- หน้าแรก
- ฆ่าผู้ข้ามมิติทั้งที ขอขโมยระบบมาเป็นราชันย์องครักษ์เสื้อแพร
- บทที่ 090 - ฆ่าปิดปาก
บทที่ 090 - ฆ่าปิดปาก
บทที่ 090 - ฆ่าปิดปาก
บทที่ 090 - ฆ่าปิดปาก
ยามราตรีมืดมิด ความมืดปกคลุมผืนแผ่นดิน
ทว่าภายในที่ทำการพันธรักษ์องครักษ์เสื้อแพรยังคงสว่างไสว ผู้คนเดินขวักไขว่พลุกพล่าน
"ใต้เท้า สองผู้อาวุโสสูงสุดของสำนักเถี่ยถูพบร่องรอยของอวี๋ไป่ซาน รองเจ้าสำนักขับผี แต่ไม่สามารถจับตัวไว้ได้ขอรับ
เจ้าสำนักเถี่ยถูส่งคนมาแจ้งข่าวว่า ปัจจุบันอวี๋ไป่ซานกำลังหนีจากทางตะวันออกเฉียงเหนือของเขตเหลียนผิงมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันออก
เวลานี้อวี๋ไป่ซานมีความเป็นไปได้สูงว่าจะหนีเข้าไปในเขตชางจี๋แล้ว ท่านเห็นควรจะรับมืออย่างไรขอรับ?"
เฉียวเฟยเดินเร็วๆ เข้ามาในโถงใหญ่ รายงานต่อซ่างกวนอู๋ตี้
"รู้ฝีมือของอวี๋ไป่ซานหรือไม่?"
"ขอบเขตจิตกระจ่างแจ้งขั้นหนึ่ง และยังเป็นประเภทที่ค่อนข้างอ่อนแอขอรับ
ตามข่าวบอกว่า หากไม่ใช่เพราะอวี๋ไป่ซานใช้ผีดิบกระดูกขาวที่ทำสัญญาไว้มาขวางกระบวนท่าสังหารของสองผู้อาวุโสสูงสุดสำนักเถี่ยถู เกรงว่าคงถูกจับไปนานแล้ว
แต่ผีดิบกระดูกขาวของอีกฝ่ายถูกสังหารไปแล้ว หากเชิญท่านผู้บัญชาการลงมือ ต่อให้จับเป็นไม่ได้ แต่จะดักสังหารก็น่าจะไม่มีปัญหาขอรับ"
ซ่างกวนอู๋ตี้พยักหน้า จากนั้นหันไปมองกลุ่มแปดเส้าเป่า
"อาสาม อาซื่อ เจ้าสองคนไปจัดการที ผ่านค่ายกลส่งตัวไปที่เมืองชางจี๋โดยตรง แล้วไปดักสกัดทางทิศตะวันตก
จับเป็นได้จะดีที่สุด หากทำไม่ได้ ก็ฆ่าทิ้งเสีย"
"รับทราบ!"
รอจนผู้เฒ่าสามและผู้เฒ่าสี่แห่งแปดเส้าเป่าจากไป ซูหรงหรงที่อยู่ข้างๆ จู่ๆ ก็สีหน้าเปลี่ยนไป รีบล้วงยันต์แผ่นหนึ่งออกมาจากอกเสื้อ
"คุณชาย ดูนี่สิเจ้าคะ"
ซูหรงหรงกล่าวพร้อมกับกระตุ้นการทำงานของยันต์ส่งสาร ฉายเนื้อหาภายในออกมาให้เห็น
ซ่างกวนอู๋ตี้อ่านจบ คิ้วก็ขมวดมุ่น
เขาเงยหน้ากวาดตามองโถงที่ค่อนข้างว่างเปล่า สายตาไล่ผ่านคนไม่กี่คน สุดท้ายไปหยุดที่เจียงลู่
"เจียงลู่!"
"ผู้น้อยอยู่ขอรับ!"
"ไปตรวจสอบดูว่า ภายในครึ่งชั่วยามก่อนหน้านี้ มีใครใช้ค่ายกลส่งตัวโดยไม่ผ่านการตรวจสอบหรือไม่
จำไว้ อย่าแหวกหญ้าให้งูตื่น"
"ขอรับ! ผู้น้อยเข้าใจแล้ว!"
