เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 32 เขานำพาสต้าไปส่งให้หลี่หยุนหลง!

บทที่ 32 เขานำพาสต้าไปส่งให้หลี่หยุนหลง!

บทที่ 32 เขานำพาสต้าไปส่งให้หลี่หยุนหลง!


บทที่ 32 เขานำพาสต้าไปส่งให้หลี่หยุนหลง!

“ช่างเป็นคนบ้าอะไรแบบนี้! นี่เขาคิดว่ากำลังเล่นขายของอยู่งั้นเหรอ?”

“ก็แค่เพ้อฝันล่ะน่าจางเมิ่ง เขาพูดยังกับว่าเขาจะทำได้ยังงั้นแหละ!”

ยิ่งจ้าวซืออดเปรี้ยวไว้กินหวานมากเท่าไร ก็ยิ่งทำให้พวกของหลิวฉินหยางก็ยิ่งได้ใจมากยิ่งขึ้น

“คอยรับคำสั่งงั้นเหรอ?” หลิวฉินหยางตะลึงงันไปชั่วครู่ก่อนที่เขาจะเข้าใจความหมายที่จ้าวซือพูดถึง เขารู้สึกว่าเขาแสนจะอับอายแต่ในวินาที่ต่อมาเมื่อคิดได้ว่าจ้าวซือไม่มีทางที่จะก้าวขึ้นมาสู่สิบอันดับแรกของมหาวิทยาลัยได้อย่างแน่นอน!

“ยังจะต้องลังเลอะไรอีกล่ะ? หลิวฉินหยาง รับปากเขาไปเลยสิ!”

“เจ้าเด็กนั่นไม่มีทางทำได้หรอก ถ้างั้นฉันก็จะยอมสระผมแบบกลับหัวให้ดูก็แล้วกัน!”

“ฮ่าๆๆ ถ้างั้นฉันก็จะกินก๋วยเตี๋ยวกลับหัวให้ดูเหมือนกัน!”

บรรดานักศึกษาที่เข้าข้างหลิวฉินหยางต่างก็แสดงความคิดเห็นออกมาทีละคนๆ

หลิวฉินหยางจึงไม่ลังเลใจอีกต่อไปและรีบรับปากทันที เมื่อเป็นเช่นนั้นพายุลูกนี้จึงสงบลงได้

“วันนี้ฉันจะกลับบ้านไปเตรียมตัว ตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไปฉันจะช่วยพี่เรื่องเรียนเองนะ” หลี่ซินพูดกับจ้าวซือ เห็นได้ชัดว่าเธอเองก็ไม่ค่อยจะมั่นใจในตัวของพี่ชายคนนี้เท่าไรนัก

จ้าวซือทำได้เพียงแค่ยิ้ม “ฉันไม่ใช่อัจฉริยะนะ เธอเองก็ไม่ได้ติดในสิบอันดับแรกเลยด้วยซ้ำ เพราะงั้นเธอยังจะกล้ามาเสนอช่วยฉันเรื่องเรียนอีกงั้นเหรอ?”

“ก็เพราะว่านายตกลงรับปากกับพวกนั้นไปแล้วไง!” หลี่ซินพูดอย่างโกรธจัด ราวกับว่าคนที่กำลังจะเสียโอกาสในการเป็นนักศึกษาในที่ปรึกษาของศาสตราจารย์หูก็คือตัวเธอเอง

จ้าวซือไม่ตอบ เขาแค่มองออกไปนอกหน้าต่าง

ตราบใดที่เขาสามารถติดหนึ่งในสิบอันดับแรกในการทดสอบครั้งต่อไปได้ เขาก็จะสามารถทำให้หลิวฉินหยางและคนอื่นๆ หุบปากได้

หลังเลิกเรียน จ้าวซือก็ไปตระเวนส่งของตามออเดอร์เดลิเวอรี่ของเขา เขาไม่ได้ยินเสียงแจ้งเตือนจากระบบอีกเลยตั้งแต่เมื่อสองสามวันก่อน

