- หน้าแรก
- ศิษย์ข้า ถึงเวลาออกจากคุกไปล้างแค้นแล้ว
- บทที่ 11 - ตบเด็กเสร็จ ผู้ใหญ่ก็เสนอหน้ามาหาที่ตาย
บทที่ 11 - ตบเด็กเสร็จ ผู้ใหญ่ก็เสนอหน้ามาหาที่ตาย
บทที่ 11 - ตบเด็กเสร็จ ผู้ใหญ่ก็เสนอหน้ามาหาที่ตาย
บทที่ 11 - ตบเด็กเสร็จ ผู้ใหญ่ก็เสนอหน้ามาหาที่ตาย
☆☆☆☆☆
ถังอู่ก็เป็นหนึ่งในผู้ฝึกยุทธ์โบราณเหมือนกัน แต่เขาต่างจากอาหมิงตรงที่เขาเป็นพวกเก็บเนื้อเก็บตัวและมีฝีมือเหนือกว่าอาหมิงหลายขุม ตามคำคุยของถังอู่เองนั้น คนกระจอกแบบอาหมิงน่ะเขาคนเดียวซัดร่วงได้เป็นห้าคนสบายๆ
พอได้ยินเสียงเรียกของซุนเหยียนจวิ้น เขาก็ลุกขึ้นยืนแล้วเอ่ยปาก "เรื่องนี้ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของฉันเอง ฉันไม่ใช่พวกดีแต่ปากแบบไอ้อาหมิงหรอก ถ้าฉันลงมือเมื่อไหร่ ไอ้เด็กนี่ไม่มีทางรอดแน่"
ถังอู่พูดไปพลางหักข้อนิ้วเสียงดังกร๊อบเดินตรงไปหาฉู่ยวิ๋นเทียน แต่ยังพูดไม่ทันขาดคำ เขาก็เห็นเงาร่างหนึ่งพุ่งจู่โจมเข้ามาอย่างรวดเร็ว
นั่นคือฉู่ยวิ๋นเทียน!
ฉู่ยวิ๋นเทียนวาดเท้าเตะออกไป ดูเหมือนเป็นการเตะที่เบาหวิวแต่กลับแฝงด้วยรังสีคุกคามมหาศาลจนถังอู่ไม่มีโอกาสแม้แต่จะขยับหนี ในวินาทีนั้นเขาก็เพิ่งจะซึ้งว่าทำไมอาหมิงถึงโดนซัดกระเด็นโดยไม่มีทางสู้ได้เลย
ไอ้สัตว์ประหลาดที่อยู่ตรงหน้าเขานี่ ต่อให้เป็นเขาก็สู้ไม่ไหวจริงๆ
พอเท้าของฉู่ยวิ๋นเทียนปะทะเข้าเต็มรัก ถังอู่ก็กระอักเลือดคำโตออกมาทันที เขารู้ตัวดีว่าอวัยวะภายในทั้งหมดโดนแรงเตะมหาศาลสะเทือนจนแหลกเหลวไปหมดแล้ว ที่เขายังยืนอยู่ได้ตอนนี้ก็เพราะใช้ลมปราณเฮือกสุดท้ายยื้อชีวิตไว้เท่านั้น ต่อให้ฉู่ยวิ๋นเทียนไม่ซ้ำ ถ้าเขาไม่รีบไปรักษาตอนนี้ เขาก็คงไม่ได้เห็นแสงอาทิตย์ของวันพรุ่งนี้แน่ๆ
ครั้งนี้เขาประเมินคนผิดไปจริงๆ
ไอ้หนุ่มที่ดูเหมือนคนธรรมดาทั่วไปคนนี้ จริงๆ แล้วเป็นอัจฉริยะด้านวรยุทธ์โบราณที่มีฝีมือทิ้งห่างพวกที่ถูกจ้างมาคุ้มกันอย่างเขาไปไกลลิบ พวกเขาไม่ใช่คู่ต่อสู้ของหมอนี่เลยสักนิด
ตอนนั้นอาหมิงที่ฝืนสังขารยันตัวลุกขึ้นมา กะจะเตือนสวี่ตั่วอิ๋งกับคนอื่นๆ ให้ระวังตัว ก็ได้เห็นภาพที่ถังอู่กำลังโดนฉู่ยวิ๋นเทียนยำใหญ่อยู่ข้างล่างเวที ไม่สิ... จะเรียกว่าสู้กันก็ไม่ได้ เพราะมันคือการที่ถังอู่โดนฉู่ยวิ๋นเทียนซ้อมอยู่ฝ่ายเดียวมากกว่า
