- หน้าแรก
- ป๊ะป๋าจำเป็นกับซูเปอร์มาร์เก็ตข้ามภพ
- บทที่ 240: องค์หญิงน้อยเข้าหมู่บ้าน! (ฟรี)
บทที่ 240: องค์หญิงน้อยเข้าหมู่บ้าน! (ฟรี)
บทที่ 240: องค์หญิงน้อยเข้าหมู่บ้าน! (ฟรี)
“คุณชายหนุ่ม ก่อนหน้านี้ข้าเคยเห็นในอินเทอร์เน็ตเรื่องการทำเกษตรด้วยเครื่องจักร ที่นี่คงทำไม่ค่อยได้สินะเจ้าคะ?” หลี่ลี่จื้อพลางมองออกไปข้างนอก “มีแต่พื้นที่ภูเขาทั้งนั้น ในพื้นดินยังมีเจ้านี่อยู่เต็มไปหมด”
เซียวรั่วอิ๋งพูดต่อจากหลี่ลี่จื้อ “เสาไฟฟ้าค่ะ มีอยู่ทุกที่เลย”
หลี่ลี่จื้อพยักหน้า “นั่นสิเจ้าคะ!”
“การใช้เครื่องจักรทำได้แค่ในที่ราบ ที่ราบกว้างๆ เท่านั้นครับ ที่นี่ของเราไม่ใช่แค่ฟ้าไม่โปร่งถึงสามวัน แต่ยังไม่มีที่ราบยาวสามลี้อีกด้วย การจะใช้เครื่องจักรขนาดใหญ่เป็นไปไม่ได้เลย แต่ช่วงหลายปีมานี้ก็มีเครื่องมือทำไร่ไถนาออกมาเยอะ แค่ว่าวัวก็ยังคงมีอยู่ แต่ก็น้อยลงเรื่อยๆ ครับ”
“มิน่าเล่า ตอนนี้ถึงกินเนื้อวัวได้ตามใจชอบ!” องค์หญิงยวี่จางพึมพำกับตัวเอง
วัวและม้ามีสถานะสูงส่งในยุคราชวงศ์ศักดินา แต่ในศตวรรษที่ 21 กลับไม่เป็นเช่นนั้นแล้ว เพราะมีสิ่งทดแทนที่มีประสิทธิภาพมากกว่า
ไม่นานก็มาถึงตัวอำเภอ เซียวหรานจอดรถที่หน้าซูเปอร์มาร์เก็ต
“เราไปซื้อของกันหน่อยเถอะ!” เซียวหรานเอ่ย
ซูเปอร์มาร์เก็ตในตัวอำเภอมีขนาดเล็กกว่ามาก
ก่อนหน้านี้เหล่าองค์หญิงเคยตื่นเต้นกับซูเปอร์มาร์เก็ตมาก แต่ตอนนี้พวกนางค่อยๆ คุ้นชินกับมันแล้ว
หลังจากซื้อของกินของดื่มแล้ว ทั้งหมดก็ออกเดินทางต่อ
“ถนนคดเคี้ยวแบบนี้ ขับแล้วน่าสนุกดีนะเจ้าคะ?” องค์หญิงยวี่จางโน้มตัวมาข้างหน้าเพื่อถามเซียวหราน
“ก็จริงครับ ถ้าขับบนทางด่วนในที่ราบทางภาคเหนือ ขับนานๆ จะง่วง แต่ที่แบบนี้ไม่เป็นครับ ให้ความรู้สึกในการขับขี่ที่ดีกว่าจริงๆ แต่ก็ต้องระวังเหมือนกัน เพราะทางมันคดเคี้ยวเลี้ยวไปมา อาจจะขับตกคูได้ง่ายๆ”
เซียวหรานพูดพลางหัวเราะ
ประเด็นหลักคือคุณไม่มีทางรู้เลยว่าโค้งข้างหน้าจะมีคนหรือสัตว์โผล่ออกมาตอนไหน
ดังนั้นในสถานที่แบบนี้จึงขับเร็วไม่ได้ และไม่กล้าขับเร็วเกินไป