“บี๊บ! บี๊บ! มีออเดอร์จากโลกแห่งดาบวาดลาย! หลี่หยุนหลง ผู้บัญชาการคนใหม่ของกรมทหารที่ 386 กำลังจะนำกองทหารอิสระเพื่อซุ่มโจมตีหน่วยลาดตระเวนของกองทัพบกประเทศอาร์ ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่เร่งด่วน แต่ทว่าหลี่หยุนหลงอยู่ในสภาพที่หิวโหยและกระหายน้ำ เขาต้องการการจัดส่งออเดอร์เพื่อเติมเต็มความแข็งแกร่งของเขาอย่างเร่งด่วน!”

ดาบวาดลาย หลี่หยุนหลง!

เมื่อได้ยินดังนั้น แววตาของจ้าวซือก็เป็นประกายขึ้น ละครแนวทหารเรื่องนี้และตัวละครตัวนี้สามารถเรียกได้ว่าเป็นที่สุดของความคลาสสิก ในตอนนี้เขาจะได้เห็นความสง่างามของละครเรื่องนี้ด้วยตาของตัวเองและอาจจะสามารถช่วยหลี่หยุนหลงต่อต้านกองทัพของประเทศอาร์ได้

ยอมรับ!

"บี๊บ! บี๊บ! [พาสต้ามะเขือเทศสับ] ได้ถูกสร้างขึ้นโดยอัตโนมัติในกล่องส่งอาหารแล้ว!"

" บี๊บ! บี๊บ! อุโมงค์อนันตภพจะเปิดขึ้นภายในไม่กี่วินาที โฮสต์ โปรดเข้าไป!"

ไม่นานหลังจากนั้นจ้าวซือก็บิดคันเร่งจนสุดและพุ่งตรงเข้าไปในอุโมงค์อนันตภพ หลังจากที่ลอดผ่านมายังสถานที่ที่ไม่รู้จักแล้ว ล้อรถของเขาก็ร่อนลงบนพื้นอย่างรวดเร็ว

ทันทีที่จ้าวซือลงจอด เขาพบว่ามีหอกนับสิบอยู่ล้อมรอบตัวและ หอกทั้งหมดนั้นก็เล็งมาที่เขา

“นั่นใครกัน!?” หลี่หยุนหลง ซึ่งสวมชุดเครื่องแบบทหาร เขาสะพายมีดดาบแมเชเทขนาดใหญ่ไว้บนหลังและเลอะเทอะไปด้วยดินโคลน เขาตะคอกด้วยเสียงเบาแต่ก็ไม่อาจจะปกปิดความกลัวในดวงตาของเขาได้

เมื่อต้องเผชิญหน้ากับจ้าวซือที่จู่ๆ ก็ปรากฏตัวออกมาต่อหน้าพวกเขา รวมถึงทหารคนอื่นๆ รอบตัวเขาก็มีท่าทีคล้ายคลึงกัน

เมื่อเห็นหอกจำนวนมาก จ้าวซือก็ยังไม่ตื่นตระหนกแต่เขาก็ไม่คิดที่จะมีความขัดแย้งกับหลี่หยุนหลงเช่นกัน

“สหายทั้งหลาย อย่าได้ตกใจไป! ข้าเป็นคนจีน ข้าเป็นคนจีนเหมือนกัน!” จ้าวซือชูมือขึ้นทั้งสองแขนเพื่อยืนยันว่าเขาไม่ได้มาร้าย

เนื่องจากจ้าวซือรู้ดีว่าหลี่หยุนหลงนั้นเป็นหัวหน้าในการซุ่มโจมตีกองทัพของประเทศอาร์ จ้าวซือจึงลดเสียงลง