อาหมิงใจกระตุกวูบ กำลังจะอ้าปากเตือนแต่กลับกระอักเลือดออกมาอีกระลอก วินาทีต่อมาถังอู่ที่ยังไม่ทันตั้งตัวก็โดนฉู่ยวิ๋นเทียนซัดฝ่ามือใส่จนปลิวไปกระแทกเข้ากับอาหมิงที่เหลือลมหายใจรวยรินพอดี แรงกระแทกนั้นทำให้อาหมิงขาดใจตายคาที่ทันที
ส่วนถังอู่เองก็ตาค้างจ้องมองด้วยความแค้นปนสยองก่อนจะสิ้นใจตายทับร่างของอาหมิงไปอีกคน ดับอนาถทั้งคู่
พวกที่นั่งดูเหตุการณ์อยู่รอบๆ ถึงกับอึ้งกิมกี่ พอหันไปมองฉู่ยวิ๋นเทียนอีกครั้ง ในแววตาของทุกคนก็มีแต่ความหวาดกลัวสุดขีด
แค่สามกระบวนท่าเท่านั้น... เขาก็ฆ่ายอดฝีมือวรยุทธ์โบราณตายไปถึงสองคน แถมสองคนนี้ยังมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วซุ่นอันอีกต่างหาก ยอดฝีมือทั้งคู่กลับไม่มีโอกาสได้โต้กลับเลยแม้แต่น้อย อย่าว่าแต่จะทำร้ายเลย ขนาดชายเสื้อของฉู่ยวิ๋นเทียนพวกเขายังแตะไม่โดนสักนิด
พลังทำลายล้างนี่มันน่าสยดสยองเกินไปแล้ว หมอนี่มันตัวอะไรกันแน่
พอนึกถึงตอนที่ตัวเองเพิ่งหัวเราะเยาะฉู่ยวิ๋นเทียนไปเมื่อครู่ บางคนถึงกับอยากจะเผ่นหนีออกจากงานตอนนี้เลย เพราะกลัวว่าถ้าฉู่ยวิ๋นเทียนเกิดนึกแค้นขึ้นมาแล้วหันมาตบพวกเขาสักเปรี้ยงเดียวคงได้ไปเฝ้ายมบาลแน่ๆ คนระดับนี้ไม่ใช่คนที่พวกเขาจะไปหาเรื่องด้วยได้เลยจริงๆ
ฉู่ยวิ๋นเทียนปัดฝุ่นที่แขนเสื้อเบาๆ แล้วเงยหน้ามองซุนเหยียนจวิ้นบนเวทีพลางถาม "ยังมีใครอีกไหม หรือจะดาหน้าเข้ามาพร้อมกันเลยก็ได้นะ ฝีมือแค่นี้บอกเลยว่ากระจอกเกินไปหน่อย"
บนเวทีนั้นซุนเหยียนจวิ้นกับสวี่ตั่วอิ๋งใจคอไม่อยู่กับเนื้อกับตัวแล้ว ตอนแรกนึกว่ามีอาหมิงกับตาเฒ่าถังอยู่จะจัดการใครก็ได้สบายๆ ยิ่งถ้าเป็นฉู่ยวิ๋นเทียนที่ดูเหมือนคนธรรมดายิ่งจิ๊บๆ แต่เหตุการณ์มันกลับตาลปัตรไปหมด
ฉู่ยวิ๋นเทียนจัดการยอดฝีมือสองคนได้ง่ายเหมือนตบแมลงวัน พวกเขาจะไม่อกสั่นขวัญแขวนได้ยังไง โดยเฉพาะสวี่ตั่วอิ๋งที่รู้ดีว่าวันนี้ฉู่ยวิ๋นเทียนมาเพื่อแก้แค้นแน่ๆ
สามปีก่อน ตอนที่เธอยังเป็นเมียเขา เธอก็สมคบคิดกับซุนเหยียนจวิ้นใส่ร้ายเขาจนติดคุก
ถ้าสวี่ตั่วอิ๋งเป็นคนโดนกระทำเสียเอง เธอคงเลือกจะล้างแค้นทันทีที่ก้าวพ้นประตูคุก และพอดูจากฝีมือของฉู่ยวิ๋นเทียนตอนนี้แล้ว เขาไม่ต้องลงแรงอะไรให้เหนื่อยเลย แค่ขยับนิ้วนิดเดียวก็ปลิดชีพเธอที่เป็นคนธรรมดาได้แล้ว ยิ่งคิดเธอก็ยิ่งสั่นไปทั้งตัว
เพื่อเอาชีวิตรอด เธอเลยทิ้งศักดิ์ศรีทั้งหมดแล้วร้องขอความเมตตา "ยวิ๋นเทียน... คุณก็รู้นี่ว่าเรื่องพวกนี้มันไม่เกี่ยวกับฉันเลย ฉันเป็นเมียคุณนะ ฉันจะไปอยากทำร้ายคุณได้ยังไง ทั้งหมดนี้ซุนเหยียนจวิ้นมันบังคับฉัน ฉันไม่อยากทำแบบนั้นจริงๆ นะ"