“ถ้าอย่างนั้นช่างเถอะเจ้าค่ะ ไว้วันหลังข้าขับคล่องแล้วค่อยลองใหม่ รู้สึกว่าการขับรถในที่แบบนี้น่าสนุกดี” องค์หญิงยวี่จางอยากลองขับมาก
“วันหลังมีโอกาสอีกเยอะครับ”
เซียวรั่วอิ๋งชี้ไปทางที่ไม่ไกลนัก “หมู่บ้านของเราอยู่หลังภูเขาลูกใหญ่นั่นแหละ”
“ได้เลยงับ~” องค์หญิงน้อยยื่นนิ้วเล็กๆ ชี้ตาม
นี่คือภูเขาที่สูงที่สุดในบริเวณใกล้เคียง
“คุณชายหนุ่ม บนถนนมีอะไรอยู่ด้วย ผ่านไปได้หรือเจ้าคะ?” หลี่ลี่จื้อเห็นแท่นหินสองแท่นที่ปากทางเข้าหมู่บ้าน
“ดูเหมือนจะแคบไปหน่อยนะ!” องค์หญิงยวี่จางเองก็ไม่เคยเห็นของแบบนี้
โดยปกติแล้วในเมืองจะมองไม่เห็นของแบบนี้
“ยังไงฉันก็ไม่กล้าขับ กลัวรถเป็นรอย แต่ว่าผ่านไปได้แหละ” เซียวรั่วอิ๋งกล่าว
“ไม่มีปัญหาครับ” เซียวหรานมั่นใจมาก
เป็นคนขับรถมาหลายปีแล้ว ถ้าขับเฉี่ยวของแค่นี้คงได้โดนหัวเราะเยาะแน่
“ทำไมถึงทำแบบนี้ไว้หรือเจ้าคะ?” หลี่ลี่จื้อไม่เข้าใจ
“ในหมู่บ้านทำถนนซีเมนต์ คุณภาพของถนนแบบนี้สู้ถนนในเมืองใหญ่ไม่ได้เลยครับ ถ้ามีรถบรรทุกคันใหญ่เข้ามา จะทำให้ถนนพังได้ง่าย นี่ทำไว้เพื่อปกป้องถนนครับ”
หลี่ลี่จื้อและองค์หญิงยวี่จางพลันเข้าใจในทันที
ตอนที่รถขับผ่าน ทั้งสองคนต่างจ้องมองแท่นหินไม่วางตา
เซียวหรานขับผ่านไปได้อย่างมั่นคง
“พี่ชายเก่งมั่กๆ เลยงับ~” องค์หญิงน้อยเองก็เกาะอยู่บนหน้าต่างรถเช่นกัน
เหตุผลหนึ่งที่องค์หญิงน้อยเป็นที่รักของทุกคน อาจเป็นเพราะนางมอบแต่พลังบวกให้คนรอบข้างเสมอ
“ตอนนี้ดีจังเลย ไม่ร้อนไม่หนาว มีลมนิดหน่อย สบายจริงๆ” องค์หญิงยวี่จางยื่นมือออกไปนอกหน้าต่าง
“อยู่ที่นี่ก็น่าจะดีนะ” พอรู้ว่าจะเข้าหมู่บ้านแล้ว หลี่ลี่จื้อก็หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายรูป
“นานๆ มาทีก็ดีค่ะ แต่ถ้าเกิดและโตที่นี่ก็คงไม่คิดแบบนี้หรอก...” เซียวรั่วอิ๋งมองออกไปข้างนอก ในหัวของเธอก็มีภาพความทรงจำในวัยเด็กผุดขึ้นมามากมาย
แน่นอนว่าย่อมมีความรู้สึกพิเศษต่อบ้านเกิด แต่สถานที่ห่างไกลในแถบตะวันตกเฉียงใต้นี้ ด้านเศรษฐกิจยังคงด้อยกว่าแถบชายฝั่งทะเลตะวันออกเฉียงใต้มากนัก
“พี่ชาย นั่นอะไหยอค้า~” องค์หญิงน้อยชี้ไปที่ยอดเขา
“กังหันลมขนาดใหญ่!” หลี่ลี่จื้อก็เห็นเช่นกัน “แถวนี้มีเยอะเลยนะเจ้าคะ!”
