เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 16 ฉันจะซัดลูกบาสให้กระจุยในหมัดเดียว

บทที่ 16 ฉันจะซัดลูกบาสให้กระจุยในหมัดเดียว

บทที่ 16 ฉันจะซัดลูกบาสให้กระจุยในหมัดเดียว


บทที่ 16 ฉันจะซัดลูกบาสให้กระจุยในหมัดเดียว

“กระดานดำแม่นยำ 100% อันนี้ นี่มันห่าเหวอะไรกัน? ทักษะการยิงปืนและทักษะสะท้อนกลับของโจวซิงฉือนั่นก็ค่อนข้างดีเลยทีเดียว” จ้าวซือแอบประเมินอย่างลับๆ

ทักษะการยิงปืนอาจจะได้นำมาใช้ในกรณีฉุกเฉิน และทักษะสะท้อนกลับก็สามารถที่จะเพิ่มความแข็งแกร่งในการต่อสู้โดยรวมของเขาได้ เพราะว่าเขาอาจจะได้ไปยังโลกที่มีความแข็งแกร่งในการต่อสู้ที่สูงขึ้นในอนาคตก็เป็นได้

หลังจากนั้นผ่านไปอีกหนึ่งสัปดาห์ ในที่สุดจ้าวซือก็ได้มาถึงวันลงทะเบียนเรียน

เมื่อพิจารณาว่าเขาจะต้องดูแลน้องสาวไปด้วย จ้าวซือจึงได้ลงทะเบียนเรียนในมหาวิทยาลัยในท้องถิ่นซึ่งก็ถือว่าไม่เลว โดยปกติแล้วเขาสามารถที่จะกลับบ้านหลังเลิกเรียนได้ แต่เมื่อเทียบกับเมื่อก่อนเขาอาจต้องใช้เวลามากขึ้นในการเดินทางไปเรียน

เมื่อมาเขามาถึงมหาวิทยาลัยกรีนเบิร์ด เขาก็มองดูเหล่านักศึกษาใหม่ที่ถือกระเป๋าเดินทางและยังมีพ่อแม่ที่ตามมาดูแลพวกเขา จ้าวซือถอนหายใจ ไม่นานมานี้เขาเคยต้องกังวลเรื่องค่าเล่าเรียน แต่ในตอนนี้เขาเป็นเศรษฐีเงินล้านที่มีทรัพย์สินมากกว่าหนึ่งล้านเหรียญ ถ้าไม่ใช่เพราะระบบทำให้ชีวิตเขาดีขี้น... ก็ไม่รู้ว่าตอนนี้เขาจะอยู่ในช่วงขาลงแบบไหนกัน?

ไม่ว่าอย่างไรก็ตามจ้าวซือรู้ว่าในที่สุดเขาก็มีเป้าหมายที่จะสนุกกับชีวิตในมหาวิทยาลัยแล้ว

หลังจากที่ส่งเอกสารการรายงานตัวเรียบร้อยแล้ว จ้าวซือก็มาที่ห้องเรียน เขายังคงมีความคาดหวังบางอย่างเกี่ยวกับเพื่อนนักศึกษาและอาจารย์ที่เขาจะได้เจอในมหาวิทยาลัย

“พี่จ้าวซือ ทำไมพี่ถึงมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะ?”  เด็กสาวผมสีเหลืองรีบวิ่งไปที่ด้านข้างของจ้าวซือพร้อมด้วยเสียงประหลาดใจ

จ้าวซือตกตะลึง “หลี่… หลี่ซิน?”

หลี่ซินในตอนนี้ก็ยังมีผมสีเหลืองอยู่เช่นเคย แต่เธอสวมชุดที่ดูลำลองกว่าทุกวัน ใบหน้าของเธอสะอาดสะอ้าน จ้าวซือเพิ่งนึกได้ว่าเธอคนนี้มีรอยสักด้วย!

“นี่ก็หมายความว่าพี่กับฉัน พวกเราเรียนอยู่มหาวิทยาลัยเดียวกันและเรียนคณะเดียวกันด้วยน่ะสิ!” หลี่ซินรู้สึกตื่นเต้นมาก “ฉันเคยคิดว่าพี่เป็นหนุ่มสังคม แต่ไม่คิดว่าพี่จะเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยเหมือนกัน!”