"ยวิ๋นเทียน... เรายังเป็นผัวเมียกันอยู่นะ คุณจะไม่โกรธฉันใช่ไหม?" พูดจบเธอก็สูดลมหายใจแล้วกระซิบต่อ "บนดาดฟ้าตึกซุ่นอันมีห้องพักอยู่ ถ้าคุณหายโกรธฉันแล้ว เราไปคุยกันต่อในห้องสองต่อสองก็ได้นะ"
ฉู่ยวิ๋นเทียนได้ยินแล้วก็หลุดขำออกมา ตอนจะฮุบสมบัติและทำร้ายเขานี่ใจแข็งเป็นหิน แต่พอเห็นเขาฆ่ายอดฝีมือตายไปสองคน สวี่ตั่วอิ๋งกลับกลัวจนตัวสั่นและร้องขอชีวิต ถึงขนาดเอาตัวเข้าแลกแบบไม่อายฟ้าดิน บอกเลยว่าร่างกายของสวี่ตั่วอิ๋งนี่มันช่างดูไร้ค่าสิ้นดีในสายตาเขา
พอสถานการณ์พลิกผัน ฉู่ยวิ๋นเทียนก็ไม่รีบร้อน เขาหันไปมองซุนเหยียนจวิ้นด้วยสายตาหยามเหยียด ในงานแต่งของตัวเองแท้ๆ แต่เจ้าสาวอย่างสวี่ตั่วอิ๋งกลับเสนอตัวสวมเขาให้เจ้าบ่าวต่อหน้าคนทั้งเมืองซุ่นอัน คนเย่อหยิ่งอย่างซุนเหยียนจวิ้นจะทนได้ยังไง
มันโกรธจัดที่โดนเมียตัวเองหักหลังต่อหน้าประชาชี แต่ก็รู้ดีว่าตอนนี้จะมาทะเลาะกันเองไม่ได้ เพราะเป้าหมายของฉู่ยวิ๋นเทียนไม่ได้มีแค่สวี่ตั่วอิ๋งคนเดียวแน่ๆ เรื่องเมื่อสามปีก่อนมันก็มีส่วนร่วมด้วยเต็มๆ แถมยังกอบโกยผลประโยชน์จากความล่มสลายของตระกูลฉู่ไปตั้งเท่าไหร่ ถ้าฉู่ยวิ๋นเทียนรู้ความจริงทั้งหมด มันตายแน่
มันเลยแสร้งทำเป็นข่มขวัญ "ฉู่ยวิ๋นเทียน ที่นี่ซุ่นอันนะ แกฆ่าคนต่อหน้าคนเยอะแยะแบบนี้ กฎหมายต้องจัดการแกแน่ แกอยากจะกลับไปนอนในคุกอีกรอบหรือไง?"
ฉู่ยวิ๋นเทียนหัวเราะหึๆ "กฎหมายเหรอ? ใครทำอะไรก็ต้องรับกรรมสิ" เขาจ้องตาซุนเหยียนจวิ้นด้วยแววตาเย็นเยียบ "เรามาลองนับนิ้วดูดีกว่าว่าพวกแกติดหนี้ฉันไว้เท่าไหร่"
รังสีอำมหิตแผ่ซ่านไปทั่วงานจนอุณหภูมิลดฮวบ ซุนเหยียนจวิ้นสั่นสะท้านไปทั้งตัว มันเพิ่งสำนึกได้ว่าตอนนั้นมันน่าจะสั่งฆ่าฉู่ยวิ๋นเทียนทิ้งซะ ดีกว่าแค่ส่งเข้าคุกจนตอนนี้เขากลับมาเป็นสัตว์ประหลาดที่มันสู้ไม่ได้
"เรื่องตระกูลฉู่ล่มสลาย พวกแกสองบ้านก็มีส่วนร่วมด้วยสินะ" ฉู่ยวิ๋นเทียนพูดเรียบๆ "ในเมื่อบอกว่าใครฆ่าคนก็ต้องรับกรรม งั้นฉันมาเช็กบิลให้พวกแกชดใช้ด้วยชีวิตก็นับว่ายุติธรรมดี จริงไหมล่ะคุณชายซุน?"
ทุกคนในงานเงียบกริบ ไม่มีใครกล้าปริปาก เพราะเห็นซพอาหมิงกับถังอู่นอนกองอยู่แบบนั้น ใครๆ ก็เชื่อว่าฉู่ยวิ๋นเทียนจะลงมือฆ่าสองคนนี้ทิ้งจริงๆ แน่
แต่จู่ๆ ก็มีเสียงตะโกนดังกึกก้องขัดจังหวะขึ้นมา "ใครหน้าไหนจะกล้า!"
[จบแล้ว]