เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 18 กล้าดียังไงมาแกล้งฉันในห้องเรียน

บทที่ 18 กล้าดียังไงมาแกล้งฉันในห้องเรียน

บทที่ 18 กล้าดียังไงมาแกล้งฉันในห้องเรียน


บทที่ 18 กล้าดียังไงมาแกล้งฉันในห้องเรียน

เมื่อเห็นว่าแกงค์ตบทรัพย์สองคนนั้นถูกตำรวจจับใส่กุญแจมือแล้ว เหล่าจีนมุงก็พากันปรบมือและยกย่องจ้าวซือที่ชาญฉลาดและกล้าหาญ

จ้าวซือเพียงแค่ยิ้มและค่อยๆ ขยับตัวขึ้นไปนั่งรถสกู๊ตเตอร์ของเขา อาจกล่าวได้ว่าเขาได้ปกป้องตัวเองและปกปิดทักษะรวมถึงชื่อเสียงของเขาเอาไว้

หลังจากที่เขาได้ทำการทดลองทักษะมหาเสน่ห์ จ้าวซือก็มั่นใจอย่างไม่ต้องสงสัยเลยว่ามหาเสน่ห์ของเขานั้นทรงพลังยิ่งนัก แต่ก็มีผลเพียงเล็กน้อยกับผู้ที่มีเจตนาร้ายต่อเขา

ซึ่งมันเป็นหลักการที่ง่ายมาก หากว่าคุณเกลียดใครสักคน ไม่ว่าเขาจะมีเสน่มากห์แค่ไหน มันก็ยากสำหรับคุณที่จะถูกดึงดูด

หลังจากค่ำคืนอันเงียบสงบ จ้าวซือก็ต้องปฏิบัติตัวในฐานะนักศึกษาที่เข้าเรียนในโรงเรียนแพทย์ของมหาวิทยาลัยกรีนเบิร์ด

“นี่ ฉันไม่นึกเลยว่าเพื่อนร่วมชั้นของเราจะคนที่ทำงานไปด้วยและเรียนหนังสือไปด้วย นี่มันหายากจริงๆ”

หลังเลิกเรียน นักศึกษาชายมารวมตัวกันเพื่อนำหัวข้อการสนทนา เขาเป็นผู้ชายที่มีหน้าเหมือนจิ้งจอก และเขามีรอยยิ้มขี้เล่นอยู่บนใบหน้าด้วย

เขาก็คือ หูเจียหาว และเขาก็มีเพื่อนที่เรียนมัธยมปลายมาด้วยกันอีกสองสามคนในชั้นเรียนนี้ ซึ่งอาจกล่าวได้ว่าเขาได้สร้างกองกำลังเล็กๆ ของตัวเองขึ้นมา

เมื่อได้ยินเช่นนี้จ้าวซือก็ต้องขมวดคิ้วเล็กน้อย

แม้ว่าหูเจียหาวจะไม่ได้พูดกับเขา แต่น้ำเสียงเยาะเย้ยของเขาทำให้จ้าวซือรู้สึกไม่สบายใจ การทำงานไปด้วยและเรียนไปด้วยกลายเป็นเรื่องสนุกไปแล้วยังงั้นเหรอ?

“เจียหาว พูดถึงใครงั้นเหรอ?” มีคนที่อยู่ข้างๆ ถามขึ้นมา

หูเจียหาวยิ้มอย่างลึกลับ: "ฉันบอกได้แค่ว่าตอนกลางวันเขาก็มาเรียน แต่พอเลิกเรียนเขาก็ไปทำงานเป็นพนักงานส่งอาหารตามบ้านน่ะ"

“นั่นมันพนักงานส่งอาหารจ้าวซือไม่ใช่เหรอ?” เฉียนเฟิงที่กลั้นหัวเราะเอาไว้อยู่นานแล้ว ได้ระเบิดหัวเราะออกมาเสียงดัง “ฉันเป็นพยานได้นะว่าเป็นจ้าวซือจริงๆ ก็เมื่อวานฉันยังเห็นจ้าวซือไปเปลี่ยนชุดยูนิฟอร์มในห้องน้ำอยู่เลย”

