เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 191: Spirit Contract (1)

Chapter 191: Spirit Contract (1)

Chapter 191: Spirit Contract (1)


Chapter 191: Spirit Contract (1)


การเติบโตของสปิริตเป็นไปด้วยอย่างราบรื่น.

เรอิและเซร่าไม่ใช่สปิริตระดับกลางเพียงฝ่ายเดียวอีกแล้วตอนนี้มีกว่า10ที่ไปถึงขั้นนั้น.สปิริตได้พัฒนาตัวตนและไม่ได้พึ่งพาผมอีกต่อไป.

มีความแตกต่างระหว่างสปิริตด้วยคืออย่างน้อยขั้นต่ำสุด,ขั้นต่ำและขั้นกลาง.ไม่มีสปิริตตนไหนสามารถพัฒนามากไปกว่านี้.

ประสบการณ์คือประสบการณ์ แต่พวกเขาต้องผ่านโอกาศพิเศษเพื่อเข้าสู่กระบวนการพัฒนาการ มันเป็นเรื่องยากในการลำดับขั้นของสปิริต.

เมื่อมาคิดถึงค่าตอบแทนจากสกิล ‘การสื่อสารกับสปิริต’แล้วขั้นต่ำจะได้500แต้ม ขั้นกลาง5,000แต้ม และขั้นสูง500,000แต้ม.มันเพิ่มถึง100เท่าเมื่อมันเลยจากระดับกลาง.

หลังจากการฝึกที่สูญเปล่าของยิฮิแล้ว พวกสปิริตได้รู้วิธีการสื่อสารของพวกเขา ตอนแรกผมกำหนดให้มนุษย์ที่เหมาะสมทำสัญญาด้วย แต่ผมเปลี่ยนใจแล้ว.

อเวคได้เติบโตขึ้นจากต้นไม้แห่งชีวิตและความตายดังนั้นจึงเป็นเวลาที่เหมาะสมของสปิริตในทำสัญญา.

'สัญญาทั้งสองจะทำให้มนุษย์เคลื่อนไหวได้มากขึ้น.’

สปิริตว่าหนึ่งแสนตนก็พร้อมที่จะทำสัญญากับผมแล้ว.

มันเป็นเรื่องที่ไม่ง่ายแต่ผมเดาว่าเป็นเพราะแก่นแท้เปลวเพลิงที่อยู่ในร่างกายของผม.

ดัวยเหตุผลนี้ผมจึงสามารถทำลายสัญญาครั้งที่สองของมนุษย์ได้ถ้าผมต้องการ

มันดีพอที่จะส่งสปิริตออกไปและเดินตามหลังมนุษย์อย่างเงียบๆ.

“พ่อ.โปรดให้เซราและผมเป็นผู้ทำสัญญา.”

“ใช่ ได้โปรด.”

เรอิและเซร่าที่โตเป็นผู้ใหญ่แล้วมาหาผม

ทั้งสองตอนนี้กลายร่างได้เหมือนกับมนุษย์แล้ว เหมือนกับชื่อของพวกเขาร่างกายของพวกเขาเหมือนกับหนุ่มสาวตามปกติ แต่ต่างตรงที่ผมของพวกเขาเป็นเปลวไฟ.

ผมนั่งอยู่บนเก้าที่ทำด้วยหินใกล้ต้นไม้ดั้งเดิม.

มันเป็นครั้งแรกที่ผมนั่งลงโดยไม่มีความกังวลใดๆ.

ผมมักจะให้เวลาในการฝึก...แต่ผมรู้สึกไม่มีแรงบัลดาลใจเนื่องจากการกลืนกินโคลนของผม.

มันไม่ใช่ความรู้สึกไม่ดี

อย่างไรก็ตามเรอิและเซร่าได้มากวนการหยุดพักผ่อนครั้งแรกของผม

"คุณกำลังขอให้ผมไปหาพวกเขาด้วยไหม?”

"นะ-นั่น...ไม่มีเด็กคนไหนได้ทำสัญญามาก่อน เราเลยอยากจะลองทำเป็นคนแรก...”

"ฉันขอโทษ...”

