- หน้าแรก
- ระบบพุทธขจัดมารปราบผี? ขอหนีไปสึกดีกว่า!
- บทที่ 60 หมู่บ้านที่สาบสูญ
บทที่ 60 หมู่บ้านที่สาบสูญ
บทที่ 60 หมู่บ้านที่สาบสูญ
บทที่ 60 หมู่บ้านที่สาบสูญ
“ไต้ซือต้องการให้ข้าหา ‘รายชื่อชาวบ้านที่สาบสูญ’ ในเขตปกครองของอำเภอเฮยเหองั้นรึ? นี่มันเพื่อการใดกัน?”
เมื่อนายอำเภอเย่ได้ยินคำขอของหลินอิงเซียง ก็ถึงกับชะงักงันด้วยความงุนงง ไม่เข้าใจเจตนาที่แท้จริงของภิกษุหนุ่มผู้นี้
“ความลับสวรรค์มิอาจแพร่งพราย ท่านนายอำเภอเพียงแค่ช่วยหามาให้เถิด อาตมาย่อมไม่กระทำการใดโดยไร้ประโยชน์ รับรองว่าจะต้องให้คำตอบที่น่าพึงพอใจแก่ท่านได้อย่างแน่นอน”
หลินอิงเซียงหัวเราะเบาๆ แต่ยังคงเก็บงำความลับไว้ไม่ยอมเปิดเผย
เหตุผลที่เขาต้องการรายชื่อชาวบ้านที่หายสาบสูญ ก็เพื่อตามหา ‘รังลับ’ ของนักพรตชื่อตันนั่นเอง
การจะปรุงโอสถโลหิตแดง จำเป็นต้องใช้เลือดสดๆ ของมนุษย์เป็นตัวนำ
แล้วจะมีแหล่งวัตถุดิบที่ไหน สะดวกสบายและหาง่ายไปกว่าชาวบ้านตาดำๆ ตามหมู่บ้านต่างๆ เล่า?
เช่นเดียวกับหมู่บ้านต้าซานที่หลินอิงเซียงเคยอาศัยอยู่ การที่มีคนหายตัวไปบ้างนานๆ ครั้ง แทบจะไม่ถือเป็นเรื่องใหญ่อะไร
หมู่บ้านเหล่านี้ส่วนใหญ่ตั้งอยู่ติดกับป่าเขา ซึ่งเต็มไปด้วยสัตว์ป่าดุร้าย การที่สัตว์ป่าบุกเข้ามาทำร้ายคนในหมู่บ้านไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่
หากมีคนตายสักไม่กี่คน ก็สามารถโยนความผิดไปให้สัตว์ป่าในหุบเขาลึกได้อย่างง่ายดาย โดยไม่ต้องรายงานเรื่องนี้ไปถึงทางการ และยิ่งไม่ต้องพูดถึงการดึงดูดความสนใจจากสามกรมหลักของราชวงศ์ต้าโจวเลย
เดิมทีงานสืบสวนเช่นนี้ ผู้ที่เหมาะสมที่สุดย่อมเป็น ‘กรมตรวจการ’ แห่งต้าโจวที่มีสายสืบแทรกซึมอยู่ทั่วทุกหัวระแหง
แต่น่าเสียดายที่หลินอิงเซียงไม่ได้มีความสัมพันธ์อันดีกับคนของกรมตรวจการมากนัก ส่วนตาเฒ่าซีเหมินเป่าก็เป็นพวกมังกรเห็นหัวไม่เห็นหาง หาตัวจับยากยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทร หลินอิงเซียงจึงจำต้องลดมาตรฐานลงมาพึ่งพาบารมีของนายอำเภอเย่แทน
“ตกลง! แต่การจะรวบรวมข้อมูลเหล่านี้ ข้าคงต้องใช้เวลาสักหน่อย ไต้ซือโปรดรอสักไม่กี่วันเถิด”
...