“อืม นั่นคือการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลมครับ”
หลี่ลี่จื้อครุ่นคิด “ลมพัดก็ผลิตไฟฟ้าได้ ดีจังเลย ถ้าต้าถังมีของสิ่งนี้ การใช้ไฟฟ้าก็คงจะสะดวกขึ้นมากสินะเจ้าคะ?”
“ในทางทฤษฎีก็เป็นแบบนั้นครับ แต่ของสิ่งนี้มันใหญ่เกินไปจริงๆ ต่อให้มีของแบบนี้ส่งไปที่ต้าถัง ต้าถังก็ไม่มีเงื่อนไขทางเทคนิคที่จะติดตั้งของแบบนี้ได้”
“โฮ่งๆๆ”
สุนัขในหมู่บ้านพลันเห่าขึ้นมา เจ้าซาโมเยดในรถก็เห่าตอบกลับไป
เมื่อมาถึงบริเวณใกล้หมู่บ้าน ไม่ใช่แค่เห็นมันฝรั่งแล้ว แต่ยังเห็นข้าวโพดและพืชผลอื่นๆ ด้วย
แต่ส่วนใหญ่ก็ยังเป็นมันฝรั่ง พืชหลักคือมันฝรั่ง
“คุณชายหนุ่ม มันเทศก็ให้ผลผลิตสูง ทำไมถึงไม่เห็นเลยล่ะเจ้าคะ? มีแต่มันฝรั่งทั้งนั้น” หลี่ลี่จื้อเอ่ยถาม
“ปัญหานี้...อาจจะเป็นเพราะที่นี่ของเราไม่เหมาะกับการปลูกมันเทศครับ ในความทรงจำของผมก็ไม่เคยมีการปลูกมันเทศเลย พวกเราอยากกินก็ต้องไปซื้อที่ตลาดนัดเท่านั้น เมื่อก่อนปีหนึ่งได้กินไม่กี่ครั้ง ถือเป็นของหายากเลยทีเดียว แต่ที่เมืองโบราณฝั่งโน้นมีมันเทศเยอะมาก ที่นั่นปลูกมันเทศได้”
“ดูท่าแล้ว มันฝรั่งก็ยังเก่งกว่าอยู่ดี ไม่เลือกสถานที่” องค์หญิงยวี่จางกล่าว
เมื่อเข้ามาในหมู่บ้าน ก็เริ่มเห็นบ้านเรือนมากขึ้น สุนัขที่เห่าก็มีจำนวนมากขึ้นเช่นกัน
เป็นอย่างที่คำพูดนั้นกล่าวไว้ เมื่อสุนัขตัวหนึ่งในหมู่บ้านเห่า ตัวอื่นๆ ก็จะเห่าตามกันไปหมด
ถึงขนาดมีสุนัขวิ่งพุ่งเข้ามา
“ว้าว สุนัขตัวนี้น่ากลัวจัง” องค์หญิงน้อยเฉิงหยางเห็นแล้วก็รู้สึกกลัวเล็กน้อย
“ดุจังเยย~ ม่ะหนุกเลย~” องค์หญิงน้อยไม่ชอบใจ
“โดยปกติแล้วสุนัขมีไว้เฝ้าบ้านเฝ้าเรือน ก็ต้องดุถึงจะดีสิ!” องค์หญิงยวี่จางกอดองค์หญิงน้อยเฉิงหยางไว้ “ไม่เป็นไร ไม่ต้องกลัว”
“ม่ะดีเลย~” องค์หญิงน้อยไม่เห็นด้วย นางคิดว่าเจ้าซาโมเยดโง่ๆ ตัวนั้นน่าเล่นกว่าเยอะ
