- หน้าแรก
- อาชีพลับสุดแกร่ง เลื่อนขั้นทีไรได้พรสวรรค์ระดับพระเจ้า
- บทที่ 3 เข้าเกมครั้งแรก
บทที่ 3 เข้าเกมครั้งแรก
บทที่ 3 เข้าเกมครั้งแรก
บทที่ 3 เข้าเกมครั้งแรก
"ไม่ไหวเลยแฮะ ค่าสถานะน่าอนาถชะมัด..."
หวังหมิงยิ้มขื่น เขาไม่ได้ออกกำลังกายมาสามปีเต็ม แถมสารอาหารที่ได้รับยังมาจากน้ำเกลือเพียงอย่างเดียว หากจะบอกว่าสมรรถภาพร่างกายของเขาอยู่ในจุดตกต่ำที่สุดก็คงไม่เกินจริง
โชคยังดีที่ค่าสถานะพื้นฐานของเขาไม่ถึงกับเป็นศูนย์ ไม่อย่างนั้นภายใต้ผลของสกิล 'มือเปล่า' เขาคงตกอยู่ในสถานการณ์ที่น่าเวทนายิ่งกว่านี้
"เรียนผู้เล่น 'ช่วงชิงวิถีรอด' แดนหยวนจะเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในอีก 15 นาที ในระหว่างนี้ท่านสามารถปรับแต่งรูปลักษณ์ตัวละครหรือสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับแดนหยวนจาก 'เป่าเป่า' ได้ค่ะ"
เหลืออีกแค่ 15 นาทีเองเหรอ?
หวังหมิงเรียกหน้าระบบสร้างตัวละครขึ้นมาดู เมื่อเห็นตัวละครที่ถูกสร้างขึ้นโดยอ้างอิงจากต้นแบบร่างกายจริงของเขา เขาก็อดถอนหายใจในใจไม่ได้
ตัวละครตรงหน้าสูง 178 เซนติเมตร แต่เนื่องจากนอนติดเตียงเป็นเวลานาน ร่างกายจึงผอมแห้ง ซูบซีด แม้แต่ใบหน้าก็ดูเหลืองอ๋อยไร้ชีวิตชีวา
"สภาพแบบนี้มันไม่สมกับชื่ออาชีพลับเพียงหนึ่งเดียวอย่าง 'ราชันย์หมัดโกลาหล' เอาซะเลย"
หวังหมิงเริ่มลงมือปรับแต่งรูปลักษณ์ตัวละครทันที
ชั่วครู่ต่อมา ตัวละครชายรูปร่างกำยำสูง 185 เซนติเมตรก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า ซึ่งแตกต่างจากภาพลักษณ์เดิมราวฟ้ากับเหว
"ฮ่าๆ แบบนี้ต่อให้พ่อแม่มาเห็นก็คงจำไม่ได้"
"แต่แบบนี้ก็ดีเหมือนกัน ตัวละครในแดนหยวนอ้างอิงจากรูปลักษณ์จริง การปรับเปลี่ยนหน้าตาก็ถือเป็นการปกป้องความเป็นส่วนตัวไปในตัว"
เขาเหลือบดูเวลานับถอยหลัง เหลืออีกประมาณ 8 นาที
หวังหมิงไม่ปล่อยเวลาให้เสียเปล่า เขาใช้เวลาที่เหลือสอบถามข้อมูลพื้นฐานของเกมจากภูตน้อยเป่าเป่า
ยกตัวอย่างเช่น ระดับของสกิลจะแบ่งตามความชำนาญจากต่ำไปสูง ได้แก่ ขั้นเริ่มต้น, ขั้นความสำเร็จเล็กน้อย, ขั้นความสำเร็จใหญ่หลวง, ขั้นสมบูรณ์แบบ และขอบเขตสูงสุด
หรืออย่างเช่น ความเร็วในการโจมตี, การเคลื่อนที่, การร่ายเวท และปฏิกิริยาตอบสนองเริ่มต้นของตัวละคร จะเชื่อมโยงกับสมรรถภาพทางกายในโลกจริง แต่ค่าเหล่านี้จะเพิ่มขึ้นตามการเติบโตของค่าสถานะพื้นฐานทั้งห้าในเกม ได้แก่ พละกำลัง, สติปัญญา, ความอึด, จิตวิญญาณ และความว่องไว...