สามวันต่อมา นายอำเภอเย่ก็ได้ข้อมูลของอำเภอเฮยเหอมาครอบครองจนได้
ต้องยอมรับว่าเส้นสายของเขากว้างขวางไม่เบา ถึงขนาดเจาะเอาข้อมูลรายชื่อชาวบ้านที่หายสาบสูญไปอย่างละเอียดในแต่ละหมู่บ้านภายใต้การปกครองของอำเภอเฮยเหอมาได้
ดูท่าเพื่อชิงตำแหน่งข้าหลวงใหญ่สามอำเภอ นายอำเภอเย่คงทุ่มเทเตรียมการมาอย่างดีเยี่ยม
หลินอิงเซียงกวาดสายตามองรายชื่อในมือ คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันเล็กน้อย “ท่านนายอำเภอ พอจะหาแผนที่ของอำเภอเฮยเหอให้อาตมาสักแผ่นได้หรือไม่?”
นายอำเภอเย่ดูเหมือนจะเตรียมพร้อมไว้อยู่แล้ว เขากางแผนที่ที่เตรียมไว้ล่วงหน้าออกมาวางตรงหน้าหลินอิงเซียง บนแผนที่นั้นระบุตำแหน่งของทุกหมู่บ้านในอำเภอเฮยเหอไว้อย่างละเอียดถี่ยิบ
“หมู่บ้านเสี่ยวเยว่ ... หมู่บ้านเฮยมู่... หมู่บ้านผิงอัน ...”
หลินอิงเซียงยกมือขึ้นวาดนิ้วไปบนแผนที่ ไล่เรียงตามตำแหน่งของหมู่บ้านที่มีคนหาย ก่อนจะหยุดนิ้วลงที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งอย่างมั่นใจ “ตรงนี้แหละ... หมู่บ้านเซี่ยเหอ!”
บนแผนที่ ตำแหน่งของหมู่บ้านต่างๆ ที่มีคนหายสาบสูญ ก่อตัวกันเป็นวงกลมล้อมรอบหมู่บ้านเซี่ยเหอเอาไว้อย่างชัดเจน
ยิ่งห่างออกไป จำนวนชาวบ้านที่หายสาบสูญก็ยิ่งน้อยลง แต่ยิ่งเข้าใกล้หมู่บ้านเซี่ยเหอมากเท่าไหร่ จำนวนคนหายก็ยิ่งพุ่งสูงขึ้นอย่างน่าตกใจ
โดยเฉพาะตัวหมู่บ้านเซี่ยเหอเองนั้น ถือเป็น ‘พื้นที่สีแดงเข้ม’ ที่มีชาวบ้านหายตัวไปอย่างลึกลับมากที่สุด! เพียงแต่ไม่รู้ด้วยเหตุผลกลใด เรื่องนี้จึงถูกปิดข่าวเงียบเชียบ ไม่เคยเป็นข่าวใหญ่โตให้ใครได้รับรู้
หลินอิงเซียงแทบจะมั่นใจได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ว่า รังลับของนักพรตชื่อตันต้องซ่อนอยู่ใกล้ๆ กับหมู่บ้านเซี่ยเหอแห่งนี้แน่นอน!
เมื่อเห็นรอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าของหลินอิงเซียง นายอำเภอเย่ที่เฝ้าสังเกตการณ์อยู่ข้างๆ ก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามหยั่งเชิง “ขอถามไต้ซือสักคำ เรื่องที่ท่านกำลังตามสืบอยู่นี้ เกี่ยวข้องกับโอสถโลหิตแดงใช่หรือไม่?”
“ท่านนายอำเภอ ความลับสวรรค์มิอาจแพร่งพราย!”
หลินอิงเซียงยังคงรักษามาดลึกลับ หัวเราะเบาๆ “แต่ท่านนายอำเภอเตรียมรอฟังข่าวดีได้เลย ไม่เกินหนึ่งเดือน เก้าอี้ข้าหลวงใหญ่สามอำเภอ จะต้องตกเป็นของท่านอย่างแน่นอน!”
...
