- หน้าแรก
- ระบบพุทธขจัดมารปราบผี? ขอหนีไปสึกดีกว่า!
- บทที่ 16 ประสก อาตมาเห็นว่าวันนี้ท่านมีเคราะห์
บทที่ 16 ประสก อาตมาเห็นว่าวันนี้ท่านมีเคราะห์
บทที่ 16 ประสก อาตมาเห็นว่าวันนี้ท่านมีเคราะห์
บทที่ 16 ประสก อาตมาเห็นว่าวันนี้ท่านมีเคราะห์
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับคำถามของคุณชายเย่เหวิน หัวหน้าหมู่บ้านเฒ่ากลับเอาแต่อึกอัก ไม่กล้าตอบคำถาม
ไต้ซือหลิงอินเปรียบเสมือนเทพผู้พิทักษ์ที่คอยคุ้มครองความปลอดภัยให้แก่หมู่บ้าน หากถูกทางอำเภอตัวไป แล้ววันหน้ามีปีศาจบุกมาอีก ใครเล่าจะมาปกป้องหมู่บ้านห่างไกลความเจริญแห่งนี้?
เห็นหัวหน้าหมู่บ้านอึกอักสายตาลอกแลก เย่เหวินก็ตีหน้ายักษ์ แค่นเสียงเย็นชา “ตาเฒ่า! อย่าให้มันมากความนักนะ! ข้ามาในนามของท่านนายอำเภอ หากเจ้ายังกล้าปิดบัง ข้าจะถือว่าเจ้าสมรู้ร่วมคิดกับปีศาจ แล้วจะลากคอเจ้าไปนอนกินข้าวแดงในคุกอำเภอสักหน่อยดีไหม!”
ดูท่าคนกลุ่มนี้จะทำเรื่องข่มขู่ชาวบ้านจนชิน ทันทีที่เย่เหวินพูดจบ ผู้ติดตามในชุดมือปราบก็ก้าวออกมาข้างหน้า พร้อมชักโซ่ตรวนที่เอวออกมาแกว่งเสียงดัง แกรกกราก ข่มขวัญ
หัวหน้าหมู่บ้านที่ไม่เคยเจอสถานการณ์กดดันเช่นนี้ ประกอบกับเป็นคนแก่ขี้กลัว ยิ่งเมื่อฝ่ายตรงข้ามอ้างชื่อนายอำเภอ ก็ยิ่งสั่นเทาไปทั้งตัว
มีคำกล่าวว่า ‘นายอำเภอสั่งค้นบ้าน ผู้ว่าฯ สั่งล้างตระกูล’
ในสายตาของชาวบ้านตาดำๆ นายอำเภอผู้ปกครองท้องที่ก็เปรียบเสมือนท้องฟ้าที่ครอบหัวอยู่ บางครั้งชื่อของนายอำเภอยังน่ากลัวกว่าชื่อกษัตริย์แคว้นชีสุ่ยเสียด้วยซ้ำ
“ข้าน้อยไม่กล้าปิดบัง! ข้าน้อยไม่กล้าปิดบังขอรับ!”
หัวหน้าหมู่บ้านตัวสั่นงันงก รีบตอบเสียงละล่ำละลัก “เรียนคุณชายใหญ่... เมื่อไม่กี่วันก่อน มีไต้ซือท่านหนึ่งธุดงค์มาที่หมู่บ้าน พอดีมีปีศาจจะบุกเข้ามา ไต้ซือท่านนั้นจึงได้ลงมือปราบมันจนสิ้นซากขอรับ!”
“ไต้ซือ? มันคือตัวอะไร?”
เย่เหวินขมวดคิ้วด้วยความงุนงง ก่อนจะโบกมือตัดบท “ช่างเถอะ! ถามตาแก่เลอะเลือนอย่างเจ้าคงไม่รู้เรื่อง บอกมาสิว่าไอ้คนคนนั้นตอนนี้อยู่ที่ไหน ข้าจะไปหามันเอง!”
หัวหน้าหมู่บ้านไม่กล้าบิดพลิ้ว จำต้องบอกตำแหน่งของวัดเหลยอินให้เย่เหวินทราบ
ได้ความดังนั้น เย่เหวินก็ไม่รอช้า รีบนำพรรคพวกมุ่งหน้าไปยังวัดเหลยอินทันที
ทว่าตอนที่เดินออกจากหมู่บ้าน จู่ๆ เย่เหวินก็รู้สึกเสียวสันหลังวาบขึ้นมา จนต้องห่อไหล่ด้วยความหนาวสะท้าน
เขาหันซ้ายแลขวาด้วยความระแวง “บัดซบเอ๊ย! หรือว่าไอปีศาจมันยังไม่จางหายไปวะ? ทำไมข้ารู้สึกเย็นยะเยือกพิกล?”