เรอิและเซร่ารู้สึกถึงความโกรธของผมและหกตัวลง.

ผมกลับลงมานั่งและลูบหน้าผากของผม.

“ดังนั้นคุณเลยต้องการทำสัญญา?”

“ใช่. มันเพียงพอที่เราจะแสดงให้เด็กๆเห็นเราเชื่อต่อกันเพื่อที่จะได้รับความรู้.”

"ถูกต้อง."

เรอิตอบอย่างจริงใจที่สุดเท่าที่จะทำได้.

'นั่นเป็นอุปสรรค.’

ถึงแม้ว่าเขาจะรู้วิธีสื่อสาร แต่สปิริตไฟไม่ได้ออกจากดันเจี้ยน การหาคนทำสัญญาเองก็ยากเหมือนกัน.

นั่งเป็นเหตุผลที่เรอิและเซร่ามาหาผมเพื่อที่จะขอความรู้คำแนะนำจากผม ที่กำลังนั่งนิ่งๆมองเอื่อยๆ

‘เรอิและเซร่าเป็นคนทำสัญญา...’

ทั้งสองพิเศษ พวกเขาเป็นกลุ่มแรกที่พัฒนาการและปฏิบัติต่อผมอย่างสุดยอด มีการเจริญเติบโตมากที่สุดในหมู่ขั้นกลาง ในอานาคตอันใกล้นี้พวกเขาอาจจะเป็นสปิริตขั้นสูง.

การทำสัญญาครั้งแรกมีความสำคัญมากดังนั้นมันจึงไม่เป็นอันตรายต่อการที่จะหาคนพิเศษสำหรับพวกเขา มีเหตุผลที่ดีในการกำหนดตัวอย่าง.

แต่ผมไม่คิดว่าจะมีสักคนที่เหมาะสม.

อึนเฮย์และเอ็ดเวิร์ด?

ทั้งสองคนจะได้รับประโยชน์อย่างมากหากพวกเขาได้รับสปิริตขั้นกลาง.

โดยปกติแล้วสปิริตควรจะเข้าหาคนที่พร้อมจะทำสัญญาและโตขึ้นพร้อมกับเมื่อการต่อสู้ร่วมกัน ทั้งสองคนที่ขัดเกลาเทคนิคขั้นพื้นฐานของพวกเขาแล้วดังนั้นจึงไม่มีประโยชน์ต่อสปิริต.

สปิริตยังกินพลังเวทย์มากมาย

‘ยูราและมินจี.’

ผมพยักหน้า.

พูดตามตรงพวเขาอยู่ถายใต้ผม แต่มนุษย์อยู่นอกดันเจี้ยน.

‘นี่อาจจะสามารถแกปัญหาจองมินจีได้.’

สปิริตได้ช่วยเหลืออย่างมากในการฟื้นฟูจิตวิญญาณยิฮิ มินจีก็ได้สูญเสียจิตวิญญาณเช่นกัน.

ทั้งสองเป็นอเวคและนักบุญที่แข็งแกร่งมาก ในขณะเดียวกันเมื่อพวกเขาร่วมมือกันก็จะแข็งแกร่งขึ้นไปอีก ผมรู้เรื่องนี้ดังนั้นจึงไม่มีเหตุผลที่จะใช้มัน

เพื่อที่จะทำแบบนั้นจำเป็นต้องให้ตัวตนของเธอฟื้นฟู

‘ตอนนี้พวกเขาอยู่นอกดันเจี้ยน ดังนั้นฉันต้องไปหาเขาก่อน.’

คิมยูราออกจากดันเจี้ยนเพื่อให้น้องสาวของเธอกลับมาเป็นปกติ เธอหวังว่าการเห็นสถานที่คุ้นเคยอาจจะกระตุ้นอะไรเธอได้บ้าง ผมหร้อมแล้วที่จะปล่อยให้พวกเขาอยู่ท่ามกลางฝูงชน.

เงื่อไขทั้งหมดครบถ้วน.

“ตามผมมา ผมจะพาคุณไปหาคนที่จะทำสัญญา.”

“ค่ะพ่อ.”

