เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 350: หนูอยากกินล่าเถียว! (ฟรี)

บทที่ 350: หนูอยากกินล่าเถียว! (ฟรี)

บทที่ 350: หนูอยากกินล่าเถียว! (ฟรี)


แล้วจึงวางล่าเถียวในมือกลับไปอย่างอาลัยอาวรณ์ ยังตบถุงขนมเบาๆ แล้วพูดว่า “เจ้าล่าเถียวน้อย~ บ้ายบายนะ~”

เซียวหรานยิ้มพลางลูบศีรษะขององค์หญิงน้อยอย่างเอ็นดู

“รอให้คอหายดีแล้วค่อยกินนะ”

จริงๆ แล้วตอนนี้คอขององค์หญิงน้อยก็ดีขึ้นมากแล้ว เพราะเดิมทีก็ไม่ได้มีอาการรุนแรงขนาดนั้น

องค์หญิงน้อยพยักหน้า “อื้ม~ อื้ม~ พี่ชาย~ หนูอยากกิงจี๋กวา~”

“จี๋กวา?” ไม่ได้ยินคำนี้มานานแล้ว เซียวหรานถึงกับงงไปชั่วขณะ “จี๋กวา” นี่มันคือแตงอะไรกันนะ?

เห็นเพียงองค์หญิงน้อยทำมือเป็นวงกลมใหญ่ๆ ตรงหน้าอก

“ก็จี๋กวาไงงับ~”

เซียวหรานพลันเข้าใจในทันที “ซื่อจื่อหมายถึงซีกวา (แตงโม) เหรอ?”

องค์หญิงน้อยพยักหน้า “ช่ายแย้ว~ จี๋กวา~”

เซียวหรานย่อตัวลง “คือ ซีกวา ไม่ใช่ จี๋กวา”

“จี๋กวา~”

“คือ ซีกวา”

“ซีต้า~”

“ซี-กวา!”

“ซี~ต้า~”

เมื่อเห็นองค์หญิงน้อยยิ้มแฉ่ง ไม่ได้รู้สึกว่ามีอะไรผิดปกติเลยสักนิด เซียวหรานจึงยอมแพ้

เอาเถอะ ซีต้าก็ซีต้า

องค์หญิงน้อยยิ้มกว้าง “พี่ชาย~ หนูอยากกิงซีต้า~”

“ได้สิ แต่ว่าเรากินกันพรุ่งนี้ดีไหม?”

“ได้ค่า~” องค์หญิงน้อยจับมือของเซียวหราน

“พี่ชาย พวกเราไปนอนกันเถอะงับ~”

เซียวหรานเหลือบมองเวลา

“วันนี้ซื่อจื่อง่วงเร็วจังเลยเหรอ?”

องค์หญิงน้อยส่ายหน้า “ม่ะช่ายงับ~ นอนเร็วๆ พุ่งนี้จะได้มาถึงเร็วๆ ไงค้า~”

เซียวหรานจนปัญญาจะหัวเราะหรือร้องไห้ดี แต่เห็นว่าองค์หญิงน้อยก็ง่วงจริงๆ แล้ว เขาจึงอุ้มนางขึ้นไปชั้นบน

เซียวรั่วอิ๋งกับหลี่ลี่จื้อไม่อยู่ ดังนั้นวันนี้องค์หญิงน้อยเฉิงหยางและองค์หญิงเกาหยางจึงนอนกับเซียวหรานด้วย

พอตื่นเช้าขึ้นมาในวันถัดไป ก็ยังคงเป็นข้าวต้มกับเครื่องเคียงจืดๆ

คราวนี้แม้แต่องค์หญิงน้อยก็ทำหน้าเบื่อไม่อยากกินแล้ว

“พี่ชาย~ หนูอยากกิงเนี้ยเนี้ย~”

องค์หญิงน้อยซดข้าวต้มไปหนึ่งคำ ก่อนจะทำหน้าเหยเกแล้วกลืนลงไป

องค์หญิงน้อยเฉิงหยางและองค์หญิงเกาหยางเองก็ดูซึมๆ ไปเช่นกัน

เซียวหรานโอ๋ว่า “วันนี้วันสุดท้ายแล้วดีไหม? ซื่อจื่อบอกเมื่อวานว่าอยากกินแตงโมไม่ใช่เหรอ? พอทานข้าวเสร็จเราก็ไปซื้อแตงโมกันดีไหม?”