“เจ้าเป็นใคร? ทำไมถึงได้มาอยู่ที่นี่?” หลี่หยุนหลงมองดูจ้าวซืออย่างระมัดระวัง "ไม่เพียงแต่เจ้าจะสวมเสื้อผ้าแปลกๆ เท่านั้นนะแต่ข้าไม่เคยเห็นสิ่งที่เจ้ากำลังขี่อยู่นั่นเลย"

จ้าวซือมองดูชุดยูนิฟอร์มส่งอาหารที่สว่างสดใสและรถสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าและพูดด้วยรอยยิ้มจางๆ ว่า “ข้าก็เป็นคนจีนนี่แหละ และยังเป็นพนักงานส่งอาหารเดลิเวอรี่แห่งอนันตภพอีกด้วย ข้าเดินทางข้ามอนันตภพมาเพื่อช่วยเหลือคนที่ต้องการความช่วยเหลือเพียงเท่านั้น สหายหลี่หยุนหลง ท่านหิวไหม ข้านำอาหารมาให้ท่านแล้ว”

“อาหารงั้นรึ?” หลี่ยุนหลงโบกมือและถอนหายใจ “ข้าไม่รู้ว่าจะมีพี่น้องต้องล้มตายกันอีกกี่คนในการต่อสู้ครั้งนี้ นอกจากนี้ข้าก็ยังมีเรื่องสำคัญที่ต้องดูแล แล้วข้าจะไปมีอารมณ์กินอาหารได้อย่างไรกันเล่า?”

เมื่อจ้าวซือได้ยินดังนั้น ก็ดูเหมือนเขาจะได้ตัดสินใจเอาไว้แล้ว จึงพูดว่า “เอาน่า สหายหลี่หยุนหลง ตราบใดที่ท่านกินสปาเก็ตตี้นี้จนหมด ข้าจะช่วยท่านด้วยกำลังทั้งหมดที่ข้ามีและจะเป็นแนวหน้าให้ท่านด้วย ข้าขอรับประกันชัยชนะเหนือหน่วยลาดตระเวนของประเทศอาร์ให้แก่ท่าน! รวมถึงการบาดเจ็บล้มตายของพี่น้องของพวกเราก็จะลดลงด้วย!”

“จริงหรือ!” ดวงตาของหลี่หยุนหลงเบิกกว้าง เราควรจะตระหนักไว้ด้วยว่าคำพูดของจ้าวซือนั้นมีเสน่ห์เพียงใด

สิ่งที่หลี่หยุนหลงให้ความสำคัญมากที่สุดคือผลของการต่อสู้ อีกอย่างก็คือชีวิตของพี่น้องของเขา!

จ้าวซือกล่าวอย่างหนักแน่น "แน่นอน!"

เมื่อเห็นว่าถึงเวลาแล้ว จ้าวซือก็หยิบพาสต้ามะเขือเทศสับออกมาแล้วยื่นให้กับหลี่หยุนหลงในทันที

หลี่หยุนหลงเปิดกล่องอาหารออกและกลิ่นหอมก็ตลบอบอวลอยู่ในอากาศ เขาหยิบตะเกียบขึ้นมาและเริ่มลงมือกิน

หลังจากที่ทานอาหารเสร็จ หลี่หยุนหลงถึงกับเรอออกมาและยกนิ้วโป้งให้จ้าวซือ “สปาเก็ตตี้นี้อร่อยมาก เมื่อข้ากลับไป ข้าจะขอให้ผู้บัญชาการกองพันที่สองลองทำดู!”

