เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 1: ทะลุมิติเวลาแบบทวิภพ!

บทที่ 1: ทะลุมิติเวลาแบบทวิภพ!

บทที่ 1: ทะลุมิติเวลาแบบทวิภพ!


ศักราชเจินกวนปีที่เจ็ด!

ฤดูร้อนแห่งเมืองฉางอัน แสงแดดแผดเผาราวกับไฟที่เผาไหม้ไปทั่วทั้งเมือง

แม้แต่สายลมก็ยังพัดพาเอาความร้อนระอุมาด้วย ไม่สามารถปัดเป่าความอบอ้าวที่คละคลุ้งไปทั่วท้องถนนได้เลย

เหล่าดอกไม้และต้นไม้ต่างไหวเอนอย่างเกียจคร้าน ทั่วทั้งเมืองตกอยู่ในความเงียบสงบที่ถูกไอความร้อนเข้าครอบงำ ทุกหนทุกแห่งอบอวลไปด้วยความร้อนระอุที่ยากจะทนทาน

ตำหนักลี่เจิ้ง

องค์หญิงน้อยจิ้นหยางหลี่หมิงต๋า ซึ่งมีพระชนมายุใกล้จะครบสองชันษา ทรงสวมเสื้อตัวสั้นผ้าไหมโปร่งบางเบา

กำลังวิ่งเล่นอย่างสนุกสนานอยู่บนพื้นหญ้าใต้ร่มไม้

เนื้อผ้าไหมโปร่งบางเบาและระบายอากาศได้ดี ด้านบนปักด้วยด้ายสีชมพูอ่อนเป็นลายดอกไม้ลูกปัดเล็กๆ อย่างประณีต

ขอบคอเสื้อและแขนเสื้อกุ๊นอย่างบรรจงด้วยผ้าไหมสีเหลืองห่าน ช่วยเพิ่มความน่ารักสดใส

ท่อนล่างทรงสวมกระโปรงพลีตผ้าโปร่งสีขาวจันทร์ ชายกระโปรงปักลายผีเสื้อที่ดูมีชีวิตชีวา ขณะเคลื่อนไหวจะมองเห็นลายปักวับๆ แวมๆ

บั้นเอวคาดด้วยแถบผ้าไหมสีเดียวกัน ห้อยด้วยจี้หยกขนาดเล็กกะทัดรัดที่แกว่งไกวเบาๆ ไปตามการเคลื่อนไหวของพระองค์

บนศีรษะเกล้าผมทรงซังยาจี้ ประดับด้วยปิ่นปักผมไข่มุกขนาดเล็กสองอัน ดูทั้งสดชื่นและไม่สูญเสียความสูงศักดิ์ของราชวงศ์

“ผีฉื้อ~”

“คิกคิก~”

“รอเค้าด้วยงับ~”

องค์หญิงน้อยทรงวิ่งไล่ตามผีเสื้ออย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย

ศาลาที่อยู่ไม่ไกลนักตั้งอยู่อย่างเงียบสงบท่ามกลางแมกไม้เขียวขจีที่โอบล้อม

ภายในศาลา จักรพรรดินีจ่างซุนประทับนั่งอย่างสงบบนพระแท่นหิน ทรวดทรงสง่างาม ท่วงทีเปี่ยมด้วยราศี

พระพักตร์ของพระนางงดงามดุจบุปผาที่เบ่งบานในฤดูใบไม้ผลิ ดวงตาแฝงไว้ด้วยความอ่อนโยนและความเมตตา ดุจดั่งสระน้ำในฤดูใบไม้ร่วงที่ทอประกายระยิบระยับ

พระนางทรงฉลองพระองค์ชุดชาววังผ้าไหมเสฉวนสีขาวจันทร์ เนื้อผ้าบางเบาขยับไหวเล็กน้อยตามการเคลื่อนไหว

ชายฉลองพระองค์ปักด้วยด้ายสีเงินละเอียดลออเป็นลายเมฆาที่ดูมีชีวิตชีวา

เมื่อต้องแสงแดดก็สะท้อนประกายอ่อนละมุน เรียบง่ายทว่าเปี่ยมด้วยความสูงส่ง

พระหัตถ์ซ้ายประคองคัมภีร์โบราณเล่มหนึ่ง ส่วนพระหัตถ์ขวาถือพัดกลม โบกพัดเบาๆ อย่างเป็นจังหวะ

