- หน้าแรก
- หลังจากสำเร็จการศึกษาเขาได้เป็นคุณพ่อลูกแฝด
- บทที่ 19 ลูกติดพ่อมากเกินไปจะทำอย่างไรดี
บทที่ 19 ลูกติดพ่อมากเกินไปจะทำอย่างไรดี
บทที่ 19 ลูกติดพ่อมากเกินไปจะทำอย่างไรดี
บทที่ 19 ลูกติดพ่อมากเกินไปจะทำอย่างไรดี
แม่ของหลินหยางมองอย่างค่อนข้างสงสัย
ไม่ใช่ว่าเธอไม่เชื่อลูกชาย แต่ลูกชายของเธอยังอยู่ในวัยเพิ่งเรียนจบ ต่อให้หางานทำได้แล้ว จะหาเงินได้สักเท่าไหร่กันเชียว
การจะเลี้ยงดูลูกแฝดสองคนนี้ ไม่ใช่เรื่องที่แค่พูดก็ทำได้ พ่อแม่คนไหนจะไม่เป็นห่วงลูกบ้าง
"แม่ครับ ที่ผมไม่บอกแม่ก่อนหน้านี้ ก็เพราะกลัวว่าแม่จะเป็นห่วง"
"จริงๆ แล้ว ตอนเรียนผมได้เอาเงินไปลงทุนนิดหน่อยครับ"
"ช่วงนี้การลงทุนค่อนข้างไปได้สวย ผมเลยได้กำไรมานิดหน่อย ดูนี่สิครับ บ้านหลังนี้ก็ที่ผมซื้อ รถผมก็ซื้อแล้ว"
หลินหยางรู้ดี ที่แม่ลังเลก็เพราะว่าแม่เป็นห่วง นี่แหละคือความรักของคนเป็นแม่ เขาอธิบายอย่างใจเย็น
"มันจะเป็นไปได้ยังไง"
"อย่ามาโกหกแม่เพื่อให้แม่สบายใจเลย"
แม่ของหลินหยางตั้งคำถามในใจ
ต้องรู้ก่อนว่า
แม้ว่าเจียงเฉิงจะไม่ใช่เมืองชั้นนำอันดับหนึ่ง
แต่ก็ยังถือว่าเป็นเมืองใหญ่ระดับแรก
ราคาบ้านยังคงสูงลิ่วไม่มีตก
บ้านหลังนี้ตั้งอยู่ชานเมืองเจียงเฉิง
การจะได้มันมาต้องใช้เงินอย่างน้อย 2 ล้าน
เงินเก็บของพวกเขาสองคนสามีภรรยาจนถึงตอนนี้ยังไม่มีมากขนาดนี้เลย
แล้วหลินหยางที่ยังเป็นนักศึกษา จะไปหาเงินมากมายขนาดนี้มาจากไหน
"ดูนี่สิครับ โฉนดที่ดินอยู่นี่"
หลินหยางรู้ว่าแม่คงไม่เชื่อแน่
เขาเดินตรงไปที่ลิ้นชักในห้องนอนใหญ่ หยิบโฉนดที่ดินออกมาส่งให้แม่
แม่ของหลินหยางเปิดดูโฉนดอย่างไม่แน่ใจนัก
เธอเห็นชื่อลูกชายของตัวเองปรากฏอยู่บนนั้นทันที
"ลูกหาเงินได้มากขนาดนี้จริงๆ เหรอ"
แม่ของหลินหยางเบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจ
"ครับแม่ แม่กับพ่อไม่ต้องประหยัดแล้ว อยากใช้อะไรก็ใช้เลย ต่อไปนี้ผมจะเลี้ยงดูพวกท่านเอง"
หลินหยางพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
เขาพูดอย่างจริงจังที่สุด ไม่ได้ล้อเล่น
"ดีมาก ลูกชายแม่โตเป็นผู้ใหญ่ รู้ความแล้วสินะ"
ในวินาทีนั้น น้ำตาก็เอ่อคลอในดวงตาของแม่หลิน
เธอมีความสุขยิ่งกว่าการที่ตัวเองหาเงินก้อนนี้มาได้เสียอีก
"อ้อ จริงสิ"
"นี่เป็นของที่ย่าของลูกมอบให้แม่ มันเหมือนเป็นของสืบทอดประจำตระกูล"
"ครั้งนี้เจอกันครั้งแรก แม่ก็ไม่มีอะไรจะให้มากนัก ฝากเอาอันนี้ไปให้เหยาเหยานะ"
"จากนี้ไป เธอก็คือลูกสะใภ้ของแม่!"
