- หน้าแรก
- ป๊ะป๋าจำเป็นกับซูเปอร์มาร์เก็ตข้ามภพ
- บทที่ 350: หนูอยากกินล่าเถียว! (ฟรี)
บทที่ 350: หนูอยากกินล่าเถียว! (ฟรี)
บทที่ 350: หนูอยากกินล่าเถียว! (ฟรี)
แล้วจึงวางล่าเถียวในมือกลับไปอย่างอาลัยอาวรณ์ ยังตบถุงขนมเบาๆ แล้วพูดว่า “เจ้าล่าเถียวน้อย~ บ้ายบายนะ~”
เซียวหรานยิ้มพลางลูบศีรษะขององค์หญิงน้อยอย่างเอ็นดู
“รอให้คอหายดีแล้วค่อยกินนะ”
จริงๆ แล้วตอนนี้คอขององค์หญิงน้อยก็ดีขึ้นมากแล้ว เพราะเดิมทีก็ไม่ได้มีอาการรุนแรงขนาดนั้น
องค์หญิงน้อยพยักหน้า “อื้ม~ อื้ม~ พี่ชาย~ หนูอยากกิงจี๋กวา~”
“จี๋กวา?” ไม่ได้ยินคำนี้มานานแล้ว เซียวหรานถึงกับงงไปชั่วขณะ “จี๋กวา” นี่มันคือแตงอะไรกันนะ?
เห็นเพียงองค์หญิงน้อยทำมือเป็นวงกลมใหญ่ๆ ตรงหน้าอก
“ก็จี๋กวาไงงับ~”
เซียวหรานพลันเข้าใจในทันที “ซื่อจื่อหมายถึงซีกวา (แตงโม) เหรอ?”
องค์หญิงน้อยพยักหน้า “ช่ายแย้ว~ จี๋กวา~”
เซียวหรานย่อตัวลง “คือ ซีกวา ไม่ใช่ จี๋กวา”
“จี๋กวา~”
“คือ ซีกวา”
“ซีต้า~”
“ซี-กวา!”
“ซี~ต้า~”
เมื่อเห็นองค์หญิงน้อยยิ้มแฉ่ง ไม่ได้รู้สึกว่ามีอะไรผิดปกติเลยสักนิด เซียวหรานจึงยอมแพ้
เอาเถอะ ซีต้าก็ซีต้า
องค์หญิงน้อยยิ้มกว้าง “พี่ชาย~ หนูอยากกิงซีต้า~”
“ได้สิ แต่ว่าเรากินกันพรุ่งนี้ดีไหม?”
“ได้ค่า~” องค์หญิงน้อยจับมือของเซียวหราน
“พี่ชาย พวกเราไปนอนกันเถอะงับ~”
เซียวหรานเหลือบมองเวลา
“วันนี้ซื่อจื่อง่วงเร็วจังเลยเหรอ?”
องค์หญิงน้อยส่ายหน้า “ม่ะช่ายงับ~ นอนเร็วๆ พุ่งนี้จะได้มาถึงเร็วๆ ไงค้า~”
เซียวหรานจนปัญญาจะหัวเราะหรือร้องไห้ดี แต่เห็นว่าองค์หญิงน้อยก็ง่วงจริงๆ แล้ว เขาจึงอุ้มนางขึ้นไปชั้นบน
เซียวรั่วอิ๋งกับหลี่ลี่จื้อไม่อยู่ ดังนั้นวันนี้องค์หญิงน้อยเฉิงหยางและองค์หญิงเกาหยางจึงนอนกับเซียวหรานด้วย
พอตื่นเช้าขึ้นมาในวันถัดไป ก็ยังคงเป็นข้าวต้มกับเครื่องเคียงจืดๆ
คราวนี้แม้แต่องค์หญิงน้อยก็ทำหน้าเบื่อไม่อยากกินแล้ว
“พี่ชาย~ หนูอยากกิงเนี้ยเนี้ย~”
องค์หญิงน้อยซดข้าวต้มไปหนึ่งคำ ก่อนจะทำหน้าเหยเกแล้วกลืนลงไป
องค์หญิงน้อยเฉิงหยางและองค์หญิงเกาหยางเองก็ดูซึมๆ ไปเช่นกัน
เซียวหรานโอ๋ว่า “วันนี้วันสุดท้ายแล้วดีไหม? ซื่อจื่อบอกเมื่อวานว่าอยากกินแตงโมไม่ใช่เหรอ? พอทานข้าวเสร็จเราก็ไปซื้อแตงโมกันดีไหม?”