เจียงลู่ประสานมือรับคำสั่งอย่างกระฉับกระเฉง แล้วรีบวิ่งออกไป
ซ่างกวนอู๋ตี้นั่งหลังตรงอย่างมั่นคงบนเก้าอี้กว้างหน้าฉากกั้น ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วหันขวับไปมองคนในโถงอีกคน
"เหลิงชวง เจ้าไปที่สำนักตรวจสอบและปราบปราม ขอยืมผีเสื้อจุ่ยระดับสี่จากท่านผู้บัญชาการมาตัวหนึ่ง"
"รับทราบ!"
ผีเสื้อจุ่ยเป็นสัตว์วิญญาณที่มีประสาทการดมกลิ่นเป็นเลิศ เป็นคู่หูที่ทรงพลังขององครักษ์เสื้อแพรในการไล่ล่าคนร้าย
แต่เนื่องจากผีเสื้อจุ่ยมีจำนวนน้อย จึงมีประจำการเฉพาะที่ทำการระดับไป่ฮู้ขึ้นไปเท่านั้น
และหากต้องการแยกแยะและติดตามกลิ่นของยอดฝีมือขอบเขตจิตกระจ่างแจ้ง อย่างน้อยต้องใช้ผีเสื้อจุ่ยระดับสี่
ทว่าที่ทำการพันธรักษ์มีเพียงผีเสื้อจุ่ยระดับสอง ซ่างกวนอู๋ตี้จึงต้องให้เหลิงชวงไปขอยืมจากสำนักตรวจสอบและปราบปราม
หลายเค่อต่อมา เหลิงชวงกลับมาก่อน
ผ่านไปอีกสองก้านธูป เจียงลู่ถึงเพิ่งจะกลับมาด้วยอาการหอบเล็กน้อย
"ใต้เท้า ตรวจสอบชัดเจนแล้วขอรับ ตั้งแต่พวกเราองครักษ์เสื้อแพรเข้าควบคุมหอส่งตัวจนถึงตอนนี้ มีเพียงคนเดียวที่ไม่ผ่านการตรวจสอบ
เพราะคนผู้นั้นไม่ได้ไปที่โถงหลักของค่ายกลส่งตัว แต่ถือป้ายคำสั่งของจานเฉิงลู่ แม่ทัพตู้ถ่งแห่งกองทัพพิทักษ์ค่ายกล แอบใช้ค่ายกลส่งตัวฉุกเฉินที่โถงข้างขอรับ
เรื่องนี้มีเพียงทหารพิทักษ์ค่ายกลสิบนายที่เฝ้าโถงข้างรู้เห็น แต่พวกเขาถูกสั่งปิดปากไว้ จึงไม่ถูกเปิดเผยมาตลอด
ผู้น้อยโชคดีพบพิรุธเล็กน้อย จึงตรวจสอบจนพบความจริงขอรับ"
ซ่างกวนอู๋ตี้เอ่ยชมอย่างพึงพอใจ
"ทำได้ดี"
เจียงลู่ยิ้มแก้มปริ รู้สึกว่าขาที่ชาเพราะวิ่งเต็มฝีเท้าหายเมื่อยเป็นปลิดทิ้ง
"ติ๊ง! ภารกิจถูกกระตุ้น! ภารกิจสถานการณ์ถูกสร้างขึ้น โปรดตรวจสอบ"
ซ่างกวนอู๋ตี้หรี่ตาลงเล็กน้อยโดยไม่แสดงพิรุธ แล้วเปิดหน้าต่างระบบ
"ภารกิจสถานการณ์: หมากตัวหนึ่ง
จานเฉิงลู่ แม่ทัพตู้ถ่งกองทัพพิทักษ์ค่ายกลแคว้นซีซู่ ช่วยเหลือเตียวเหวินหง เจ้าสำนักขับผีให้หลบหนี สมควรถูกลงโทษ
ตัวเลือกที่หนึ่ง: จับเป็น
รางวัล: ตัวละคร·กานหนิง การ์ดบรรลุธรรมระดับปฐพี 5 ใบ การ์ดบรรลุธรรมระดับลึกลับ 30 ใบ ชุดของขวัญยาระดับสี่ 8 ชุด
ตัวเลือกที่สอง: สังหารทันที
รางวัล: ตัวละคร·หวงก้าย การ์ดบรรลุธรรมระดับปฐพี 3 ใบ การ์ดบรรลุธรรมระดับลึกลับ 15 ใบ ชุดของขวัญยาระดับสี่ 5 ชุด
ตัวเลือกที่สาม: ฆ่าล้างตระกูล
รางวัล: ตัวละคร·หวงจู่ การ์ดบรรลุธรรมระดับปฐพี 6 ใบ การ์ดบรรลุธรรมระดับลึกลับ 35 ใบ ชุดของขวัญยาระดับสี่ 10 ชุด"
หมากตัวหนึ่ง?