"ฉันตื่นเต้น!”

ผมหัวเราะและเริ่มเดินออกไป

เรอิและเซร่าเดินตามาข้างหลังของผม.

ยูราที่กำลังเดินไปรอบเกาหลีใต้เพื่อหาวิธีช่วยน้องสายของเธอ.

เธอมีความหวังว่าจะได้เดินกับน้องสาว.

หลังจากที่เธอกลายเป็นอเวค บาดแผลของเธอก็ฟื้นฟูและความแข็งแกร่งของเธอก็เยี่ยมมาจนสามารถเดินได้นานหลายชั้วโมง โชคชะตาของพวกเขาพลิกกลับและมินจีกลายเป็นคนนั่งรถเข็น.

"นี่ไม่ใช่สถานที่เยี่ยมไปเลยหรอกหรอ?”

อาคารถูกทำลายและรกร้างบางส่วน ยูราก็มีความยินดี แม้ว่าน้องสาวของเธอจะยังไม่อยู่ในสภาพที่ปกติแต่เธอยังมีชีวิตอยู่.

มันเป็นที่ปัญหาของเธอเท่านั้น ‘จิตวิญญาณ’

ผิวหนังส่วนร่างของเธอเป็นมาจากร่างกายเทียมแต่มันก็ดูไม่แตกต่างจากคนอื่นๆ.

‘ทั้งหมดต้องขอบคุณผู้ช่วยชีวิต.’

มันยากจะเชื่อได้ว่าเขาเป็นดันเจี้ยนมาสเตอร์แต่...เขาเป็นผู้ที่มีพระคุณที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเธอและยังช่วยชีวิตน้องสาวของเธอ.

นอกจากนี้่เขายังเป็นผู้ช่วยชีวิต

ยูราคิดว่ามันคงจะมีเหตุผลสำหรับเขาที่กลายเป็นดันเจี้ยนมาสเตอร์.

เขาเป็นผู้ที่ปิดทองหลังพระเพื่อช่วยโลกใบนี้.

ถ้าไม่ใช่ ยูราก็ไม่รู้จะพูดอย่างไรจริงๆถ้าเขาเป็นศัตรูของมนุษย์.

ตอนนี้น้องสาวของเธอต้องมาก่อน.

เธอไม่สงสัยเลยว่าน้องสาวของเธอจะต้องกลับมาเป็นปกติ ไม่อย่างนั้นเธอก็ไม่สมควรถูกเรียกว่านักบุญ.

"ถึงเวลาที่เราต้องออกเดินทางแล้ว เราอยู่ที่นี่มานานแล้ว”

ยูรามองไปรอบๆ

ผู้คนเดินผ่านไปมารอบๆข้างของเธอ

นอกจากนี้พวกเขายังคำนับเธอทุกครั้งที่พวกเขายูรา

“อาคุณนักบุญ คุณกำลังเดินเล่น?”

“คุณนักบุญ! ไหล่ของฉันสบายดีมากแล้ว ขอบคุณมาก.”

ยูราตอบด้วยรอยยิ้มน้อยๆ.

นักบุญ.ในความเป็นจริงการรักษาของเธอแข็งแกร่งกว่าคนที่มีอาชีพเป็น ‘นักบวช’ เสียอีกเธอสามารถรักษาโรคที่ไม่มีทางรักษาให้หายได้กลับมาเป็นปกติ มันเป็นเหมือนกับปฏิหาร.

ตอนแรกเธอฟื้นฟูผู้ที่บาดเจ็บเพียงอย่างเดียว แต่ข่าวลือก็แพร่กระจายออกไปมีหลายคนมาหาเธอ ในขณะเดียวกันเธอก้ถูกเรียกว่านักบุญ.

ความเป็นจริงเธอก็เป็นนักบุญ

‘ไม่มีเวลามากพอที่จะมาทอดน่องอยู่ที่นี่...’

ตาของยูราหมองลง.

จากช่วงเวลานั้นบ้านของเธอคือดันเจี้ยน หน้าอกของเธอรู้สึกแน่นหลังจากที่เธอออกจากดันเจี้ยน เธอไม่รู้ว่าทำไม แต่เธอเดาว่ามันเกี่ยวกับผู้ช่วยชีวิต.