พอได้ยินคำว่าแตงโม องค์หญิงน้อยก็กระปรี้กระเปร่าขึ้นมานิดหน่อย

“งั้นก็ได้งับ~”

หากให้กินข้าวต้มเป็นอาหารหลักอย่างเดียว องค์หญิงน้อยก็คงกินได้อย่างมีความสุข แต่นี่นางกินข้าวต้มมาหลายวันแล้ว แถมยังไม่มีกับข้าวอะไรเลย แม้แต่ผักดองก็ไม่มี ขนมก็ยังทำเป็นสูตรหวานน้อย

อันที่จริงนี่ออกจะเกินจริงไปหน่อย ตามอาการขององค์หญิงน้อยทั้งสามแล้ว ไม่จำเป็นต้องทำถึงขนาดนี้เลย แต่จักรพรรดินีจ่างซุนทรงเป็นห่วงพระธิดา ยอมลำบากปากหน่อยก็ยังดีกว่าป่วยจริงๆ ดังนั้นจึงกลายเป็นเช่นนี้

แต่โชคยังดีที่องค์หญิงน้อยทั้งสามหายป่วยกันเร็วมาก คนที่อาการหนักที่สุดอย่างองค์หญิงน้อย ตอนนี้เสียงก็แค่แหบเล็กน้อยเท่านั้น ไม่ได้รุนแรงขนาดนั้นแล้ว

เซียวหรานคิดอยู่ครู่หนึ่ง การจะแหกกฎต่อหน้าผู้ใหญ่ทั้งสองคนนั้นเป็นไปไม่ได้เลย แต่พอเห็นท่าทางน่าสงสารขององค์หญิงน้อยแล้ว แอบๆ หน่อยก็น่าจะได้อยู่

แน่นอนว่าต้องไปถามหมอให้แน่ใจก่อน

ดังนั้นเซียวหรานจึงพูดว่า “เราไปโรงพยาบาลกันก่อนนะ ไปดูสิว่าคอของพวกเจ้าเป็นยังไงบ้างแล้ว”

หลังจากทานอาหารเช้าเสร็จ เซียวหรานก็พาองค์หญิงน้อยทั้งสามไปที่โรงพยาบาล

ยังคงต้องรับบัตรคิวเหมือนเดิม เพียงแต่ครั้งนี้พวกเขามาสายไปหน่อย เลยต้องรอสักพักกว่าจะถึงคิว

คนที่ตรวจให้พวกเขายังคงเป็นหมอคนเดิมจากครั้งที่แล้ว

เขาตรวจดูอาการแล้วก็พูดอย่างตรงไปตรงมาว่า “ไม่มีอะไรแล้ว แค่อย่ากินของเผ็ดก็พอ อันนั้นมันกระตุ้นมากไปหน่อย ที่เหลือตามสบายเลย แค่อย่ารสจัดเกินไปก็พอ”

เซียวหรานเข้าใจในทันที นี่ก็เท่ากับว่าไม่ต้องงดอาหารแล้ว

เมื่อเช้าองค์หญิงน้อยทั้งสามทานไปแค่นิดเดียว เซียวหรานจึงมองไปที่พวกนางแล้วถามว่า “ซื่อจื่อ ฟ่านอิน แล้วก็สือชีอยากกินอะไรกัน?”

องค์หญิงน้อยเงยหน้ามองเซียวหราน

“กิงอะไรก็ได้หยอค้า~ พี่ชาย~”

เซียวหรานชูนิ้วขึ้นมาหนึ่งนิ้วแล้วส่ายไปมา “กินของเผ็ดไม่ได้นะ”

เมื่อรู้ว่ายังกินล่าเถียวไม่ได้ องค์หญิงน้อยก็ไม่ได้ผิดหวัง “กิงซีต้า~”

เซียวหรานรู้สึกจนใจเล็กน้อย

“แตงโมต้องกินอยู่แล้ว แต่แตงโมเป็นผลไม้ ไม่ใช่อาหารหลักใช่ไหมล่ะ? เพราะงั้นเราต้องคิดก่อนว่าจะไปกินข้าวที่ไหนดี”

พอพูดถึงเรื่องข้าว องค์หญิงน้อยก็คึกคักขึ้นมาทันที

“กิงเนี้ยเนี้ย~”

ช่างบังเอิญเสียจริง พอองค์หญิงน้อยพูดจบ พวกเขาก็เดินมาถึงหน้าร้านปิ้งย่างบุฟเฟ่ต์แห่งหนึ่งพอดี

กลิ่นหอมของเนื้อย่างลอยออกมาจากในร้านไม่ขาดสาย องค์หญิงน้อยกลืนน้ำลายเอื๊อก

“พี่ชาย~ กิงอันนี้~”

องค์หญิงน้อยเฉิงหยางและองค์หญิงเกาหยางยืนอยู่ข้างๆ เซียวหราน องค์หญิงเกาหยางดึงชายเสื้อของเขาเบาๆ

“พี่คะ ข้างในหอมจังเลยค่ะ”

องค์หญิงน้อยเฉิงหยางก็พยักหน้าเห็นด้วย

เมื่อเห็นว่าพวกนางอยากกินปิ้งย่างกันทุกคน เซียวหรานจึงพาพวกนางเดินเข้าไปข้างใน

การมากันเป็นกลุ่มแบบมีเด็กด้วยเป็นเรื่องปกติ แต่ผู้ใหญ่หนึ่งคนกับเด็กสามคนนั้นไม่ค่อยพบบ่อยนัก

