- หน้าแรก
- ศิษย์ข้า ถึงเวลาออกจากคุกไปล้างแค้นแล้ว
- บทที่ 92 - แค่แกเนี่ยนะ จะมาถ่วงเวลาฉัน?
บทที่ 92 - แค่แกเนี่ยนะ จะมาถ่วงเวลาฉัน?
บทที่ 92 - แค่แกเนี่ยนะ จะมาถ่วงเวลาฉัน?
บทที่ 92 - แค่แกเนี่ยนะ จะมาถ่วงเวลาฉัน?
☆☆☆☆☆
พอเห็นฉู่ยวิ๋นเทียนทำท่าเหมือนไม้กระดานถามคำตอบคำ เซี่ยลั่วลั่วก็ชักจะหงุดหงิด เธอขมวดคิ้วนิดๆ ก่อนจะตัดสินใจรุกหนักเบียดกายเข้าไปหาเขามากกว่าเดิม
ถึงเธอจะสวยไม่เท่าเซี่ยหน่วนแต่ที่ผ่านมาเธอก็จัดว่าเป็นสาวฮอตคนหนึ่ง ผู้ชายคนไหนที่เธออยากได้ก็ไม่เคยหลุดมือไปได้สักราย
ยิ่งวันนี้เธอแต่งชุดมาแบบจัดเต็มเน้นส่วนเว้าส่วนโค้งให้ดูเอ็กซ์เซ็กซี่สุดๆ ด้วยแล้ว
แต่น่าเสียดายที่ฉู่ยวิ๋นเทียนไม่ใช่ผู้ชายหน้าม้อทั่วไปที่ใครจะมาอ่อยก็ได้
วันนี้เธอต้องพบกับความล้มเหลวอย่างแน่นอน
แต่ยัยนี่ก็ยังไม่รู้ตัว ยังคงส่งยิ้มหวานหยดย้อยแล้วเข้าไปอ้อน "พี่ชายจ๊ะ พี่ชื่ออะไรเหรอ?"
"ผู้ชายหล่อๆ แบบพี่เนี่ย ฉันน่ะชอบทำความรู้จักด้วยที่สุดเลย ไม่รู้ว่าพี่จะรังเกียจไหมถ้าเราจะ... ทำความรู้จักกันให้ลึกซึ้งกว่านี้หน่อย?"
ได้ยินเสียงหวานเลี่ยนจนน่าขนลุกของเซี่ยลั่วลั่วแล้ว ฉู่ยวิ๋นเทียนก็รู้สึกขนหัวลุกขึ้นมาจริงๆ
แทนที่จะเกิดอารมณ์พิศวาส เขาเขากลับรู้สึกอยากจะสะบัดบ้องหูยัยนี่ให้กระเด็นไปไกลๆ เลยมากกว่า
"มีอะไรจะพูดอีกไหม?"
น้ำเสียงของฉู่ยวิ๋นเทียนยังคงราบเรียบ สายตาที่มองเซี่ยลั่วลั่วเหมือนมองสิ่งของไร้ค่าทั่วไป
"ถ้าไม่มีอะไรแล้วก็อย่ามาเสียเวลาตรงนี้เลย"
เห็นเขาไม่เล่นด้วยทั้งที่เธอจัดเต็มขนาดนี้ เซี่ยลั่วลั่วก็เริ่มสงสัยในตัวเองขึ้นมาทันที
ช่วงนี้เธอขี้เหร่ลงเหรอวะ? ทำไมงัดไม้เด็ดออกมาทุกอย่างแล้ว ไอ้หมอนี่มันยังนิ่งเป็นหินได้ขนาดนี้
แต่ยังไงเธอก็ปล่อยให้ฉู่ยวิ๋นเทียนกลับไปป่วนแผนการไม่ได้เด็ดขาด
เพื่อตำแหน่งประธานบริหาร เธอจะปล่อยให้เขากลับไปตอนนี้ไม่ได้เป็นอันขาด
คิดได้ดังนั้นเธอก็ถอดเสื้อคลุมออกเผยให้เห็นเนื้อหนังมังสาแล้วโผเข้ากอดฉู่ยวิ๋นเทียนจากข้างหลังทันที
"พี่ชายจ๊ะ แค่พี่ตกลงว่าจะไม่กลับเข้าไปข้างในตอนนี้ พี่จะทำอะไรกับฉันก็ได้ทั้งนั้น"
"เรื่องในตระกูลเซี่ย พี่อย่าเข้าไปยุ่งเลยนะ นะจ๊ะ?"
ฉู่ยวิ๋นเทียนแค่นยิ้มเย็นชาออกมา กล้ามเนื้อในร่างกายดีดผึงด้วยพลังปราณมหาศาลจนเซี่ยลั่วลั่วกระเด็นหวือไปกองกับพื้น
"แค่แกเนี่ยนะ จะมาถ่วงเวลาฉัน?"