ซ่างกวนอู๋ตี้เห็นชื่อภารกิจแล้วก็ครุ่นคิด
หลังจากชั่งน้ำหนักอยู่ครู่หนึ่ง ก็เลือกตัวเลือกที่หนึ่ง
"รู้หรือไม่ว่าจานเฉิงลู่อยู่ที่จวนหรือที่หอส่งตัว?"
เจียงลู่ได้ยินดังนั้นก็หัวเราะแหะๆ ทำท่าเหมือนเดาได้แต่แรกแล้วว่าซ่างกวนอู๋ตี้จะถาม
"เรียนใต้เท้า ก่อนกลับมาผู้น้อยสืบดูแล้ว แซ่จานนั่นตอนนี้กำลังฟังเพลงอยู่ที่โรงน้ำชาขอรับ"
ซ่างกวนอู๋ตี้ลุกขึ้นยืนทันที
"เฉียวเฟยอยู่คอยบัญชาการจับโจรต่อไป เหลิงชวง ซูหย่ง จัดกำลังองครักษ์เสื้อแพรสองร้อยนายตามเปิ่นหยาไป เจียงลู่นำทาง!"
"รับทราบ!"
...
หอหยวนเฟิง
"ท่านแม่ทัพจาน ข้าขอดื่มคารวะท่านอีกจอก! วันนี้เราต้องไม่เมาไม่เลิกนะขอรับ ฮ่าฮ่าฮ่า!"
ชายวัยกลางคนร่างท้วมพุงพลุ้ยในชุดพ่อค้าผู้มั่งคั่งนั่งอยู่บนเก้าอี้ไผ่เขียว ท่วงท่าที่ควรจะดูภูมิฐานกลับดูตลกขบขันเพราะความพินอบพิเทาในการรินเหล้า
แต่คนรอบข้างกลับไม่มีใครหัวเราะเยาะ เพราะคนที่ถูกคะยั้นคะยอให้ดื่มเหล้านั้นคือจานเฉิงลู่ แม่ทัพตู้ถ่งแห่งกองทัพพิทักษ์ค่ายกล!
แม้กองทัพพิทักษ์ค่ายกลในเมืองไท่ผิงจะมีเพียงห้าร้อยนาย แต่แม่ทัพตู้ถ่งผู้นี้มีอำนาจควบคุมกองทัพพิทักษ์ค่ายกลของทุกเมืองในแคว้นซีซู่!
กองทัพพิทักษ์ค่ายกลของแต่ละเมือง น้อยก็หลายสิบ มากก็เป็นร้อย รวมๆ กันแล้วก็เป็นหมื่นคน
ที่สำคัญกว่านั้นคือ ตำแหน่งงานว่างๆ ในกองทัพพิทักษ์ค่ายกล แม่ทัพผู้นี้สามารถชี้นิ้วสั่งได้คำเดียวจบ
ดังนั้น จึงไม่มีใครไม่อยากผูกสัมพันธ์กับแม่ทัพท่านนี้
เพราะใครบ้างจะไม่มีลูกหลานไม่เอาถ่านที่ต้องการหาที่ลงให้สักสองสามคน?
"ท่านแม่ทัพจานขอรับ ของเล่นเล็กๆ น้อยๆ ที่ส่งไปที่จวนท่านก่อนหน้านี้ ท่านคงได้ดูแล้วกระมัง?"
จานเฉิงลู่ส่งเสียงอืมเบาๆ ในลำคอ เอาแต่ดื่มเหล้า ไม่มองการแสดงบนเวที เห็นได้ชัดว่าใจลอยไปที่อื่น
พ่อค้าพุงพลุ้ยไม่พอใจในใจ แต่ไม่กล้าแสดงออก ยังคงปั้นหน้ายิ้มแย้ม
"งั้นท่านดูเรื่องหลานชายของข้า?"
"หลีกทาง หลีกทาง! การแสดงบนเวทีหยุดเดี๋ยวนี้!"
