- หน้าแรก
- ป๊ะป๋าจำเป็นกับซูเปอร์มาร์เก็ตข้ามภพ
- บทที่ 200: หลี่ซื่อหมินเล่นโยนห่วง! (ฟรี)
บทที่ 200: หลี่ซื่อหมินเล่นโยนห่วง! (ฟรี)
บทที่ 200: หลี่ซื่อหมินเล่นโยนห่วง! (ฟรี)
หลี่ซื่อหมินและจักรพรรดินีจ่างซุนมองไปรอบๆ อย่างประหลาดใจ ส่วนหลี่ยวนจูงจางเจี๋ยอี๋ไปยังอีกด้านหนึ่ง
พวกเขาเข้าร่วมกับกลุ่มคนที่กำลังเต้นรำในลานกว้างและเริ่มขยับตัวตามไปด้วย
เมื่อนึกขึ้นได้ว่าหลี่ซื่อหมินและจักรพรรดินีจ่างซุนก็อยู่ด้วย จางเจี๋ยอี๋จึงรู้สึกเกร็งเล็กน้อย ไม่กล้าปล่อยตัวเต็มที่
หากเป็นคนอื่นที่ไม่รู้จัก จางเจี๋ยอี๋คงไม่ใส่ใจ แต่นี่คือหลี่ซื่อหมินและจักรพรรดินีจ่างซุน มันต่างออกไป
พอเห็นหลี่ยวนเข้าไปร่วมวงด้วย หลี่ซื่อหมินก็อดที่จะยิ้มออกมาไม่ได้
"นี่สิถึงเรียกว่ายุคสมัยอันรุ่งเรืองที่แท้จริง!" หลี่ซื่อหมินรู้ดีว่า มีเพียงการได้กินอิ่มนอนอุ่นและปราศจากสงครามเท่านั้น ผู้คนจึงจะสามารถเป็นเช่นนี้ได้
ภาพที่คนยุคปัจจุบันมองว่าเป็นเรื่องธรรมดาเช่นนี้ กลับสร้างความรู้สึกสั่นสะเทือนใจให้แก่คนจากต้าถังอย่างมาก
เมืองฉางอันในตอนกลางวันนั้นคึกคักมาก แต่ในยามค่ำคืนมีกฎห้ามออกนอกบ้าน จึงไม่มีทางที่จะได้เห็นภาพเช่นนี้
หลี่ซื่อหมินรู้สึกตื้นตันใจอย่างสุดซึ้ง บางที "ยุคสมัยแห่งเจินกวน" ที่แท้จริง อาจไม่ใช่บทสรรเสริญที่ถูกจารึกไว้อย่างเป็นระเบียบในหน้าประวัติศาสตร์ แต่เป็นภาพเบื้องหน้าในขณะนี้ กลิ่นหอมของมันเทศย่างที่ผสมปนเปไปกับกลิ่นเหงื่อ เสียงหัวเราะหยอกล้อของเด็กๆ ที่คลอเคล้าไปกับเสียงเพลงที่ร้องเพี้ยน และท่วงท่าการเต้นรำที่ไม่ยึดติดกับแบบแผนใดๆ
พวกมันเปรียบดั่งไข่มุกที่กระจัดกระจายอยู่บนพื้น แม้จะไม่ได้เรียงร้อยกันตามกฎเกณฑ์ แต่ในยามพลบค่ำนี้ ต่างก็ส่องประกายแสงอันอบอุ่นแห่งโลกมนุษย์ในแบบของตัวเอง
องค์หญิงน้อยทั้งสองกำลังจูงเจ้าซาโมเยดเดินเล่นอยู่ โดยมีองค์หญิงยวี่จางคอยเดินตามอยู่ไม่ห่างด้วยความเป็นห่วง
ส่วนอีกด้านหนึ่ง เซียวหรานและหลี่ลี่จื้อก็กำลังพูดคุยหัวเราะกันอย่างสนุกสนาน
ทุกอย่างช่างดูลงตัวพอดี
"ฮองเฮา อยากลองดูบ้างหรือไม่?" หลี่ซื่อหมินเอ่ยถามพร้อมรอยยิ้ม
จักรพรรดินีจ่างซุนยิ้มพลางส่ายหน้า "ช่างเถอะเพคะ!"
จักรพรรดินีจ่างซุนเองก็ไม่กล้าปล่อยตัวเต็มที่เช่นกัน แต่ตอนนี้ก็เป็นเช่นนี้ไปก่อน
"รอให้ต้าหลางคุ้นเคยกว่านี้อีกหน่อย ค่อยวางใจ แล้วพวกเราก็ย้ายมาอยู่ที่นี่เลยก็ดีเหมือนกัน มาพักฟื้นร่างกายที่นี่ก็ดีนะ"
"อืม ฟังตามที่ฝ่าบาทตัดสินใจเพคะ"
วันนี้องค์หญิงน้อยทั้งสองไม่ได้ไปเต้นรำในลานกว้าง แต่กำลังง่วนอยู่กับการพาสุนัขเดินเล่น
ที่มุมหนึ่งของลานกว้าง มีของแปลกๆ มากมายวางอยู่บนพื้น ดึงดูดความสนใจขององค์หญิงน้อยทั้งสองได้เป็นอย่างดี
“พี่จ๋า นี่คืออะไยงับ~” องค์หญิงน้อยชี้ไปทางนั้น
องค์หญิงยวี่จางส่ายหน้า "พี่ก็ไม่รู้เหมือนกัน"
องค์หญิงน้อยทั้งสองจูงเจ้าซาโมเยดวิ่งต้อยๆ กลับไปหาเซียวหราน
แล้วแทรกตัวเข้าไปอยู่ระหว่างเซียวหรานกับหลี่ลี่จื้อ "พี่ชายจ๋า ดูนั่นจิว่าคืออะไยงับ~"
องค์หญิงน้อยชี้ไปยังอีกด้านหนึ่ง
"นั่นคือเกมโยนห่วง ต้องใช้เงินซื้อห่วง แล้วถ้าโยนไปครอบของได้ ของชิ้นนั้นก็จะเป็นของเรา"
"ฟังดูน่าสนใจนะคะ พี่ชาย พวกเราไปลองกันเถอะค่ะ!" องค์หญิงยวี่จางเริ่มจะสนใจขึ้นมาบ้างแล้ว
"อืม ได้สิ!" เซียวหรานพยักหน้า จากนั้นทุกคนก็เดินตรงไปยังร้านโยนห่วง
เมื่อเห็นว่าเซียวหรานและคนอื่นๆ กำลังจะไป หลี่ซื่อหมินและจักรพรรดินีจ่างซุนก็เดินตามไปเช่นกัน
หลี่ยวนและจางเจี๋ยอี๋ก็เช่นเดียวกัน
องค์หญิงคนอื่นๆ ก็เห็นคนอื่นเล่นกันอยู่แล้ว
จึงรู้สึกอยากลองเล่นขึ้นมาบ้าง
เซียวหรานซื้อห่วงมาสามสิบอัน "ซื่อจื่อ น้องรอง ลองดูสิ"
องค์หญิงยวี่จางรับห่วงมาสองสามอัน ส่วนหลี่ลี่จื้อส่ายหน้าปฏิเสธ
องค์หญิงน้อยเรี่ยวแรงน้อย โยนไปได้ไม่ไกลนัก
ดังนั้นองค์หญิงน้อยจึงไม่ได้สนใจของชิ้นใหญ่ที่อยู่ด้านหลังเลยแม้แต่น้อย เอาแต่จ้องมองของชิ้นเล็กๆ ที่อยู่ด้านหน้าสุด
สำหรับองค์หญิงน้อยแล้ว แค่ได้มาก็พอแล้ว มีค่าหรือไม่นั้นไม่สำคัญ
เซียวหรานมองดูแล้ว ของที่อยู่ด้านหน้าเป็นตุ๊กตาสัตว์น้อยน่ารักสองสามตัว กับพวกแก้วน้ำอะไรทำนองนั้น
แม้จะไม่มีราคา แต่ก็ดูสวยงามประณีต
ดูแวบเดียวก็รู้ว่าเป็นของที่เหมาจากร้านขายของราคาถูกมา
"ซื่อจื่อลองก่อนเลย เดี๋ยวข้าจับเชือกให้" เซียวหรานรับสายจูงสุนัขมาถือไว้
"อื้อๆ งับ~"
องค์หญิงน้อยเฉิงหยางก็ถือห่วงอยู่สองสามอัน ดูท่าทางแทบจะรอไม่ไหวแล้ว
องค์หญิงน้อยเลียนแบบท่าทางของคนอื่น แล้วโยนห่วงออกไป
แต่เด็กหญิงตัวน้อยเรี่ยวแรงน้อยเหลือเกิน โยนไปได้ไม่กี่ก้าว ก็ยังไม่ถึงแถวแรกของสิ่งของด้วยซ้ำ
"เฮ้โย่ว~"
เจ้าของร้านที่ตั้งแผงอยู่ถึงกับหัวเราะออกมาด้วยความเอ็นดู
เซียวหราน หลี่ลี่จื้อ และคนอื่นๆ ก็ได้แต่ยิ้มแห้งๆ
"ซื่อจื่อ ออกแรงอีกหน่อยสิ โยนให้โดนก็เป็นของเจ้าแล้วนะ" องค์หญิงยวี่จางชี้บอกองค์หญิงน้อย
"อื้อๆ งับ~ หนูยู้แล้วค่า~"
"อ๊ะ ฮ่า~"
องค์หญิงน้อยโยนออกไปอีกครั้ง คราวนี้ดีกว่าเดิมเล็กน้อย แต่ก็ยังไม่ถึงอยู่ดี
"น้องรอง เจ้าลองดู" หลี่ลี่จื้อให้องค์หญิงน้อยเฉิงหยางลองบ้าง
"ค่ะ!"
องค์หญิงน้อยเฉิงหยางโยนไปถึงอยู่ แต่ของแบบนี้จริงๆ แล้วครอบให้ลงได้ยากมาก
"อาเจ้รองเก่งจังเลยค่า~" องค์หญิงน้อยออกแรงเท่าไหร่ก็โยนไปไม่ถึง
องค์หญิงยวี่จางก็ลองดูบ้าง โยนไปถึงไม่มีปัญหา แต่ครอบให้ลงกลับเป็นเรื่องยากจริงๆ
เป้าหมายขององค์หญิงน้อยคือตุ๊กตาสุนัขขนาดเท่าฝ่ามือ แต่น่าเสียดายที่โยนเท่าไหร่ก็ไม่โดน
องค์หญิงยวี่จางก็รู้ว่าองค์หญิงน้อยชอบ จึงพยายามโยนไปที่ตุ๊กตาสุนัขตัวนั้น แต่ก็ไม่สำเร็จ
ไม่นาน ห่วงของพี่น้องทั้งสามก็หมดลง
เซียวหรานจึงไปซื้อห่วงมาเพิ่มอีก
ดูออกได้เลยว่าองค์หญิงยวี่จางก็ไม่ถนัดเล่นโยนห่วงเช่นกัน
"ข้าขอลองดูบ้าง" หลี่ซื่อหมินที่ยืนดูอยู่ข้างๆ มาสักพักก็อดใจไม่ไหว ขอลงมือเอง
"เสด็จพ่อ เชิญเพคะ" องค์หญิงยวี่จางส่งห่วงให้หลี่ซื่อหมิน
หลี่ซื่อหมินลองสัมผัสห่วงดู มันทำจากพลาสติกและเบามาก สำหรับหลี่ซื่อหมินแล้ว นี่ไม่ใช่เรื่องท้าทายเลย
เซียวหรานเองก็อยากรู้เหมือนกันว่า สุดยอดสิ่งมีชีวิตฐานคาร์บอนที่แข็งแกร่งที่สุดในศตวรรษที่ 7 ผู้นี้ จะแสดงฝีมือออกมาเป็นอย่างไร
"ซื่อจื่อ อยากได้อันไหนรึ?" หลี่ซื่อหมินถามองค์หญิงน้อยก่อน
"ฉะเด็จพ่อขา~ หนูอยากด้ายน้องหมางับ~" องค์หญิงน้อยชี้นิ้วไป
ตั้งแต่ต้นจนจบ เป้าหมายขององค์หญิงน้อยชัดเจนมาโดยตลอด นั่นก็คือตุ๊กตาสุนัขตัวนั้น
"ได้ๆๆ ดูฝีมือเสด็จพ่อของเจ้าซะ" หลี่ซื่อหมินลูบศีรษะองค์หญิงน้อยเบาๆ
เขาหยิบห่วงขึ้นมาแล้วโยนออกไป ห่วงลอยไปครอบตุ๊กตาได้อย่างแม่นยำ
"ว้าว~" ทำเอาองค์หญิงน้อยตื่นเต้นดีใจสุดๆ
เธอตบมือแปะๆ "ฉะเด็จพ่อเก่งที่ฉุดเลยค่า~"
เจ้าของร้านหยิบตุ๊กตาสุนัขบนพื้นส่งมาให้ "อืม โดนแล้ว"
การปรากฏตัวของหลี่ซื่อหมินทำให้เจ้าของร้านรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีขึ้นมาทันที
เซียวหรานรับมาแล้วส่งให้องค์หญิงน้อย "ซื่อจื่อ"
"คิกคิก~ ของหนูแย้ว~"
"ของหนูแย้ว~"
องค์หญิงน้อยกอดตุ๊กตาไว้ในอ้อมแขน
หลี่ซื่อหมินเองก็รู้สึกภาคภูมิใจอย่างเต็มเปี่ยม
"เสด็จพ่อเพคะ หม่อมฉันอยากได้กระต่ายตัวนั้น" องค์หญิงน้อยเฉิงหยางดึงแขนหลี่ซื่อหมินแล้วชี้ไป
"ได้ๆๆ"
องค์หญิงน้อยทั้งสองไม่ได้เลือกของชิ้นใหญ่เลย แต่กลับเลือกของชิ้นเล็กๆ สองชิ้น
หลี่ซื่อหมินเล็งเป้าหมายอย่างแม่นยำอีกครั้ง คว้ากระต่ายมาให้องค์หญิงน้อยเฉิงหยางได้สำเร็จ
หลี่ลี่จื้อและองค์หญิงยวี่จางก็เลือกกันคนละชิ้น
สุดท้ายหลี่ซื่อหมินก็โยนได้แมวมาให้จักรพรรดินีจ่างซุนหนึ่งตัว
เมื่อเห็นหลี่ซื่อหมินโยนห่วงเดียวได้ของหนึ่งชิ้น เจ้าของร้านก็รู้สึกเหมือนใจจะสลาย
คนแบบนี้ไม่ใช่ว่าไม่มี แต่เจอน้อยมาก และโชคร้ายที่วันนี้มาเจอเข้าจนได้
"เซียวหราน เจ้าอยากได้อันไหนรึเปล่า?" หลี่ซื่อหมินหันมาถามเซียวหราน
"ข้าไม่เป็นไร"
"แล้วเสด็จพ่อล่ะพ่ะย่ะค่ะ?"
หลี่ยวนและจางเจี๋ยอี๋ต่างก็ส่ายหน้า
หลี่ซื่อหมินวางห่วงลง ไม่ได้โยนต่อ
เจ้าของร้านเผยสีหน้าขอบคุณออกมา
การที่หลี่ซื่อหมินทำแบบนี้ได้ เซียวหรานไม่ได้แปลกใจเลย เทียบกับการยิงธนูร้อยครั้งเข้าเป้าทุกครั้งแล้ว เรื่องแค่นี้ไม่นับว่าเป็นอะไรเลยจริงๆ
สำหรับหลี่ซื่อหมินแล้ว มันไม่มีความท้าทายใดๆ ทั้งสิ้น
"เนี้ยเนี้ย~" องค์หญิงน้อยดึงแขนเซียวหราน ออกมาเดินเล่นตอนกลางคืน ก็ต้องหาอะไรกินกันหน่อย
"ไอ้...ไอ้เบียร์สดนั่นเมื่อคราวก่อนก็ไม่เลวเลย" หลี่ยวนเอ่ยขึ้นมา
"ได้เลยครับ!" ในเมื่อหลี่ยวนชอบ ก็ต้องไปกินบาร์บีคิวปิ้งย่าง ให้หลี่ซื่อหมินและจักรพรรดินีจ่างซุนได้ลองชิมด้วย
ส่วนองค์หญิงคนอื่นๆ ก็กินอย่างอื่นได้
องค์หญิงน้อยเดินไปที่ร้านบาร์บีคิวร้านเดิมจากคราวก่อน "ก็คือร้านนี้แหละค่า~"
"ร้านนี้รสชาติดีมากเพคะ เมื่อคืนก็มากินกันที่นี่" หลี่ลี่จื้อจูงแขนจักรพรรดินีจ่างซุนพลางกล่าว