พัดกลมด้ามนั้นทำจากไม้ไผ่ หน้าพัดที่ทำจากผ้าไหมบางเบาดุจปีกจักจั่น วาดเป็นภาพทิวทัศน์ภูเขาและสายน้ำอันเรียบง่าย เพียงปลายพู่กันไม่กี่ตวัดก็ถ่ายทอดอารมณ์บทกวีได้อย่างไม่รู้จบ

สายพระเนตรของจักรพรรดินีจ่างซุนทอดมองผ่านพัดกลมไปยังองค์หญิงน้อยจิ้นหยางที่กำลังวิ่งเล่นหัวเราะคิกคักอยู่ไม่ไกลเป็นครั้งคราว

แม้ว่าข้างกายจะมีนางกำนัลหลายคนคอยดูแลเอาใจใส่อย่างดี แต่ความห่วงใยและความกังวลในแววพระเนตรของจักรพรรดินีจ่างซุนก็ยังคงไม่ลดน้อยลงเลยแม้แต่น้อย

พระขนงขมวดเข้าหากันเล็กน้อย มุมโอษฐ์ยกขึ้นอย่างไม่รู้ตัว นั่นคือความรักและความห่วงใยอันบริสุทธิ์ที่สุดที่ผู้เป็นมารดามีต่อธิดา

ไม่นาน บนพระพักตร์ขององค์หญิงน้อยก็มีเหงื่อผุดขึ้นมาหลายหยด

ทรงรู้สึกเหนื่อยเล็กน้อย สาเหตุหลักมาจากอากาศที่ร้อนอบอ้าว

องค์หญิงน้อยไม่ไล่ตามผีเสื้ออีกต่อไป แต่ทรงเด็ดดอกไม้เล็กๆ ดอกหนึ่งจากพื้นหญ้าแทน

“คิกคิก~” ทรงก้าวพระบาทสั้นๆ วิ่งตรงไปยังศาลาอย่างร่าเริง

“ท่านแม่~ เค้ากับมาแย้วค่า~”

จักรพรรดินีจ่างซุนเงยพระพักตร์ขึ้นแย้มพระสรวลอย่างเมตตา “ซื่อจื่อ ค่อยๆ เดิน”

เซียงเฉ่า นางกำนัลคนสนิทขององค์หญิงน้อยรีบตามเสด็จ เกรงว่าองค์หญิงน้อยจะหกล้ม

องค์หญิงน้อยโบกพระหัตถ์เล็กๆ “คิกคิก~ ท่านแม่~”

“ให้ทั่นแม่ดอกม้าย~”

“ดีมาก ดีมาก!” จักรพรรดินีจ่างซุนทรงวางคัมภีร์โบราณลงบนโต๊ะหิน แล้วกางพระกรออกเล็กน้อย

องค์หญิงน้อยโผเข้าสู่อ้อมพระอุระของพระมารดาในทันที

เมื่อทอดพระเนตรเห็นหยาดเหงื่อบนหน้าผากขององค์หญิงน้อย จักรพรรดินีจ่างซุนก็ทรงหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาซับให้องค์หญิงน้อยเบาๆ

“อากาศร้อนเช่นนี้ ไม่วิ่งแล้วดีหรือไม่?” น้ำเสียงของจักรพรรดินีจ่างซุนเต็มไปด้วยความรักใคร่เอ็นดู

“อื้อ อื้อ~”

องค์หญิงน้อยก็ทรงตอบรับพระมารดาด้วยความยินดี

องค์หญิงน้อยทรงลุกขึ้นยืน เสด็จไปประทับอยู่ด้านหลังพระมารดา

ทรงเขย่งปลายพระบาท อยากจะนำดอกไม้ไปประดับบนมวยผมของจักรพรรดินีจ่างซุน

จักรพรรดินีจ่างซุนไม่ทรงทำลายบรรยากาศ ทรงเอียงพระเศียรเพื่อให้ความร่วมมือกับองค์หญิงน้อย

“คิกคิก~” องค์หญิงน้อยทรงดีพระทัย “ท่านแม่ฉวยจังเยย~”

“ซื่อจื่อเก่งจริงๆ”