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ในที่สุดหวังหมิงก็ได้ยินเสียงแจ้งเตือนจากระบบ
"เรียนผู้เล่น 'ช่วงชิงวิถีรอด' แดนหยวนเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการแล้ว ท่านต้องการเข้าสู่เกมหรือไม่?"
"เข้าสู่เกม"
"ยินดีต้อนรับสู่แดนหยวน! ท่านถูกสุ่มให้ไปเกิดที่หมู่บ้านมือใหม่หมายเลข 00777 ขอให้สนุกกับการเล่นเกมนะคะ!"
ภาพเบื้องหน้าตัดฉับ หวังหมิงได้ก้าวเข้าสู่โลกแห่งแดนหยวนเป็นที่เรียบร้อย...
"บ้าเอ๊ย มือใครมาจับก้นฉันวะ! ฉันเป็นผู้ชายนะโว้ย!"
"คุณพระช่วย หนุ่มหล่อสาวสวยทั้งหลาย อย่าเบียดกันได้ไหม! จะเบียดจนไส้แตกอยู่แล้ว!"
"โอ้โห ทิวทัศน์ในแดนหยวนนี่สวยชะมัด! ที่รัก รีบดูสิ บนเขานั่นมีสายรุ้งด้วย... เอ๊ะ ที่รัก? หายไปไหนแล้ว..."
"พี่ชาย อย่าดันสิครับ"
"คิดว่าฉันอยากดันหรือไง นายก็ไม่ใช่ผู้หญิงสักหน่อย"
...หวังหมิงที่ถูกส่งมายังหมู่บ้านมือใหม่หมายเลข 00777 มองฝูงชนที่แออัดยัดเยียดจนตาค้าง
หมู่บ้านมือใหม่แน่นขนัดไปด้วยผู้เล่น จะเรียกว่าไหล่ชนไหล่ก็คงไม่เกินจริง
ผู้เล่นชายสวมเพียงกางเกงขาสั้นและเสื้อกล้าม
ส่วนผู้เล่นหญิงอยู่ในชุดสามชิ้นน้อยชิ้น ซึ่งถือเป็นอาหารตาชั้นดีจริงๆ
"ให้ตายสิ เกมนี้คนเยอะขนาดนี้เลยเหรอ? ฉันชักสงสัยแล้วว่าที่พวกผู้ชายเบียดเสียดกันขนาดนี้ เป็นเพราะอยากเบียดสาวๆ พวกนั้นแน่ๆ" หวังหมิงคาดเดาด้วยเจตนาที่ไม่บริสุทธิ์นัก
โชคดีที่ผ่านไปสักพัก เริ่มมีอาวุธปรากฏขึ้นในมือผู้เล่นบางส่วน พร้อมกับเสื้อผ้าที่เพิ่มขึ้นมาปกปิดผิวหนัง
จากนั้น ผู้เล่นบางกลุ่มก็มุ่งหน้าไปยังทุ่งกว้าง ในขณะที่อีกส่วนเดินไปหา NPC ในหมู่บ้านมือใหม่
หวังหมิงมองฝูงชนที่ค่อยๆ บางตาลง เขาไม่รอช้าเปิดกระเป๋าเป้ขึ้นมาดู
ช่องเก็บของในกระเป๋ามีขนาดเล็กมาก เพียงแค่ 3x5 ช่อง และมีอุปกรณ์ชิ้นหนึ่งวางอยู่อย่างโดดเดี่ยว
เสื้อกั๊กมือใหม่
อืม... ค่าสถานะชวนผิดหวังจริงๆ
แต่ถึงอย่างนั้น หวังหมิงก็ทำได้แค่มองตาปริบๆ เพราะด้วยผลของสกิลติดตัว 'มือเปล่า' ทำให้เขาไม่สามารถสวมใส่อุปกรณ์ใดๆ ได้เลย
"เหอะๆ ฉันเปลี่ยนอาชีพเป็นราชันย์หมัดโกลาหลนะ ไม่ใช่ศิษย์เจ็ดสำนักใหญ่ของแดนหยวน พวกเขาคงไม่รู้สินะว่าต้องแจกอาวุธมือใหม่แบบไหนให้"
หวังหมิงรู้สึกอ่อนใจปนขบขัน แต่ก็นับว่าโชคดี เพราะถึงยังไงเขาก็ไม่ได้ใช้อยู่แล้ว
"แจ้งเตือนจากระบบ: ท่านกำลังทิ้งอุปกรณ์ - เสื้อกั๊กมือใหม่ เมื่อทิ้งแล้วไอเทมจะถูกทำลาย ท่านยืนยันที่จะทิ้งหรือไม่?"