เฉียนเฟิงสังเกตเห็นว่าจ้าวซือมองมาที่เขาและเขาก็จำการต่อสู้ที่แข็งแกร่งของฮวงเฟิงได้ เขาอดไม่ได้ที่จะกลั้นหายใจแต่ก็ดูเหมือนว่าเขาจะนึกบางอย่างได้จึงพูดต่อไปอย่างไม่ลังเลใจ

“อะไรนะ? เอาชุดยูนิฟอร์มมาที่มหาวิทยาลัยด้วยงั้นเหรอ น่าตลกจัง ฮ่าๆๆ!”

“ฉันก็ว่าแล้วเชียว ทำไมฉันรู้สึกเหมือนได้กลิ่นเหมือนโรงอาหารในห้องเรียน? งั้นก็คงเป็นเพราะแบบนี้นี่เอง”

คนกลุ่มนั้นหัวเราะอย่างไม่คิด

“ไอ้พวกเวรเอ๊ย!” หลี่ซินที่นั่งอยู่ที่เก้าอี้ต้องกัดฟันกรอดขณะที่เธอมองดูคนพวกนั้นแต่เธอก็ไม่ได้ระเบิดอารมณ์ออกมา นับตั้งแต่ที่เธอเรียนในมหาวิทยาลัย เธอก็ได้ปกปิดบุคลิกที่เคยเป็นคนเหลวไหลและทำตัวเหมือนเด็กผู้หญิงที่ว่าง่ายมากขึ้นกว่าเดิม

ในเวลานี้ สาวๆ ต่างก็กระซิบกระซาบกัน เด็กสาวเงียบๆ คนหนึ่งที่ไว้ผมหางม้ากระซิบว่า:

"ทำงานไปด้วยเรียนไปด้วยนี่มันไม่ดีใช่ไหม?"

สาวอ้วนข้างๆ เธอส่ายหัว “ต่อให้ทำงานหนักและเรียนหนักแค่ไหนก็ไม่ควรส่งไปทำงานส่งอาหารตามบ้านนะ มันน่าอายเกินไปสำหรับนักศึกษามหาวิทยาลัยกรีนเบิร์ด อายุก็ตั้งเท่าไรแล้วไม่ใช่เด็ก 3 ขวบซะหน่อย จ้าวซือคนนี้คงจะมีคุณภาพชีวิตที่น้อยนิดเหลือเกินนะ”

“ไม่สำคัญหรอกว่าเขาจะเป็นพนักงานส่งอาหาร ดูท่าทางที่เขานั่งเหมือนเต่าสิดูไม่เหมือนคนเลย นี่เป็นสิ่งที่ฉันดูถูกเขาที่สุด!” หญิงสาวอีกคนพูดอย่างรังเกียจ

เมื่อเห็นว่าจ้าวซือไม่ได้ตอบสนองอะไรและเพียงแค่มองมาอย่างเย็นชา หูเจียหาวและคนอื่นๆ ก็ต้องรู้สึกกระสับกระส่ายเสียเอง

“นี่ นี่ ไอ้พนักงานส่งอาหาร มองมาที่ฉันตลอดเวลานี่มันหมายความว่ายังไง?”

หูเจียหาวหุบยิ้มและทำตัวยะโสโอหังใส่จ้าวซือ

จ้าวซือมองเขาอย่างเหยียดๆ หูเจียหาวคนนี้ทำให้เขาต้องรู้สึกแย่ตั้งแต่ครั้งแรกที่พบกัน ดูๆ ไปแล้วเขาน่าจะเคยแกล้งเพื่อนร่วมชั้นมาก่อน และเขาน่าจะเคยแกล้งคนมาเยอะตั้งแต่สมัยมัธยม

ด้วยพละกำลังที่เขาได้รับจากระบบ จ้าวซือจึงไม่อยากจะสู้กับคนประเภทนี้

“ฮ่าๆ จะไม่พูดอะไรหน่อยเหรอ? ฉันได้ยินมาว่านายมีน้องสาวคนนึงนี่นา…” หูเจียหาวเดินเข้ามาหาจ้าวซือ แต่เพียงแค่เขาพูดคำว่าน้องสาวออกมา อยู่ๆ เขาก็ต้องหยุดพูดและสั่นสะท้าน

