เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 23 ผมสามารถรักษาได้แต่ศาสตราจารย์หูรักษาไม่ได้

บทที่ 23 ผมสามารถรักษาได้แต่ศาสตราจารย์หูรักษาไม่ได้

บทที่ 23 ผมสามารถรักษาได้แต่ศาสตราจารย์หูรักษาไม่ได้


บทที่ 23 ผมสามารถรักษาได้แต่ศาสตราจารย์หูรักษาไม่ได้

“ประการแรก โรคที่น่าจะรักษาได้แต่กลับรักษาไม่ได้” คำพูดของจ้าวซือช่างน่าสะพรึงกลัวอย่างที่สุด

เมื่อได้ยินดังนั้น ศาสตราจารย์หูก็อดไม่ได้ที่จะส่ายหน้า เนื่องจากการประชุมของบรรดาผู้เชี่ยวชาญและศาสตราจารย์ได้สรุปว่าอาการป่วยนี้ไม่อาจที่จะรักษาให้หายได้ จะเป็นไปได้หรือว่าจ้าวซือที่เป็นแค่นักศึกษาชั้นปีที่ 1 จะรู้อะไรมากกว่าพวกเขา?

ผู้ถือหุ้นซุนฝางเองก็รู้สึกว่าเรื่องนี้ออกจะน่าขัน ถ้าอาการป่วยของเขาสามารถที่จะรักษาได้ดังที่ฮวงเฟิงกล่าว เขาก็ยินดีที่จะจ่ายเงินเท่าใดก็ได้ แต่โชคไม่ดีนักที่หลายปีที่ผ่านมานี้เขายังไม่เห็นวี่แววที่จะรักษาหายได้เลย

“ไร้สาระ!” ท่ามกลางคณาจารย์ทั้งหลายที่กำลังฟังการบรรยาย อาจารย์ท่านหนึ่งที่พอจะเข้าใจเกี่ยวกับอาการป่วยนี้ก็กล่าวอย่างผิดหวังว่า “เธอนี่ช่างไม่รู้จักที่สูงที่ต่ำเลยนะ!”

บรรดานักศึกษาต่างก็ยิ่งพากันส่งเสียงเซ็งแซ่ เพราะว่าสิ่งที่จ้าวซือกล่าวนั้นไม่ได้อยู่บนพื้นฐานที่แท้จริงเลย

“นี่เป็นปัญหาแรกที่คุณค้นพบงั้นหรือ?” ศาสตราจารย์หูไม่ได้สนใจฟังและให้จ้าวซือพูดต่อ

จ้าวซือส่ายหน้า "ไม่ครับ นี่ไม่ใช่ปัญหา"

“เอาล่ะ งั้นว่ามาสิ” ศาสตราจารย์หูโกรธจนต้องหัวเราะออกมา หลายปีที่ผ่านมานี้ นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้พบกับคนที่หยิ่งผยอง นักศึกษาที่มั่นใจว่าตัวเองถูกต้องเช่นนี้ ความประทับใจของเขาที่มีต่อจ้าวซือ... ได้ลดลงจาก 80 คะแนน เหลือน้อยกว่า 60 คะแนน

“คำถามแรกก็คือ การใช้การฝังเข็มรักษาโรคนี้ไม่ได้มีข้อผิดพลาดแต่อย่างใด แต่จุดฝังเข็มและจังหวะเวลาของศาสตราจารย์หูนั้นผิดพลาดไปครับ” จ้าวซือกล่าวอย่างใจเย็น

ศาสตราจารย์หูส่ายหน้าอีกครั้ง ก่อนที่เขาจะทันได้พูดอะไร นักศึกษาตัวท๊อปคนหนึ่งของห้องก็ลุกขึ้นยืน “จ้าวซือพอได้แล้ว อย่าทำให้ห้องของเราต้องอับอายมากไปกว่านี้เลย อาการป่วยของท่านซุนฝาง ก็คือร่างกายของเขาบวมและริมฝีปากของเขาก็ซีดจนเป็นสีม่วง ใครก็ตามที่ได้ศึกษาแนวทางการรักษาแบบ TCM ก็จะรู้ว่านี่เป็นสัญญาณของหยินและหยาง ศาสตราจารย์หูได้เลือกที่จะทำการฝังเข็มตอนเที่ยงก็เพื่อกระตุ้นจุดฝังเข็มหยางบนร่างกายของเขา มันไม่ใช่ปัญหาแต่อย่างใดเลย!”

เมื่อได้ยินเช่นนี้ ศาสตราจารย์หูก็พยักหน้าด้วยความโล่งใจ ทฤษฎี TCM ของนักศึกษาคนนี้แน่นปึ้กมากจริงๆ

เหล่านักศึกษาพากันหัวเราะออกมาเสียงดัง คิดว่าการอวดรู้ของจ้าวซือต้องล้มเหลวไม่เป็นท่าและถูกตบหน้าแทน

แต่ทว่าจ้าวซือก็ได้กล่าวว่า "ถูกต้องแล้ว คนที่ศึกษาแนวทางการรักษาแบบ TCMจะรู้เรื่องนี้ดี แต่น่าเสียดายที่พวกเขารู้เพียงแค่เรื่องเดียวเท่านั้น แต่พวกเขายังไม่รู้เรื่องที่สอง เมื่อมองดูอย่างผิวเผินดูเหมือนว่าอาการของท่านซุนฝางนั้น หยินเฟื่องฟู ส่วนหยางนั้นเสื่อมถอย แต่ว่าหยินคือหยิน โดยแก่นแท้แล้วหยางต้องรุ่งเรืองและหยินต้องเฟื่องฟูเสมอกัน!"