"ทิ้ง" พื้นที่กระเป๋าก็น้อยอยู่แล้ว แถมเสื้อกั๊กนี้เขาก็ใส่ไม่ได้ ขืนเก็บไว้ก็รกช่องเปล่าๆ แน่นอนว่าต้องทิ้ง
"แจ้งเตือนจากระบบ: ท่านได้ทิ้งอุปกรณ์ - เสื้อกั๊กมือใหม่ เรียบร้อยแล้ว"
เมื่อเห็นกระเป๋าว่างเปล่า หวังหมิงก็รู้สึกโล่งใจขึ้นมาเปราะหนึ่ง "เอาล่ะ จะไปล่ามอนสเตอร์นอกหมู่บ้าน หรือจะไปรับภารกิจในหมู่บ้านดีนะ?"
"โอ๊ย สมองฉัน! ฉันมีวิชาบำเพ็ญเพียรระดับสุดยอดอย่าง 'กลืนกินวิญญาณ' อยู่กับตัว ถ้าไม่ไปล่ามอนสเตอร์เพื่อช่วงชิงค่าสถานะ แล้วจะมัวไปทำภารกิจให้เสียเวลาทำไม?"
ว่าแล้วหวังหมิงก็เรียกแผนที่หมู่บ้านมือใหม่ขึ้นมาดู แล้วมุ่งหน้าเดินไปยังพื้นที่ทุ่งกว้างนอกหมู่บ้าน
ทว่าหวังหมิงนอนติดเตียงมาถึงสามปี ความเร็วในการเคลื่อนที่เริ่มต้นของเขาจึงช้าเหลือเกิน กว่าจะเดินมาถึงทุ่งหญ้าโล่งเตียนก็กินเวลาไปเกือบยี่สิบนาที
"แจ้งเตือนจากระบบ: ท่านได้เข้าสู่เขตทุ่งหญ้านอกหมู่บ้านมือใหม่ ออกจากเขตปลอดภัยแล้ว โปรดระมัดระวังตัว"
มีผู้เล่นจำนวนมากกำลังรุมตีกระต่ายอยู่ที่นี่ พวกเขาจับกลุ่มกันสองสามคนรุมตีกระต่ายหนึ่งตัว ทำให้ฆ่ามันได้อย่างรวดเร็ว
หวังหมิงเดินเลี่ยงออกมาตามลำพังจนเจอกระต่ายตัวหนึ่ง
เจ้ากระต่ายตัวนี้มีขนสีเทาปลอดทั้งตัว และมีฟันหน้าคู่โตยื่นออกมา
"อยากรู้จังว่ากระต่ายตัวนี้มีค่าสถานะยังไง"
ขณะที่หวังหมิงกำลังครุ่นคิด ค่าสถานะของกระต่ายสีเทาก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า
กระต่ายฟันเหยิน (ทั่วไป)
"ที่แท้ก็ชื่อกระต่ายฟันเหยิน"
"แปลกจัง ฉันรู้อีกข้อมูลของกระต่ายตัวนี้ได้ยังไง? เดี๋ยวนะ หรือว่าเมื่อกี้ฉันใช้สกิล?"
หวังหมิงรีบเปิดดูหน้าต่างสกิล
และก็เป็นไปตามคาด นอกจากสกิล 'มือเปล่า' แล้ว เขายังมีสกิลอื่นอยู่อีกจริงๆ
เคล็ดวิชาหยั่งรู้ (กดใช้) (สามารถอัปเกรดได้)
"ที่แท้ฉันก็เผลอใช้เคล็ดวิชาหยั่งรู้นี่เอง มิน่าล่ะถึงรู้ค่าสถานะของกระต่ายฟันเหยิน"
"ฮ่าๆ เจ้ากระต่ายฟันเหยิน ข้ามาแล้ว!"
