทะลุทะลวง ไม่มีอะไรเล็ดลอดไปได้หรอกฮะ!" เสียงหนูไป๋ตอบกลับมาอย่างภูมิใจ
"เจ้านายๆ ในห้องพ่อกับแม่เจ้านายมีของวิบวับเพียบเลย ใต้เตียงยังมีหีบสมบัติซ่อนอยู่อีกกล่องด้วย!"
[จบแล้ว]