หลังจากรอนแรมเดินทางมาหลายวัน ในที่สุดหลินอิงเซียงก็มาถึงที่ตั้งของหมู่บ้านเซี่ยเหอ
ชื่อเสียงของ ‘ไต้ซือหลิงอิน’ ในระยะหลังนี้โด่งดังคับฟ้าเกินไป เครื่องแต่งกายอันเป็นเอกลักษณ์นั้น เพียงแค่เห็นแวบเดียวใครๆ ก็จำได้ว่ามีเพียงหนึ่งเดียวในใต้หล้า
ดังนั้นเพื่ออำพรางตัว หลินอิงเซียงจึงยอมถอดจีวรสงฆ์ออก สวมใส่ชุดลำลองแบบปุถุชน และโพกศีรษะด้วยผ้าผูกผมทรงสี่เหลี่ยม ปรับลุคให้ดูเหมือนบัณฑิตหนุ่มพเนจรทั่วไป
“ความรู้สึกตอนไม่ได้ใส่จีวรนี่มัน... ช่างอิสระเสรีดีจริงๆ แฮะ!”
หลินอิงเซียงอดไม่ได้ที่จะกระหยิ่มยิ้มย่องในใจ “เมื่อไหร่หนอที่อาตมาจะได้ถอดจีวรนี้ออกไปอย่างถาวรเสียที!”
หมู่บ้านเซี่ยเหอ ถือเป็นหมู่บ้านขนาดใหญ่ในอำเภอเฮยเหอ
ด้วยทำเลที่ตั้งอยู่บริเวณปลายน้ำของแม่น้ำสายดำ ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญก่อนไหลลงสู่แม่น้ำสายใหญ่ ทำให้ที่นี่มีความเจริญรุ่งเรืองทั้งด้านการคมนาคม การค้าขาย และการประมง
เมื่อเทียบกับหมู่บ้านต้าซานที่หลินอิงเซียงเคยอยู่แล้ว หมู่บ้านเซี่ยเหอถือว่าเจริญก้าวหน้ากว่าหลายขุม แทบจะเรียกได้ว่าเป็นเมืองขนาดย่อมๆ เลยทีเดียว
แต่ทว่าภาพที่ปรากฏแก่สายตาของหลินอิงเซียงในยามนี้ กลับเป็นภาพของความเงียบเหงาซบเซาอย่างน่าใจหาย
บนท้องถนนแทบจะไร้เงาของผู้คน โดยเฉพาะคนหนุ่มสาวนั้นแทบจะหาไม่เจอเลยสักคน สิ่งที่เห็นมีเพียงคนชราที่นอนหมดอาลัยตายอยากอยู่ใต้ต้นไม้ หรือไม่ก็จับกลุ่มกันปรับทุกข์ด้วยสีหน้าหดหู่ สิ้นหวัง ราวกับกำลังนอนรอความตาย
หลินอิงเซียงเดินเข้าไปหาชายชราคนหนึ่งที่กำลังนั่งเหม่อมองท้องฟ้าอยู่ใต้ต้นไม้ แล้วประสานมือคารวะถาม “ท่านผู้เฒ่า ข้าขอเรียนถามสักนิด เหตุใดหมู่บ้านนี้จึงเงียบเหงานัก? คนหนุ่มสาวในหมู่บ้านหายไปไหนกันหมดหรือ?”
ชายชราปรายตามองหลินอิงเซียงแวบหนึ่ง แล้วตอบกลับด้วยน้ำเสียงเนือยๆ “พ่อหนุ่ม... เจ้าไม่ใช่คนแถวนี้สินะ?”
“ท่านผู้เฒ่าตาแหลมคมยิ่งนัก ผู้น้อยเดินทางมาจากต่างเมืองเพื่อมาเยี่ยมญาติที่อำเภอเฮยเหอ ได้ยินกิตติศัพท์ว่าหมู่บ้านเซี่ยเหอการค้าเจริญรุ่งเรือง จึงตั้งใจจะแวะมาซื้อของฝากพื้นเมืองกลับไปฝากคนที่บ้าน” หลินอิงเซียงตอบกลับด้วยรอยยิ้ม
“มิน่าล่ะ เจ้าถึงไม่รู้เรื่องรู้ราวสถานการณ์ของที่นี่! ยุคสมัยนี้ ใครมันจะกล้ามาทำการค้าที่หมู่บ้านเซี่ยเหอกันอีก?”
ชายชราถอนหายใจยาวเหยียด “ที่นี่ตอนนี้ไม่มีอะไรให้ซื้อขายแล้ว รีบไปเสียเถอะ! ฉวยโอกาสตอนที่ฟ้ายังสว่างอยู่ รีบหนีไปซะ ขืนรอให้ฟ้ามืด อยากจะไปก็คงไปไม่ได้แล้ว!”
หลินอิงเซียงดั้นด้นมาเพื่อสืบเรื่องหมู่บ้านเซี่ยเหอโดยเฉพาะ จะให้กลับไปมือเปล่าได้อย่างไร?
เขาจึงแสร้งทำหน้าซื่อถามต่อ “ท่านผู้เฒ่า เกิดอะไรขึ้นที่นี่หรือ? ข้าเห็นบนถนนแทบไม่มีคนหนุ่มสาวเลย มันเกิดเรื่องร้ายแรงอะไรขึ้นกันแน่?”
“เฮ้อ!”
ชายชราถอนหายใจอีกครั้งด้วยความกลัดกลุ้ม “ถ้าข้ารู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นก็ดีน่ะสิ! โลกยุคนี้ ใครจะไปรู้ได้ว่าอะไรเป็นอะไร?
ตั้งแต่เมื่อไม่กี่เดือนก่อน คนหนุ่มสาวในหมู่บ้านเราก็เริ่มทยอยหายตัวไปอย่างลึกลับ ทีแรกก็นึกว่าเข้าป่าไปล่าสัตว์แล้วโดนสัตว์ร้ายคาบไปกิน แต่หลังๆ มานี้ แม้แต่คนที่ไม่ได้เข้าป่าก็ยังหายตัวไปติดๆ กัน ชาวบ้านถึงได้รู้ว่าสถานการณ์มันไม่ปกติแล้ว!
เขาลือกันว่าเป็นฝีมือของปีศาจจากในป่าเขา แจ้งเรื่องไปทางอำเภอก็เงียบหาย ท่านนายอำเภอไม่สนใจไยดี ได้แต่บอกให้พวกเราดูแลตัวเอง ใครที่มีปัญญาจะย้ายหนี ก็พากันย้ายออกไปจากนรกขุมนี้กันหมดแล้ว เหลือแต่พวกไม้ใกล้ฝั่งอย่างเราๆ นี่แหละ ที่ถ้าไม่จนตรอกไม่มีปัญญาจะย้าย ก็คงเป็นพวกที่ตัดใจทิ้งบ้านเกิดที่อยู่มาทั้งชีวิตไปไม่ได้ ถึงได้ยอมทนอยู่ที่นี่!”
พูดถึงตรงนี้ ชายชราก็โบกมือไล่อย่างหมดอาลัยตายอยาก “พ่อหนุ่ม เชื่อข้าเถอะ เพื่อความปลอดภัยของตัวเจ้าเอง รีบหนีไปซะ!
ยังดีที่ตอนนี้ฟ้ายังสว่าง คนที่หายไปส่วนใหญ่จะหายไปตอนกลางคืน เจ้ายังพอมีเวลา รีบออกไปจากที่นี่ก่อนตะวันตกดิน หาที่พักที่ปลอดภัยซุกหัวนอนเสียเถอะ!”
นายอำเภอจะไม่สนใจได้อย่างไร ในเมื่อนายอำเภอฝางแห่งเฮยเหอ ก็คือคนที่สมรู้ร่วมคิดกับนักพรตชื่อตันผู้นั้น ใช้วิธีสกปรกเอาชีวิตชาวบ้านมาสังเวยเพื่อปรุงโอสถโลหิตแดงที่ทำให้คนเสพติด! เรื่องนี้ย่อมต้องถูกปิดข่าวเงียบกริบเป็นธรรมดา
ตอนนี้หลินอิงเซียงแทบจะมั่นใจได้ร้อยเปอร์เซ็นต์แล้วว่า รังลับของนักพรตชื่อตัน ต้องซ่อนอยู่ใกล้ๆ กับหมู่บ้านเซี่ยเหอแห่งนี้อย่างแน่นอน!