จ้าวซือหัวเราะ “คำพูดสุดท้ายของเธอฉันไม่ขอรับไว้ได้ไหม”

อย่างไรก็ตามการแปลงกายของหลี่ซินก็ทำให้จ้าวซือรู้สึกประหลาดใจมาเพราะเธอดูสวยกว่าที่เขาคิดไว้เสียอีก

“แต่การพูดแบบนี้ มันเหมาะสมไหมที่คุณจะเรียนแพทย์…” จ้าวซือนึกภาพไม่ออกจริงๆ ตอนที่หลี่ซินสวมเสื้อกาวน์สีขาว

หลี่ซินสูดจมูก “แล้วไงล่ะ!”

“น้องซิน ในที่สุดฉันก็เจอเธออีกแล้วแล้ว แน่นอนเลยว่าสวรรค์สร้างให้เราสองคนมาคู่กัน ดูสิ พวกเราเรียนห้องเดียวกันซะด้วย…” เสียงที่คุ้นเคยดังขึ้น แต่หลังจากเห็นที่จ้าวซือหันไปดูเขาก็ต้องตัวแข็งทื่อ

เป็นคู่แค้นกันเสียจริงๆ

ปฏิกิริยาแรกของจ้าวซือเมื่อเขาเห็นเฉียนเฟิงก็คือแสร้งทำเป็นไม่รู้จักเขา แต่แล้วหลี่ซินก็เป็นคนที่ทำให้เฉียนเฟิงจำเขาได้

“คุณพนักงานส่งอาหารนั่นเอง ทำไมถึงได้มาหลอกหลอนอยู่แถวนี้อย่างกับผีได้ล่ะ!” เฉียนเฟิงจดจำความแค้นในคืนนั้นได้ และดวงตาของเขาแทบจะลุกเป็นไฟด้วยความโกรธ

หลี่ซินชิงพูดก่อนว่า "นายต่างหากที่เป็นคนที่ตามหลอกหลอนฉัน นายพูดเองไม่ใช่เหรอว่าจะไม่ตามรังควาญฉันถ้าหากว่านายแพ้? มามัวพล่ามเรื่องเนื้อคู่จากสวรรค์ทำไม? ฉันคิดว่านายคงจะจงใจใช้เส้นสายให้ได้มาเรียนคณะเดียวกันกับฉันสินะ ฉันจำไม่ได้เลยว่านายมีความทะเยอทะยานอยากจะเรียนแพทย์กับเขาด้วย!”

เฉียนเฟิงอึ้งไปชั่วขณะ เขาเบี่ยงประเด็นและพูดว่า "ไอ้คนส่งอาหาร แกควรจะอยู่ห่างจากน้องซินเอาไว้นะ ไม่เช่นนั้นแกจะเดือดร้อน!"

หลังจากที่พูดจบเขาก็นั่งลงอย่างแรง

แต่ถึงอย่างไรก็ตามเฉียนเฟิงก็เข้าใจผิดไปอย่างหนึ่ง ซึ่งไม่ใช่ว่าจ้าวซือที่ต้องการจะเข้าใกล้หลี่ซิน แต่เป็นตัวหลี่ซินเองต่างหากที่ต้องการจะเข้าใกล้เขา!

เมื่อเห็นท่าทางกระตือรือล้นที่หลี่ซินมีต่อจ้าวซือแล้ว เฉียนเฟิงก็ยิ่งรู้สึกหงุดหงิดมากยิ่งขึ้น

สำหรับจ้าวซือแล้วเขาไม่ได้ให้ความสำคัญกับการข่มขู่ของเฉียนเฟิงอย่างจริงจังนัก ในเมื่อเขามีระบบอยู่กับตัวแล้ว เขาจะไปเกรงกลัวการข่มขู่ของมนุษย์ได้อย่างไรกัน?

นักศึกษาทะยอยเข้าห้องมาทีละคนๆ และในที่สุดคนที่เข้ามาสุดท้ายก็คืออาจารย์นั่นเอง

“ว้าว อาจารย์ท่านนี้ทั้งยังดูเด็กและสวยมาก! พวกเขาบอกว่าอาจารย์ในมหาวิทยาลัยทุกคนเป็นคนแก่หัวโล้นไม่ใช่เหรอ!?”