เซียวหรานเดินตามพนักงานไปยังโต๊ะตัวหนึ่ง บนโต๊ะมีอุปกรณ์การกินเตรียมไว้พร้อมแล้ว แต่พวกเนื้อต่างๆ ต้องไปตักเอง

ดังนั้นเซียวหรานจึงพาองค์หญิงน้อยทั้งสามไปตักอาหารอีกครั้ง

ในร้านนอกจากเนื้อดิบประเภทต่างๆ แล้ว ยังมีของกินที่ปรุงสุกแล้วอย่างเช่น ไก่ทอด หรือแม้กระทั่งน้ำตกช็อกโกแลตด้วย

องค์หญิงน้อยทั้งสามคนถือจานเปล่าคนละใบ เดินนำอยู่ข้างหน้า ส่วนเซียวหรานถือถาดเนื้อเดินตามหลัง

เดินไปได้สักพัก องค์หญิงน้อยก็หยุดฝีเท้ากะทันหัน นางมองเป็ดย่างตรงหน้าแล้วกลืนน้ำลายเอื๊อก

คนที่รับผิดชอบโซนเป็ดย่างคือคุณป้าคนหนึ่ง พอเป็ดย่างสุกแล้ว ก็จะสับเป็นชิ้นๆ วางไว้ในถาดใหญ่ ให้ลูกค้าอยากกินกี่ชิ้นก็คีบไปได้เลย

แขนสั้นๆ ขององค์หญิงน้อยเอื้อมไม่ถึงจานเลยสักนิด นางมองไปที่คุณป้าคนนั้น แล้วยื่นจานของตัวเองออกไปข้างหน้า

“คุณป้าขา~ หนูหยิบไม่ถึงง่า~”

เมื่อเห็นท่าทางน่ารักน่าเอ็นดูขององค์หญิงน้อย คุณป้าก็หัวเราะออกมา

“นี่ลูกเต้าเหล่าใครกัน น่ารักน่าเอ็นดูจริงๆ”

พูดจบ คุณป้าก็คีบเนื้อเป็ดให้องค์หญิงน้อยสองชิ้น

“หนูน้อย สองชิ้นพอไหมจ๊ะ?”

องค์หญิงน้อยมองเนื้อในจานแล้วพยักหน้า “ขอบคุณค่าคุณป้า~”

คุณป้ายิ้มแย้มพลางโบกมือให้องค์หญิงน้อย “ไม่เป็นไรจ้ะ”

เซียวหรานยืนมองเหตุการณ์ทั้งหมดอยู่ข้างหลัง

หลังจากนั้น องค์หญิงน้อยทั้งสามก็เดินเที่ยวไปตามซุ้มอาหารทีละซุ้ม บางซุ้มก็แกล้งหยอกพวกนาง เรียกให้เข้าไปหาแล้วบอกว่ามีของอร่อย

เมื่อเห็นว่าของที่ตักมาเริ่มเยอะขึ้นเรื่อยๆ เซียวหรานรีบห้าม “ซื่อจื่อ ฟ่านอิน สือชี เรากลับไปที่โต๊ะกันก่อนเถอะ ไม่งั้นตักมาเยอะเกินไปจะกินไม่หมดนะ”

องค์หญิงน้อยหยุดเดินแล้วพยักหน้า “ห้ามทิ้งขว้างนะงับ~”

เซียวหรานยิ้ม “ใช่แล้ว เราต้องไม่ทิ้งขว้างอาหาร”

จริงๆ แล้วก่อนหน้านี้พวกเขาเพิ่งส่งอาหารกลับไปรอบหนึ่งแล้ว ไม่อย่างนั้นจานในมือขององค์หญิงน้อยคงเต็มไปนานแล้ว

เซียวหรานพาองค์หญิงน้อยทั้งสามกลับมาที่โต๊ะพร้อมกับ “ของที่ได้มา” สดๆ ร้อนๆ

เนื้อดิบเริ่มถูกนำลงไปย่างแล้ว แต่องค์หญิงน้อยกลับรอไม่ไหวอีกต่อไป

นางมองเป็ดย่างในจานของตัวเอง ก่อนจะอ้าปากงับเข้าไปคำโต

“เนี้ยเนี้ยอาหย่อย~” องค์หญิงน้อยแยกเขี้ยวยิ้มอย่างมีความสุข

นี่เป็นครั้งแรกในรอบหลายวันที่นางได้กินเนื้อที่มีรสชาติแบบนี้ เนื้อที่พวกนางกินในช่วงสองวันที่ผ่านมาถึงจะเป็นเนื้อ แต่ก็มีรสชาติจืดชืดมาก

จบบทที่ บทที่ 350: หนูอยากกินล่าเถียว! (ฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว