- หน้าแรก
- ระบบพุทธขจัดมารปราบผี? ขอหนีไปสึกดีกว่า!
- บทที่ 90 ศิษย์รุ่นที่สาม
บทที่ 90 ศิษย์รุ่นที่สาม
บทที่ 90 ศิษย์รุ่นที่สาม
บทที่ 90 ศิษย์รุ่นที่สาม
[ภารกิจใหม่]
ชื่อภารกิจ: ปริศนาวังหลวง
รายละเอียด: ท่านได้รับการขอความช่วยเหลือจาก 'สุ่ยเทียนสิง' องค์ชายแคว้นชีสุ่ย ระบุว่ามีปีศาจร้ายออกอาละวาดภายในวังหลวง ในฐานะปรมาจารย์แห่งพุทธศาสนาผู้เปี่ยมบารมี ท่านจะนิ่งดูดายไม่ยื่นมือเข้าช่วยเหลือเพื่อกำราบมารร้ายเชียวหรือ?
เงื่อนไข: ค้นหาปีศาจที่แฝงตัวอยู่ในวังหลวงแคว้นชีสุ่ย และกำจัดมันให้สิ้นซาก
รางวัล:
มหาโอสถคืนวิญญาณ 1 เม็ด
แต้มยกระดับ 1 แต้ม
เคล็ดวิชา 'คาถาหกพยางค์ศักดิ์สิทธิ์' (อักขระ: มา)
......
เมื่อหลินอิงเซียงเห็นข้อความแจ้งเตือนปรากฏขึ้น เขาก็ตระหนักได้ทันทีว่า แม้สุ่ยเทียนสิงจะยังเยาว์วัย แต่วาจาของเขานั้นหาได้เป็นความเท็จไม่
ภายในวังหลวงแห่งแคว้นชีสุ่ย มีปีศาจร้ายออกอาละวาดอยู่จริง!
และไม่ว่าจะด้วยจิตเมตตาของตนเอง หรือด้วยเงื่อนไขของภารกิจ เรื่องราวนี้หลินอิงเซียงไม่อาจเพิกเฉยได้
"ปีศาจแฝงกายอยู่ในวังหลวง การเคลื่อนไหวเพียงเล็กน้อยย่อมส่งผลกระทบไปทั่วทั้งแผ่นดิน จะบุ่มบ่ามไม่ได้เด็ดขาด!"
หลินอิงเซียงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะกวักมือเรียกสุ่ยเทียนสิง "องค์ชาย โปรดเขยิบเข้ามาใกล้ๆ อาตมาหน่อยเถิด!"
......
หลินอิงเซียงไม่ได้ติดตามสุ่ยเทียนสิงลงจากเขาไปปราบมารในทันที
ประการแรก เขาเพิ่งจะรับศิษย์กลุ่มใหม่เข้าสำนัก จึงไม่อาจละทิ้งไปได้ในเวลานี้
ประการที่สอง ในเมื่อเป็นเรื่องราวภายในราชวงศ์ จำเป็นต้องมีการวางแผนอย่างรัดกุมเสียก่อน มิเช่นนั้นหากบุ่มบ่ามเข้าไปในวังหลวงแล้วประกาศปาวๆ ว่าจะมากำจัดปีศาจ เกรงว่ากษัตริย์แคว้นชีสุ่ยที่ถูกปีศาจล่อลวงจนหลงใหลหัวปักหัวปำ คงจะสั่งลงโทษเขาเป็นคนแรกกระมัง
หลินอิงเซียงจึงให้สองพี่น้องกลับไปยังเมืองหลวงก่อน เพื่อตระเตรียมการและปูทางไว้ล่วงหน้า
วันรุ่งขึ้น เป็นวันที่เหล่าศิษย์ใหม่แห่งวัดเหลยอินจะได้เข้าพิธีรับเข้าสำนักอย่างเป็นทางการ
หลินอิงเซียงให้พวกเขาพักผ่อนหนึ่งคืนเต็มๆ ทั้งยังให้ดื่ม 'น้ำพุวิญญาณ' อันเป็นของล้ำค่าประจำวัดเหลยอินอีกด้วย
เช้าตรู่ของวันถัดมา เหล่าศิษย์ที่เดิมทีอ่อนเปลี้ยเพลียแรงจากการทดสอบเข้าสำนัก ต่างก็ฟื้นตัวกลับมากระปรี้กระเปร่า หน้าตาผ่องใสกันถ้วนหน้า
ศิษย์รุ่นแรกนี้ เดิมทีมีทั้งหมดแปดคน หักสุ่ยเทียนสิงที่ลงจากเขาไปแล้ว ก็ยังคงเหลืออีกเจ็ดคน
แม้จำนวนจะไม่มากนัก แต่ทุกคนล้วนผ่านการทดสอบสุดหินที่หลินอิงเซียงวางไว้ ย่อมถือได้ว่าเป็นเพชรเม็ดงามทั้งสิ้น
"นับจากวันนี้ไป พวกเราคือศิษย์แห่งวัดเหลยอินแล้ว! ช่างน่าปลาบปลื้มใจยิ่งนัก!"
"วัดเหลยอินแห่งนี้มิใช่สำนักยุทธ์ดาดดื่นทั่วไป น้ำพุวิญญาณที่ได้ดื่มเมื่อวานนั้น รสชาติเข้มข้นยิ่งกว่าน้ำพุศักดิ์สิทธิ์ที่หมู่บ้านตีนเขาถึงสิบเท่า! ข้าดื่มเข้าไปแล้วรู้สึกร้อนวูบวาบ เหงื่อกาฬไหลท่วมตัวทั้งคืน เจ้าทายซิว่าเกิดอะไรขึ้น? ตื่นเช้ามาข้าทะลวงเข้าสู่ขอบเขตหลังกำเนิดได้เฉยเลย!"
"ได้เข้าเป็นศิษย์วัดเหลยอิน อนาคตย่อมรุ่งโรจน์โชติช่วง พวกเราในฐานะศิษย์รุ่นแรก ต้องรักษาโอกาสนี้ไว้ให้ดี!"
......
เหล่าศิษย์ทุกคนต่างกระตือรือร้น ยืดอกหลังตรงด้วยความภาคภูมิ
การได้เป็นส่วนหนึ่งของวัดเหลยอิน นับเป็นเกียรติยศสูงสุดสำหรับพวกเขา
จะมีก็เพียงผู้เดียวเท่านั้นที่คอตกห่อเหี่ยว ราวกับผักกาดที่ถูกน้ำร้อนลวก
คนผู้นั้นไม่ใช่ใครอื่น หากแต่เป็น 'เนี่ยกั๋วเทา' ผู้ปราบมารระดับนิลกาฬแห่งกรมปราบมารนั่นเอง
เขาคือยอดฝีมือระดับขอบเขตก่อนกำเนิด ผู้มีตำแหน่งสูงสุดในกรมปราบมารประจำแคว้นชีสุ่ย วาจาสิทธิ์ขาด แม้แต่กษัตริย์ยังต้องเกรงใจสามส่วน
แต่บัดนี้กลับต้องมาตกอับ กลายเป็นลูกศิษย์วัดเล็กๆ เช่นนี้!
จะให้เนี่ยกั๋วเทายิ้มออกได้อย่างไร!
"ยืดอกขึ้น! ทำหน้าตาซูบซีดไร้ราศี อย่าได้ทำให้ท่านเจ้าอาวาสต้องขายหน้า!"
ฝ่าหุนที่ยืนขนาบข้างแค่นเสียงดุ ทำเอาเนี่ยกั๋วเทาสะดุ้งโหยง รีบยืดตัวตรงโดยอัตโนมัติ
ยามนี้ฝ่าหุนกับเนี่ยกั๋วเทาแทบจะเป็นเงาตามตัว แม้แต่เวลานอนก็ยังต้องนอนข้างกัน
เหตุผลหนึ่งก็เพื่อป้องกันไม่ให้เจ้าหมอนี่หนี แต่อีกเหตุผลหนึ่งคือต้องการ 'ดัดนิสัย' ผู้ไม่รู้จักกฎเกณฑ์คนนี้ให้หลาบจำ
เมื่อคืนเนี่ยกั๋วเทาโดนฝ่าหุนสั่งสอนไปไม่น้อย จนตอนนี้แค่ได้ยินเสียงฝ่าหุน ร่างกายก็ตอบสนองด้วยความหวาดกลัวไปเสียแล้ว
"เงียบ! ท่านเจ้าอาวาสมาแล้ว!"
ฝ่าหุนตะโกนก้อง ทุกคนในลานต่างเงียบเสียงลงทันตา ตั้งใจรอฟังโอวาท
หลินอิงเซียงเดินเข้ามาด้วยรอยยิ้ม พยักหน้าทักทายทุกคนอย่างเป็นกันเอง
"พวกเจ้าล้วนเป็นยอดคนฝีมือดีที่ผ่านการคัดเลือกจากทางวัด อาตมาคงไม่ต้องกล่าวพร่ำเพรื่อให้มากความ
ขอเพียงปฏิบัติตามกฎของวัดอย่างเคร่งครัด ทางวัดจะทุ่มเททรัพยากรบ่มเพาะพวกเจ้าอย่างเต็มที่ ไม่มีการเลือกปฏิบัติอย่างแน่นอน!"
เพียงไม่กี่ประโยคของหลินอิงเซียง ก็สามารถจุดประกายความหวังให้กับทุกคนได้
การได้รับความยุติธรรมในโลกยุคนี้ นับเป็นสิ่งที่หาได้ยากยิ่ง
จากนั้นหลินอิงเซียงจึงกล่าวต่อ "ในแผนการของอาตมา ในอนาคตวัดเหลยอินจะแบ่งออกเป็นสิบหอ ได้แก่ หออรหันต์, หอปัญญา (ปรัชญาปารมิตา), หอโพธิ, หอตั๊กม้อ, หอวินัย, หอมรรคผล, หอสำนึกตน, หอโอสถ, หอสารีริกธาตุ และหอพระไตรปิฎก
ศิษย์แต่ละคนจะถูกจัดสรรเข้าสู่หอต่างๆ ตามความถนัด พรสวรรค์ และความสนใจ เพื่อให้ทุกคนได้ดึงศักยภาพสูงสุดของตนออกมาใช้
พวกเจ้าในฐานะศิษย์รุ่นแรก หากตั้งใจฝึกฝนเพียรพยายาม ในวันหน้าโอกาสที่จะได้ขึ้นเป็นเจ้าหอของแต่ละหอก็ไม่ใช่เรื่องเพ้อฝัน!"
คำสัญญาอันหอมหวานของหลินอิงเซียง ทำให้เหล่าศิษย์หน้าแดงก่ำด้วยความตื่นเต้น
แน่นอนว่าสิ่งที่เขากล่าวมาไม่ใช่เพียงการขายฝัน แผนการสร้างสิบหอนี้หลินอิงเซียงได้ไตร่ตรองมาเป็นอย่างดีแล้ว
แม้วัดเหลยอินในตอนนี้จะมีสมาชิกเพียงหยิบมือ แต่การวางรากฐานโครงสร้างไว้ล่วงหน้าย่อมดีกว่ามาร้อนรนภายหลัง
การเติบใหญ่ของวัดเหลยอินนั้นเป็นสิ่งที่ไม่อาจหยุดยั้งได้ หลินอิงเซียงเชื่อมั่นเช่นนั้นเสมอมา
"แน่นอนว่าตอนนี้พวกเจ้าเพิ่งจะก้าวเข้ามา จะคิดเรื่องตำแหน่งเจ้าหอคงยังเร็วเกินไป
นับจากวันนี้ พวกเจ้าจะต้องเริ่มฝึกฝนวิชาพื้นฐานอย่าง 'หมัดอรหันต์' กับฝ่าหุนเสียก่อน เมื่อรากฐานมั่นคงดีแล้ว อาตมาจึงจะถ่ายทอดวิทยายุทธ์ขั้นสูงให้!
ลำดับรุ่นศิษย์ของวัดเราเรียงตาม 'หลิง, ฝ่า, คง, เสวียน' นับจากนี้ไป พวกเจ้าคือศิษย์รุ่นที่สามแห่งวัดเหลยอิน จะได้รับฉายาทางธรรมขึ้นต้นด้วยคำว่า 'คง' !"
แม้คนกลุ่มนี้จะเป็นศิษย์กลุ่มแรกที่รับเข้ามา แต่หลินอิงเซียงกลับข้ามรุ่นที่สอง แล้วยกให้เป็นศิษย์รุ่นที่สามแทน
ทั้งนี้ก็เพื่อให้มีพื้นที่ว่างสำหรับผู้ที่มีความสามารถโดดเด่นเป็นพิเศษในอนาคต จะได้เลื่อนระดับขึ้นมาได้
มิเช่นนั้นหากตันอยู่ที่รุ่นแรกกันหมด จะให้พวกเขามามีศักดิ์เสมอเจ้าอาวาสได้อย่างไร?
จากนั้นหลินอิงเซียงก็เดินยิ้มร่าเข้าไปหาเนี่ยกั๋วเทาที่กำลังทำหน้าบอกบุญไม่รับ
เขาพลิกฝ่ามือวูบหนึ่ง มีดโกนคมกริบเล่มหนึ่งก็ปรากฏขึ้นในมือ
"นับจากนี้ไป ฉายาทางธรรมของโยมคือ 'คงเทา' ก็แล้วกัน!
คงเทา โยมเป็นผู้ที่มีตบะแก่กล้าที่สุด และมีฝีมือสูงส่งที่สุดในหมู่ศิษย์รุ่นนี้ อาตมาหวังว่าโยมจะเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับศิษย์น้องคนอื่นๆ ได้
อาตมาเห็นโยมดูไม่ค่อยร่าเริงนัก เอาอย่างนี้เถิด อาตมาจะประเดิมปลงผมให้โยมเป็นคนแรก เพื่อให้โยมได้รับอานิสงส์แห่งพุทธบารมีก่อนใครเพื่อน!"
สิ้นเสียง ท่ามกลางเสียงโหยหวนของเนี่ยกั๋วเทา มีดโกนอันคมกริบก็เริ่มทำหน้าที่ของมัน กวาดต้อนเส้นผมบนศีรษะของเขาจนเกลี้ยงเกลา
เนื่องจากฝ่าหุนและฝ่าหลิง โดยเนื้อแท้แล้วไม่ใช่มนุษย์ ดังนั้นเนี่ยกั๋วเทาผู้โชคร้าย จึงกลายเป็นพระสงฆ์รูปแรกของวัดเหลยอิน อย่างสมบูรณ์แบบ