"ไม่นะ ฉันตกหลุมรักอาจารย์แล้วล่ะ!"

“นางฟ้าอะไรเนี่ย! วันนี้ฉันอารมณ์ดีจริงๆ!”

หลังจากที่อาจารย์ประจำชั้นมาถึง ทั้งชั้นเรียนก็เต็มไปด้วยเสียงเชียร์

จ้าวซืออดไม่ได้ที่จะยิ้มอย่างเจื่อนๆ เพราะอาจารย์คนที่อยู่ตรงหน้าเขานี้เป็นแพทย์หญิงที่เขาเพิ่งจะช่วยชีวิตจากเงื้อมมือคนร้ายไปเมื่อไม่กี่วันนี้เอง ฮันไป่เสวี่ย!

เมื่อฮันไป่เสวี่ยเห็นจ้าวซือ เธอก็ไม่ได้แปลกใจมากนัก เธอเพียงยิ้มให้เขาเล็กน้อยและกล่าวเปิดเรียน “นักศึกษาทุกคน ต่อจากนี้ไป ฉันจะเป็นอาจารย์ประจำชั้นของคุณ เรียกฉันว่าอาจารย์ฮันก็ได้”

ต่อไปคือการทำความคุ้นเคยกับชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัย เพราะเขาสามารถที่จะกลับบ้านได้ทุกเมื่อ จ้าวซือจึงไม่เลือกที่จะอยู่หอพักที่มหาวิทยาลัย เขาจึงไม่จำเป็นต้องไปที่หอพักดังนั้นเขาจึงเดินดูรอบ ๆ และไปที่สนามกีฬา

“หยุดตามฉันได้แล้ว...” จ้าวซือปวดหัว

หลี่ซินหัวเราะ “ไม่ได้หรอก ก็ฉันบอกแล้วไงว่าต่อจากนี้ไปคุณจะเป็นพี่ใหญ่ของฉัน และแน่นอนว่าฉันจะตามพี่ใหญ่ไปทุกหนทุกแห่ง”

“ช่างเถอะ...” จ้าวซือพูดไม่ออก

ภายในสนามกีฬา เฉียนเฟิงกำลังเล่นบาสเก็ตบอลอยู่ซึ่งไม่รู้ว่าเขาได้ไปเป็นสมาชิกทีมบาสตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่เมื่อเขาสังเกตเห็นการปรากฏตัวของจ้าวซือและหลี่ซิน เขาก็รู้สึกหัวเสียขึ้นมาอีกครั้ง

“เจ้าคนส่งอาหารนี่มันร่ายมนต์อะไรใส่น้องซินกันนะ? ฉันไม่เคยเห็นเธอทำตัวติดแจกับใครแบบเจ้านี่เลย! และเธอก็ไม่เคยจะใส่ใจกับคำพูดของฉันเลยด้วยซ้ำ…”

เมื่อคิดถึงตรงนี้แววตาของเฉียนเฟิงก็หม่นแสงลง เขาเลี้ยงลูกบอลไปเรื่อยๆ ปรับตำแหน่งและกระโดดขึ้นชู๊ต แต่เป้าหมายที่แท้จริงของเขาไม่ใช่ที่แป้นบาสแต่เป็นที่หัวของจ้าวซือ!

ฟิ้ววว!

เฉียนเฟิงขว้างลูกบาสด้วยความแรงและเร็วมาก และมันก็อยู่ในมุมอับที่จ้าวซือจะมองไม่เห็น ซึ่งคนธรรมดาทั่วไปจะไม่มีทางหลบหลีกได้ทัน

เฉียนเฟิงยิ้มที่มุมปากอย่างภาคภูมิใจ เขาเตรียมพร้อมที่จะดูจ้าวซือกลายเป็นตัวตลกสำหรับเขา เมื่อนึกภาพจ้าวซือนั่งยองๆ เอามือกุมศรีษะด้วยความเจ็บปวด แล้วน้องซินก็จะได้เห็นสภาพที่น่าทุเรศของเจ้านั่น

“ห๊ะ?”

เมื่อรู้สึกได้ถึงเสียงลมที่หวีดหวิวกำลังพุ่งมาหาเขาจากทางด้านหลัง จ้าวซือก็หันกลับมาอย่างฉับพลันและยกหมัดขึ้นตอบโต้

ปัง!

ลูกบาสเก็ตบอลถูกหมัดของจ้าวซือและระเบิดออก

คนที่อยู่โดยรอบต่างก็พากันตกตะลึง ดวงตาของหลี่ซินเกือบจะเปล่งประกาย "เชี่-ย พี่ชาย เท่เกินไปแล้ว! เมื่อไหร่คุณจะสอนกระบวนท่านี้ให้ฉันบ้าง?"

เฉียนเฟิงตกตะลึง เขายืนนิ่งจนไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร เมื่อเขาเห็นสีหน้าที่ชื่นชมของหลี่วิน เขาก็รู้สึกราวกับว่าหัวใจของเขาแหลกเป็นผุยผง

"น้องใหม่ นายรู้ไหมว่าต้องชู๊ตยังไง? ถ้านายไม่รู้ก็อย่าชู๊ตสุ่มสี่สุ่มห้า ไปเลยนะ นายไปซื้อลูกบาสใหม่มาเลย!"

ไม่เพียงเท่านั้น เฉียนเฟิงจะเล่นบาสแพ้แต่เขายังต้องได้รับการวิจารณ์จากรุ่นพี่อีกด้วย

เมื่อเขากลับมารู้สึกตัวอีกครั้ง จ้าวซือก็ตระหนักได้ว่าเป็นเพราะทักษะสะท้อนกลับของโจวซิงฉือที่ได้ช่วยเขาเอาไว้ ไม่เช่นนั้นเขาคงทำได้เพียงแค่รอให้ลูกบาสเก็ตบอลเข้ามาใกล้และอาศัยความเร็วในการเคลื่อนไหวร่างกายเพื่อหลบหลีกลูกบาสนั่น

“เด็กนั่นเป็นใคร?”

“ฉันอยากจะเข้าไปทักและขอไลน์เขาจังเลย…”

“แต่เขามีผู้หญิงเดินอยู่ข้างๆ ด้วยนะ หรือว่าจะเป็นแฟนของเขา?”

ลูกบาสลูกนี้ที่บังเอิญลอยเข้าใส่จ้าวซือ มันทำให้จ้าวซือได้รับความประทับใจจากสาวๆ ที่เดินผ่านไปผ่านมาอย่างล้นหลาม

แน่นอนว่าด้วยประสาทสัมผัสที่เฉียบแหลมของจ้าวซือ เขาจึงสังเกตเห็นเฉียนเฟิงที่อยู่ในสนามกีฬาตั้งแต่แรกแล้ว และเมื่อพิจารณาอีกเพียงเล็กน้อย เขาก็รู้ว่าใครเป็นคนทำแต่เขาก็เลือกที่จะนิ่งเฉยเสีย

ในตอนบ่ายหลี่ซินที่คอยตามติดเขา ก็ขอตัวกลับไปที่หอพักหญิง จากนั้นจ้าวซือก็ไปที่ห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าและเป็นเสื้อผ้าเป็นชุดพนักงานส่งอาหาร เขากำลังวางแผนที่จะออกไปจากมหาวิทยาลัยและไปทำงานพาร์ทไทม์เพื่อส่งอาหาร

ทันทีที่จ้าวซือหยิบชุดยูนิฟอร์มของเขาออกมา คนกลุ่มใหญ่ก็รีบเข้ามาดู

“ให้ตายสิ ไอ้เจ้านี่เป็นพนักงานส่งอาหารจริงๆ งั้นเหรอ?”

"เขาทำงานพาร์ทไทม์เป็นพนักงานส่งอาหาร ช่างน่าประทับใจจริงๆ!"

จ้าวซือมองดูสมาชิกทีมบาสเก็ตบอลที่กำลังล้อเลียนชุดยูนิฟอร์มพนักงานส่งอาหารของเขาด้วยสายตาที่เย็นชา เช่นเดียวกับเฉียนเฟิงที่กำลังยืนอยู่ด้านหลังคนกลุ่มนั้น

จบบทที่ บทที่ 16 ฉันจะซัดลูกบาสให้กระจุยในหมัดเดียว

คัดลอกลิงก์แล้ว