องค์หญิงน้อยประทับนั่งในอ้อมพระอุระของจักรพรรดินีจ่างซุน ทรงดึงฉลองพระองค์ของตัวเอง

อยากจะถอดออก “ท่านแม่ เค้าย้อน~”

จักรพรรดินีจ่างซุนทรงหยิบพัดกลมขึ้นมาพัดให้องค์หญิงน้อยเบาๆ “พักสักครู่ก็จะไม่ร้อนแล้ว แม่พัดให้ซื่อจื่อนะ”

“อื้อ อื้อ~”

องค์หญิงน้อยที่อยู่ในอ้อมพระอุระของจักรพรรดินีจ่างซุนก็ไม่ทรงอยู่นิ่ง

เด็กๆ ก็เป็นเช่นนี้

ทรงชี้ไปที่ที่อยู่ไม่ไกล “ท่านแม่ เปงผีฉื้องับ~”

“ว้าว~”

“ผีฉื้อเยอะแยะเยย~”

“ใช่จ้ะ ผีเสื้อเยอะแยะเลย” จักรพรรดินีจ่างซุนแย้มพระสรวล

“ท่านแม่~ ผีฉื้อย้อนมั้ยค้า~” องค์หญิงน้อยทรงเงยพระพักตร์ขึ้น ดวงเนตรกลมโตเป็นประกายจ้องมองผีเสื้อที่อยู่ไม่ไกล

“ผีเสื้อกระพือปีกเองได้ คงจะไม่ร้อนหรอกจ้ะ”

“ว้าว~ ฉุดยอดไปเยย~”

องค์หญิงน้อยทรงเอียงพระเศียร ดวงเนตรเบิกกว้างอย่างอยากรู้อยากเห็น ทรงจ้องมองผีเสื้อที่กำลังบินว่อนไปมา

นิ้วชี้อวบอิ่มของพระองค์ถูกอมไว้ในโอษฐ์น้อยๆ กระพุ้งแก้มเล็กๆ พองออก น้ำลายไหลซึมออกมาตามร่องนิ้วเล็กน้อย เป็นประกายระยิบระยับอยู่กลางแสงแดด

แสงแดดสาดส่องลงมา พื้นทางเดินหินในสวนสว่างไสว

องค์หญิงฉางเล่อหลี่ลี่จื้อจูงองค์หญิงน้อยเฉิงหยางพระชันษาสามขวบเศษเสด็จมาอย่างช้าๆ

องค์หญิงฉางเล่อมีพระชันษาสิบสามปี อยู่ในวัยแรกแย้มที่งดงามสะพรั่ง

ผิวพรรณเนียนละเอียดดุจไข่มุก พระพักตร์อิ่มเอิบดั่งจันทร์เพ็ญ ดวงเนตรคู่สวยราวกับธารน้ำใสสะอาด เผยให้เห็นความมีชีวิตชีวาและความเฉลียวฉลาด พระพักตร์และดวงเนตรคล้ายคลึงกับจักรพรรดินีจ่างซุนอย่างยิ่ง

ทรงฉลองพระองค์ชุดกระโปรงอกสูงสีฟ้าอ่อน ชายกระโปรงปักลายเมฆไหลอย่างงดงาม พลิ้วไหวเบาๆ ไปตามพระดำเนิน

ผ้าแพรบางเบาผืนหนึ่งพันรอบพระกรเรียว พลิ้วไหวเบาๆ ไปตามสายลม ราวกับเมฆหมอกบนฟากฟ้า

ช่วยเสริมให้พระองค์ดูงดงามราวกับเทพธิดาที่ไม่แปดเปื้อนฝุ่นโลกีย์ ราวกับนางฟ้าที่พลัดหลงมาสู่โลกมนุษย์

เป็นภาพสะท้อนของคำว่า ‘งามเลิศแต่กำเนิด’ โดยแท้ สมดังพระนามของพระองค์

“ซื่อจื่อ!” องค์หญิงน้อยเฉิงหยางทรงโบกพระหัตถ์เล็กๆ

เมื่อได้ยินเสียง องค์หญิงน้อยก็เงยพระพักตร์ขึ้น เผยให้เห็นสีพระพักตร์ยินดี

“เปงพี่รองงับ~”

องค์หญิงเฉิงหยางทรงปล่อยพระหัตถ์ของหลี่ลี่จื้อ แล้วรีบวิ่งไปยังศาลา เข้าไปอยู่ข้างๆ จักรพรรดินีจ่างซุน

“ท่านแม่!”

“อืม” จักรพรรดินีจ่างซุนทรงอุ้มองค์หญิงน้อยเฉิงหยางไว้ในอ้อมพระอุระ

องค์หญิงน้อยจิ้นหยางทรงพระเยาว์ที่สุด จึงอยู่กับจักรพรรดินีจ่างซุนตลอดเวลา

องค์หญิงน้อยเฉิงหยางทรงโตกว่าเล็กน้อย ส่วนใหญ่ก็ประทับอยู่ที่ตำหนักลี่เจิ้งเช่นกัน

แต่ก็มีบางเวลาที่ตามเสด็จองค์หญิงฉางเล่อหลี่ลี่จื้อไปประทับที่ตำหนักเฟิ่งหยางซึ่งเป็นเรือนของเหล่าองค์หญิง

เพราะอย่างไรเสีย ตำหนักลี่เจิ้งก็เป็นที่บรรทมของจักรพรรดินีจ่างซุน และหลี่ซื่อหมินก็บรรทมที่ตำหนักลี่เจิ้งเป็นส่วนใหญ่

เมื่อโตขึ้นอีกหน่อยก็สามารถย้ายออกไปได้

“ท่านแม่ ซื่อจื่อเป็นเด็กดีหรือไม่เพคะ?” หลี่ลี่จื้อประทับนั่งตรงข้ามจักรพรรดินีจ่างซุน

“เค้าเปงเดกดีน้า~” องค์หญิงน้อยทรงชิงตอบอย่างจริงจัง “เค้าเปงเดกดีมั่กๆ เยย~”

ตรัสจบ องค์หญิงน้อยก็ขยับเข้าไปใกล้หลี่ลี่จื้อ “พี่จ๋าดูจิ~”

หลี่ลี่จื้อก็ทรงพระสรวลให้กับพระขนิษฐาองค์เล็กนี้

ในฐานะที่เป็นธิดาองค์โตของฮองเฮา คำพูดและการกระทำขององค์หญิงฉางเล่อหลี่ลี่จื้อจึงมีความเป็นผู้ใหญ่และสุขุมเกินวัย

พระองค์ทรงเอี้ยวพระวรกายเล็กน้อย ยกพระหัตถ์ขึ้นจัดปอยผมที่หน้าผากให้พระขนิษฐา ท่วงทีสง่างามและเยือกเย็น

คล้ายกับจักรพรรดินีจ่างซุนอย่างยิ่ง อ่อนโยนแต่ไม่ขาดความสง่างาม

องค์หญิงน้อยทรงจูงองค์หญิงน้อยเฉิงหยาง “พี่รอง~ เราไปเล่นกัน~”

“ตอนนี้แดดแรง อย่าออกไปข้างนอกเลย” หลี่ลี่จื้อทรงเตือน

“อื้อ อื้อ~” องค์หญิงน้อยทรงจูงองค์หญิงน้อยเฉิงหยางเข้าไปในตำหนักใน

ซูอิ่งและเซียงเฉ่า นางกำนัลคนสนิทขององค์หญิงน้อยเฉิงหยางและองค์หญิงน้อยจิ้นหยางรีบตามเสด็จ

หลี่ลี่จื้อไม่วางพระทัย จึงทรงส่งสัญญาณให้อวี้ซู นางกำนัลข้างกายของพระองค์ตามไปด้วย

พระขนิษฐาทั้งสองยังทรงพระเยาว์ เกรงว่าจะหกล้มหรือได้รับบาดเจ็บ

ศตวรรษที่ 21 เมืองโบราณ ซูเปอร์มาร์เก็ตเจียเล่อเจีย

เซียวหรานมองดูยอดขายแล้วได้แต่เกาหัวอย่างกลัดกลุ้ม

เหนื่อยสายตัวแทบขาดมาสองปีครึ่ง ยังไม่ทันเรียนจบก็เริ่มเตรียมการแล้ว

(จบตอน)

จบบทที่ บทที่ 1: ทะลุมิติเวลาแบบทวิภพ!

คัดลอกลิงก์แล้ว