“พี่คะ นี่บ้านใครเหรอ?” องค์หญิงเกาหยางเอ่ยถาม
“นี่บ้านท่านปู่รองจ้ะ”
เมื่อขับผ่านหน้าบ้านท่านปู่รองไป ก็ถึงบ้านของปู่กับย่า
บ้านส่วนใหญ่ตั้งอยู่บนเนินเขากลางๆ แต่ภูเขาลูกนี้ไม่สูงนัก
การขึ้นลงบนยอดเขานั้นลำบาก ส่วนตีนเขาก็มีทัศนวิสัยไม่กว้างไกล รู้สึกว่าไม่ค่อยดีเท่าไหร่
บ้านส่วนใหญ่จึงสร้างอยู่บนเนินเขากลางๆ ในฝั่งที่รับแดด
บ้านแต่ละหลังตั้งอยู่ห่างกัน ไม่ได้ปลูกติดกันเป็นกระจุก
บนเนินเขาหนึ่งลูก มีบ้านอยู่เพียงไม่กี่หลังคาเรือน
เซียวหรานจอดรถ พอได้ยินเสียง ปู่กับย่าก็ออกมาดู
ก่อนหน้านี้เซียวรั่วอิ๋งได้บอกไว้ล่วงหน้าแล้วว่าสองพี่น้องจะกลับมา และบอกว่าจะพาเพื่อนคนอื่นๆ มาด้วย
เพื่อให้ผู้สูงวัยทั้งสองได้เตรียมตัวเตรียมใจ
ไม่ได้เจอกันนาน รู้สึกว่าผู้สูงวัยทั้งสองดูแก่ลงไปอีกมาก
บนใบหน้ายังคงมีรอยยิ้มอันอบอุ่นคุ้นตาเช่นเดิม
ในความทรงจำของเซียวหราน ปู่กับย่าเป็นเช่นนี้เสมอมา
“ย่า! ปู่!” เซียวรั่วอิ๋งตะโกนเรียก
“ย่าคะ ปู่คะ” องค์หญิงเกาหยางก็เรียกตาม
เซียวหรานและคนอื่นๆ ก็ทยอยลงจากรถ
เมื่อเห็นเหล่าองค์หญิง ผู้สูงวัยทั้งสองก็ประหลาดใจอย่างมาก
ก่อนหน้านี้บอกว่ามีเพื่อนที่ไม่เคยมา และอยากจะมาดูที่นี่
คิดว่าจะมีแค่คนหรือสองคน ไม่นึกว่าจะมีถึงห้าคน แถมยังเป็นเด็กผู้หญิงทั้งหมด
“คุณปู่คะ คุณย่าคะ” หลี่ลี่จื้อรีบเข้าไปทักทาย
“คุณปู่~ คุณย่า~”
เมื่อเหล่าองค์หญิงทำเช่นนี้ สองผู้เฒ่าก็รู้สึกเกรงใจเล็กน้อย แค่ดูก็รู้ว่าองค์หญิงทั้งหลายไม่ธรรมดา
“อืมๆ อื้อ เข้ามาในบ้านก่อน” คุณปู่พูดพลางยิ้ม
เหล่าองค์หญิงมองดูบ้านด้วยความสงสัย ไม่เหมือนกับบ้านในต้าถัง และก็ไม่เหมือนกับบ้านที่เมืองโบราณฝั่งโน้นด้วย
นี่คือบ้านกระเบื้องที่มีกลิ่นอายของยุคสมัยเก่าแก่
(จบตอน)