ดูท่าเขาจะเดาถูกจริงๆ ยัยนี่ก็แค่กะจะมาถ่วงเวลาให้แผนการข้างในเดินต่อ
แต่เธอดันคำนวณพลาดไปถนัดใจ เวลาแค่ไม่กี่นาทีที่เสียไปน่ะมันเปลี่ยนอะไรไม่ได้หรอก
เซี่ยลั่วลั่วที่โดนดีดกระเด็นมองฉู่ยวิ๋นเทียนด้วยความอึ้ง เธอไม่คิดเลยว่าผู้ชายที่ดูหุ่นบางๆ แบบนี้จะมีพลังมหาศาลขนาดนี้ได้ยังไง
เธอเม้มปากแน่น ยังไม่อยากยอมแพ้ปล่อยเขาไปง่ายๆ
ก็ตำแหน่งประธานมันกำลังจะลอยมาถึงมืออยู่แล้วนี่นา
เธอพยายามจะคลานเข้าไปหาเขาอีกรอบ คราวนี้เธอไม่สนใจศักดิ์ศรีอะไรทั้งนั้นแล้ว
อีกด้านหนึ่ง ในห้องพักฟื้น
เซี่ยซวี่รู้ดีว่าเซี่ยลั่วลั่วพาฉู่ยวิ๋นเทียนออกไปเพื่ออะไร เขาเลยรีบฉวยโอกาสนี้เข้าไปไซโคเซี่ยหน่วนทันที
กลัวว่าถ้าช้าไปกว่านี้แล้วไอ้เด็กนั่นกลับมาเริ่มรักษา แผนการที่วางไว้จะพังพินาศหมด
"หน่วนหน่วน รีบเซ็นชื่อซะเถอะลูก"
"ไอ้เด็กนั่นออกไปแล้วก็ไม่รู้จะกลับมาเมื่อไหร่ แต่อาการของคุณปู่มันรอไม่ได้แล้วนะ"
เซี่ยจู๋ก็รีบเสริม "นั่นดิ เพื่อความปลอดภัยของคุณปู่ ให้หมอซ่งลงมือเถอะ"
"หมอซ่งน่ะมาจากหุบเขาราชาโอสถเลยนะ เขาต้องรักษาคุณปู่ได้แน่ๆ"
ตอนแรกเซี่ยหน่วนกะว่าจะรอให้ฉู่ยวิ๋นเทียนกลับมาก่อน แต่พอได้ยินสองคนนั้นพูดกรอกหู เธอก็เริ่มลังเลขึ้นมา
นั่นดิ ฉู่ยวิ๋นเทียนออกไปแล้ว จะกลับมาตอนไหนก็ไม่รู้
เห็นเซี่ยหน่วนเริ่มลังเล หมอซ่งก็รีบแทรกขึ้นมาทันที "คุณหนูเซี่ย ผมขอขัดจังหวะหน่อย"
"ดูเหมือนร่างกายท่านผู้เฒ่าจะเริ่มแย่ลงกว่าเดิมแล้วนะ คุณรีบเซ็นสัญญาเถอะ ผมจะได้ลงมือสักที"
"ถ้าช้ากว่านี้ ต่อให้เป็นผมก็อาจจะช่วยไม่ไหวแล้วนะ"
พูดจบเขาก็แกล้งเข้าไปแตะตัวท่านผู้เฒ่าเซี่ยแบบเนียนๆ
พอเขาสะบัดมือออก เครื่องมือวัดสัญญาณชีพก็ส่งเสียงเตือนดังลั่นห้อง
เสียงเตือนนั่นไม่ใช่เพราะร่างกายปู่ไม่ไหวจริงๆ หรอก แต่เป็นเพราะหมอซ่งแอบเล่นตุกติกต่างหาก
ต่อให้เซี่ยหน่วนจะดูเครื่องมือแพทย์ไม่เป็น แต่เห็นตัวเลขที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วเธอก็รู้ได้ทันทีว่าปู่อาการร่อแร่แล้ว
เธอน้ำตาไหลออกมาด้วยความตกใจ รีบคว้าปากกาตรงเคาน์เตอร์ขึ้นมาแล้วเปิดสัญญาไปหน้าที่จะต้องเซ็น
ในเมื่อตอนนี้ไม่มีฉู่ยวิ๋นเทียนมาขัดคอ แถมใจเธอยังร้อนรนสุดขีด การเซ็นชื่อครั้งนี้เลยรวดเร็วกว่าเดิมมาก
ตอนนี้เธอไม่สนใจอะไรอีกแล้ว
เธอขอแค่ให้ปู่ฟื้นกลับมาได้ก็พอ
พอเห็นชื่อเซี่ยหน่วนจรดลงบนหน้ากระดาษ พวกตระกูลเซี่ยก็ลอบถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก
เพื่อวันนี้พวกเขาลงแรงวางแผนกันมาตั้งนาน
ในที่สุดยัยเซี่ยหน่วนก็เซ็นชื่อลงไปแล้ว หลังจากวันนี้ไป ทุกอย่างในตระกูลเซี่ยก็จะไม่เกี่ยวข้องกับเธออีกต่อไป
หมอซ่งรับสัญญาไปถือไว้ด้วยรอยยิ้มกริ่ม เขามองดูชื่อที่เขียนอย่างประณีตนั่นด้วยความพึงพอใจสุดๆ
ตั้งแต่วันนี้ไป เขาจะไม่ใช่ตาแก่ขึ้นคานอีกต่อไปแล้ว
แถมยังจะได้เมียสวยระดับนางฟ้ามาครองอีกต่างหาก
"ฉันเซ็นชื่อแล้ว คุณก็ควรจะเริ่มรักษาคุณปู่ได้แล้วนะ"
เซี่ยหน่วนปาดน้ำตา พยายามทำเสียงให้ดูนิ่งที่สุดขณะมองไปทางหมอซ่ง
หมอซ่งกระแอมไอทีหนึ่ง แกล้งทำท่าทางเป็นผู้ทรงศีลน่าเลื่อมใสแล้วบอกว่า "วางใจเถอะครับคุณหนูเซี่ย"
"ตอนนี้ปู่ของคุณก็เหมือนปู่ของผม ผมจะรักษาท่านให้ดีที่สุดแน่นอน"
พูดจบเขาก็รีบเก็บสัญญาไว้อย่างดีแล้วเดินไปที่ข้างเตียง
ท่าทางการแมะชีพจรของเขาดูภายนอกเหมือนจะเก่งเทพเลยล่ะ ท่าทางจัดเต็มมาก
แต่ถ้ามีใครที่เป็นคนในวงการแพทย์จริงๆ อยู่ที่นี่ล่ะก็ จะรู้ทันทีเลยว่าฝีมือหมอนี่มันกระจอกสิ้นดี
ยิ่งตอนที่เขาควักเข็มออกมาฝีงเข็ม ท่าทางที่ดูวุ่นวายหวือหวานั่นดูยังไงก็เหมือนโชว์ปาหี่มากกว่าการรักษาจริง
แต่พวกตระกูลเซี่ยดูไม่ออกหรอก
เห็นเขาลงเข็มรัวๆ แบบนั้น ทุกคนก็พากันลุ้นจนตัวโก่ง
ทว่าในห้องนี้ นอกจากเซี่ยหน่วนที่หวังให้ปู่หายจริงๆ แล้ว คนอื่นๆ ต่างก็มีความคิดชั่วร้ายแอบแฝงกันทั้งนั้น
หลังจากฝังเข็มเสร็จ หมอซ่งก็ขมวดคิ้วแน่น แกล้งควักขวดยาเซรามิกออกมาเทยาลูกกลอนออกมาเม็ดหนึ่ง
จากนั้นเขาก็บดมันจนละเอียดแล้วป้อนให้ท่านผู้เฒ่า
เขาทำท่าเหมือนพยายามอย่างสุดความสามารถอยู่หลายนาที ก่อนจะส่ายหัวอย่างจนใจแล้วเก็บเข็มเงินของตัวเองกลับไป
ถึงเขาจะยังไม่พูดอะไรออกมา แต่เซี่ยหน่วนก็เริ่มใจเสียแล้ว
เธอกะจะพุ่งเข้าไปดูอาการปู่ แต่จู่ๆ ท่านผู้เฒ่าก็ไอออกมาอย่างรุนแรงแล้วเครื่องมือวัดชีพจรก็ส่งเสียงร้องเตือนดังลั่นห้องมากกว่าเดิม
ไม่กี่วินาทีหลังจากนั้น ทุกอย่างก็กลับสู่ความเงียบสนิท
เซี่ยหน่วนเบิกตากว้าง ผลักหมอซ่งที่ยืนอยู่ข้างเตียงออกไปแล้วโผเข้าไปกอดร่างปู่
เมื่อกี้ปู่ถึงจะหมดสติแต่ก็ยังหายใจอยู่
แต่ตอนนี้...
ปู่ไม่มีลมหายใจแล้ว
เห็นเซี่ยหน่วนมีแต่ความสิ้นหวังและทำอะไรไม่ถูก หมอซ่งก็กระแอมออกมาแกล้งทำหน้าเศร้าเสียใจ
"ช้าเกินไปจริงๆ ผมพยายามสุดความสามารถแล้ว แต่น่าเสียดายที่ช่วยกลับมาไม่ได้"
"ถ้าเมื่อกี้ไอ้เด็กนั่นไม่โผล่มาขัดจังหวะถ่วงเวลาล่ะก็ ผมมั่นใจว่าผมน่าจะช่วยชีวิตท่านผู้เฒ่าไว้ได้แท้ๆ"
[จบแล้ว]