เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 68 - หรือว่าน้องชายจะ "ไม่สู้"?

บทที่ 68 - หรือว่าน้องชายจะ "ไม่สู้"?

บทที่ 68 - หรือว่าน้องชายจะ "ไม่สู้"?


บทที่ 68 - หรือว่าน้องชายจะ "ไม่สู้"?

☆☆☆☆☆

ถึงจะงงในใจแต่ในเมื่อเป้าหมายปรากฏตัวออกมาแล้วยมทูตขาวดำก็ไม่รอช้าเลือกที่จะลงมือทันที

ยมทูตดำเริ่มก่อนด้วยการส่งยิ้มหวานหยดย้อยแฝงเสน่ห์ยั่วยวนออกมา

“พ่อหนุ่มรูปหล่อพี่สาวจ้องเธอมานานแล้วนะจ๊ะ”

“รู้ไหมว่าเธอหน้าตาตรงสเปกพี่สาวเหลือเกินเราลองไปหาคาเฟ่นั่งจิบกาแฟคุยกันยาวๆ ดีไหมจ๊ะ?”

พูดไปเธอก็เดินเข้าไปใกล้ฉู่ยวิ๋นเทียนพยายามจะเอามือลูบไหล่เขา

เธอไม่ได้เจอผู้ชายหล่อลากดินแบบนี้มานานแล้วถึงจะเป็นเป้าหมายที่ต้องฆ่าแต่เธอก็อยากจะ "กิน" ก่อนค่อยลงมือสังหาร

ไม่อย่างนั้นคงเสียของแย่ที่ได้มาเจอกันทั้งที

ยมทูตขาวกลับขมวดคิ้วอย่างที่ไม่ค่อยจะได้เห็นก่อนจะเตือนสติพี่สาว “พี่ระวังตัวหน่อยนะ”

เขาสัมผัสไม่ได้ถึงกลิ่นอายของยอดฝีมือจากตัวฉู่ยวิ๋นเทียนเลยแม้แต่นิดเดียว

แต่มันแปลกเกินไป

กลิ่นอายของนักสู้มันไม่ใช่สิ่งที่ปิดบังกันได้ง่ายๆ และคนที่ฆ่าลูกศิษย์เทพสงครามได้ไม่มีทางเป็นแค่คนธรรมดาแน่นอน

“เสี่ยวไป๋นายนี่ก็ขี้ระแวงเกินไปแล้ว”

ยมทูตดำหัวเราะร่าไม่ได้สนใจคำเตือนของน้องชายเลยสักนิด

“พี่สาวคนนี้ไม่เคยทำงานพลาดสักครั้งเดียวนะจ๊ะ”

เธอมั่นใจในตัวเองสูงมากตราบใดที่เป็นผู้ชายยังไงก็หนีไม่พ้นเงื้อมมือเธอแน่นอน

ต่อให้ฉู่ยวิ๋นเทียนจะไม่ธรรมดาแค่ไหนสุดท้ายก็ต้องตกเป็นของเล่นในมือเธออยู่ดี

ในขณะที่พูดเธอก็เข้าถึงตัวฉู่ยวิ๋นเทียนแล้วมือเรียวยาวหมายจะสัมผัสใบหน้าคมสันของเขา

“พี่ชายจ๊ะดูสิ...”

“ไสหัวไปซะ”

คำพูดของยมทูตดำยังไม่ทันจะจบฉู่ยวิ๋นเทียนก็ขมวดคิ้วพลางตวัดสายตาที่เย็นเยียบราวกับดาบน้ำแข็งใส่เธอ

น้ำเสียงที่เย็นชาสุดขั้วนั้นทำเอาเธอถึงกับชะงักตัวแข็งทื่อไปทันที

“แกบอกให้ฉันไสหัวไปงั้นเหรอ?”

เธอไม่คาดคิดเลยว่าเสน่ห์ยั่วยวนที่เธอใช้ได้ผลร้อยเปอร์เซ็นต์มาตลอดจะมาดับสนิทต่อหน้าฉู่ยวิ๋นเทียนแบบนี้

“ใช่” ฉู่ยวิ๋นเทียนเอ่ยเสียงแข็ง “ไปให้พ้นๆ หน้าฉัน”

หน้าของยมทูตดำถอดสีทันทีเธอจ้องมองเขาด้วยความไม่พอใจ “พี่ชายจ๊ะหรือว่าเธอจะไม่เคยได้ลิ้มรสความสุขสมบนเตียงมาก่อนเลยเหรอถึงได้เย็นชากับพี่สาวขนาดนี้?”