หลังจากกินพาสต้าแล้ว หลี่หยุนหลงก็กลับเข้าสู่โหมดการต่อสู้ของเขาทันทีและอธิบายสถานการณ์ให้จ้าวซือฟัง

“ผู้บัญชาการ ชายผู้นั้นที่เรียกตัวเองว่าพนักงานส่งอาหารเดลิเวอรี่แห่งอนันตภพ  ถึงแม้ว่าจะฟังดูลึกลับ แต่ก็ดูเหมือนว่าเขาไม่มีแรงแม้แต่จะมัดไก่เลยนะแล้วท่านยังจะกล้าให้เขาเป็นแนวหน้าได้จริงๆ งั้นเหรอ?” มีคนหนึ่งยืนขึ้นและถาม

“ใช่ ถ้าเด็กคนนั้นหนีไประหว่างการต่อสู้ พวกเราก็จะลำบากถ้ากระบวนทัพของพวกเราระส่ำระสาย”

“แล้วเขาจะเป็นแนวหน้าคนเดียวได้ยังไงกัน มันไม่น่าจะได้ผลเลย!”

นี่เป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่ง และทหารเหล่านี้ก็ไม่คิดที่จะปกปิดจ้าวซือ

จ้าวซือไม่ได้โกรธ และสิ่งที่พวกเขาสงสัยก็ไม่สมเหตุสมผล

ในทางกลับกัน หลี่หยุนหลงก็มีสัญชาตญาณที่แรงกล้าว่าชายหนุ่มที่ดูเหมือนจะธรรมดาที่อยู่ตรงหน้าเขานี้ จะนำมาซึ่งชัยชนะอันยิ่งใหญ่อย่างแน่นอน

โดยไม่ต้องรอให้หลี่หยุนหลงออกโรงปกป้อง จ้าวซือกล่าวด้วยความมั่นใจว่า “สหายหลี่หยุนหลงและนักรบทุกท่าน คอยดูเถอะ!”

เมื่อพวกเขาเห็นดังนั้น คนที่ถามจ้าวซือในตอนแรกก็ไม่ได้พูดอะไรอีก เพียงแต่แววตาของพวกเขายังคงเต็มไปด้วยความไม่ไว้วางใจ

ระหว่างรอการมาถึงของหน่วยลาดตระเวนของประเทศอาร์ จ้าวซือก็ยัคงได้ยินว่าทหารบางคนที่เห็นพ้องกันว่าว่าพวกเขาเองก็ต้องเตรียมพร้อมที่จะเป็นแนวหน้าและไม่ล่าถอยเช่นกัน

เกี่ยวกับเรื่องนี้จ้าวซือไม่ได้แสดงความคิดเห็นอะไร เขาเพียงแต่ต้องใช้ความแข็งแกร่งของเขาเพื่อพิสูจน์ตัวเอง

“พวกมันกำลังมาแล้ว พวกมันมาจริงๆ แล้ว!”

ทหารคนหนึ่งพูดอย่างตื่นเต้น

หลี่หยุนหลงเริ่มออกคำสั่ง โดยบอกผู้ใต้บังคับบัญชาของเขาว่าอย่าหวงกระสุนและระเบิดมือ หน่วยลาดตระเวนของประเทศอาร์เข้ามาใกล้ ให้พวกเขาทำลายหน่วยลาดตระเวนของประเทศอาร์ให้ได้มากกว่าครึ่งในคราวเดียว

“จากนั้น สหายพนักงานส่งอาหารเดลิเวอรี่แห่งอนันตภพ ถึงเวลาที่เจ้าจะได้ออกโรงแล้ว! พี่น้องคนอื่นๆ จะติดตามเจ้าไปอย่างใกล้ชิดและร่วมต่อสู้กับเหล่าปิศาจตัวน้อยด้วยดาบของพวกเขา ไม่มีใครที่จะสามารถหลบหนีไปได้!”

จ้าวซือพยักหน้าและนำชุดเกราะนักรบสีทองพร้อมทั้งดาบตรามังกรทองคำออกมาจากกล่องส่งของทัน ภายในชั่วพริบตาเขาได้กลายร่างเป็นเทพเจ้าที่เสด็จลงมาจากสวรรค์ทำให้ทหารที่โดยรอบๆ ต้องกลั้นหายใจเล็กน้อย

จบบทที่ บทที่ 32 เขานำพาสต้าไปส่งให้หลี่หยุนหลง!

คัดลอกลิงก์แล้ว