แม่ของหลินหยางนึกขึ้นได้
เธอหยิบกล่องไม้เล็กๆ ออกมาจากกระเป๋าเสื้อ
ข้างในกล่องมีกำไลหยกอยู่หนึ่งวง
ตัวกำไลมีสีใสงดงาม ดูท่าทางมีราคาทีเดียว
"ครับ"
ครั้งนี้หลินหยางไม่ได้ปฏิเสธ
เขารับกำไลมา
เขาพิจารณามันอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะปิดกล่องไม้ลง
อุแว้ อุแว้—
ทันใดนั้น เสียงร้องไห้ก็ดังมาจากห้องเด็กอ่อน
ตามมาด้วยเสียงของซูเมิ่งเหยาที่กำลังพยายามปลอบลูกอย่างลนลาน
"แม่ครับ เดี๋ยวผมไปดูก่อนนะ"
หลินหยางรีบวิ่งกลับเข้าไปในห้องเด็กอ่อน
เมื่อเห็นท่าทางร้อนรนของหลินหยาง แม่ของเขาก็ยิ้มออกมาเล็กน้อย
"ลูกชายเราเป็นโล้เป็นพายแล้วจริงๆ!"
เธอหันไปพูดกับพ่อของหลินหยาง
...
หลินหยางเข้าไปในห้องเด็กอ่อน
ปรากฏว่าเป็นชิงชิงที่กำลังร้องไห้
ส่วนหยุนหยุนกลับนอนนิ่งจ้องเพดานตาแป๋ว
ท่าทางทั้งว่าง่ายและงุนงง
"ชิงชิงเพิ่งอึไปไม่ใช่เหรอ"
"ทำไมร้องไห้อีกแล้วล่ะ"
โดยปกติแล้ว
ทารกจะร้องไห้ก็ต่อเมื่อหิวหรือขับถ่าย
แต่คราวนี้ ลูกเพิ่งกินอิ่มและเพิ่งอึไป
ทารกแรกเกิดยังบอกความรู้สึกของตัวเองไม่ได้
การร้องไห้ที่น่ากลัวที่สุดคือการร้องไห้โดยไม่ทราบสาเหตุ
"ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน"
"หลินหยาง ลูกไม่สบายหรือเปล่า"
ซูเมิ่งเหยานั่งอยู่ข้างๆ น้ำตาคลอเบ้า
ขณะที่ปลอบลูกอย่างจนปัญญา เธอก็หันมาถามหลินหยางอย่างร้อนรน
พอเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น...
เธอก็ลนลานทำอะไรไม่ถูกแล้ว
ได้แต่คิดพึ่งพาหลินหยางเท่านั้น
"เหยาเหยา ไม่ต้องกังวล ไม่น่าจะร้ายแรงขนาดนั้น"
หลินหยางพูดพลางอุ้มชิงชิงขึ้นมา
ทำไมลูกร้องไห้หนักขนาดนี้ เป็นอะไรหรือเปล่านะ
"ร้องไห้โยเยแบบนี้ไม่น่ารักเลยนะ"
ถึงจะรู้ว่าชิงชิงยังฟังไม่เข้าใจ แต่หลินหยางก็ยังคงหยอกล้อเธอเบาๆ
เสียงของหลินหยางราวกับมีเวทมนตร์
ชิงชิงที่กำลังร้องไห้งอแง
พอได้ยินเสียงพ่อของเธอก็หยุดร้องไห้ทันที
มือเล็กๆ ที่กำแน่นค่อยๆ คลายออก
เธอนอนอยูในอ้อมแขนของพ่ออย่างว่าง่าย
ไม่เหลือร่องรอยของการร้องไห้งอแงเลย
ซูเมิ่งเหยามองภาพตรงหน้าอย่างเหม่อลอย
แม้จะโล่งใจที่ลูกไม่ได้ป่วย
แต่เธอก็แอบน้อยใจเล็กๆ
"ดูเหมือนว่าลูกจะชอบคุณมากกว่านะ"
เสียงของเธออู้อี้เล็กน้อย
ไม่แน่ใจว่ากำลังอิจฉาหรือกำลังอ้อนกันแน่
หลินหยางสัมผัสได้ว่าซูเมิ่งเหยาอารมณ์ไม่ดี
มุมปากของเขาปรากฏรอยยิ้มจางๆ
เขาปลอบชิงชิงให้หลับก่อน
จากนั้นจึงค่อยๆ วางเธอกลับลงในเตียงเด็กอย่างแผ่วเบา
แล้วเขาก็หยิบกล่องไม้เล็กๆ ที่แม่ของเขาให้ไว้ก่อนหน้านี้ออกมา
"เหยาเหยา นี่คือของสืบทอดประจำตระกูลที่แม่ฉันมอบให้เธอ"
"ถ้าเธอรับสิ่งนี้ เธอก็คือลูกสะใภ้ที่ครอบครัวเรายอมรับอย่างเป็นทางการแล้วนะ"
หลินหยางพูดยิ้มๆ
เขายื่นกล่องไม้ในมือส่งให้ซูเมิ่งเหยา
บนกล่องยังมีลายแกะสลัก ดูประณีตงดงามมาก
ซูเมิ่งเหยามองหลินหยางสลับกับกล่องในมือเขา
สุดท้ายเธอก็ยื่นมือออกไป
กล่องไม้ถูกวางลงบนฝ่ามือของเธอ
มันให้ความรู้สึกหนักอึ้งราวกับหนักพันชั่ง
นี่คือการยอมรับจากแม่ของหลินหยาง
ซูเมิ่งเหยาเปิดกล่องไม้อย่างระมัดระวัง และหยิบกำไลข้างในออกมา
"กำไลสวยจัง"
"ฉันใส่มันได้ไหม"
เธอเงยหน้าขึ้นมองหลินหยางด้วยความคาดหวัง
"แน่นอนสิ ต่อไปนี้มันก็เป็นของเธอนั่นแหละ"
หลินหยางพยักหน้า
จากนั้นก็ลูบผมของซูเมิ่งเหยาเบาๆ
ซูเมิ่งเหยาค่อยๆ สวมกำไลลงบนข้อมือของเธอ
กำไลหยกโอบรับส่วนโค้งของข้อมือ ผิวสัมผัสของมันทั้งอุ่นและมันวาว
"สวยไหม"
ซูเมิ่งเหยายกมือขึ้นราวกับกำลังอวดของล้ำค่า
ดวงตาคู่สวยของเธอเป็นประกายระยิบระยับ
เธอกำลังรอคอยคำชมจากหลินหยาง
"สวยมาก"
หลินหยางพยักหน้าโดยไม่ลังเล
...
ในขณะนี้
ภายในห้องครัว
แม่ของหลินหยางกำลังใช้น้ำร้อนลวกไก่และถอนขน
"ตาแก่ มัวทำอะไรอยู่ ชักช้าจริง รีบหั่นผักเร็วเข้า"
"ซุปไก่เนี่ยต้องรีบตุ๋นแต่เนิ่นๆ ไม่อย่างนั้นรสชาติมันไม่ออก ถ้าตุ๋นไม่นานพอมันก็ไม่บำรุง"
แม่ของหลินหยางกำลังบัญชาการพ่อของหลินหยาง
"ครับๆ"
พ่อของหลินหยางเป็นถึงศาสตราจารย์มหาวิทยาลัย
วันธรรมดาเขาไม่ค่อยได้เข้าครัวนัก
เขาช่วยล้างผักเตรียมของ และทำงานเล็กๆ น้อยๆ อื่นๆ
ท่าทางเลยดูเก้ๆ กังๆ จนต้องโดนเร่งอยู่ตลอดเวลา
หลังจากปลอบลูกจนเงียบแล้ว
หลินหยางก็ออกมาช่วยแม่ของเขา
เขาจึงได้เห็นภาพตรงหน้า
"พอเลยครับพ่อ เดี๋ยวตรงนี้ผมจัดการเอง"
หลินหยางอดหัวเราะไม่ได้
ดูจากท่าทางแล้ว ขืนปล่อยให้พ่อทำต่อ เย็นนี้คงไม่ได้กินข้าวกันพอดี
"แน่ใจเหรอว่าลูกทำเป็น"
"ทั้งลูกทั้งพ่อน่ะ แม่ทำให้ตลอดจนเคยตัว แทบไม่เคยทำอาหารกินเองที่บ้านเลย"
ขณะที่พูด แม่ของหลินหยางก็ไม่วายพาดพิงไปถึงพ่อของเขาด้วย
"ก็เพราะภรรยาผมทำอาหารอร่อยนี่นา ผมเลยไม่จำเป็นต้องทำ"
พ่อของหลินหยางทำหน้าตาไม่รู้ไม่ชี้
ประโยคเดียวก็ทำเอาแม่ของหลินหยางยิ้มแก้มปริ
หลินหยางแอบยกนิ้วโป้งให้พ่อของเขาในใจ
สมแล้วจริงๆ มีแต่แม่เท่านั้นที่คุมพ่ออยู่ และก็มีแต่พ่อเท่านั้นที่เอาแม่อยู่หมัด!
"ตอนนี้ผมไม่เหมือนเดิมแล้วนะครับ"
"อยากเห็นผมโชว์ฝีมือหน่อยไหมล่ะ"
หลินหยางรีบพับแขนเสื้อขึ้นทันที