ยูราต้องแก้ปัญหาน้องสาวของเธอให้ได้โดยไวที่สุดเพื่อที่จะให้น้องสาวของเธอกลับมา

การใช้เวลาข้าวนอกนี้จะกลายเป็นความอับอาย เธอไม่สามารถพูดขอบคุณได้.

‘ฉันต้องออกไปอย่างเงียบๆในตอนเย็น.’

ยูราตัดสินใจ

เธออยู่ที่นี่นานเกินไปแล้ว.

ผู้คนเคนชินกับเธอ แต่พวกเขาจะเปลี่ยนไปเมื่อเธอออกไป

“มินจีท้องฟ้าสดใสหรือป่าว? ฉันได้ยินเสียงร้องของแมลงด้วย.”

คิมยูราตัดสินใจภายในใจของเธอและพูดคุยกับน้องสาวของเธอ ไม่มีคำตอบใดๆแต่เธอก็พูดต่อ.

ดวงอาทิดตย์กำลังตกและดวงจันทร์กำลังขึ้น.

มันเป็นตอนเย็นแน่นอน ถีงเวลาแล้วที่ทุกคนจะไปนอน

ยูราออกจากหมู่บ้านอย่างเงียบๆ

‘ฉันเสียใจเล็กน้อย.’

ชาวบ้านมีอารมณ์ที่ดี.

พวกเขาได้ยินข่าวลือว่าเธอเป็นนักบุญดังนั้นพวกเขาจึงให้บ้านและอาหารกับเธอ เธอต้องรักษาผู้ป่วยเป็นบางครั้ง เธอสามารถใช้เวลาอบู่กับน้องสาวของเธอได้อย่างสบายใจดังนั้นเธอจึงไม่ใส่กับการรักษาเท่าไรนัก.

“มินจีเราต้องข้ามภูเขา ระวังมันอาจจะไม่สะดวกสบายนัก.”

วิธีเดียวที่จะออกจากหมู่บ้านคือการข้ามภูเขา มันเป็นสถานที่ยากลำบากในการปีนขึ้นพร้อมรถเข็น แต่ยูราเป็นอเวคแล้ว.

เธอสามารถพามันไปด้วยแรงของเธอทั้งหมด

กึก! กรึก!

เสียงจากก้อนหินสะท้อนเข้ามาในหู

พวกเขากำลังปีนภูเขาและยูราขมวดคิ้วเมื่อได้กลิ่นเลือด

‘แน่นอน...มันเป็นกลิ่นเเลือดที่ออกจากตัวคนเล้กน้อย'

แม้ว่าเธอจะไม่ชอบกลิ่นนี้แต่มันก็ไม่สามารถช่วยได้

ถ้ามีคนบาดเจ็บยูราจำเป็นต้องช่วยพวกเขา

เธอเดินต่อมาเป็นเวลาห้านาทีและมาถึงต้นตอของกลิ่นเลือด

ขณะเดียวกันยูราก็หมดคำพูด

"แกไม่ใช่แค่คนกระจอก?แกควรจะตาย.”

"เฮ้ นี่มันเป็นความพยายามที่ไร้สาระ ความพยายามที่ไร้สาระ อเวคสามารถใช้ดาบได้ดีกว่า ฉันเจ็บขา”

"คนที่บาดเจ็บจะไปหานักบุญในตอนเช้า คุณนักบุญของเราจะช่วยรักษาคุณ"

ร่างกายคนนึงกำลังนอนอยู่ที่พื้นในขณะที่อกคนอยู่ด้านบนตัวเขา

พวกเขาเป็นคนจากหมู่บ้าน.

พวกเขาดูเหมือนจะล่ามนุษย์ด้วยกัน

เป๊าะ!

รถเข็นที่เดินเข้ามาเหยียบกิ่งไม้

ในเวลาเดียวกันขาวบ้านก็หัวมามองที่ยูรา

“หืม? คุณนักบุญ?”

"คุณจะไปไหนตอนกลางคืน?”