ในขณะนั้นเอง เสียงตะโกนดังขึ้นพร้อมกับกลุ่มคนบุกเข้ามา
แขกในสวนเห็นว่าเป็นองครักษ์เสื้อแพร ก็รีบหลีกทางให้ ต่างพากันหดตัวไปที่มุมห้อง
องครักษ์เสื้อแพรมา ย่อมไม่มีเรื่องดี ไม่แน่ประเดี๋ยวอาจมีการลงไม้ลงมือ พวกเขาจึงไม่กล้าชักช้า
หญิงสาวร่ายรำและนักดนตรียี่สิบกว่าคนบนเวทีก็รีบเก็บข้าวของหนีไปหลังเวที
ไม่ถึงสิบลมหายใจ หอหยวนเฟิงที่เดิมจอแจพลันเงียบสงัด
รอจนองครักษ์เสื้อแพรสองแถวแยกยืนสองฝั่ง คณะผู้มาเยือนกลุ่มหนึ่งจึงค่อยๆ เดินเข้ามา
"ใต้เท้า คือเขาขอรับ!"
เจียงลู่ชี้ไปทางจานเฉิงลู่ ซ่างกวนอู๋ตี้มองตามไป ชั่วพริบตาถัดมา แววตาพลันฉายแววแปลกประหลาด
แต่ซ่างกวนอู๋ตี้ไม่ได้พูดอะไร เพียงพยักหน้าเรียบๆ แล้วเดินตรงไปหาจานเฉิงลู่
พ่อค้าพุงพลุ้ยเห็นภาพนี้เข้า ก็ตกใจจนขาสั่นพับๆ เหงื่อเม็ดโป้งผุดพรายเต็มหน้า
ตัวเองแค่ลักลอบค้าของเถื่อนนิดหน่อย บังคับรับอนุภรรยาสองคน ทำไมถึงถูกองครักษ์เสื้อแพรเพ่งเล็งได้?
เห็นอีกฝ่ายเดินเข้ามาใกล้เรื่อยๆ จิตใจของพ่อค้าพุงพลุ้ยก็พังทลาย ทรุดตัวลงคุกเข่าร้องไห้โฮ
"ฮือออ! ใต้เท้า! ผู้น้อยผิดไปแล้ว! ผู้น้อยไม่ควร... อั่ก!"
ซ่างกวนอู๋ตี้หนังตากระตุกกับการกระทำกะทันหันนี้
เตียนอุยที่อยู่ด้านหลังเล็กน้อยนึกว่าอีกฝ่ายจะลอบสังหาร จึงพุ่งตัวออกมา ถีบเปรี้ยงเดียวจนอีกฝ่ายกระเด็นไปไกล
ปัง ปัง ปัง...
เสียงกระแทกดังต่อเนื่อง ตามมาด้วยเสียงร้องโอดโอย
แต่เสียงร้องนั้นกลับกลายเป็นเสียงอู้อี้อย่างรวดเร็ว ราวกับปากของเจ้าของเสียงถูกใครอุดไว้...
"แม่ทัพจาน ความกล้าไม่เบานะ
ปล่อยนักโทษสำคัญของราชสำนักหนีไปโดยพละการ แล้วยังมีกะจิตกะใจมาดื่มเหล้านารีอีกรึ?"
จานเฉิงลู่ค่อยๆ เงยหน้าขึ้น มองซ่างกวนอู๋ตี้ที่ยิ้มเหมือนไม่ยิ้ม แล้วขมวดคิ้วด้วยใบหน้าไร้อารมณ์
"เปิ่นตูปู้ (ตัวข้าผู้เป็นแม่ทัพ) ไม่รู้ว่าเจ้าพูดเรื่องอะไร
อีกอย่าง เจ้าเป็นเพียงพันธรักษ์ขั้นห้า เปิ่นตูปู้มีตำแหน่งสูงกว่าเจ้าสองขั้น เจ้าไม่มีสิทธิ์มาสอบสวนเปิ่นตูปู้"
ซ่างกวนอู๋ตี้ยิ้มเยาะ มือซ้ายตบที่ฝักดาบข้างเอวเบาๆ
"ผู้ถือดาบแพรแก้วอวี้หลิว สามารถตรวจสอบขุนนางได้ร้อยตำแหน่ง เพียงแค่แม่ทัพตู้ถ่งขั้นสี่ เปิ่นหยาทำไมจะสอบสวนไม่ได้?"