ฝูงชนอยู่ในความโกลาหล

นักศึกษาตัวท๊อปไม่คิดที่จะโต้เถียงกับจ้าวซืออีกต่อไป เขาเพียงแค่โบกมือให้ผู้เข้าฟังบรรยายราวกับว่าจะบอกว่าเขาไม่มีทางที่จะอภิปรายเรื่องวิชาการกับคนงี่เง่าที่มั่นใจว่าตัวเองถูกได้

แต่ทว่าศาสตราจารย์หูกลับนึกอะไรบางอย่างได้ "นักศึกษาคนนี้ พูดต่อสิว่าทำไมคุณถึงมีความคิดเห็นเช่นนี้?"

เมื่อเห็นดังนั้นจ้าวซือจึงพูดอย่างช้าๆ ว่า “ก่อนอื่นผมาอยากจะถามท่านซุนฝางหน่อยว่า ในตอนกลางคืนท่านรู้สึกร้อนในท้องหรือไม่ และในครึ่งคืนหลังท่านรู้สึกหนาวสะท้านเป็นพิเศษบ้างหรือไม่?”

“เธอรู้ได้อย่างไร?” ซุนฝางตะลึงงัน สิ่งที่จ้าวซือพูดเหมือนกับอาการที่เขาเป็นทุกประการ

ฝูงชนเกิดโกลาหลขึ้นอีกครั้ง

“บัดซบ นี่มันเรื่องจริงเหรอ? ชักจะเหลือเชื่อเกินไปแล้ว!”

“เขาสามารถคาดเดาอาการของผู้ป่วยได้อย่างนั้นหรือ? นี่เขาไปร่ำเรียนที่ไหนมา?”

นักศึกษาทุกคนต่างพากันตกตะลึง ไม่อยากจะเชื่อสถานการณ์ที่อยู่ตรงหน้าพวกเขา

นักศึกษาตัวท๊อปที่คิดว่าเขาได้ทำให้จ้าวซือเสียหน้าก็มีอาการตกใจและมีสีหน้าสับสน

จ้าวซือกล่าวต่อว่า “จริงๆ แล้ว ท่านแข็งแรงมากนะ แต่เมื่อท่านรู้สึกว่าหนาวสะท้านเป็นพิเศษ ท่านก็ไร้เรี่ยวแรง ผมพูดถูกไหม?

ซุยฝางมีท่าทางเขินอาย “น้องชาย เธอพูดถูกแล้ว อย่าพูดอีกเลย!”

เมื่อมองไปที่ศาสตราจารย์หูอีกครั้ง เขาก็ยืนอึ้งเหมือนกับรูปปั้นหินอยู่ตรงนั้น เขาอ้าปากค้างด้วยความตกใจจนงับปากไม่ได้ ถ้าเขาไม่ได้คลุกคลีกับซุนฝางในระยะสองสามปีที่ผ่านมานี้ หูเหยียนก็คงจะคิดว่าจ่าวซือติดสินบนอีกฝ่ายและพวกเขารวมหัวกันเพื่อที่จะหลอกเขา

“ส่วนคำถามที่สอง...”

ในขณะที่ศาสตราจารย์หูยังคงตกตะลึง จ้าวซือก็ได้ถามคำถามที่สอง

หลังจากได้ยินสิ่งที่จ้าวซือพูด ศาสตราจารย์หูก็ต้องรู้สึกตื่นเต้นมากจนเสียงสั่น "มันเป็นเช่นนั้นแหละ! มันเป็นเช่นนั้น ฉันคิดว่าฉันได้ค้นพบปัญหานั้นแล้วและสามารถช่วยท่านซุนจัดการมันได้อีกขั้น แต่ฉันไม่เคยคิดว่าฉันคิดผิดไปตั้งแต่แรก!”

ทั้งสี่คนตกใจ!

“พระเจ้า นี่ศาสตราจารย์หูยอมรับเขายังงั้นเหรอ?”

“ไอ้บ้า นี่หมายความว่าทุกคำที่เขาพูดนั้นถูกต้องแล้วใช่ไหม?”

“หลิวฉินหยางนั่นคงจะคิดว่าตัวเองถูกสินะ! ฉันไม่เคยคิดเลยว่านักนักศึกษาตัวท๊อปจะมีวันนี้ได้!”