ตาของพวกเขาลอยๆ พวกเขากำลังเมายา.

ยูราคมวดคิ้วแล้วพูด

“นี้...เกิดอะไรขึ้น? ทำไมถึงสู้กันเอง?”

แม้ว่าพวกเขาจะถูกจับได้แต่ความคิดของเขาก็สบายๆ

พวกเขายักไหล่และหัวเราะยูรา

“นั่น? เราต้องการที่จะมีชีวิตอยู่ มันไม่สามารถช่วยได้”

"ถึงอย่านั้นคุณนักบุษก็จับพวกเราได้แล้ว คุณนักบุญเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ อัตราการตายลดลงอย่างมากหลังจากที่คุณนักบุญมา.”

“คิคิ! คุณนักบุญส่วนนี้ฉันได้รับบาดเจ็บดังนั้นคุณสามารถรักษามันได้หรือไม่?”

พวกเขาไม่ลังเลที่จะพูดเรื่องตลกหื่นๆออกมา.

‘บ้า.’

แน่นอนว่าพวกเขาทั้งหมดกำลังเมา

ขณะเดียวกันพวกเขาก็เป็นอันตราย

เธอไม่รู้ว่าพวกเขากำลังจะทำอะไร

แปดคน เธอสามารถจัดการพวกเขาทั้งหมดได้หรือไม่?

‘ฉันต้องทำ.’

เธออาจจะตายแต่น้องสาวของเธอไม่อาจหนีไปได้.

‘ดังนั้น..นี่คือเหตุผลที่ฉันไม่เชื่อในตัวผู้คน.’

คนที่ดูดีอาจจะทำสิ่งที่ชั่วร้ายได้.

ยูราผูกรถเข็นไว้กับต้นไม้อย่างแน่นหนาและกัดปากของเธอ

พวกเขายังคงพูดต่อ

"มันเป็นเรื่องลำบากเล็กน้อยถ้าจะสู้กับคุณ ถ้าขาของคุณถูกตัดคุณจะยังรักษามันได้อยู่หรือไม่?”

"เรากำลังจะตัดมัน?”

“คุณโง่ แน่นอน เซลจะตายก่อนหรือว่ามันต่อได้ก่อน?”

"เด็กนั่นมีสีแปลกๆ...ฮุฮุฮุ ในขณะเดียวกันฉันได้เรียนรู้วิธีป้องกันจากความตาย ความจริงแล้วมันก็แค่คนที่มีชื่อเสียงคนนึง?”

"ฉันจะเริ่มก่อน ควรให้เกรียติผู้สูงอายุก่อน.”

มันเป็นการพูดการเหมือนกับคนเหนื่อย พวกเขากำลังเข้ามาใกล้ในทุกขณะ

ยูราได้เอามีดเล็กๆออก เธอไม่มีสกิลอื่นและนำมันมาใช้ป้องกันตัว แต่มันก็ดีกว่าไม่มีอะไร.

การเป็นอเวคทำให้ร่างกายแข็งแกร่งขึ้น แม้ว่าคนที่เป็นอเวคจะเป็นเธอแต่มันก็ไม่ใช่เป้าหมายที่ง่าย มันจะเป็นปัญหาถ้าเธอจะถูกจับ แต่เธอไม่สามารถให้พวกเขาแตะต้องน้องของเธอได้

"มันกระตุ้นฉัน.”

"คุณจะแทงฉันเมื่อฉันเข้าใกล้?”

“ไอกู ~ ฉันกลัว!”

ในสายตายูราเป็นเหมือนกับของเล่น

'ฉันจะไม่ยอมให้ตัวเองถูกทำร้ายได้.’

ยูราทำจิตใจให้สงบมากที่สุด เธอเคยประสบความเลวร้ายมากที่สุดมาแล้วในชีวิตเธอดังนั้นเธอจึงไม่หวาดกล้ว ในตอนนี้มันจะเป็นการดีที่เธอจะโจมตีก่อนที่เธอจะรอ.

อัค!

จบบทที่ Chapter 191: Spirit Contract (1)

คัดลอกลิงก์แล้ว