เขารู้สึกเหมือนกำลังถูกสัตว์ร้ายจ้องเขม็ง และก็ราวกับว่าห้องเรียนทั้งห้องได้เข้าสู่ยุคน้ำแข็งในทันใด

แต่ความรู้สึกนั้นก็ได้หายไปในทันที หูเจียหาวเดินไปตรงหน้าจ้าวซือและใช้เท้าเหยียบบนโต๊ะของจ้าวซือ

สายตาของทุกคนในห้องเรียนรวมตัวกันและจ้องไปที่จ้าวซือกับหูเจียหาวราวกับเป็นสปอตไลท์

หลี่ซินสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อระงับความอยากที่จะโจมตี ในเวลาเดียวกันดวงตาของเธอก็แสดงถึงความหวังที่อยากจะเห็นการโต้กลับของจ้าวซือ

สำหรับนักเรียนคนอื่นๆ บางคนก็เห็นใจจ้าวซือ ในขณะที่คนอื่นๆ กำลังรอดูเรื่องตลกนี้

... "ฉันได้ยินมาว่านายมีน้องสาวคนนึงกำลังเรียนอยู่ ม. 3 ฉันรู้อีกด้วยนะว่าเธอเรียนอยู่ที่ไหน? นายอยากจะให้ฉันส่งคนไปทักทายน้องสาวนายหน่อยไหมล่ะ?"

เมื่อเห็นการจ้องมองของจ้าวซือที่ค่อยๆ น่ากลัวมากขึ้นเรื่อยๆ หัวใจของหูเจียหาวก็เต้นผิดจังหวะ เขารู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ แต่เขาไม่สามารถที่จะถอยกลับได้แล้วจึงแสร้งทำเป็นกลัวแทน

“โอ้? นายดูน่ากลัวมากเลยนะเนี่ยตอนที่โกรธ นายอยากจะชกฉันก่อนไหมล่ะ? คิดให้ดีนะ ที่นี่เป็นห้องเรียน แล้วจะเกิดอะไรขึ้นถ้านายทำอะไรลงไป?”

เมื่อถึงตรงนี้ความมั่นใจของหูเจียหาวก็เพิ่มขึ้นอย่างกะทันหัน "ฉันได้ยินมาว่า ถ้านายทำร้ายใครในวันแรกที่เปิดเทอม กระทรวงศึกษาธิการก็จะรวบรวมข้อมูลเอาไว้และลงโทษนาย ถ้านายกล้าทำร้ายฉันตอนนี้นะ ฮ่าๆๆ... "

“แต่ถ้านายคิดดีแล้วงั้นก็ชกฉันได้เลย มาสิ ชกฉันตรงนี้เลย” หูเจียหาวจงใจเอียงแก้มให้จ้าวซือและเอานิ้วจิ้มที่หน้าเพื่อกระตุ้นเขา

เมื่อเห็นดังนั้นหลี่ซินแทบอยากจะตบโต๊ะและตะโกนว่า “อัดมันซะ!” แต่เมื่อเธอนึกถึงผลของกระทำนั้น เธอก็ได้แต่หวังว่าจ้าวซือจะไม่หุนหันพลันแล่น

“ไอ้ขยะ เอาน้องสาวฉันมาขู่ไม่ให้ทำร้ายนายงั้นเหรอ นี่นายยังเป็นลูกผู้ชายอยู่หรือเปล่า?”

“ถ้าเป็นฉัน ฉันคงจะอดทนไม่ได้หรอก อย่างมากที่สุดฉันก็แค่ถูกไล่ออก!”

มีบางคนผสมโรงเพราะในเมื่อมันไม่ใช่เรื่องของเขา ดังนั้นเขาจึงสามารถที่จะพูดอะไรก็ได้ที่เขาต้องการ

เฉียนเฟิงที่ซ่อนตัวอยู่ในฝูงชนกำลังยิ้มจนปากจะฉีกถึงหู จากการพัฒนานี้ไม่ว่าผลลัพธ์จะออกมาอย่างไร เขายังยินดีที่จะได้เห็นมัน

ไม่ว่าจ้าวซือเลือกที่จะอดทนหรือไม่ แต่ต่อจากนี้ไปเขาก็จะกลายเป็นคนที่เพื่อนทั้งชั้นเรียนยอมรับว่าเขาเป็นขยะ เขาจะกลายเป็นเป้าหมายของการกลั่นแกล้งและเขาก็จะถูกคนอื่นดูหมิ่นเหยียดหยาม

แต่หากจ้าวซือเป็นฝ่ายทำอะไรก่อน เขาก็จะต้องถูกไล่ออกจากมหาวิทยาลัยกรีนเบิร์ดในทันที!

“ก็ได้ งั้นฉันจะทำให้นายสมหวัง!”

ขณะที่เขาพูดจ้าวซือก็ออกแรงยกแขนและหัวไหล่ของเขาขึ้นสูง ราวกับว่าเขาได้ออกแรงทั้งหมดของเขาที่มี เขาเล็งไปที่หน้าเน่าๆ ของหูเจียหาวและขว้างหมัดออกไปจนสุดแรงเกิด

ในเวลานั้นเองแววตาของเฉียนเฟิงก็เผยให้เห็นถึงความดีใจ

หูเจียหาวเผยรอยยิ้มแห่งความสำเร็จ แต่ในเวลาต่อมารอยยิ้มของเขาเริ่มบิดเบี้ยว พูดให้ชัดเจนก็คือ ร่างกายทั้งหมดของเขาบิดเบี้ยวด้วยพลังอันมหาศาลที่ส่งมาจากใบหน้าของเขา

หูเจียหาวเสียการทรงตัว ตัวเขาหมุนคว้างอยู่สักครู่ก่อนที่จะร่วงลงไปกองกับพื้นเสียงดังสนั่น

ทุกคนที่เห็นเหตุการณต่างพากันเงียบกริบอยู่สักพักก่อนที่จะระเบิดเสียงออกมา

“นี่เขาจะฆ่าคนด้วยการตบเพียงครั้งเดียวงั้นเหรอ?”

“นี่มันลูกตบเหี้-ยอะไรกัน? นี่มันฝ่ามือ 18 มังกรนี่นา!”

“เขาต้องตายแน่ๆ!”

ทุกคนต่างตกใจกับสิ่งที่จ้าวซือทำ พวกเขาเป็นนักศึกษาแพทย์ การตบครั้งนี้เกือบจะทำให้ลูกเศรษฐีตระกูลหูปางตายแล้ว แต่ถ้าร้ายแรงกว่านี้เขาก็คงตายไปแล้วจริงๆ

เฉียนเฟิงตกตะลึงแต่ก็รู้สึกดีใจ แม้ว่าในครั้งนี้จ้าวซือจะไม่ได้ฆ่าหูเจียหาว แต่ก็เพียงพอที่จะตัดสินให้เขาต้องติดคุกในข้อหาทำร้ายร่างกายโดยเจตนา เมื่อถึงเวลานั้นนั่นจะเป็นวิธีที่เขาจะแย่งเอาตัวน้องซินมาได้ยังไงกันล่ะ?

"จ้าวซือ แกฆ่าคน! แกฆ่าคน!" เฉียนเฟิงตะโกนอย่างบ้าคลั่ง

ในเวลานี้ราวกับว่าได้นัดหมายไว้ เมื่อผู้อำนวยการฝ่ายบริหารบุกเข้าไปในห้องเรียน

“พวกเธอทุกคน เงียบเดี๋ยวนี้นะ! นี่มันเกิดอะไรขึ้น!?” หัวหน้าฝ่ายวิชาการตะโกนนำทีมเพื่อปรามเหตุที่วุ่นวาย

จบบทที่ บทที่ 18 กล้าดียังไงมาแกล้งฉันในห้องเรียน

คัดลอกลิงก์แล้ว