พอได้ยินคำว่าแตงโม องค์หญิงน้อยก็กระปรี้กระเปร่าขึ้นมานิดหน่อย
“งั้นก็ได้งับ~”
หากให้กินข้าวต้มเป็นอาหารหลักอย่างเดียว องค์หญิงน้อยก็คงกินได้อย่างมีความสุข แต่นี่นางกินข้าวต้มมาหลายวันแล้ว แถมยังไม่มีกับข้าวอะไรเลย แม้แต่ผักดองก็ไม่มี ขนมก็ยังทำเป็นสูตรหวานน้อย
อันที่จริงนี่ออกจะเกินจริงไปหน่อย ตามอาการขององค์หญิงน้อยทั้งสามแล้ว ไม่จำเป็นต้องทำถึงขนาดนี้เลย แต่จักรพรรดินีจ่างซุนทรงเป็นห่วงพระธิดา ยอมลำบากปากหน่อยก็ยังดีกว่าป่วยจริงๆ ดังนั้นจึงกลายเป็นเช่นนี้
แต่โชคยังดีที่องค์หญิงน้อยทั้งสามหายป่วยกันเร็วมาก คนที่อาการหนักที่สุดอย่างองค์หญิงน้อย ตอนนี้เสียงก็แค่แหบเล็กน้อยเท่านั้น ไม่ได้รุนแรงขนาดนั้นแล้ว
เซียวหรานคิดอยู่ครู่หนึ่ง การจะแหกกฎต่อหน้าผู้ใหญ่ทั้งสองคนนั้นเป็นไปไม่ได้เลย แต่พอเห็นท่าทางน่าสงสารขององค์หญิงน้อยแล้ว แอบๆ หน่อยก็น่าจะได้อยู่
แน่นอนว่าต้องไปถามหมอให้แน่ใจก่อน
ดังนั้นเซียวหรานจึงพูดว่า “เราไปโรงพยาบาลกันก่อนนะ ไปดูสิว่าคอของพวกเจ้าเป็นยังไงบ้างแล้ว”
หลังจากทานอาหารเช้าเสร็จ เซียวหรานก็พาองค์หญิงน้อยทั้งสามไปที่โรงพยาบาล
ยังคงต้องรับบัตรคิวเหมือนเดิม เพียงแต่ครั้งนี้พวกเขามาสายไปหน่อย เลยต้องรอสักพักกว่าจะถึงคิว
คนที่ตรวจให้พวกเขายังคงเป็นหมอคนเดิมจากครั้งที่แล้ว
เขาตรวจดูอาการแล้วก็พูดอย่างตรงไปตรงมาว่า “ไม่มีอะไรแล้ว แค่อย่ากินของเผ็ดก็พอ อันนั้นมันกระตุ้นมากไปหน่อย ที่เหลือตามสบายเลย แค่อย่ารสจัดเกินไปก็พอ”
เซียวหรานเข้าใจในทันที นี่ก็เท่ากับว่าไม่ต้องงดอาหารแล้ว
เมื่อเช้าองค์หญิงน้อยทั้งสามทานไปแค่นิดเดียว เซียวหรานจึงมองไปที่พวกนางแล้วถามว่า “ซื่อจื่อ ฟ่านอิน แล้วก็สือชีอยากกินอะไรกัน?”
องค์หญิงน้อยเงยหน้ามองเซียวหราน
“กิงอะไรก็ได้หยอค้า~ พี่ชาย~”
เซียวหรานชูนิ้วขึ้นมาหนึ่งนิ้วแล้วส่ายไปมา “กินของเผ็ดไม่ได้นะ”
เมื่อรู้ว่ายังกินล่าเถียวไม่ได้ องค์หญิงน้อยก็ไม่ได้ผิดหวัง “กิงซีต้า~”
เซียวหรานรู้สึกจนใจเล็กน้อย
“แตงโมต้องกินอยู่แล้ว แต่แตงโมเป็นผลไม้ ไม่ใช่อาหารหลักใช่ไหมล่ะ? เพราะงั้นเราต้องคิดก่อนว่าจะไปกินข้าวที่ไหนดี”
พอพูดถึงเรื่องข้าว องค์หญิงน้อยก็คึกคักขึ้นมาทันที
“กิงเนี้ยเนี้ย~”
ช่างบังเอิญเสียจริง พอองค์หญิงน้อยพูดจบ พวกเขาก็เดินมาถึงหน้าร้านปิ้งย่างบุฟเฟ่ต์แห่งหนึ่งพอดี
กลิ่นหอมของเนื้อย่างลอยออกมาจากในร้านไม่ขาดสาย องค์หญิงน้อยกลืนน้ำลายเอื๊อก
“พี่ชาย~ กิงอันนี้~”
องค์หญิงน้อยเฉิงหยางและองค์หญิงเกาหยางยืนอยู่ข้างๆ เซียวหราน องค์หญิงเกาหยางดึงชายเสื้อของเขาเบาๆ
“พี่คะ ข้างในหอมจังเลยค่ะ”
