เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 4 ปลาย่างของเขาทำให้ทุกคนต้องตกตะลึง

บทที่ 4 ปลาย่างของเขาทำให้ทุกคนต้องตกตะลึง

บทที่ 4 ปลาย่างของเขาทำให้ทุกคนต้องตกตะลึง


บทที่ 4 ปลาย่างของเขาทำให้ทุกคนต้องตกตะลึง

จ้าวซือรู้สึกตกใจ “เขากลับไปแล้วงั้นเหรอ?”

ในตอนนี้ทุกคนรู้สึกเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับจ้าวซือ แต่พวกเขากลับได้ยินเสียงของจ้าวซือหัวเราะออกมา

“งั้นผมจะทำเอง ได้ใช่ไหม? ตกลงนะ!”

จ้าวซือยังไม่ลืมว่าในบรรดาของรางวัลมากมายที่เขาได้รับมาจากการเปิดการชำระเงินของอนันตภพ หวงหลงนั้นเป็นคนที่เก่งมากในเรื่องการทำอาหาร

ฝีมือการทำอาหารของหวงหลงนั้นไม่ว่าจะเป็นในโลกตำนานมังกรหยก หรือแม้แต่สุดยอดฝีมือในการทำอาหารในงานเขียนของกิมย้ง ถ้าเธอทำไม่ได้แม้แต่ปลาย่าง มันก็คงจะดูเกินไปหน่อย!

เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ จ้าวซือจึงพับแขนเสื้อขึ้นแล้วพูดด้วยเสียงอันดังและทรงพลังว่า "ห้องครัวอยู่ที่ไหน?"

หัวใจของพนักงานเสริ์ฟถึงกับเต้นผิดจังหวะ

เจ้าเด็กคนนี้จะรู้วิธีย่างปลาจริงๆ งั้นเหรอ?

“เอาล่ะ วันนี้ฉันก็จะรอดูก็แล้วกัน ว่าคนส่งอาหารอย่างนายจะท้าทายสวรรค์ได้!”

พนักงานเสิร์ฟข่มอารมณ์เอาไว้และพาจ้าวซือไปที่ห้องครัว

คนที่อยู่รอบข้างไม่ได้สนใจว่าเรื่องมันชักจะใหญ่โตเกินไปแล้ว แต่พวกเขากลับพูดคุยกันอย่างออกรสและหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเพื่อถ่ายรูป

"ถ่ายรูปอะไรกัน!? หยุดถ่ายเดี๋ยวนี้!"

พนักงานเสริ์ฟรีบตะโกนให้พวกเขาหยุดถ่ายภาพ แต่ก็ยังมีคนที่แอบถ่ายรูปอยู่ อย่างไรก็ตามมุมนั้นค่อนข้างเป็นมุมอับ ดังนั้นพวกเขาจึงสามารถถ่ายภาพได้เพียงด้านหลังหรือด้านข้างของจ้าวซือจากระยะไกลเท่านั้น

จ้าวซือเดินเข้าไปในห้องครัวและจ้องมองสิ่งที่อยู่รอบตัวอย่างระมัดระวัง

“เขาจะทำได้ไหมนะ? แต่เท่าที่ดูแล้วเขาไม่น่าจะรู้จักแม้แต่วิธีใช้เครื่องครัวเลยมั้งนั่น”

“เขากำลังทำอะไรน่ะ? ฉันหวังว่าคงจะไม่ท่าดีทีเหลวนะ…”

“ก็เห็นอยู่แล้วว่าเขาน่ะมือใหม่ ฉันไม่คิดว่าจะเขาแยกออกระหว่างเกลือกับน้ำตาลได้ด้วยซ้ำ!”

ผู้ชมรู้สึกผิดหวังนิดหน่อยในตัวจ้าวซือ

อันที่จริงมันก็ไม่ใช่ความผิดของจ้าวซือ แม้ว่าจ้าวซือจะครอบครองฝีมือการทำอาหารของหวงหลง และเขามักจะทำอาหารทานเองที่บ้าน แต่เขาไม่รู้อะไรเกี่ยวกับอุปกรณ์พิเศษในร้านขายปลาย่างเลยแม้แต่น้อย

แต่จ้าวซือก็เรียนรู้หน้าที่ของอุปกรณ์แต่ละอย่างได้อย่างรวดเร็วมาก ด้วยเสียงพึมพำที่ได้ยินเพียงคนเดียว เขาพึมพำกับตัวเองว่า

“แม้ว่าฝีมือการทำอาหารของหวงหลงจะไม่เหมาะกับอุปกรณ์เหล่านี้อย่างสิ้นเชิง แต่ก็ยังสามารถใช้เพื่อการแปรรูปส่วนผสม ปรุงรส และควบคุมความร้อนได้…”

เมื่อคิดได้ดังนี้ ดวงตาของจ้าวซือก็เป็นประกายขึ้น เขารู้ว่าเขาควรจะเริ่มลงมือทำได้แล้ว

“นี่มัน เป็นไปได้ยังไงกัน!”

“พระเจ้า นี่มันเป็นมายากลใช่ไหม?”

การเคลื่อนไหวของจ้าวซือนั้นรวดเร็วมากจนน่าตกใจ นับตั้งแต่การฆ่าปลา การดอง และการจัดจาน เขาใช้เวลาเพียงไม่ถึงหนึ่งนาที

“ช่างเป็นเทคนิคที่รวดเร็วอะไรเช่นนี้!” พนักงานเสิร์ฟตกใจ แต่เขาก็ยังคงยิ้มอย่างเย็นชา "แต่ของสั่วๆ แบบนี้กินได้จริงเหรอ?"

อย่างไรก็ตาม ภายในเวลาไม่ถึงครึ่งนาที กลิ่นหอมที่ทำให้ผู้คนคลั่งไคล้ก็ลอยออกมาจากเตาอย่างเงียบๆ และปลุกความอยากอาหารของทุกคนที่อยู่ ณ ที่นั้นอย่างไร้เหตุผล

“หอมจัง! ทำไมถึงหอมได้ขนาดนี้นะ!”

“พระเจ้า ฉันไม่เคยได้กลิ่นแบบนี้มาก่อนเลยในชีวิต!”

ผู้คนที่เฝ้าดูต่างก็พากันน้ำลายสอเพราะกลิ่นหอมนี้!

“หรือว่าเด็กคนนี้จะเป็นมาสเตอร์เชฟ!?”

แม้แต่พนักงานเสริฟ์เอง แม้ว่าเขากับจ้าวซือจะไม่ค่อยลงรอยกันสักเท่าไร แต่ร่างกายของเขากลับตอบสนองอย่างตรงไปตรงมา

“น้องถิง เกิดอะไรขึ้นงั้นเหรอ?”

เถ้าแก่ของร้านปลาย่างได้กลิ่นหอมและอดไม่ได้ที่จะเดินออกมาจากด้านหลังร้าน

“คนส่งของเมื่อกี้นี่นา...”

“อะไรกัน!? นี่เขาเป็นคนที่ทำให้เกิดกลิ่นนี้สินะ!”

สีหน้าของเถ้าแก่เปลี่ยนไปอย่างมาก

“ครับ...” พนักงานเสิร์ฟพูดด้วยความกังวล

เถ้าแก่มองไปที่จ้าวซือที่อยู่ในครัวและสีหน้าของเขาเริ่มหม่นลงเรื่อยๆ

และในตอนนี้ปลาย่างของจ้าวซือก็ออกมาจากเตาอบแล้ว

"ว้าว! ปลาตัวนี้ดูน่าอร่อยเสียจริงๆ!"

“แม่งเอ้ย ถ้าฉันได้กินปลาตัวนี้นะแล้วใครเขาจะอยากมาที่ร้านปลาย่างนี้กันล่ะ?!”

“น้องชาย เปิดร้านปลาย่างเป็นของตัวเองเถอะ ผมจะตามไปอุดหนุนคุณอย่างแน่นอน!”

ปลาย่างในจานของจ้าวซือมีสีทอง น้ำเกรวี่นั้นใสบริสุทธิ์ ทั้งหนังปลาและเนื้อปลาก็ย่างได้อย่างลงตัว อาจกล่าวได้ว่าทั้งสีและกลิ่นหอมนั้นได้มาถึงระดับที่สมบูรณ์แบบแล้ว

ส่วนความโกลาหลที่อยู่ภายนอกนั้นจ้าวซือไม่ได้สนใจ และเขาก็บรรจุปลาย่างใส่กล่องต่อไป

เถ้าแก่ของร้านปลาย่างเปลี่ยนสีหน้าเป็นใบหน้าที่ยิ้มแย้มและเดินเข้าไปทักทายจ้าวซือ

“น้องชาย อาชีพส่งอาหารดูเหมือนจะต่ำต้อยไปหน่อยนะ พรุ่งนี้มาเริ่มงานที่ร้านฉันได้เลย ฉันจะให้เงินเดือนนายสองหมื่น ไม่สิ ห้าหมื่น ฉันจะให้ทุกอย่างที่นายต้องการ!”

จ้าวซือมองดูเถ้าแก่ร้านขายปลาย่างและขมวดคิ้วเล็กน้อย

“นี่แกรู้รึเปล่าว่าคนที่กำลังคุยกับแกอยู่เป็นใคร?! เขาเป็นเถ้าแก่ของร้านเรานะ!”

เมื่อเห็นท่าทางที่ไม่ใส่ใจของจ้าวซือ พนักงานเสิร์ฟก็ก้าวไปข้างหน้าเพื่อตะคอกเขาในทันที

จ้าวซือไม่ได้โกรธ แต่กลับหัวเราะแทน

ดูเหมือนว่าไอคิวและอีคิวของพนักงานเสิร์ฟคนนี้จะต่ำมาก

“เพี๊ยะ!”

พนักงานเสิร์ฟโดนตบเข้าที่หน้าอย่างจังพร้อมกับเสียงของเถ้าแก่ร้านที่ตะโกนเสียงสั่นว่า:

“แกพูดเหลวไหลบ้าอะไรเนี่ย!? หลบไปให้พ้น! แล้วพรุ่งนี้แกไม่ต้องมาทำงานแล้ว!”

พนักงานเสิร์ฟใช้มือกุมรอยฝ่ามือสีแดงเถือกบนใบหน้าของเขา สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและคับข้องใจ แต่เขาก็ไม่กล้าพูดอะไร

“น้องชาย ไอ้นี่มันสติไม่ดี อย่าโกรธไปเลยนะ... พวกเราไปหาที่คุยกันเงียบๆ เถอะ...”

หลังจากที่กระหนาบพนักงานเสริ์ฟแล้ว เถ้าแก่ก็ยิ้มและโค้งคำนับให้จ้าวซือทันที

"ผมเป็นแค่พนักงานส่งของ ผมทำอาหารไม่เป็นจริงๆ ครับ แล้วลูกค้าของผมก็กำลังรอผมอยู่..."

จ้าวซือกล่าวอย่างขอไปทีและรีบปลีกตัวออกไปจากฝูงชน

เถ้าแก่ของร้านขายปลาย่างรีบไล่ตามเขาไป แต่เขากลับพบว่าจ้าวซือที่ดูเผินๆ เหมือนจะอยู่ห่างจากเขาเพียงไม่กี่ก้าว เขาได้กระโดดขึ้นสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าและเร่งเครื่องออกไปแล้ว

ขณะที่เขามองดูด้านหลังของจ้าวซือที่กำลังจากไป เถ้าแก่ของร้านปลาย่างที่กำลังตกตะลึงก็กล่าวว่า “ถ้าเขาไม่รู้วิธีทำอาหาร พ่อครัวทุกคนที่ตั้งร้านอยู่บนถนนสายนี้ก็คงต้องผูกคอตายกันไปหมดแล้วล่ะ!”

ผู้คนที่อยู่รอบข้างต่างพากันตกตะลึง ความตกตะลึงในใจของพวกเขาไม่อาจที่จะสงบได้นาน

พนักงานส่งอาหารจะมีฝีมือในการทำอาหารได้อย่างไร?

เขาจากไปง่ายๆ แบบนี้ เป็นไปได้ไหมว่าเขาอาจจะมีงานอื่นที่ได้เงินเดือนหลายหมื่นและดีกว่างานส่งอาหาร?

ในเวลานี้ จ้าวซือ คนที่เป็นที่ถกเถียงกันในตอนนี้ กำลังขี่รถสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าและเร่งเครื่องไปตามถนนเพื่อไปส่งของ!

เมื่อนึกถึงคำพูดของเถ้าแก่ร้านปลาย่าง จ้าวซือก็อดไม่ได้ที่จะส่ายหัวและยิ้มออกมา

เงินเดือนเดือนละหลายหมื่น ถ้าเป็นเมื่อก่อนเขาก็คงจะไม่กล้าที่จะปฏิเสธ

แต่ในตอนนี้ ด้วยฝีมือการทำอาหารของหวงหลงที่เขาได้รับมาจากระบบอนันตภพ เขาจึงสามารถยอมรับเรื่องนี้ได้อย่างง่ายดาย

เงินเดือนเพียงไม่กี่หมื่นต่อเดือน แน่นอนว่ามันต้องดีกว่าการส่งอาหารอยู่แล้ว! อ่อ ข้อกำหนดเบื้องต้นก็คือการจัดส่งออเดอร์ไปยังอนันตภพ!

"แล้วใครกันนะในโลกนี้ที่เป็นคนโชคดีมากที่จะได้กินปลาย่างที่ฉันทำเอง"

ไม่นานนักหลังจากนั้นจ้าวซือก็มาถึงหน้าประตูบ้านหลังนั้นแล้วเพื่อส่งอาหาร

“ฮันไป่เสวี่ย บ้านเลขที่ B13 เขตวิลล่า...ที่นี่น่ะสิ เธอคงจะเป็นคนรวยสินะ? แต่ที่แห่งนี้อยู่ห่างไกลพอสมควรเลยนะ…”

เมื่อมองไปที่คฤหาสน์อันเงียบสงบที่ตกแต่งอย่างวิจิตรบรรจง คงเป็นเรื่องโกหกถ้าจะบอกว่าจ้าวซือไม่ได้อิจฉาเลยแม้แต่น้อย

อย่างไรก็ตามในฐานะพนักงานส่งของแห่งอนันตภพ คงต้องใช้เวลาอีกสักพักกว่าที่เขาจะมีคฤหาสน์แบบนี้ได้สักหลัง

ขณะที่เขาคิดจ้าวซือที่กำลังจะกดกริ่งประตู แต่จู่ๆ เขาก็ได้ยินเสียงผิดปกติบางอย่างที่ดังมาจากด้านใน

ด้วยเคล็ดวิชาลมปราณภูติอุดรในร่างกายของเขาและเสริมด้วยความแข็งแกร่งของร่างกายจากยูนิฟอร์มทำให้การได้ยินของจ้าวซือนั้นเหนือกว่าคนทั่วไปมาก

“หมอฮัน ถ้าคุณอยากจะโทษใครซักคน ให้โทษตัวเองที่ช่วยชีวิตคนที่คุณไม่ควรจะช่วยเอาไว้จะดีกว่า มากับพวกเราเดี๋ยวนี้!”

“ฉันโทรแจ้งตำรวจแล้ว ทางที่ดีอย่าทำให้เป็นเรื่องใหญ่เลย!”

จ้าวซือได้ยินเสียงของการเผชิญหน้ากันระหว่างทั้งสองฝ่าย

เสียงลมหายใจที่ค่อนข้างสับสนวุ่นวาย แต่เสียงของผู้หญิงที่สงบและไพเราะโดยรวมแล้วน่าจะเป็นลูกค้าของเขา ฮันไป่เสวี่ย!

จบบทที่ บทที่ 4 ปลาย่างของเขาทำให้ทุกคนต้องตกตะลึง

คัดลอกลิงก์แล้ว