“นักศึกษาคนนี้ไม่ธรรมดาจริงๆ…”

อาจารย์และนักศึกษาทุกคน ประกอบกับการที่ศาสตราจารย์หูได้ยอมรับสิ่งที่จ้าวซือพูดได้พลิกโฉมภาพลักษณ์ของจ้าวซือไปอย่างสิ้นเชิง

สำหรับนักศึกษาอัจฉริยะที่สงสัยในตัวจ้าวซือ ในตอนนี้ใบหน้าของเขาได้กลายเป็นสีเขียวและสีขาว เขาคิดว่าเขาจะสามารถหารูที่จะเจาะเข้าไปได้ แต่คนที่ต้องอับอายจริงๆ ก็คือเขานั่นเอง!

สำหรับฮันไป่เสวี่ยเธออ้าปากค้างมานานแล้ว และมุมมองของเธอที่มีต่อจ้าวซือก็ได้รับการฟื้นฟูอีกครั้ง

“นักศึกษาคนนี้ เธอชื่อว่าอะไร?” ศาสตราจารย์หูถามอย่างเคร่งขรึม ในตอนนี้เขาไม่ได้ถือว่าจ้าวซือเป็นน้องใหม่อีกต่อไปแล้ว แต่เป็นคนที่มีคุณสมบัติที่จะหารือกับเขาหรือแม้แต่จะให้แนะนำแก่เขาได้

“จ้าวซือครับ” น้ำเสียงของจ้าวซือไม่ได้อ่อนน้อมถ่อมตนหรือเอาแต่ใจ แต่สำหรับคนอื่นมันมีความหมายที่แตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง

ก่อนหน้านี้บางคนอาจจะคิดว่าเขาแค่แกล้งทำเป็นอวดฉลาด แต่ตอนนี้ทุกคนต่างก็รู้แล้วว่าจ้าวซือเจ๋งจริงๆ!

ผู้ถือหุ้นซุนฝางไม่อาจที่จะอดทนอีกต่อไป เขาหยิบนามบัตรที่สวยงามออกมาแล้วพูดว่า "จ้าวซือ อันที่จริงตอนแรกฉันคิดว่าเธอกำลังพูดเรื่องไร้สาระ ได้โปรดให้ฉันได้มีโอกาสขอโทษเธอด้วย นี่คือ นามบัตรของฉัน"

จ้าวซือพยักหน้าอย่างเงียบๆ และรับนามบัตรนั้นมา

แววตาของนักศึกษาที่อยู่โดยรอบต่างพากันอิจฉา เพราะเขาคือหนึ่งในผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของมหาวิทยาลัย การได้รับนามบัตรจากซุนฝางก็ไม่ต่างจากการได้รับโอกาสอันยิ่งใหญ่ และจ้าวซือคนที่ได้รับทั้งหมดนี้ก็เป็นแค่นักศึกษาใหม่ที่เพิ่งเรียนเมื่อไม่กี่วันก่อนนี่เอง!

ในตอนนี้ศาสตราจารย์หูแทบจะอดใจรอฟังทฤษฎีต่อมาของจ้าวซือไม่ได้ “นักศึกษาจ้าวซือ คุณบอกว่ามีข้อผิดพลาดทั้งหมดสามข้อ แล้วคุณยังบอกว่ามีสูตรยาสองส่วนที่สามารถปรับปรุงได้ ได้โปรดบอกฉันมาเร็วเข้า!”

แววตาของฮันไป่เสวี่ยเผยให้เห็นความประหลาดใจอีกครั้ง เป็นเวลานานมากแล้วที่เธอไม่ได้เห็นศาสตราจารย์หูกระหายหาความรู้!

และทั้งหมดนี้เกิดขึ้นโดยจ้าวซืออีกครั้ง ฮันไป่เสวี่ยเองก็มีความอยากรู้อยากเห็นอย่างมากเกี่ยวกับและเธอก็รู้สึกว่าถูกเขาดึงดูดทีละนิดๆ

เมื่อจ้าวซือแสดงความคิดเห็นทั้งหมดของเขาจบแล้ว ศาสตราจารย์หูก็ถอดแว่นออกแล้วเช็ดน้ำตาอย่างตื่นเต้น “หลายปีแล้วสินะ ฉันศึกษาเรื่องนี้มาหลายปีแล้ว แต่ก็ยังไม่ชัดเจนเท่ากับนักศึกษาปีหนึ่งอย่างคุณเลย!”

“ศาสตราจารย์ ไม่จำเป็นต้องทำเช่นนี้หรอก เต๋ามีหลายประเภทและมีความเชี่ยวชาญต่างกัน ผมเพียงแค่เคยอ่านเกี่ยวกับโรคนี้ในตำราทางการแพทย์ของบรรพบุรุษที่สืบทอดกันมาก็เพียงเท่านั้น ซึ่งนั่นเป็นเหตุผลที่ผมทราบเรื่องนี้”

เมื่อได้ยินเช่นนั้นหลายคนรวมทั้งศาสตราจารย์หูก็ต้องถอนหายใจ หากเป็นเช่นนั้น... จ้าวซือนี้ช่างน่ากลัวเสียจริงๆ!

จบบทที่ บทที่ 23 ผมสามารถรักษาได้แต่ศาสตราจารย์หูรักษาไม่ได้

คัดลอกลิงก์แล้ว