ได้ยินดังนั้นฉู่ยวิ๋นเทียนก็แค่นยิ้มออกมา

จะว่าไปเขาก็ไม่เคยจริงๆ นั่นแหละ

ถึงจะเคยแต่งงานกับสวี่ตั่วอิ๋งแต่ยัยนั่นก็หวังแค่สมบัติบ้านเขาหลังแต่งงานก็ไม่เคยให้แตะต้องตัวแม้แต่ปลายนิ้ว

พอเข้าคุกไปพวกอาจารย์ก็เคี่ยวเข็ญแต่เรื่องฝึกวิชาส่วนเรื่องผู้หญิงอย่าว่าแต่แตะเลยแค่เห็นหน้าก็ยังไม่มีวาสนาได้เจอ

จนถึงตอนนี้เขาก็เลยไม่ได้มีใจฝักใฝ่เรื่องพวกนี้สักเท่าไหร่

ต่อให้จะมีอารมณ์ขึ้นมาจริงๆ คนอย่างยมทูตดำก็ไม่มีทางได้อยู่ในสายตาเขาหรอก

“เลิกเพ้อเจ้อได้แล้วกลิ่นน้ำหอมเน่าๆ บนตัวแกมันทำให้ฉันอยากจะอาเจียน”

ตั้งแต่เกิดมายมทูตดำไม่เคยโดนผู้ชายหยามหน้าขนาดนี้มาก่อน

เธอกวาดสายตามองฉู่ยวิ๋นเทียนตั้งแต่หัวจรดเท้าก่อนจะเบนสายตาไปจ้องที่หว่างขาของเขาด้วยแววตาดูแคลน

“ฉันว่านะ... หรือว่าน้องชายจะ”ไร้น้ำยา" กันแน่จ๊ะ?”

“น่าเสียดายจริงๆ วันนี้ฉันเพิ่งเคยเจอผู้ชายที่นกเขาไม่ขันเป็นครั้งแรกเสียดายหน้าตาหล่อๆ ของเธอชะมัด”

ฉู่ยวิ๋นเทียนยังมีสีหน้าเรียบเฉยเหมือนคำถากถางของเธอไม่มีผลอะไรกับเขาเลยแม้แต่นิดเดียว

“ถ้าพูดจบแล้วก็เตรียมตัวไปทัวร์นรกได้เลย”

สิ้นคำพูดกลิ่นอายกดดันรอบตัวฉู่ยวิ๋นเทียนก็พุ่งทะยานขึ้นอย่างรุนแรงจนจิตสังหารของเขากดทับจิตสังหารของยมทูตขาวดำจนมิด

จิตสังหารของเขามันดูรุนแรงเหมือนมีตัวตนจริงๆ เมื่อมันปะทะเข้ากับร่างของเธอเธอก็รู้สึกเหมือนอากาศรอบตัวถูกสูบออกไปจนหมดเหมือนตกอยู่ในที่สูญญากาศจนหายใจไม่ออก

สีหน้าของเธอเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดทันทีเพราะตอนนี้เธอรู้ซึ้งแล้วว่าผู้ชายตรงหน้าไม่ใช่คนธรรมดาแน่นอน

เธอน่ะฆ่าคนมาเยอะจนชินกับจิตสังหารแล้ว

ใครๆ ก็บอกว่ายมทูตขาวดำชอบทำตัวเด่นจิตสังหารโชยคลุ้งแบบไม่ปิดบัง

แต่ความจริงคือพวกเขาไม่ได้อยากจะโชว์หรอกแต่ด้วยระดับฝีมือของพวกเขามันยังควบคุมจิตสังหารไม่ให้ออกมาไม่ได้ต่างหาก

พวกเขาฆ่าคนมานับไม่ถ้วนแต่ไม่เคยเห็นใครที่สามารถเก็บซ่อนจิตสังหารและพลังปราณได้เนียนขนาดนี้มาก่อนเลย

มิน่าล่ะตอนแรกถึงดูเหมือนคนธรรมดาที่แท้เขาก็สั่งการพลังของตัวเองได้ตามใจนึกนี่เอง

แบบนี้มันไม่ปกติแล้วนะ

ฉู่ยวิ๋นเทียนจ้องมองทั้งคู่ด้วยสายตาเย็นชาเมื่อเห็นว่าพวกมันเริ่มมีอาการขลาดกลัวเขาก็แค่นยิ้มออกมา

“พวกแกสองคนเป็นหมาที่เทพสงครามเสวียนอู่ส่งมาสินะ?”

“เป็นถึงเทพสงครามแท้ๆ แต่จะฆ่าฉันทั้งทีกลับส่งมาแค่สวะปลายแถวสองตัวนี่เหรอ? อะไรกัน... ดูถูกกันเกินไปหน่อยหรือเปล่า?”