เขาหารู้ไม่ว่า... เบื้องหลังไม่ไกลนัก มีสายตาคู่หนึ่งกำลังจับจ้องมองพวกเขาอยู่อย่างเงียบงัน
นั่นคือสายตาของ ฝ่าหุน!
แม้ฝ่าหุนจะเป็นทหารวิญญาณพุทธะ แต่โดยเนื้อแท้เขาก็ยังเป็นวิญญาณ
หากเขาต้องการเปิดเผยตัวตน คนธรรมดาก็สามารถมองเห็นได้
แต่หากเขาจงใจเร้นกาย เว้นเสียแต่จะเป็นผู้ฝึกยุทธ์ที่มีตบะสูงกว่าเขา มิเช่นนั้นย่อมไม่มีทางจับสัมผัสเขาได้
แน่นอนว่าเจ้าพวกกระจอกกลุ่มนี้ ที่เก่งสุดก็แค่ขอบเขตหลังกำเนิด ไม่มีทางรู้ตัวเลยว่ากำลังถูกวิญญาณ ระดับพยาบาท สะกดรอยตามอยู่
เพียงแต่ภารกิจของฝ่าหุนคือการปกป้องหมู่บ้านจากปีศาจ
คนกลุ่มนี้แม้จะน่ารังเกียจ แต่ก็ยังเป็นมนุษย์ ฝ่าหุนจึงไม่อาจลงมือทำร้ายได้
เขามองตามหลังกลุ่มคนเหล่านั้นพลางแสยะยิ้มเย็น “แค่ขยะไม่กี่ชิ้น ริอ่านจะไปหาเรื่องท่านเจ้าอาวาส? ช่างไม่เจียมกะลาหัวจริงๆ!”
......
ตัดภาพมาที่คณะของเย่เหวิน พวกเขารีบรุดเดินทางมาจนถึงหน้าวัดเหลยอิน
ทันทีที่เห็นป้ายชื่อวัดที่ระบบมอบให้ เหล่ามือปราบที่มีวรยุทธ์ติดตัวต่างก็สะดุ้งโหยง
“นายน้อยขอรับ ป้ายนี้ไม่ธรรมดาเลย ลายเส้นดุจมังกรเหินหงส์ร่อน แฝงไว้ด้วยพลังอำนาจที่บอกไม่ถูก... ดูท่าที่นี่จะมีเสือซ่อนมังกรอยู่จริงๆ ขอรับ!”
มือปราบคนหนึ่งกระซิบเตือนเย่เหวิน
แต่เย่เหวินกลับหัวเราะร่า “ถ้ามีเสือซ่อนมังกรจริงก็ยิ่งดีสิวะ! ตอนนี้ที่ว่าการอำเภอกำลังขาดคน ถ้าข้าดึงตัวยอดฝีมือไปช่วยงานได้ ท่านพ่อต้องตบรางวัลให้ข้าอย่างงามแน่!”
มือปราบคนเดิมยังคงลังเล “แต่ข้าเกรงว่ายอดคนระดับนี้คงเชิญตัวไม่ง่าย หากเขาเลือกมาสันโดษในป่าเขาแบบนี้ เขาอาจจะไม่สนใจรับใช้ทางการก็ได้นะขอรับ”
“เรื่องนั้นมันเลือกไม่ได้หรอก!”
เย่เหวินแสยะยิ้มเหี้ยมเกรียม “ถ้ามันเก่งจริง วันนี้ต่อให้ต้องมัดตราสัง ข้าก็จะลากคอมันไปที่ว่าการอำเภอให้ได้! ในเขตอำเภอไป๋เหอ ไม่มีใครกล้าปฏิเสธคนตระกูลเย่ทั้งนั้น!”
เขาสะบัดมือสั่งการอย่างโอหัง “เด็กๆ! ไปพังประตูให้ข้า! ข้าอยากจะเห็นหน้านักว่าไอ้คนที่อยู่ข้างใน มันจะวิเศษวิโสมาจากไหน!”
มือปราบคนหนึ่งรับคำ เดินอาดๆ ไปที่ประตูวัดโดยไม่คิดจะส่งเสียงเรียกแม้แต่น้อย เขาเงื้อเท้าเตรียมจะถีบประตูให้เปิดออก
ล้อเล่นน่า! คุณชายเย่เหวินลูกชายท่านนายอำเภอมาเยือนถึงที่ จะให้ลดตัวไปเคาะประตูขออนุญาตคนป่าคนดอยงั้นรึ? ฝันไปเถอะ!