องค์หญิงน้อยเฉิงหยางก็พยักหน้าเห็นด้วย
เมื่อเห็นว่าพวกนางอยากกินปิ้งย่างกันทุกคน เซียวหรานจึงพาพวกนางเดินเข้าไปข้างใน
การมากันเป็นกลุ่มแบบมีเด็กด้วยเป็นเรื่องปกติ แต่ผู้ใหญ่หนึ่งคนกับเด็กสามคนนั้นไม่ค่อยพบบ่อยนัก
เซียวหรานเดินตามพนักงานไปยังโต๊ะตัวหนึ่ง บนโต๊ะมีอุปกรณ์การกินเตรียมไว้พร้อมแล้ว แต่พวกเนื้อต่างๆ ต้องไปตักเอง
ดังนั้นเซียวหรานจึงพาองค์หญิงน้อยทั้งสามไปตักอาหารอีกครั้ง
ในร้านนอกจากเนื้อดิบประเภทต่างๆ แล้ว ยังมีของกินที่ปรุงสุกแล้วอย่างเช่น ไก่ทอด หรือแม้กระทั่งน้ำตกช็อกโกแลตด้วย
องค์หญิงน้อยทั้งสามคนถือจานเปล่าคนละใบ เดินนำอยู่ข้างหน้า ส่วนเซียวหรานถือถาดเนื้อเดินตามหลัง
เดินไปได้สักพัก องค์หญิงน้อยก็หยุดฝีเท้ากะทันหัน นางมองเป็ดย่างตรงหน้าแล้วกลืนน้ำลายเอื๊อก
คนที่รับผิดชอบโซนเป็ดย่างคือคุณป้าคนหนึ่ง พอเป็ดย่างสุกแล้ว ก็จะสับเป็นชิ้นๆ วางไว้ในถาดใหญ่ ให้ลูกค้าอยากกินกี่ชิ้นก็คีบไปได้เลย
แขนสั้นๆ ขององค์หญิงน้อยเอื้อมไม่ถึงจานเลยสักนิด นางมองไปที่คุณป้าคนนั้น แล้วยื่นจานของตัวเองออกไปข้างหน้า
“คุณป้าขา~ หนูหยิบไม่ถึงง่า~”
เมื่อเห็นท่าทางน่ารักน่าเอ็นดูขององค์หญิงน้อย คุณป้าก็หัวเราะออกมา
“นี่ลูกเต้าเหล่าใครกัน น่ารักน่าเอ็นดูจริงๆ”
พูดจบ คุณป้าก็คีบเนื้อเป็ดให้องค์หญิงน้อยสองชิ้น
“หนูน้อย สองชิ้นพอไหมจ๊ะ?”
องค์หญิงน้อยมองเนื้อในจานแล้วพยักหน้า “ขอบคุณค่าคุณป้า~”
คุณป้ายิ้มแย้มพลางโบกมือให้องค์หญิงน้อย “ไม่เป็นไรจ้ะ”
เซียวหรานยืนมองเหตุการณ์ทั้งหมดอยู่ข้างหลัง
หลังจากนั้น องค์หญิงน้อยทั้งสามก็เดินเที่ยวไปตามซุ้มอาหารทีละซุ้ม บางซุ้มก็แกล้งหยอกพวกนาง เรียกให้เข้าไปหาแล้วบอกว่ามีของอร่อย
เมื่อเห็นว่าของที่ตักมาเริ่มเยอะขึ้นเรื่อยๆ เซียวหรานรีบห้าม “ซื่อจื่อ ฟ่านอิน สือชี เรากลับไปที่โต๊ะกันก่อนเถอะ ไม่งั้นตักมาเยอะเกินไปจะกินไม่หมดนะ”
องค์หญิงน้อยหยุดเดินแล้วพยักหน้า “ห้ามทิ้งขว้างนะงับ~”
เซียวหรานยิ้ม “ใช่แล้ว เราต้องไม่ทิ้งขว้างอาหาร”
จริงๆ แล้วก่อนหน้านี้พวกเขาเพิ่งส่งอาหารกลับไปรอบหนึ่งแล้ว ไม่อย่างนั้นจานในมือขององค์หญิงน้อยคงเต็มไปนานแล้ว
เซียวหรานพาองค์หญิงน้อยทั้งสามกลับมาที่โต๊ะพร้อมกับ “ของที่ได้มา” สดๆ ร้อนๆ
เนื้อดิบเริ่มถูกนำลงไปย่างแล้ว แต่องค์หญิงน้อยกลับรอไม่ไหวอีกต่อไป
นางมองเป็ดย่างในจานของตัวเอง ก่อนจะอ้าปากงับเข้าไปคำโต
“เนี้ยเนี้ยอาหย่อย~” องค์หญิงน้อยแยกเขี้ยวยิ้มอย่างมีความสุข
นี่เป็นครั้งแรกในรอบหลายวันที่นางได้กินเนื้อที่มีรสชาติแบบนี้ เนื้อที่พวกนางกินในช่วงสองวันที่ผ่านมาถึงจะเป็นเนื้อ แต่ก็มีรสชาติจืดชืดมาก