ในขณะที่พูดพลังกดดันของเขาก็ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ

ยมทูตขาวดำถูกกดดันจนขยับตัวไม่ได้พวกเขารู้สึกขาอ่อนแรงจนแทบจะยืนไม่อยู่ยมทูตขาวถึงกับเซไปข้างหลังจนเกือบจะคุกเข่าลงกับพื้น

เมื่อเห็นฉู่ยวิ๋นเทียนยกมือขึ้นทั้งคู่ก็ขวัญหนีดีฝ่อรีบหันหลังกะจะโกยแน่บหนีไปให้พ้นๆ

พวกเขารู้ซึ้งแล้วว่าต่อให้รวมพลังกันสู้ก็ไม่มีทางชนะไอ้สัตว์ประหลาดคนนี้ได้แน่นอน

จะว่าไปคนคนนี้ฆ่าลูกศิษย์เทพสงครามได้ฝีมือมันต้องระดับพระกาฬอยู่แล้ว

ลูกศิษย์เทพสงครามได้รับการถ่ายทอดวิชามาโดยตรงต่อให้ยังไม่ถึงระดับปรมาจารย์แต่ฝีมือก็เหนือกว่ายอดฝีมือทั่วไปหลายขุมนัก

แต่จากพลังที่คนคนนี้แสดงออกมาต่อให้เทพสงครามเสวียนอู่มาเองก็ใช่ว่าจะเอาชนะได้ง่ายๆ

“คิดจะหนีงั้นเหรอ? สายไปแล้วมั้ง”

ฉู่ยวิ๋นเทียนแค่นยิ้มก่อนจะทำท่าตะปบมือกลางอากาศ

ทั้งคู่ที่เพิ่งจะหลุดพ้นจากแรงกดดันและคิดว่าจะหนีรอดไปได้กลับพบว่าขาของตัวเองเหมือนโดนเทปูนถ่วงไว้หนักอึ้งจนขยับแทบไม่ได้

พริบตาเดียวความเร็วของพวกเขายิ่งกว่าเต่าคลานเสียอีก

แรงกดดันจากฉู่ยวิ๋นเทียนหนักอึ้งขึ้นเรื่อยๆ ถึงจะพยายามฝืนทนแค่ไหนแต่พอเห็นพื้นคอนกรีตใต้เท้าเริ่มแตกร้าวเพราะแรงกดดันทั้งคู่ก็เสียวสันหลังวาบไปหมด

ถ้าฉู่ยวิ๋นเทียนตั้งใจจะฆ่าจริงๆ เมืองซุ่นอันที่แสนรุ่งเรืองแห่งนี้คงได้กลายเป็นสุสานของพวกเขาสองคนแน่ๆ

ยมทูตดำกัดริมฝีปากแน่นก่อนจะตะโกนบอกน้องชาย “เสี่ยวไป๋ลงมือ!”

ถึงจะรู้ว่าสู้ไม่ได้แต่จะให้นั่งรอความตายอยู่เฉยๆ ก็ไม่ใช่เรื่อง

ในเมื่อหนีไม่พ้นก็ต้องสู้ถวายหัวดูสักตั้งบางทีอาจจะมีโอกาสรอดก็ได้

ยมทูตขาวพยักหน้าพลางหันกลับมาจ้องฉู่ยวิ๋นเทียนด้วยสายตาโหดเหี้ยม

คราวนี้คือการเดิมพันด้วยชีวิต

เมื่อตัดสินใจจะสู้ทั้งคู่ก็ชักอาวุธประจำกายออกมาทันที

ในมือของยมทูตดำคือกระบี่อ่อนอาบยาพิษส่วนยมทูตขาวถือมีดสั้นสีดำสนิท

ด้วยอาวุธสองอย่างนี้พวกเขาเคยข้ามรุ่นไปฆ่าปรมาจารย์ระดับสี่มาแล้วนะเว้ย

พวกเขาไม่เชื่อหรอกว่าไอ้เด็กเมื่อวานซืนคนนี้จะเก่งกาจไปกว่าปรมาจารย์ระดับสี่คนนั้นได้

“ในเมื่อแกอยากจะลงมือนักเราก็มาดูกันว่าวันนี้จะเป็นวันตายของใคร!”

สิ้นเสียงตะโกนยมทูตดำก็พุ่งเข้าใส่ก่อนกระบี่อ่อนอาบแสงสีเขียวกรีดกรายเป็นวงโค้งดูน่าสะพรึงกลัว

กระบี่เล่มนี้อาบพิษร้ายแรงไว้ขอแค่สะกิดผิวหนังนิดเดียวก็เตรียมไปนอนในโลงได้เลยไม่มีข้อยกเว้น

วันนี้ขอแค่กระบี่นี่แตะตัวฉู่ยวิ๋นเทียนได้ต่อให้เป็นรอยถลอกเล็กๆ เขาก็อย่าหวังจะมีชีวิตรอดไปถึงพรุ่งนี้

ต่อให้พวกเขาสู้ไม่ได้และต้องโดนฆ่าตายพวกเขาก็จะลากฉู่ยวิ๋นเทียนลงนรกไปพร้อมๆ กันนี่แหละ!

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 68 - หรือว่าน้องชายจะ "ไม่สู้"?

คัดลอกลิงก์แล้ว