จานเฉิงลู่ดวงตาหดเกร็ง จากนั้นก็ถอนหายใจยาว
"ที่แท้เจ้าคือซ่างกวนอู๋ตี้ มิน่าเล่า...
เตียวเหวินหงผ่านค่ายกลส่งตัวไปที่เมืองฮั่นไห่ ในเขตปกครองซุ่ยฟางเต้า ส่วนเรื่องอื่นๆ ข้าไม่รู้แล้ว"
ซ่างกวนอู๋ตี้เลิกคิ้ว แววตาฉายแววประหลาดใจ
"เจ้ารู้จักหน้าที่ดีนี่ ในเมื่อรู้ว่าจะมีจุดจบเช่นนี้ แล้วจะปล่อยคนหนีไปทำไม"
"เฮ้อ บางเรื่อง ไม่ได้ง่ายดายอย่างที่เจ้าคิดหรอก ช่างเถอะ ลงมือเถอะ"
จานเฉิงลู่ถอนหายใจยาวอีกครั้ง น้ำเสียงซับซ้อนยิ่งนัก
ซ่างกวนอู๋ตี้มองจานเฉิงลู่ที่หลับตาลง ไม่มีความคิดจะขัดขืน คิ้วก็ยิ่งขมวดแน่น
ดูท่าเรื่องราวซับซ้อนซ่อนเงื่อนในนี้คงมีไม่น้อย...
แต่ตอนนี้เขาไม่มีเวลามาเจาะลึกเรื่องพวกนี้ หากไม่รีบจัดการ รอจนกลิ่นจางลง เกรงว่าจะเสียร่องรอยของเตียวเหวินหงไป
ส่วนเบื้องหลังที่จานเฉิงลู่พัวพันด้วย ก็ได้แต่รอให้กลับไปแล้วค่อยจัดการ
"ผนึกวรยุทธ์! เจียงลู่ ซูหย่ง เจ้าสองคนคุมองครักษ์เสื้อแพรร้อยนายคุมตัวเขากลับไป"
ซ่างกวนอู๋ตี้โบกมือ แล้วพาเหลิงชวงและคนอื่นๆ รีบเดินออกไป
จานเฉิงลู่ลืมตาโพลอง มองแผ่นหลังของซ่างกวนอู๋ตี้ที่เดินจากไป อ้าปากเหมือนจะพูดอะไร แต่สุดท้ายก็ไม่ได้พูดออกมา
ถอนหายใจในใจ ยอมหลับตาลงอีกครั้ง ปล่อยให้องครักษ์เสื้อแพรผนึกทะเลปราณของเขาและสวมตรวน
...
บนถนนที่ผู้คนบางตา เจียงลู่ทำหน้ามุ่ย ดูเหมือนจะไม่ค่อยพอใจนัก
ซูหย่งเห็นเข้าก็เอ่ยแซว
"เป็นอะไร อิจฉาเหลิงชวงรึ? เฮอะ ก็แค่ไม่ได้ไปเดินเล่นกับใต้เท้า ดูทำหน้าเข้าสิ"
เจียงลู่ถลึงตาใส่ซูหย่งด้วยความหมั่นไส้ทันที
"เจ้าทึ่มอย่างเจ้ารู้อะไร! ข้า..."
วูบ!
จับเสียงแหวกอากาศอันรวดเร็วได้ เจียงลู่หน้าถอดสีทันที
"ข้าศึกบุก!"
เสียงคำรามดังก้อง องครักษ์เสื้อแพรทั้งหมดเคลื่อนไหวทันที จัดขบวนรบ "สามประสาน" อย่างรวดเร็ว
ทว่า เวลาผ่านไปหลายลมหายใจ กลับไม่เห็นความเคลื่อนไหวใดๆ
ในขณะนั้นเอง เสียงร้องด้วยความตกใจก็ดังขึ้น
"ตะ ใต้เท้า! นักโทษตายแล้ว!"
เจียงลู่และซูหย่งหน้าเปลี่ยนสีทันที หันกลับไปมอง เห็นเพียงจานเฉิงลู่เลือดไหลออกทวารทั้งเจ็ด คอพับคอ่อน สิ้นลมหายใจไปแล้ว!
ทั้งสองมือเท้าเย็นเฉียบ อาวุธหลุดมือตกลงพื้นโดยไม่รู้ตัว
"จบกัน..."
[จบแล้ว]