แต่ทว่า... วินาทีถัดมา มือปราบคนนั้นก็ต้องนึกเสียใจไปจนวันตาย
จู่ๆ คลื่นพลังลมปราณรุนแรงสายหนึ่งก็พุ่งสวนออกมาจากบานประตู ปะทะเข้าใส่ใบหน้าของมือปราบผู้โชคร้ายอย่างจังโดยที่เขาไม่ทันได้ตั้งตัว
เปรี้ยง!
เสียงกระแทกดังสนั่น ร่างของมือปราบลอยละลิ่วปลิวไปตามแรงอัด กระแทกพื้นดังตุบ!
พร้อมกันนั้น ประตูวัดก็ค่อยๆ เปิดออก เผยให้เห็นภิกษุหนุ่มรูปหนึ่งเดินออกมาด้วยท่าทีสบายอารมณ์
“คุณพระช่วย! ไม่นึกเลยว่า ฝ่ามือวชิระ จะพลิกแพลงใช้แบบนี้ได้ด้วย! รวบรวมลมปราณอัดเป็นก้อนลมโจมตีระยะไกล... ถ้าฉันเลื่อนขั้นเป็นขอบเขตก่อนกำเนิดเมื่อไหร่ คงยิงพลังฝ่ามือได้เหมือนปืนใหญ่แน่ๆ!”
หลินอิงเซียงเพิ่งจะทดลองวิชาใหม่ที่ได้มา และบังเอิญค้นพบเทคนิคการอัดลมปราณกระแทกศัตรูในระยะไกล
เพียงแต่ระยะหวังผลยังสั้นอยู่ ด้วยพลังในตอนนี้ หากเกินสามวา พลังก็จะสลายไปเอง
เมื่อครู่เขากะว่าจะลองซัดใส่ประตูวัดเล่นๆ เพื่อทดสอบความแรง แต่ใครจะไปนึกว่าจังหวะนั้นจะมีคนเปิดประตูเข้ามาพอดี!
“เอ๊ะ? เหมือนตะกี้ฝ่ามือจะโดนอะไรเข้าสักอย่าง? หวังว่าคงไม่ใช่คนนะ... อาตมาเป็นพระผู้ทรงศีล จะให้ฆ่าคนโดยไม่มีเหตุผลได้ยังไง?”
หลินอิงเซียงรีบก้าวเท้ามาดูหน้าประตู ก็พบกับร่างของมือปราบผู้นั้นนอนแผ่หงายท้องอยู่บนพื้น
ฟันหน้าหักไปหลายซี่ น้ำลายฟูมปาก ตาเหลือกถลน สลบเหมือดคาที่
“อมิตพุทธ! บาปกรรม! บาปกรรม! โชคดีที่ไม่ถึงตาย”
หลินอิงเซียงส่ายหน้าถอนหายใจ “ประสกนี่ก็แปลกคน จะเปิดประตูก็ไม่บอกไม่กล่าวกันก่อน อาตมาจะได้ยั้งมือทัน!”
ส่วนทางด้านเย่เหวินและพรรคพวกที่เหลือ ต่างยืนตะลึงตาค้างทำอะไรไม่ถูก
ไม่นึกไม่ฝันว่าในถิ่นอำเภอไป๋เหอ จะมีใครกล้าลงมือทำร้ายเจ้าหน้าที่ทางการอย่างโจ่งแจ้งขนาดนี้!
พวกเขาไม่มีทางเชื่อเด็ดขาดว่านี่เป็นอุบัติเหตุ ถ้าไม่ใช่เจตนา จะแม่นยำขนาดนี้ได้ยังไง?
ซัดเปรี้ยงเดียวเข้าเต็มหน้า แถมยังมีรอยฝ่ามือประทับหราอยู่บนแก้มอีกต่างหาก!
หลังจากหายตะลึง ความโกรธก็พุ่งพล่านขึ้นสมองเย่เหวินทันที
ไอ้หัวโล้นนี่มันบังอาจนัก! กล้าลองดีกับข้าตั้งแต่นาทีแรกที่เจอเลยรึ!
“เจ้าช่างบังอาจ...”
เย่เหวินเพิ่งจะอ้าปากด่า ยังไม่ทันจบประโยค ภิกษุหัวโล้นตรงหน้าก็ตวาดสวนกลับมาด้วยเสียงดังกึกก้องราวกับฟ้าผ่า
“ประสก! อาตมาเห็นว่า วันนี้ประสกมีเคราะห์! เกรงว่าจะหนีไม่พ้น เลือดตกยางออก เสียแล้ว!”