หวังหมิงเดินตรงเข้าไปแล้วชกเข้าที่หัวของกระต่ายฟันเหยินเต็มแรง
"-1"
"-1"
"-1"
"-1"
"-1"
"-2"
ทันใดนั้น ตัวเลขสีเหลือง -1 หนึ่งตัว, สีขาว -1 สี่ตัว และสีขาว -2 อีกหนึ่งตัว ก็ลอยขึ้นเหนือหัวกระต่ายฟันเหยิน
นั่นคือค่าความเสียหายที่หวังหมิงทำได้
เจ้ากระต่ายฟันเหยินร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด ดวงตาของมันแดงก่ำ จ้องมองหวังหมิงอย่างอาฆาตก่อนจะกระโดดถีบสวนกลับมา
หวังหมิงตั้งใจจะหลบ แต่ทั้งสมองและร่างกายกลับตอบสนองช้าไปหนึ่งจังหวะ ทำให้หลบไม่พ้น
"-4"
ตัวเลขสีเหลือง -4 ลอยขึ้นเหนือหัวหวังหมิง เลือดของเขาลดลงไป 4 หน่วยทันที
"เฮ้อ สมรรถภาพร่างกายแย่เกินไปจริงๆ ทั้งปฏิกิริยาตอบสนองและการเคลื่อนไหวไม่ได้ดั่งใจสักอย่าง"
ในเมื่อหลบไม่ได้ หวังหมิงก็เลิกคิดที่จะหลบและระดมหมัดใส่กระต่ายฟันเหยินต่อไป
ผ่านไปไม่กี่กระบวนท่า หวังหมิงเหลือเลือดเพียงแค่ 4 หน่วย ในขณะที่กระต่ายฟันเหยินยังเหลืออีกตั้ง 12 หน่วย
กระต่ายฟันเหยินขอแค่โจมตีอีกครั้งเดียว เขาก็ลงไปนอนคุยกับรากมะม่วงแล้ว
ส่วนเขาต้องโจมตีอีกอย่างน้อยสองครั้งถึงจะฆ่ามันได้!
พูดง่ายๆ ก็คือ หวังหมิงสู้กระต่ายฟันเหยินไม่ได้!
"คุณพระช่วย! ไม่จริงน่า นี่ฉันกากถึงขนาดสู้กระต่ายฟันเหยินไม่ได้เลยเหรอเนี่ย!"
หวังหมิงหมดหนทาง เขาเลิกโจมตีกระต่ายแล้วหันหลังวิ่งหนี โดยมีเจ้ากระต่ายฟันเหยินไล่กวดตามมาติดๆ
จนกระทั่งหวังหมิงวิ่งพ้นระยะโจมตี มันถึงได้ยอมเลิกรา
หวังหมิงทิ้งตัวลงนั่งกับพื้นอย่างหมดสภาพ หอบหายใจแฮกๆ มองดูเลือดที่เหลืออยู่แค่ 4 หน่วยด้วยความหวาดเสียวจนเหงื่อตก
"ฮ่าๆๆๆ โอ๊ย ขำจะตายอยู่แล้ว! เห็นนั่นไหม? มีไก่อ่อนตรงนั้นเกือบโดนกระต่ายฟันเหยินฆ่าตายแน่ะ"
"เออว่ะ ไอ้หนุ่มนั่นดูหุ่นล่ำบึ้กแท้ๆ แต่ท่าดีทีเหลวชะมัด สงสัยในโลกจริงคงโดนสาวๆ สูบจนตัวกลวง ค่าสถานะพื้นฐานเลยต่ำเตี้ยเรี่ยดินขนาดนี้"
"นี่ พ่อหนุ่ม มันมีสิ่งที่เรียกว่าอาวุธมือใหม่อยู่นะ..."
"โถ น่าสงสารจัง แต่เขาหล่อใช้ได้เลยนะ ชวนเข้าปาร์ตี้เราดีไหม?"
"เลิกเพ้อได้แล้ว รีบตีมอนสเตอร์เถอะ ปาร์ตี้กันตัวหารค่าประสบการณ์ยิ่งเยอะ หุ่นหมอนั่นต้องปรับแต่งมาแน่ๆ ตัวจริงอาจจะเป็นกุ้งแห้ง หรือไม่ก็หน้าตาเหมือนอู่ต้าหลางก็ได้ใครจะไปรู้"
"ว้า~ เสียดายของจัง..."